ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 597 ยาเพลิงไหล
เพราะเนี่ยเทียนและจ้าวซานหลิงจากไป งานแลกเปลี่ยนที่ศูนย์ บัญชาการกะโหลกเลือดเป็นผู้จัดจึงพลันเปลี่ยนมาเป็นซบเซา
หลังจากที่งานแลกเปลี่ยนจบลง ผู้ฝึกลมปราณส่วนใหญ่ที่แห่แหนกัน เข้ามาล้วนอาศัยค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่เจินฮุ่ยหลันสร้างขึ้นมาใหม่ในเมือง โพ่เมี่ยเดินทางไปยังพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ซากปรักหักพังและเทือกเขาฮว้า นคง
แต่ยังมีคนบางส่วนที่ไม่รีบร้อนจากไป
คืนนี้โหวชิ่งเซินจากลัทธิอูตู๋มาหาหลี่ชิงอวิ๋นแห่งสำนักเทียนเหยียน
ที่โหวชิ่งเซินเดินทางมาก็เพราะรู้ว่าเมื่อสามวันก่อน หลี่ชิงอวิ๋นก็ถูก เนี่ยเทียนเล่นงานเหมือนกัน
พอมาถึงเขาก็พูดตรงๆ อย่างไม่มีอ้อมค้อม “เจ้าเด็กเนี่ยเทียนผู้นี้ กำเริบเสิบสานยิ่ง ลัทธิอูตู๋ของพวกเราจะต้องให้บทเรียนนองเลือดที่เขา ไม่อาจลืมได้ลงไปชั่วชีวิต! ตำราหนังสัตว์ของเผ่าทมิฬหลายเล่มนั้นลัทธิ อูตู๋ของเราก็ต้องได้มาครอง!”
หลี่ชิงอวิ๋นยิ้มเจื่อน “เบื้องหลังเนี่ยเทียนมีพรรคคิชกูฏแล้วก็สำนัก อย่างหอหันปิงให้การหนุนหลัง คิดจะลงมือกับเขาคงไม่ง่ายเท่าไหร่นัก เจ้าเองก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เปราะบาง ต่อให้เป็นวิมานสวรรค์…ก็ยังไม่ ต้องการให้พวกเราทะเลาะกันเองภายใน”
“พวกเราย่อมลงมือเองไม่ได้อยู่แล้ว” โหวชิ่งเซินวางแผนมาเรียบร้อย แล้ว “แต่พวกเราก็ยุแยงให้คนอื่นลงมือได้นี่นา”
หยุดไปครู่ เขาจึงเอ่ยอีกครั้ง “พวกผู้ฝึกลมปราณที่ไม่เข้ากับสำนักใด ในสายตาของพวกเขาล้วนเห็นแต่ผลประโยชน์เป็นหลัก ไม่สนใจ สถานการณ์ภาพรวมแม้แต่น้อย เรียกใช้พวกเขา ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราทั้งสิ้น”
หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวอีกว่า “ไอ้ทำน่ะทำได้ แต่ลงมือในอาณาจักรเลี่ยคงคง ไม่เหมาะเท่าไหร่กระมัง? เนี่ยเทียนอยู่กับฝุายอาณาจักรหลีเทียน ทางนั้น มีทั้งฉางเซินหลีจิ้ง ฝางฮุย กุ่ยถง แต่ละคนล้วนอยู่ในเขตลี้ลับ มีพวกเขา อยู่ด้วยจะลงมือกับเนี่ยเทียนได้อย่างไร? แล้วนับประสาอะไรกับที่ในเมือง โพ่เมี่ยยังมีกันฉงจากหอหันปิงแล้วก็พวกตระกูลต่ง”
“สังหารเนี่ยเทียนก็ออกจากเมืองโพ่เมี่ยไม่ได้ ใครจะกล้าทำตัว เหลวไหล?”
โหวชิ่งเซินหัวเราะหึหึ “ในเมืองโพ่เมี่ยย่อมไม่ได้อยู่แล้ว แต่ข้าไม่เชื่อ หรอกว่าเนี่ยเทียนจะอยู่ในนี้ไปตลอดกาล! พวกเขตลี้ลับของอาณาจักรหลี เทียนก็ย่อมไม่มีทางปกปูองเขาอยู่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ขอแค่เขากล้าออก นอกเมือง พวกเราพบเข้าเมื่อไหร่ก็สามารถลงมือกับเขาได้ทันที”
“เป็นดังที่ว่าจริง” หลี่ชิงอวิ๋นกล่าวเบาๆ
“ในเมื่อเนี่ยเทียนกล้าฉีกหน้าลัทธิอูตู๋เพราะเจ้าศิษย์ทรยศหลี่หลาง เฟิงผู้นั้น ข้าก็จะร่วมมือกับอู๋ชิงเหอจากวังวิญญาณ” โหวชิ่งเซินขมวดคิ้ว
“เนี่ยเทียนได้ของหายากไปมากมาย บางทีเจ้าศิษย์ทรยศของข้าก็อาจลืม ตาอ้าปากได้เพราะเขา อู๋ชิงเหอก็ใช่ว่าจะหวังให้เนี่ยเทียนมีชีวิตรอด”
“เมื่อเพิ่มวังวิญญาณเข้าไปด้วย ความเป็นไปได้ที่จะคว้าชัยชนะก็ยิ่งมี มาก!” ดวงตาหลี่ชิงอวิ๋นเป็นประกาย
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาร่วมมือกันดีไหม?”
“ดี!”
……
กลางดึก นภากาศมืดดำ
ในลานพักผ่อนขนาดเล็กที่ค่อนข้างทรุดโทรม หลี่หลางเฟิงพลิกเปิด ตำราหนังสัตว์อยู่ในมือด้วยท่าทางทะนุถนอม อาศัยแสงไฟมาอ่านศึกษา เนื้อหาที่บันทึกไว้อย่างตั้งใจ
ส่วนเนี่ยเทียนก็ย้ายเอาผลเก็บเกี่ยวทั้งหมดที่อยู่ในแหวนเก็บของวง เดิมมาไว้ในแหวนเก็บของที่จ้าวซานหลิงมอบให้
หินวิเศษสิบล้านก้อน หยกวิเศษห้าร้อยก้อน วัตถุหายากมากมายและ ยังมีเสาหินแดงชาดหกต้น รถศึกทองคำของซูหลิน ทุกอย่างล้วนถูกเขา เก็บยัดไว้ข้างใน
แหวนเก็บของที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าแหวนเก็บของปกติถึงสิบเท่า เมื่อนำ วัตถุต่างๆ ใส่เข้าไปก็ยังเหลือพื้นที่อีกมากให้นำมาใช้สอย
เนี่ยเทียนหยิบเอาเสาหินสีชาดหกต้นออกมาทีละต้น ก่อนจะกรอกเท แก่นเพลิงพิภพที่เขาได้รับมาจากสนามประลองเลือดใส่เข้าไป เพราะ
กังวลว่าตำหนักเทพเพลิงจะจับได้ เขาจึงไม่ได้เอาเสาหินสีชาดทั้งหกต้น ออกมาพร้อมกันทีเดียว ไม่ได้ให้มันรวมตัวขึ้นเป็นค่ายกล
ไม่นานเขาก็นำแก่นเพลิงพิภพที่ได้มากรอกเทเข้าไปในเสาหินทั้งหก
หลังจากนั้นเขาก็หยิบเอาแผ่นหยกที่หยางคันมอบให้ แล้วบังคับให้ เส้นผลึกเพลิงพิภพแวววาวพุ่งเข้าไปในแผ่นหยก
การสร้าง “ค่ายกลไฟสวรรค์หกวิญญาณ” แผ่นหยกถึงจะเป็นกุญแจ สำคัญ เส้นผลึกเพลิงพิภพหลายเส้นที่พอผสานรวมเข้าไปในแผ่นหยก พื้นผิวภายนอกของแผ่นหยกนั้นก็คล้ายมีเส้นเปลวเพลิงไหลวน ก่อนจะ กลายมาเป็นภาพเปลวเพลิงที่มหัศจรรย์
กลางแผ่นหยกมีวิธีการใช้ค่ายกลที่หยางคันนาบประทับเอาไว้
เขาลูบคลำแผ่นหยก ใช้พลังจิตรับสัมผัสอยู่พักใหญ่ก็พอจะเข้าใจ วิธีการใช้ค่ายกลไฟสวรรค์หกวิญญาณคร่าวๆ รู้ว่าต่อให้ไม่ได้กรอกเส้น ผลึกเพลิงพิภพเข้าไปในแผ่นหยกใหม่อีกครั้งก็สามารถใช้แผ่นหยกมา ควบคุมค่ายกลไฟสวรรค์หกวิญญาณได้อยู่ดี
ตอนนั้นหยางคันชุบหลอมลูกผลึกเปลวเพลิงขึ้นมา เพียงแค่เพื่อ ปกปูองแผ่นหยก กลัวว่าแผ่นหยกจะถูกเปิดโปง และถูกทำลายได้โดยง่าย
ต้นกำเนิดพลังงานของค่ายกลไฟสวรรค์หกวิญญาณคือแก่นเพลิง พิภพ เส้นผลึกเพลิงพิภพที่อยู่ด้านในแผ่นหยกใช้ชักนำและควบคุมพลัง เปลวเพลิง เชื่อมโยงเข้ากับพลังจิตของผู้ร่ายเวท
ค่ายกลนี้ทั้งสามารถสร้างเป็นปราการเปลวเพลิงต้านทานการโจมตี จากภายนอก ไม่ให้สิ่งมีชีวิตเยื้องกรายเข้ามาภายใน อีกทั้งผู้ร่ายเวทยัง สามารถใช้แก่นเพลิงพิภพที่อยู่ข้างในค่ายกลไฟสวรรค์หกวิญญาณมาต่อสู้ หรือเพิ่มพลังการต่อสู้ของตัวเองได้อีกด้วย
เมื่อรู้วิธีการใช้ค่ายกลที่ชัดเจน เขาก็ไม่ได้รีบร้อนทดลองเพราะกลัวว่า จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาสู่ตัวเอง
เขาเก็บเสาหินสีชาดทั้งหกต้นและแผ่นหยกกลับคืนไปอีกครั้ง ก่อนที่ กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขาจะพลันลอยเข้าไปในแหวนเก็บของแล้ว ตรวจสอบผลเก็บเกี่ยวอย่างอื่น
ขวดยาสีแดงเข้มขวดหนึ่งถูกเขาหยิบออกมาจากในแหวนเก็บของ
ในภาชนะบรรจุที่เป็นกระจกใส ในยาหกเม็ดที่อยู่ด้านในคล้ายมี ลำแสงไฟหลายเส้นหมุนโคจร ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด ยาทั้งหกเม็ดจึง เป็นดั่งภูตเปลวเพลิงที่สะดุดตาเป็นพิเศษ
ยานี้เขาก็ได้มาจากในงานแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน มันมีชื่อว่ายาเพลิง ไหล
ยานี้ราคาไม่ธรรมดา ตามคำบอกของเกาฝู ยาเพลิงไหลสามารถเพิ่ม ความเร็วในการฝึกวิชาเปลวเพลิง ทั้งยังขยายน้ำวนเปลวเพลิงได้อย่าง รวดเร็ว
เขารู้ดีมาโดยตลอดว่าเพราะเขาฝึกพลังงานสามธาตุที่ต่างกันอย่าง เปลวเพลิง ดวงดาวและพืชหญ้า การฝุาทะลุขอบเขตของเขาจึง…ช้ากว่าผู้ ฝึกลมปราณที่ฝึกธาตุเดียว
นอกจากนี้ด้วยความพิเศษของตัวเขาเอง การฝุาทะลุขอบเขตของเขา จึงเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของเรือนกายเขาด้วย
นี่จึงยิ่งทำให้การฝุาทะลุขอบเขตของเขาแต่ละครั้งช้าเข้าไปอีก
พวกต่งลี่ ต่งปุายเจี๋ยที่เนื่องจากฝึกวิชาธาตุเดียว เมื่อพวกเขาได้ผล เก็บเกี่ยวจากบนเกาะมาอีกนิดหน่อยก็สามารถข้ามผ่านปราการการฝุา ทะลุขั้น เลื่อนสู่ขอบเขตใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
เผยฉีฉีเองก็ตั้งมั่นฝึกฝนพลังห้วงมิติ และสายเลือดของนางก็เกี่ยวพัน กับห้วงมิติพอดี ตอนที่เผยฉีฉีได้รับความลี้ลับทางสายเลือดจากผู้ แข็งแกร่งต่างเผ่าคนนั้น ขอบเขตของนางจึงขยับไปได้ก้าวใหญ่!
อายุขัยของเผ่ามนุษย์มีจำกัด หากไม่สามารถฝุาทะลุขั้นเพื่อทำลาย ขีดจำกัดของอายุขัยอย่างต่อเนื่อง วันใดวันหนึ่งก็อาจจะถูกพันธนาการ ด้วยอายุขัยจนเป็นเหตุให้แก่ตายไป
หัวมู่และอูจี้ต่างก็เป็นเช่นนี้
แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลในข้อนี้ ดังนั้นเขาจึงกล้าฝึกวิชา สามธาตุอย่างไม่หวาดกลัวว่าจะถูกพันธนาการด้วยอายุขัยเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าขอบเขตของเขาจะฝุาทะลุได้ช้า แต่เนื่องจากมีธาตุสามอย่าง พลังวิญญาณรวมที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาจึง มากกว่าผู้ฝึกลมปราณในระดับเดียวกัน
การที่เขาสามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากวิชาคาถา ที่ฝึกฝนอย่างเชี่ยวชาญและสายเลือดที่พิเศษแล้ว ก็เป็นเพราะพลัง วิญญาณที่เข้มข้นอย่างถึงที่สุด
เพราะโชคดีที่ได้พบเจอในแผ่นดินแห่งนั้น ตอนนี้น้ำวนพืชหญ้า น้ำวน ดวงดาวของเขาจึงชุบหลอมไปถึงขีดสุด อยู่ในขั้นรอการฝุาทะลุ
มีเพียงน้ำวนเปลวเพลิงเท่านั้นที่ยังไม่ถูกขยายให้ถึงขีดสุด ยังจำเป็น ต้องการเวลามากกว่านี้
แก่นเพลิงพิภพมีฤทธิ์รุนแรงเกินไป ตอนนี้เขาจึงยังไม่สามารถดึงเอา พลังงานจากแก่นเพลิงพิภพมาเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้โดยตรง
ส่วนเส้นผลึกเพลิงพิภพก็ยิ่งเป็นผลึกของแก่นเพลิงพิภพ สัจธรรมแห่ง พลังเปลวเพลิงที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ตอนนี้เขาจะทำความเข้าใจ ได้เช่นกัน
ยาเพลิงไหลจึงถือว่าเป็นวัตถุที่เหมาะสมกับเขามากที่สุดในตอนนี้
ยาเพลิงไหลหนึ่งเม็ดถูกเขากลืนลงท้อง ในความรู้สึกของเขาเหมือน ตัวเองกลืนดวงอาทิตย์เล็กๆ ลงไปหนึ่งดวง
พลังงานเปลวเพลิงที่ทั้งบริสุทธิ์และทั้งเข้มข้นล้วนถูกชักนำไปยัง น้ำวนเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเพราะ ประสิทธิภาพของยาเพลิงไหลหนึ่งเม็ด ความเร็วในการขยายน้ำวนเปลว เพลิงของเขาจึงเร็วขึ้นกว่าเดิมมากมายหลายเท่าอย่างแท้จริง
สีหน้าเขาคึกคัก ไม่นานก็จมจ่อมอยู่กับการฝึกตน ไม่สนใจโลก ภายนอกอีก
ส่วนหลี่หลางเฟิงที่ตั้งใจศึกษาเวทลับเผ่าทมิฬในตำราหนังสัตว์จึงนั่ง เงียบไม่ต่างกัน
ครึ่งเดือนต่อมา อาศัยยาเพลิงไหลหกเม็ด น้ำวนเปลวเพลิงของเขาก็ ขยายไปถึงขอบเขตของการฝุาทะลุขั้นได้โดยตรง!
“ยาเพลิงไหล! ของดีอย่างแท้จริง! ไม่มียาเพลิงไหลหกเม็ดนี้ หากเอา แต่มุ่งมั่นฝึกตนอย่างเดียว ข้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นปีหรือสองปีถึงจะ ชุบหลอมน้ำวนเปลวเพลิงไปถึงขีดสุดได้!”
เขาแอบมีความรู้สึกว่าขอแค่เจอโอกาสดีๆ สักครั้ง เขาก็สามารถเลื่อน สู่ต้นสวรรค์ช่วงท้ายได้แล้ว
เมื่อเขาลืมตาขึ้นถึงได้พบว่านอกจากหลี่หลางเฟิงแล้ว ข้างกายเขายัง มีต่งลี่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง
“คุณหนูต่งรอท่านมาสิบกว่าวัน” หลี่หลางเฟิงเอ่ยเบาๆ
ต่งลี่ค้อนขวับใส่เนี่ยเทียน “นี่ข้าไปๆ มาๆ รวมเป็นห้ารอบแล้ว ถึง ขนาดที่ข้าเริ่มสนิทกับหลี่หลางเฟิงคนประหลาดผู้นี้ แต่เจ้าก็ยังไม่ตื่นเสีย ที”
ปีนั้นตอนที่อยู่นอกเมืองโพ่เมี่ย นางกับหลี่หลางเฟิงเคยประมือกันมา ก่อน ตอนนั้นต่งลี่ยังเป็นผู้นำคมเขี้ยวที่ใช้นามแฝงว่าซ่งลี่
หลี่หลางเฟิงหัวเราะเบาๆ “นับแต่วันนี้ไป ข้านับเนี่ยเทียนเป็นนาย ชีวิตนี้ของข้าเป็นของเขาแล้ว”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว เจ้าหลี่หลางเฟิงก็เป็นแค่ผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ เท่านั้น ไม่คุ้มค่ากับหินวิเศษห้าล้านก้อนแม้แต่นิด แล้วนับประสาอะไรกับ ที่เนี่ยเทียนยังล่วงเกินลัทธิอูตู๋เพื่อเจ้าด้วย” ต่งลี่แค่นเสียงเบาๆ ก่อนจะ หยิบแหวนเก็บของวงหนึ่งส่งให้เนี่ยเทียน “นี่คือเนื้อสัตว์วิเศษที่ข้า รวบรวมมาให้เจ้า เจ้าสังหารพวกคนของวิมานสวรรค์ ตำหนักเทพเพลิง ในมือจึงมีของบางอย่างที่ไม่สะดวกนำออกมาแลกเปลี่ยน ข้าเลยแอบไป แลกเป็นหินวิเศษจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่แล้วแลกมาเป็นเนื้อสัตว์วิเศษ ให้เจ้า”
เนี่ยเทียนพยักหน้า พอรับมาก็ย้ายเนื้อสัตว์วิเศษทั้งหมดไปไว้ในแหวน เก็บของวงใหญ่
“ปราณวิญญาณฟูาดินของอาณาจักรเลี่ยคงเกิดการเปลี่ยนแปลง ผิดปกติ บางที ชนต่างเผ่าอาจจะใกล้มาถึงแล้ว” ต่งลี่กล่าว
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด