ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 606 ผู้สิ้นหวัง
ปุาม่านเทา
หลี่หลางเฟิงยืนอยู่ข้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ เหม่อมองไปยัง ท้องฟูาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ
ข้างกายเขาคือโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ยืนอยู่ตระหง่านราวทหารที่ รอรับศึก
ศพของสัตว์วิเศษแปรสภาพที่นอนระเกะระกะอยู่ใกล้เคียงน่าจะมี มากถึงสามสิบสี่สิบตัว
สัตว์วิเศษแปรสภาพเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนมีสายเลือดระดับสี่ ระดับ ห้าและยังมีสายเลือดระดับหกอีกสองตัว พลังเทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับ ของเผ่ามนุษย์
สัตว์วิเศษแปรสภาพทุกตัวล้วนถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดสังหารไป อย่างง่ายดาย สัตว์วิเศษแปรสภาพมีเลือดสดที่เข้มข้นอย่างมาก ซึ่งเลือด เหล่านั้นต่างก็ถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดใช้เวทลับหลอมโลหิตดึงดูดเอา มาจนหมด
แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ในซากศพใหญ่โตของพวกสัตว์วิเศษแปรสภาพก็ยัง มีจิงชี่เลือดเนื้อจำนวนไม่ธรรมดาหลงเหลืออยู่
เพียงแต่ว่าจิงชี่เลือดเนื้อที่แฝงอยู่ในกระดูก เส้นเอ็น อวัยวะภายใน นั้นไม่ใช่สิ่งที่โครงกระดูกปีศาจเลือดสามารถชุบหลอมได้ ดังนั้นจึงไม่ได้ รับความสนใจจากมัน
“ปราณวิญญาณสกปรก…ค่อยๆ ลอยมาทางจุดลึกของปุาม่านเทา แล้ว”
หลี่หลางเฟิงเงยหน้ามองท้องฟูาอยู่นานถึงได้ข้อสรุปเช่นนี้ นี่ทำให้เขา เริ่มเกิดความหวาดกลัว
เวลาผ่านไปแล้วแปดวัน เนี่ยเทียนยังคงนั่งอยู่ในค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณ ใช้หยกวิเศษหลายก้อนและหินวิเศษต่างธาตุจำนวนมากมาฝุา ทะลุเขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย
หลี่หลางเฟิงสังเกตเห็นว่าเวลาแปดวันนี้ เนี่ยเทียนใช้หยกวิเศษไป หลายสิบก้อน และวัตถุดิบต่างธาตุหลายชนิดก็ถูกเขาเผลาผลาญไปอีกไม่ รู้มากน้อยเท่าไหร่
แต่ถึงขนาดนี้การฝุาทะลุขอบเขตของเนี่ยเทียนก็ยังคงไม่ยุติ
“เหตุใดการเลื่อนขั้นของเขาถึงได้เผาผลาญหินวิเศษไปมากมายขนาด นี้? แม้ว่าเขาจะฝึกสามธาตุที่ต่างกัน แต่ก็ไม่น่าจะต้องการพลังงานที่ เข้มข้นขนาดนั้นกระมัง?”
ปีนั้นตอนที่หลี่หลางเฟิงเลื่อนสู่เขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย หยกวิเศษ หิน วิเศษที่เขาใช้ไปเทียบไม่ได้กับหนึ่งในห้าของเนี่ยเทียนเลยด้วยซ้ำ
เขาได้ยินคนอื่นพูดกันว่าผู้ฝึกลมปราณที่ยิ่งมีพละกำลังแข็งแกร่ง เวลาที่เลื่อนขั้นก็จะยิ่งเผาผลาญพลังวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น
ทว่าในความรู้สึกของเขา เนี่ยเทียนได้ใช้หยกวิเศษ หินวิเศษไป มากมายขนาดนั้น แต่กลับเหมือนว่าน้ำวนลูกที่เก้าของเขาจะยังไม่ถูกชุบ หลอมออกมา
การก่อตัวของน้ำวนพลังวิญญาณลูกที่เก้าถึงจะหมายความว่าได้เลื่อน สู่เขตต้นสวรรค์ช่วงท้ายแล้วจริงๆ นี่จึงหมายความว่าเนี่ยเทียนยังเลื่อน ขั้นไม่สำเร็จ
ยังเลื่อนขั้นไม่สำเร็จ แต่กลับเผาผลาญหยกวิเศษ หินวิเศษไปมากมาย ขนาดนี้ รากฐานการฝึกบำเพ็ญตนของเนี่ยเทียนจะล้ำลึกแค่ไหนกันแน่?
“สวบๆ!”
เสียงประหลาดพลันดังมาจากทิศไกล หลี่หลางเฟิงสีหน้านิ่งเฉย แค่ คิดว่าเป็นสัตว์วิเศษแปรสภาพที่ไม่รู้จักลืมตามองทางตัวหนึ่งซึ่งเข้ามาใกล้
ทว่าพอเสียงขยับเข้ามาใกล้ หลี่หลางเฟิงกลับร้องอุทานเบาๆ “ไม่ใช่ สัตว์วิเศษแปรสภาพ เสียงฝีเท้าของสัตว์วิเศษแปรสภาพไม่ได้เร็วและเบา ขนาดนั้น หรือว่าเป็น…ชนต่างเผ่า?”
พอคิดอย่างนี้สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมทันใด
เนี่ยเทียนได้เล่าให้เขาฟังถึงสถานการณ์อันตรายในเทือกเขาฮว้านคง แล้ว เขาจึงรู้ว่าเขตวิญญาณของแต่ละสำนักอาจจะไม่สามารถต้านทาน ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดได้
หากเทือกเขาฮว้านคงเสียการปูองกัน ชนต่างเผ่าที่กรูกันออกมาจาก รอยแยกห้วงมิติหกเส้นนั้นก็จะเขมือบกลืนเทือกเขาฮว้านคงเอาไว้ได้ สำเร็จ
หากชนต่างเผ่าผ่านมาทางนี้ เขาก็ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
เขาปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัสเล็กน้อยสีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็น ซับซ้อน “ไม่ใช่ชนต่างเผ่า แต่เป็นคน…”
ความคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็รีบหันไปสื่อสารกับโครงกระดูกปีศาจเลือด “หากเป็นคน รบกวนอย่าพึ่งสังหาร ข้ามีเรื่องอยากจะถามเขา”
ดวงตาสีเขียวเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดเปล่งประกาย น้อยๆ ก็ไม่รู้ว่ามันฟังเข้าใจหรือไม่
หลี่หลางเฟิงเองก็ไม่สนอะไรมากขนาดนั้น พลันตะโกนออกไปเสียงดัง “ใคร?”
คนกลุ่มหนึ่งที่เดิมทีไม่ได้มุ่งหน้ามาทางนี้พอได้ยินเสียงตะโกนของเขา รู้ว่าเขาเป็นคนเหมือนกันจึงดีใจอย่างมาก เลยรีบมุ่งหน้ามารวมตัวกันทาง นี้
ไม่นานนักก็มีเผ่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา
“ฝูเฮิงจากเปลวอัคคี!” หลี่หลางเฟิงอึ้งงันไปครู่หนึ่ง
“เนี่ย เนี่ยเทียน!” กลางกลุ่มคนมีหญิงสาวสวมกระโปรงสีฟูาคนหนึ่ง ที่พอมาถึงแล้วเห็นเนี่ยเทียนนั่งอยู่ในค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก็พลันหลุด เสียงร้องอุทาน
นางก็คือหูหันที่เคยแอบเล่นงานเนี่ยเทียน
ปีนั้นเนี่ยเทียนเพิ่งจะมาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นหัว เทียน แต่เขายังคงใช้หน้าตาที่แท้จริงพบเจอกับคนอื่นโดยไม่ได้สวม หน้ากาก
หูหันจดจำเนี่ยเทียนได้อย่างลึกซึ้ง ภายหลังจึงได้รู้ว่าหัวเทียนก็คือเนี่ย เทียน
“พี่สาว คนผู้นั้น…ก็คือเนี่ยเทียนหรือ?” เด็กชายรูปร่างผอมแห้งคน หนึ่งที่นิ้วข้างขวาขาดไปสองนิ้วซึ่งหูหันจูงมืออยู่มองไปยังเนี่ยเทียนที่อยู่ ในค่ายกลแล้วเอ่ยถามเบาๆ
“อืม เขาก็คือเนี่ยเทียน” หูหันกดเสียงลงต่ำ ถอนหายใจกล่าวว่า “ปี นั้นหม่าจิ่วของเดือนดับใช้เจ้ามาข่มขู่ข้า ข้าเลยต้องยุให้เขาไปที่ เทือกเขาฮว้านคง จนเกือบจะทำให้เขาต้องเอาชีวิตไปทิ้ง”
“ขอโทษนะ” หูเซวียนก้มหน้าพูด
“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว” หูหันที่เรือนกายอวบอิ่ม ใบหน้างดงามฝืนยิ้ม ตอบกลับ ก่อนจะกุมมือคารวะหลี่หลางเฟิง “คาระท่านหลี่”
หูหันเคยอยู่ในเดือนดับช่วงหนึ่ง หลี่หลางเฟิงเองก็เคยเป็นผู้อาวุโส ของเดือนดับ แน่นอนว่านางย่อมรู้จักเขา
นางจำหลี่หลางเฟิงได้ ทว่าหลี่หลางเฟิงกลับจดจำนางไม่ได้แม้แต่น้อย พอได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นก็เหลือบตามองนางด้วยความสงสัย ก่อนจะหัน ไปพูดกับฝูเหิงจากเปลวอัคคี “พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
หลี่หลางเฟิงสังเกตเห็นว่าคนกลุ่มนี้มีกันสิบกว่าคน ในบรรดานั้นมีคน ของเปลวอัคคีซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในซากปรักหักพังซึ่งเขาค่อนข้างคุ้นหน้า คุ้นตา
ปีนั้นฝูเหิงเคยเฝูาพิทักษ์เทือกเขาฮว้านคงให้กับเปลวอัคคีจึงคุ้นเคย กันดีกับหม่าจิ่วแห่งเดือนดับ และกู่อวี่จากกะโหลกเลือด
ทว่าเวลาผ่านไปหลายปี สถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ฝูเหิงเพิ่งจะเลื่อนสู่เขตสามัญได้อย่างถูไถ เมื่อมาเจอกับหลี่หลางเฟิงที่ฝึก วิชาพิษร้ายเร่งด่วนจนเลื่อนมาสู่เขตสามัญช่วงท้ายจึงเรียกได้ว่าไม่เหลือ กำลังให้สู้ได้เลย
แล้วนับประสาอะไรกับที่ตอนนี้ข้างกายหลี่หลางเฟิงยังมีโครงกระดูก ปีศาจเลือดซึ่งชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาจักรเลี่ยคงกำลังจ้องมาที่พวกเขา เขม็ง
“พี่หลี่” ฝูเหิงยิ้มเจื่อน “นึกไม่ถึงว่าเจ้าและเนี่ยเทียนก็อยู่ที่นี่ด้วย ทุก คนล้วนคิดว่าพวกเจ้าออกจากอาณาจักรเลี่ยคงไปนานแล้ว”
“ข้าถามว่าทำไมพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” หลี่หลางเฟิงกล่าวอย่าง หงุดหงิด
“ดูท่าเจ้าคงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” ฝูเหิงถอนหายใจหนึ่งครั้ง “เทือกเขาฮว้านคงเสียแนวการปูองกันไปแล้ว เขตวิญญาณช่วงต้นคน หนึ่งของหอหันปิงถูกชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสังหาร จ้าวลั่วเฟิงจาก วิมานสวรรค์และผู้อาวุโสหลิงตงต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ในเวลานี้พวก เขตวิญญาณที่เข้าไปในเทือกเขาฮว้านคงต่างก็เลือกจะถอยหนี”
หลี่หลางเฟิงตะลึงลาน “ว่าไงนะ?”
“เขตวิญญาณคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บในระดับที่ต่างกันออกไป” ใน ดวงตาของฝูเหิงล้อมวนไปด้วยความสิ้นหวัง “สำนักใหญ่ถอยหนี ค่ายกล นำส่งของซากปรักหักพังถูกผู้แข็งแกร่งของสำนักใหญ่ใช้เดินทาง เปลว อัคคีได้แต่มองพวกเขาจากไปทีละคน”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฝูเหิงก็เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเคียด แค้น “ก่อนหน้าที่ภูเขาสายฟูาและลัทธิอูตู๋จะจากไป ภูเขาสายฟูาได้ทิ้ง ลูกระเบิดสายฟูาเอาไว้ ทำให้พอพวกเขาจากไป ค่ายกลนำส่งของเปลว อัคคีก็ถูกทำลายจนพังพินาศ”
“เพราะกลัวว่าชนต่างเผ่าจะมาโจมตี คนที่ยังอยู่ในซากปรักหักพังจึง ได้แต่หนีกันไปคนละทิศคนละทาง”
“ส่วนพวกเราเป็นเพียงแค่หนึ่งในกลุ่มคนที่หนีมาเท่านั้น เราไม่กล้า อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ต่างก็ไม่ปลอดภัย พวกเราได้แต่มาหลบอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หวังว่าจะไม่ ถูกชนต่างเผ่าหมายหัว”
หลี่หลางเฟิงขมวดคิ้วมุ่น “ภูเขาสายฟูาทำลายค่ายกลนำส่งเพราะ กังวลว่าชนต่างเผ่าจะตามไปที่อาณาจักรของพวกเขา แต่ทำไมพวกเขาไม่ รอให้คนของเปลวอัคคีพวกเจ้าจากไปก่อนแล้วค่อยทำลายค่ายกลนำส่ง ทิ้งเล่า?”
“คนบางส่วนที่ถูกทิ้งไว้ในอาณาจักรเลี่ยคงย่อมหนีกันอุตลุด จะ อย่างไรพวกชนต่างเผ่าเหล่านั้นก็ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อสังหารพวกเรา”
ฝูเหิงกัดฟัน ข่มกลั้นความเดือดดาล “พวกเขาเองก็จะได้มีเวลาโยกย้าย คนที่พวกเขาต้องการปกปูองให้เข้าไปอยู่ในค่ายกล”
“นี่เป็นวิธีการที่พวกเขาชอบใช้จริง” หลี่หลางเฟิงแค่นเสียงเย็นหนึ่ง ครั้ง แล้วจึงพูดอีกครั้งว่า “พวกเจ้ามีกันเท่านี้หรือ?”
กล่าวจบเขาก็มองไปยังใบหน้าของคนเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยความ เจ็บปวดและขมขื่น
“กลุ่มของพวกเราย่อมไม่ได้มีแค่เท่านี้” ฝูเหิงหันไปมองคนสิบกว่าคน ที่กระจายตัวกันอยู่ข้างหลังปราดหนึ่ง “เดิมทีพวกเรามีคนอยู่นับร้อยคน แต่พอเข้ามาในปุาม่านเทาลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มเจอกับสัตว์วิเศษแปร สภาพ ยิ่งเข้ามาข้างใน ระดับของสัตว์วิเศษแปรสภาพก็ยิ่งสูง รอจนพวก เรามาถึงที่นี่ก็เหลือกันเพียงเท่านี้แล้ว”
หลี่หลางเฟิงกระจ่างแจ้งทันใด รู้ว่าพวกเขาคงผ่านการต่อสู้นองเลือด กับสัตว์วิเศษแปรสภาพกันมาก่อนจึงมีคนบาดเจ็บและล้มตายกันไปมาก
“แล้วทำไมจะต้องเข้ามาให้ลึกด้วยเล่า?” หลี่หลางเฟิงถามอย่าง แปลกใจ
“สัตว์วิเศษแปรสภาพน่ากลัวก็จริง แต่ชนต่างเผ่านั้น…ทำให้พวกเรา หวาดกลัวยิ่งกว่า” ฝูงเหิงกล่าวอย่างสัตย์จริง “พวกเราคิดว่าในเมื่อปุาลึก ของปุาม่านเทามีสัตว์วิเศษแปรสภาพที่แข็งแกร่งอยู่ ขอแค่พวกเราเดินมา ได้ไกลมากพอ ต่อให้ชนต่างเผ่าตามมาก็ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์วิเศษแปร สภาพระดับสูง”
“บางทีสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับสูงที่แข็งแกร่งเหล่านั้นอาจจะกีด ขวางไม่ให้พวกเขาตามหาเราเจอ และไม่แน่ว่าอาจทำให้พวกเขาต้องยอม ล่าถอยไปเองก็เป็นได้”
หลี่หลางเฟิงเงียบคิดอยู่ครู่จึงกล่าวว่า “พวกเจ้าถือว่าโชคดีไม่น้อย หากไม่เพราะหุ่นเชิดเลือดของนายน้อยเนี่ยสังหารสัตว์วิเศษแปรสภาพ มากมายในบริเวณใกล้เคียงไปจนหมด หาไม่แล้วไม่ทันรอให้พวกเจ้าได้ เข้ามาลึก พวกเจ้าก็คงตายกันไปหมดแล้ว”
เขาถอนหายใจให้กับความโชคดีของพวกเขา
ด้วยตบะขอบเขตของพวกฝูเหิง หากจะใช้วิธีการทั่วไปเข้ามาที่นี่ก็ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
คนเหล่านี้โชคดีขนาดเหลือรอดมาได้สิบกว่าคนก็เพราะทางที่พวกเขา เลือกเดินตรงกับจุดที่เนี่ยเทียนผ่านมาพอดี
ตลอดทางมานี้เขาและโครงกระดูกปีศาจเลือดร่วมกันลงมือสังหาร สัตว์วิเศษแปรสภาพไปแล้วเกินครึ่งจึงทำให้พวกฝูเหิงเดินทางมาถึงที่นี่ได้ ค่อนข้างราบรื่น
ตอนที่ฝูงเหิงมาถึง แค่มองซากศพสัตว์วิเศษแปรสภาพมากมายที่อยู่ ใกล้เคียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่าพวกเขาโชคดีแค่ไหน
เขาเองก็ฟังออกถึงความหมายในคำพูดของหลี่หลางเฟิงจึงเอ่ยขอร้อง “หากให้เดินทางเข้าไปข้างในอีก พวกเราไม่กล้าจริงๆ ขอโปรด ขอโปรด เห็นแก่ที่ทุกคนล้วนเป็นคนชะตารันทดของอาณาจักรเลี่ยคง โปรดยอมให้ พวกเขาตั้งค่ายพักแรมข้างๆ กันนี้”
มีโครงกระดูกปีศาจเลือดอยู่ด้วย ขอแค่พวกชนต่างเผ่าที่ไล่ตามมา ไม่ใช่สายเลือดระดับเจ็ดก็น่าจะสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
ในสายตาของฝูเหิง โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นคือที่พึ่งที่แข็งแกร่ง อย่างไม่ต้องสงสัย
หลี่หลางเฟิงลังเลอยู่ครู่ก็กล่าวว่า “ข้าไม่สามารถตัดสินใจแทนนาย น้อยเนี่ยได้ แต่ว่า ก่อนหน้าที่นายน้อยเนี่ยจะตื่นขึ้นมา ข้ายอมให้พวกเจ้า พักอยู่รอบๆ นี้ได้ รอจนนายน้อยเนี่ยตื่นแล้ว เขาจะจัดการพวกเจ้าเช่นไร นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าก้าวก่ายได้อีก”
“ขอบคุณมาก!” ฝูเหิงกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ
คนอื่นๆ รวมไปถึงหูหันต่างก็โค้งตัวลงขอบคุณ
“ขยับห่างไปห้าร้อยเมตร ห้ามใครเข้าใกล้นายน้อยเนี่ย” หลี่หลา งเฟิงออกคำสั่ง
คนมากมายที่มีฝูเหิงเป็นหัวหน้าต่างก็ถอยห่างอย่างเงียบเชียบ มีเพียง หูหันและน้องชายสองคนเท่านั้นที่ไม่ได้รีบร้อนจากไป
“เจ้าหมายความว่าอะไร?” หลี่หลางเฟิงกล่าวอย่างหงุดหงิด
หูหันลังเลอยู่ชั่วครู่ก็คุกเข่าหันหน้าไปทางค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ นางก้มหน้าลงต่ำ “ก่อนหน้านี้ข้าเคยใส่ร้ายเนี่ยเทียน ข้า ข้าจะนั่งคุกเข่า อยู่ตรงนี้เพื่อขอคำอภัยจากเขา”
“พี่หญิง!” หูเซวียนตะโกนเสียงดังด้วยความสงสารนาง
“เจ้าถอยไป! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าทำผิดก็ควรต้องทำเช่นนี้!” หู หันตวาด “รอเนี่ยเทียนตื่นขึ้นมาแล้วจะฆ่าจะแกง ข้าก็จะยอมให้เขา จัดการ!”
——