ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 608 ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หูหันนั่งคุกเข่าเปลือยร่างไร้อาภรณ์ติดกายอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียน เอว และสะโพกของนางชดช้อยเว้าโค้งเป็นเส้นงดงาม
นางก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้ามองเนี่ยเทียน แขนขาวราวหยกเนื้อดีไขว้กัน ปิดบังหน้าอกคู่อวบอิ่มตั้งชันเอาไว้แนบแน่น ทว่าถึงกระนั้นก็ยังมีเนื้อ ขาวๆ โผล่ออกมาให้เห็น
สองข้างแก้มของนางเริ่มเป็นสีแดงปลั่ง เมื่อทำท่าทางโอนอ่อนยอมให้ จัดการเช่นนี้กลับทำให้นางเผยเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนหลงใหล
เนี่ยเทียนเดินเข้ามาใกล้พร้อมมองนางด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะมา หยุดยืนอยู่ตรงหน้าและยังไม่เอ่ยคำใด
หน้าตาของหูหันอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น สู้ไม่ได้แม้แต่เย่ฉินและฉิน แยน แน่นอนว่ายิ่งเทียบกับโฉมสะคราญงามล่มเมืองอย่างเผยฉีฉีและต่งลี่ ไม่ได้เข้าไปใหญ่
การกระทำทั้งหมดของนางในปีนั้น เนี่ยเทียนเองก็รู้ว่านางทำไปเพื่อ น้องชายของตัวเอง ทว่าน่าเสียดายที่…นิ้วมือของน้องชายนางก็ยังคงถูก หม่าจิ่วตัดทิ้งไปอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนไม่เอ่ยคำใด หูหันก็เริ่มกระวนกระวาย นางเงย หน้าขึ้นอย่างอดไม่ได้ มองเนี่ยเทียนปราดหนึ่งนางก็เห็นว่าในดวงตาของ เนี่ยเทียนมีแต่ความเฉยเมย ไม่มีความปรารถนาในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลย แม้แต่เสี้ยวเดียว
ร้องคร่ำครวญอยู่ในใจตัวเองพักหนึ่ง นางก็กล่าวออกมาอย่างขมขื่น ว่า “ข้ารู้ว่าตัวตนของนายน้อยเนี่ยไม่ธรรมดา เกรงว่าคงเจอกับสาวงาม มามากมาย แน่นอนว่าข้าย่อมเทียบพวกนางไม่ติด แต่…หลายปีมานี้ข้าก็ ยังคงครองตัวบริสุทธิ์ เพื่อน้องชายแล้ว ข้าต้องทรยศคนมากมาย ทำผิด นับไม่ถ้วน เพียงสิ่งเดียวที่ไม่เคยทำคือขายเรือนกายของตัวเอง
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็พูดขึ้นเบาๆ อีกว่า “ข้า ข้ายังสะอาด”
ในที่สุดบนใบหน้าของเนี่ยเทียนก็เผยสีหน้าแปลกใจ
เดิมทีเขาคิดว่าเพื่อช่วยเหลือน้องชาย หูหันน่าจะเสียสละทุกอย่างที่มี และน่าจะต้องผ่านผู้ชายมาแล้วมากมาย คาดไม่ถึงว่าหูหันจะยังรักษาเส้น บรรทัดฐานสุดท้ายซึ่งสตรีพึงมีเอาไว้ได้
“ในเมื่อหลายปีมานี้ล้วนผ่านมาได้ แล้วเหตุใดครั้งนี้ต้องย่ำยีตัวเอง?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“เพราะข้าไม่มีไพ่ตายที่เอามาแลกเปลี่ยนได้อีกแล้ว” หูหันหัวเราะ เย้ยหยันตัวเอง รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความร้าวราน “ตอนนั้นที่อยู่ใน เดือนดับ ขอบเขตของข้ายังเป็นต้นสวรรค์ช่วงกลาง บวกกับที่เข้าใจ วิธีการหลอมอาวุธ ดังนั้นจึงยังพอมีคุณค่า ข้าถูกหลีเหย่เก็บไว้ข้างกาย ถือว่ามีประโยชน์ต่อเดือนดับอย่างมาก”
“ภายหลังข้าเองก็ล่อเจ้าเข้าไปในเทือกเขาฮว้านคงได้จริง แม้จะ ล้มเหลว แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่พอมีอยู่”
“และหลังจากที่ล้มเหลวในครั้งนั้น ไม่นานข้าก็เลื่อนสู่เขตต้นสวรรค์ ช่วงท้าย ข้าแอบช่วยเปลวอัคคีทำเรื่องบางอย่าง ภายใต้ความช่วยเหลือ จากเปลวอัคคีจึงแอบช่วยน้องชายของข้าออกมาจากเดือนดับได้”
“ข้ากลายมาเป็นขุนนางต่างถิ่นของเปลวอัคคี น้องชายข้าก็อาศัยข้า ยืนหยัดอยู่ในซากปรักหักพัง”
กล่าวมาถึงตรงนี้นางก็ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “สำหรับเดือนดับ และเปลวอัคคี ข้ายังถือว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่สำหรับนายน้อยเนี่ย …ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองมีคุณค่าอะไร”
เนี่ยเทียนไปไหนมาไหนเพียงลำพัง ไม่เคยจับกลุ่มผูกมิตรกับผู้ใด และ ยิ่งไม่ต้องการลูกน้อง
ฝีมือการหลอมอาวุธเล็กๆ น้อยๆ ของนางอาจจะสำคัญต่อเดือนดับ และเปลวอัคคี ทว่าเบื้องหลังเนี่ยเทียนมีหลีเหย่และท่านเจิน แล้วมีหรือที่ เขาจะมาเห็นค่าคนที่หลอมอาวุธได้งูๆ ปลาๆ อย่างนาง?
ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงท้ายของนาง เมื่อเผชิญกับโครงกระดูกปีศาจ เลือด และยังมีหลี่หลางเฟิงที่เป็นผู้ติดตามของเนี่ยเทียนก็ยิ่งเทียบไม่ติด ฝุน
นางครุ่นคิดหมดทุกหนทางแล้วก็พบว่านอกจากเรือนกายที่ยังบริสุทธิ์ ก็ไม่มีสิ่งใดให้เอาออกมาใช้ได้อีก
สถานการณ์ของอาณาจักรเลี่ยคงยามนี้ย่ำแย่ ต่อให้ไม่มีภัยคุกคาม จากชนต่างเผ่าหรือสัตว์วิเศษแปรสภาพ น้องชายนางที่อยู่ในปุาม่านเทาก็ ยังไม่สามารถประคองตัวเองได้
แถมนางยังเคยทำเลวไว้กับเนี่ยเทียน นอกจากจะใช้เรือนกายมา แลกเปลี่ยนชีวิตของน้องชายแล้ว นางจะยังทำอะไรได้อีก?
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว จ้องนางอยู่นานถึงได้เอ่ยเนิบช้า “สวมเสื้อผ้าซะ เถอะ”
“นายน้อยเนี่ย เจ้า?” หูหันเงยหน้ามองเขาด้วยความงงงัน
“สังหารเจ้านั้นง่าย แต่ข้ารู้สึกว่าต่อให้ฆ่าเจ้าก็ไม่ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นมา ได้” เนี่ยเทียนหรี่ตาลง “ส่วนเรือนกายนี้ของเจ้า เจ้าก็เก็บไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ข้ายังไม่คิดจะเสพสุข”
“งั้น งั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้นายน้อยเนี่ย” หูหันดวงตาเป็นประกาย แล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยืนอยู่ข้างกายเขาอย่าง เคารพนอบน้อม “เจ้าต้องการตอนไหน ข้าจะนำมาเสนอให้แต่โดยดี นอกจากนี้แล้ว ไม่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรให้ ข้าก็จะทำอย่างสุด ความสามารถ”
เนี่ยเทียนสีหน้าเย้ยหยัน “เจ้าจะทำอะไรให้ข้าได้?”
“ข้า…” หูหันยิ้มเจื่อน
“เจ้าไปซะเถอะ ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาทำอะไรเพื่อข้า” เนี่ยเทียน โบกมือ บอกเป็นนัยให้นางจากไป
“นายน้อยเนี่ย น้องชายข้า…” หูหันจะพูดแต่ก็หยุดชะงักไปก่อน
“น้องชายของเจ้า เจ้าดูแลเอง” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเบาๆ หนึ่งที ก่อน จะตะโกนอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ให้ฝูเหิงมาพบข้า”
“ได้” เสียงหลี่หลางเฟิงตะโกนตอบกลับมาแว่วๆ
ไม่นานหลังจากนั้นหลี่หลางเฟิงก็พาฝูเหิงจากเปลวอัคคีมาถึง เมื่อฝู เหิงเห็นว่าหูหันก็อยู่ด้วย เขาก็มีสีหน้าประหลาดใจ
ทว่าเขาแค่มองหูหันปราดเดียวก็ถอนสายตากลับ จากนั้นจึงหันไปพูด ขอร้องวิงวอนเนี่ยเทียน “นายน้อยเนี่ย โปรดให้พวกเราอยู่ข้างกายท่าน ด้วยเถอะ”
“ข้าไม่ใช่ขุนนางต่างถิ่นของเปลวอัคคี ไม่มีหน้าที่ต้องคุ้มครองความ ปลอดภัยให้พวกเจ้า” เนี่ยเทียนสีหน้าเฉยชา แล้วก็ไม่สนใจหูหันที่ไล่ไม่ ยอมไป ถามเข้าประเด็นทันที “เจ้าน่าจะมีหินส่งข้อความเสียงที่สามารถ ติดต่อกับคนอื่นที่หนีไปได้กระมัง?”
ฝูเหิงกล่าว “มีอยู่จริง”
“รู้หรือไม่ว่าตอนนี้มีค่ายกลนำส่งแห่งใดสามารถพาออกไปจาก อาณาจักรเลี่ยคงได้?” เนี่ยเทียนถาม
ฝูเหิงส่ายหน้า “หากยังมีค่ายกลนำส่งที่พาออกไปได้ พวกเราจะต้อง มาหลบภัยในปุาม่านเทาจนเป็นเหตุให้สหายมากมายตายไปทำไม?”
“แสดงว่าก่อนที่สำนักใหญ่ๆ จะจากไปได้ทำลายค่ายกลนำส่งหมดทุก หลังแล้ว?” เนี่ยเทียนถามเสียงหนัก
“จากข้อมูลที่ข้ารู้มาเป็นเช่นนี้” ฝูเหิงถอนหายใจหนึ่งครั้ง “เดือนดับ และเปลวอัคคีของข้าค่อนข้างจะซวยหน่อย สำนักใหญ่ๆ พวกนั้นไม่ทัน รอให้พวกเราจากไปก็บังคับทำลายค่ายกลนำส่งทิ้ง ทว่ากะโหลกเลือด
ของเมืองโพ่เมี่ยกลับโชคไม่เลว ได้ยินมาว่าพวกหอหันปิงยอมให้พวกเขา หนีไปก่อนแล้วค่อยทำลายค่ายกล”
“พูดแบบนี้แสดงว่ากะโหลกเลือดหนีไปได้อย่างปลอดภัย?” เนี่ย เทียนถาม
“รายละเอียดไม่รู้ชัด” ฝูเหิงเองก็จนใจ “กะโหลกเลือดและเปลวอัคคี ของพวกเราเดิมก็คือศัตรูกัน ก่อนหน้าที่ชนต่างเผ่าจะเข้ามา แม้ว่าจะมี การพูดคุยกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้มากถึงระดับที่พูดคุยกันอย่าง ตรงไปตรงมา ข่าวที่พวกเราได้รับก็มีเพียงแค่ว่าสำนักใหญ่เหล่านั้นยอมให้ กะโหลกเลือดจากไป ส่วนข้อที่ว่าพวกเขาจะเลือกอย่างไร พวกเราก็ไม่ อาจรู้ได้”
“คนอื่นๆ ของเปลวอัคคีไปที่ไหนกัน?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“ทำเหมือนพวกเรา นั่นคือเลือกสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดใน อาณาจักรเลี่ยคง” ฝูเหิงสีหน้าหม่นหมอง “ก่อนหน้านี้สถานที่เหล่านั้น ล้วนเป็นฟูาดินที่พวกเราไม่เคยไปสำรวจมาก่อน คาดไม่ถึงว่า…จำนวน สัตว์วิเศษแปรสภาพที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นจะมากผิดปกติ ไม่เพียงแต่พวก เรา พวกคนกลุ่มอื่นๆ ที่แยกกันหนีไปก็เจอสัตว์วิเศษแปรสภาพ ตกอยู่ใน สภาพเช่นเดียวกับพวกเรา”
“มีหลายกลุ่มที่ขาดการติดต่อไปอย่างสิ้นเชิง น่าจะย่ำแย่กว่าพวกเรา หรือไม่ก็ตายกันไปหมดแล้ว”
เนี่ยเทียนเงียบไปพักใหญ่ถึงถามอีกว่า “รู้หรือไม่ว่าการกระจายกอง กำลังของอาณาจักรเลี่ยคงตอนนี้เป็นเช่นไร?”
“ไม่แน่ใจนัก สถานที่ที่ก่อนหน้านี้มีคนอยู่อย่างเทือกเขาฮว้านคง เมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างต่างก็ไม่มีคนอยู่แล้ว ไม่มี ใครที่รนหาที่ตายกล้าอยู่ในสถานที่แบบนั้นต่อ” ฝูเหิงกล่าว
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วนิ่งคิด ก่อนจะโบกมือบอกเป็นนัยให้ฝูเหิงไปได้
“นายน้อยเนี่ย คือว่า…” ฝูเหิงอ้อนวอนอีกครั้ง
“ข้าไม่มีทางซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลอย่างพวกเจ้า” เนี่ยเทียนแค่น เสียงเย็น “ข้ามีแค่คำแนะนำเดียวให้พวกเจ้า อย่าขยับเข้าไปในปุาม่าน เทาลึกกว่านี้ ด้านในน่าจะยังมีสัตว์วิเศษแปรสภาพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า ด้วยฝีมือของพวกเจ้าคงไม่มีทางรอดชีวิตได้”
“ข้ารู้” ฝูเหิงถอนหายใจ
เนี่ยเทียนลังเลไปพักหนึ่งก็หยิบเอาหินวิเศษบางส่วนออกมาวางไว้บน พื้น “หินวิเศษนี้ข้ามอบให้พวกเจ้า หวังว่าจะช่วยให้พวกเจ้ายืนหยัดกันไป ได้อีกระยะหนึ่ง”
อาวุธวิเศษทุกชิ้นที่ใช้ต้านทานปราณวิญญาณสกปรกล้วนอาศัยหิน วิเศษ ความเป็นความตายของคนเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับหินวิเศษเช่นกัน
ในสายตาของเนี่ยเทียน การที่เขามอบหินวิเศษให้อีกฝุายและปล่อย พวกเขาไปตามยถากรรม เท่านี้ก็ถือว่ามีน้ำใจมีเมตตามากแล้ว
เขาไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเฝูาพิทักษ์คนเหล่านี้อยู่ที่นี่
ยิ่งเมื่อเขารู้ว่าชนต่างเผ่าสามารถเดินทางผ่านรอยแยกห้วงมิติไปยัง อาณาจักรต่างๆ ด้วยแล้ว
เมื่อเห็นว่าฝูเหิงทำท่าจะร้องขออีกครั้ง เนี่ยเทียนก็แค่นเสียงเย็นหนึ่ง ทีแล้วบอกเป็นนัยกับหลี่หลางเฟิง ก่อนที่พวกเขาสองคนจะบินขึ้นไปบน ไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือด
ไม่นานภายใต้สายตาสิ้นหวังของฝูเหิงและหูหันที่มองมา โครงกระดูก ปีศาจเลือดก็บินทะยานขึ้นไปสู่ฟากฟูา
“ทิศทางนี้ ไม่ใช่จุดลึกของปุาม่านเทา เขาจะไปที่ไหน?” ฝูเหิงตะลึง “หรือเขาคิดจะไปที่เทือกเขาฮว้านคง?”
“เทือกเขาฮว้านคงต้องมีชนต่างเผ่าแข็งแกร่งเฝูาพิทักษ์อยู่อย่าง แน่นอน หุ่นเชิดเลือดตัวนี้คงช่วยอะไรเขาไม่ได้” หูหันอึ้งงัน พึมพำกับ ตัวเองเบาๆ “อยู่ในปุาม่านเทาแห่งนี้ไม่ดีหรือ? แม้ที่นี่จะมีสัตว์วิเศษแปร สภาพ แต่ก็เหมือนว่าพวกชนต่างเผ่าจะไม่เดินทางมาที่นี่ ในเวลาสั้นๆ ที่ แห่งนี้จึงน่าจะยังปลอดภัย”
ฝูเหิงเงียบไปครู่ก็พลันเอ่ยขึ้นว่า “ข้าเข้าใจแล้ว เขามีคนที่จำเป็นต้อง ปกปูอง คนเหล่านั้นน่าจะอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียน! หลังจากที่ค่ายกล นำส่งทั้งหมดถูกทำลาย บางทีในจุดลึกของเทือกเขาฮว้านคงที่มีรอยแยก ห้วงมิติอยู่มากมาย อาจมีเส้นใดเส้นหนึ่งที่พาเขากลับไปได้”
“เขาไม่รู้เวทลับห้วงมิติก็ไม่น่าจะหารอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไป ยังอาณาจักรหลีเทียนเจอไม่ใช่หรือ?” หูหันกล่าว
“จะใช้หลักทั่วไปมามองคนผู้นี้ได้อย่างไร” ฝูเหิงถอนหายใจ
“เขาไปแล้ว พวกเรา…ควรจะไปที่ไหนกันดี?” ในดวงตาของหูหันเต็ม ไปด้วยความสิ้นหวัง
“เมื่อเทียบกับพวกสำนักใหญ่ๆ เขาถือว่าดีกับพวกเรามากแล้ว” มอง หินวิเศษที่เนี่ยเทียนทิ้งไว้ให้ ฝูเหิงจึงกล่าวต่อว่า “มีหินวิเศษพวกนี้ อย่าง น้อยพวกเราก็สามารถยืนหยัดได้อีกพักหนึ่ง หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น สถานการณ์ในอาณาจักรเลี่ยคงจะดีขึ้นบ้างแล้ว”
“นายน้อยเนี่ย ท่านจะไปไหนหรือ?” เมื่ออยู่บนร่างของโครงกระดูก ปีศาจเลือด หลี่หลางเฟิงก็หวาดหวั่นไม่เป็นสุข “ดูเหมือนว่าปุาม่านเทา จะไม่มีชนต่างเผ่ามาเยือน อย่างน้อยตอนนี้ที่นี่ก็ยังปลอดภัย หรือท่านคิด จะไปเมืองโพ่เมี่ยหรือไม่ก็เทือกเขาฮว้านคง?”
“ไม่แน่ว่าจะต้องไปเทือกเขาฮว้านคง แต่พวกเราต้องหาชนต่างเผ่าให้ เจอ ถึงจะได้รู้ข่าวที่มีประโยชน์จากปากพวกมัน” เนี่ยเทียนมีแผนการใน ใจนานแล้ว “พวกฝูเหิงหวาดกลัวจนสิ้นสติกันนานแล้ว ข่าวที่พวกเขา ได้มาไม่มีค่าใดๆ ขอแค่หาชนต่างเผ่าเจอ พวกเราถึงจะได้รู้สถานการณ์ที่ แท้จริงของเมืองโพ่เมี่ย”
“และมีเพียงอาศัยชนต่างเผ่าถึงจะรู้ได้ว่ามีวิธีไปจากที่แห่งนี้หรือไม่!”
หลี่หลางเฟิงขมวดคิ้ว “หากชนต่างเผ่าสามารถไปจากที่นี่ได้ ใน ดินแดนดาวตกก็ไม่มีที่แห่งใดปลอดภัย ตามความเห็นข้า การอยู่ในปุา ม่านเทานับว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง”
“ข้ามีเหตุผลที่จำต้องไป” ในสมองของเนี่ยเทียนมีใบหน้าของพวก เนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน และอูจี้อาจารย์ของเขาลอยขึ้นมา
คนเหล่านี้ต่างก็อยู่ที่อาณาจักรหลีเทียน และอาณาจักรหลีเทียนก็เป็น ที่เดียวที่ไม่มีเขตวิญญาณนั่งบัญชาการณ์ ไม่มีค่ายกลโบราณที่ทำให้ สายเลือดระดับเจ็ดรู้สึกยุ่งยากใจ
หากชนต่างเผ่าไปโผล่ที่นั่น คนที่เขาเป็นห่วงอย่างเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน อูจี้จะทำอย่างไร?
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลี่หลางเฟิงเอ่ยเบาๆ
ยามนี้เขารู้แล้วว่าเนี่ยเทียนแตกต่างจากคนมากมายที่เขาเคยเจอมา อย่างเห็นได้ชัด
มองใบหน้าของเนี่ยเทียนที่ยังคงเด็ดเดี่ยวยืนกรานถึงแม้จะเผชิญ อันตรายใหญ่หลวง เขาก็ไม่เอ่ยเกลี้ยกล่อมอีก
โครงกระดูกปีศาจเลือดบินออกมาจากปุาม่านเทาแล้ว เนี่ยเทียนก็ยัง สัมผัสไม่ได้ถึงชนต่างเผ่าแม้แต่คนเดียว นี่จึงทำให้เขาแอบผิดหวัง ทว่า ทันใดนั้นเขาก็เห็นคนผู้หนึ่งปรากฏตัวอยู่ในเส้นสายตา
“เขายังอยู่อีกหรือนี่!”
——