ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 609 ต่อให้ตาย ข้าก็ยินดี!
ในเมืองเก่าแก่สภาพสมบูรณ์แบบที่เนี่ยเทียนผ่านไปก่อนหน้านี้ เวลา นี้มีคนผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ เหนือศีรษะของเขามีชนเผ่าเกล็ดดำและเผ่า ปักษาห้าคนลอยอยู่นิ่งๆ เพราะถูกม่านแสงพลังวิญญาณกักกันเอาไว้
ชนต่างเผ่าทั้งห้านั้นล้วนมีบาดแผลเหวอะหวะไปทั้งร่าง บางครั้งก็มี มีดแสงแห่งมิติเส้นหนึ่งกรีดผ่านบนร่างของพวกเขาทำให้มีรอยแผลลึกถึง กระดูกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรอย
ข้างกายคนผู้นั้นยังมีศพที่กระจายเป็นส่วนๆ ของชนเผ่าหินเทาและ เผ่าปักษากองอยู่
“ใครกัน?” หลี่หลางเฟิงอุทานเบา
“จ้าวซานหลิง!” เนี่ยเทียนพูดสีหน้าตกใจ
พอได้ยินว่าจ้าวซานหลิงยังอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง หลี่หลางเฟิงก็มีสี หน้าตกตะลึงน้อยๆ รีบพูดว่า “ท่านมองเห็นเขา? งั้นเขา…”
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “ด้วยขอบเขตและตบะของจ้าวซานหลิง ในเมื่อข้า มองเห็นเขา เราก็ไม่มีที่ให้หลบเลี่ยงอีกแล้ว”
“ก็จริง” หลี่หลางเฟิงได้แต่ขนลุกขนชัน “แล้วจะทำอย่างไรกันดี?”
“ช่วยไม่ได้ คงต้องยอมไปหาเขาแต่โดยดี” เนี่ยเทียนเองก็จนใจ เหมือนกัน เขาได้แต่บอกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปยังเมืองที่ถูก ทอดทิ้งแห่งนั้น
ทิพย์จักษุลอยอยู่เหนือเมืองแห่งนั้น วินาทีที่เขามองเห็นจ้าวซานหลิง ผ่านทิพย์จักษุก็สังเกตเห็นแล้วว่าจ้าวซานหลิงชายตามองมายังตำแหน่งที่ ทิพย์จักษุลอยตัวอยู่ด้วยท่าทางครุ่นคิด
ตอนนั้นเขาก็รู้เลยว่าจ้าวซานหลิงสัมผัสได้ถึงทิพย์จักษุของเขาแล้ว
ด้วยตบะเขตวิญญาณของจ้าวซานหลิง บวกกับที่เขายังเชี่ยวชาญเวท ลับห้วงมิติที่ลึกลับที่สุดบนโลกใบนี้ เขาย่อมจากไปได้อย่างง่ายดาย
ขอแค่จ้าวซานหลิงต้องการ ต่อให้มีโครงกระดูกปีศาจเลือดอยู่ด้วย อีกฝุายก็ต้องตามมาทันแน่นอน
แทนที่จะหลบๆ ซ่อนๆ ก็สู้ไปหาอีกฝุายอย่างโจ่งแจ้งเพื่อดูว่าอีกฝุาย ต้องการอะไรดีกว่า
โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้สังหารสัตว์วิเศษแปรสภาพในปุาม่านเทา ไปไม่น้อย พลังเลือดที่ได้รวบรวมมาจึงไม่ธรรมดา ความสามารถในการ ต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย
ตามความเห็นของเนี่ยเทียน หากมีโครงกระดูกปีศาจเลือดคอยให้การ ปกปูองเขา จ้าวซานหลิงก็คงไม่สามารถลงมือกับเขาได้ง่ายดายขนาดนั้น
หลังจากผ่านไปหลายนาที โครงกระดูกปีศาจเลือดก็พาเขาและหลี่ หลางเฟิงมาปรากฏตัวอยู่ในเส้นสายตาของจ้าวซานหลิง
“หึ เป็นเจ้าเองรึ” จ้าวซานหลิงไม่มีท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย แม้เขา จะสัมผัสได้ถึงทิพย์จักษุ และสัมผัสได้ถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของพลัง จิตวิญญาณที่ชัดเจน แต่กลับไม่ได้นึกถึงเนี่ยเทียนทันที ยังนึกไปว่าจะเป็น
เขตสามัญและเขตลี้ลับของเปลวอัคคีหรือเดือนดับที่รนหาที่ตายมาลอบ มองเขา
“คารวะผู้อาวุโส” เนี่ยเทียนสั่งให้โครงกระดูกปีศาจเลือดลดตัวลง แต่ ว่ายังคงรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยกับจ้าวซานหลิง ทั้งยังแอบบอกโครง กระดูกปีศาจเลือดว่าหากจ้าวซานหลิงมีท่าทีผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย หรือคิดจะลงมือโจมตีเขาก็ให้มันลงมือเต็มกำลังได้เลย
“ดูท่าแหวนเก็บของที่ได้ไปจากข้าคงมีประโยชน์กับเจ้ามากจริงๆ” จ้าวซานหลิงครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง มองโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นก็อดเอ่ยชม ไม่ได้ “เจ้านี่ช่างมีโชคดีเทียมฟูาจริงๆ หุ่นเชิดเลือดที่พลังการต่อสู้ เทียบเคียงกับเขตวิญญาณเช่นนี้ก็ยังถูกเจ้าบงการได้ มีฝีมือยิ่งนัก”
“บุตรแห่งดวงดาว!” เมื่อเผ่าเกล็ดดำคนหนึ่งที่ถูกม่านแสงพลัง วิญญาณกักตัวให้ลอยอยู่กลางอากาศสังเกตเห็นเนี่ยเทียน เขาก็พลันหน้า เปลี่ยนสี ก่อนจะพูดด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ที่ชัดเจนอย่างถึงที่สุด “เจ้า เจ้า กลับมาได้อย่างไร?”
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ คนผู้นี้คงจะร่วมการล้อม โจมตีเขาบนเกาะนั้นด้วยกระมัง
เพียงแต่ว่าตอนนั้นชนต่างเผ่ามีเยอะมาก อีกทั้งเผ่าเกล็ดดำก็ไม่ใช่เผ่า ที่แข็งแกร่งเท่าใดนัก ความสามารถของคนผู้นั้นมีจำกัด ดังนั้นเนี่ยเทียน จึงจำเขาไม่ได้
“บุตรแห่งดวงดาว…”
ประโยคนี้ของเขาทำให้จ้าวซานหลิงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ สายตาที่มอง ไปยังเนี่ยเทียนยิ่งแสดงความสนใจ
“ฉับ!”
มีดแสงห้วงมิติที่เปล่งประกายแวววาวกรีดผ่านอากาศ พวกชนเผ่าหิน เทาและเผ่าเกล็ดดำที่ถูกเขาแขวนไว้กลางอากาศสูงล้วนถูกฆ่าตายหมด สิ้น
รอจนศพเหล่านั้นร่วงกระแทกลงพื้น จ้าวซานหลิงถึงได้ขมวดคิ้ว คล้ายครุ่นคิดอะไรอยู่
เนี่ยเทียนไม่เอ่ยคำใด แต่แอบโคจรพลังของตัวเอง ทั้งยังใช้สายตา บอกเป็นนัยกับหลี่หลางเฟิง บอกให้เขาระวังตัวสักหน่อย
ไม่มีใครเดาใจจ้าวซานหลิงผู้นี้ได้ เนี่ยเทียนรู้แค่ว่าเขาเป็นคนโอหังทำ อะไรตามใจชอบ ไม่สนใจกฎเกณฑ์ที่สำนักใหญ่ๆ ในดินแดนดาวตกตั้ง เอาไว้แม้แต่น้อย
บางทีหายนะของดินแดนดาวตกครั้งนี้ก็ไม่ถูกเขาเก็บมาใส่ใจด้วย เช่นกัน
ชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามา อาณาจักรเลี่ยคงเสียการปูองกัน แต่ละ อาณาจักรล้วนตกอยู่ท่ามกลางอันตราย แต่เกรงว่านั่นคงไม่ทำให้ใจของ เขาเกิดคลื่นเคลื่อนไหวใดๆ ได้
ผ่านไปพักใหญ่ จ้าวซานหลิงก็พลันหัวเราะหึหึ “เนี่ยเทียน เหตุใดเจ้า ถึงไม่ได้กลับอาณาจักหลีเทียน?”
“มีเรื่องมาถ่วงเวลาไว้ก่อน” เนี่ยเทียนกล่าว
“ครั้งที่แล้วที่ได้เจอเจ้า เจ้ามีเขตต้นสวรรค์ช่วงกลาง แต่ตอนนี้เลื่อนสู่ ช่วงท้ายแล้ว” จ้าวซานหลิงพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค “ดูท่าแล้ว เป็น เพราะการฝุาทะลุขอบเขตจึงทำให้เจ้าไม่สามารถออกไปจาก อาณาจักรเลี่ยคงได้ทันเวลา เจ้าพลาดโอกาสจะกลับไปแล้ว หากคิดจะ กลับไปคงไม่ง่ายขนาดนั้น”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบรับ เขาก็หัวเราะเบาๆ หนึ่งทีแล้วพูดกับตัวเอง ต่อไป “ทางฝุายของอาณาจักรหลีเทียน สถานการณ์ย่ำแย่อย่างมาก”
หัวใจของเนี่ยเทียนพลันบีบรัดตัว
“พูดแล้วก็น่าแปลก” จ้าวซานหลิงพลันหันไปมองทิศทางของ เทือกเขาฮว้านคงด้วยสีหน้าประหลาด “ในเทือกเขาฮว้านคงมีรอยแยก ห้วงมิติมากมายที่ล่องลอยไม่แน่นอน รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นซับซ้อน มาก ส่วนใหญ่ล้วนเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรที่ไม่เหมาะให้เผ่ามนุษย์ใช้ฝึก ตน และไม่มีวัตถุดิบหายาก”
“แต่ว่า รอยแยกห้วงมิติอำพรางหลายเส้นก็ได้ถูกซวีเฉิงเปิดเอาไว้ โดยเฉพาะจึงเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรอื่นๆ ได้”
“ต่อให้ชนต่างเผ่าคิดจะเข้าไปสำรวจรอยแยกห้วงมิติที่ถูกอำพราง เหล่านั้นก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทว่าพอเขตวิญญาณของสำนักใหญ่ๆ จาก ไป รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรหลีเทียนกลับโผล่ ออกมา”
เนี่ยเทียนตะลึงอย่างหนัก “ว่าไงนะ?”
ดวงตาของหลี่หลางเฟิงเปล่งแสงวาบ เขาคิดหนักอยู่นาน สีหน้าก็ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะพูดให้ชัดเจนกว่าเดิมสักหน่อยก็แล้วกัน” จ้าว ซานหลิงหัวเราะหึหึเสียงแปร่งหู “มีคนจงใจเปิดเผยรอยแยกห้วงมิติอำ พรางที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรหลีเทียน ทำให้ชนต่างเผ่าสามารถ เดินทางไปยังอาณาจักรหลีเทียนได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เขตวิญญาณและ ลูกศิษย์สำนักใหญ่ทุกคนจะหนีไปต่างก็ทำลายค่ายกลนำส่งทิ้งไปหมด”
“หากชนต่างเผ่าคิดจะจากอาณาจักรเลี่ยคงไปยังอาณาจักรเก้าแห่งที่ เหลือก็ได้แต่อาศัยรอยแยกห้วงมิติในเทือกเขาฮว้านคงเท่านั้น”
“รอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยังเก้าอาณาจักรหายากมากเป็น พิเศษ ต่อให้พวกชนต่างเผ่าคิดจะหาให้เจอก็ยังต้องใช้เวลายาวนาน”
“แต่ว่าคนใจดีดันมีเยอะ ถึงได้นำรอยแยกห้วงมิติเส้นที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรหลีเทียนมาเปิดเผยต่อหน้าพวกชนต่างเผ่า”
“เป็นฝีมือของใคร?” เนี่ยเทียนคำรามคลั่งแค้น
“เรื่องนั้นข้าไม่รู้” เห็นเนี่ยเทียนเหมือนภูเขาไฟที่ปะทุแล้วพลันระเบิด ในพริบตา จ้าวซานหลิงก็หรี่ตาลง พูดด้วยน้ำเสียงไม่รีบไม่ร้อน “เท่าที่ข้า รู้มา มีชนต่างเผ่าไม่น้อยฉวยโอกาสบุกเข้าไปในอาณาจักรหลีเทียนจริง เกรงว่าคนในอาณาจักรหลีเทียนคงอยู่กันไม่เป็นสุขนัก”
เนี่ยเทียนร้อนใจราวมีไฟลน อยากจะให้ตัวเองมีปีกบินไปยัง อาณาจักรหลีเทียนให้รู้แล้วรู้รอด
พอคิดถึงว่าคนที่เขาห่วงใยล้วนอยู่ในอาณาจักรหลีเทียน แถมใน อาณาจักรหลีเทียนก็ไม่มีทั้งค่ายกล ไม่มีทั้งเขตวิญญาณเป็นผู้รักษาการณ์ ในสมองของเขาก็มีแต่ภาพเลือดที่นองแผ่นดินลอยขึ้นมา
“ข้าต้องหาให้เจอให้ได้ว่าใครมันเป็นคนเปิดเผยรอยแยกห้วงมิติเส้นที่ โยงไปยังอาณาจักรหลีเทียน!” เนี่ยเทียนร้องคำรามดั่งสัตว์บาดเจ็บ
“เจ้าอยากกลับไปอาณาจักรหลีเทียน?” จ้าวซานหลิงตะลึงงัน
ต่อให้มีโครงกระดูกปีศาจเลือดอยู่กับตัว แต่หากเนี่ยเทียนคิดจะไป อาณาจักรหลีเทียนก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไรได้ กลับยิ่งพา ตัวเองไปติดอยู่ในสภาวะยากลำบากด้วยซ้ำ ในสายตาของเขา นี่ถือเป็น การกระทำที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
“อยาก!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“ค่ายกลนำส่งทั้งหมดในอาณาจักรเลี่ยคงที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักร อื่นล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว คนเดียวที่มีความสามารถพาเจ้าไปส่งยัง อาณาจักรหลีเทียนก็คือข้า” จ้าวซานหลิงยิ้มกริ่ม
“ผู้อาวุโส ข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นไร ท่านถึงจะยินดีช่วยพาข้า กลับไป?” เนี่ยเทียนพลันสงบสติอารมณ์ลงได้
ตอนนี้ตลอดทั้งดินแดนดาวตก ผู้แข็งแกร่งที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ ทั้งยังมีเขตวิญญาณก็อาจจะมีเพียงเจ้าคนบ้าผู้นี้เท่านั้น
และก็มีเพียงเขาที่ถึงจะมีความสามารถหรือมีวิธีอื่นพาตนออกไปจาก อาณาจักรเลี่ยคงได้
หากเขาคิดจะกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนก็ได้แต่อาศัยความ ช่วยเหลือจากอีกฝุาย นอกจากนี้แล้วเขาก็ไร้ทางเลือกอื่น
“อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ มาฟังข้าเล่าสถานการณ์ในอาณาจักรเลี่ย คงก่อนแล้วเจ้าค่อยตัดสินใจอีกที” จ้าวซานหลิงขมวดคิ้วน้อยๆ “อาณาจักรเลี่ยคงในเวลานี้ อันที่จริงมีเพียงชนต่างเผ่าสายเลือดระดับ เจ็ดสองคนเท่านั้นที่นั่งบัญชาการณ์ ดูเหมือนว่าเปูาหมายของพวกเขาจะ ไม่ใช่อาณาจักรเลี่ยคง เพียงแต่อาศัยที่นี่เป็นจุดเปลี่ยนเท่านั้น”
“ชนต่างเผ่าที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่เทือกเขาฮว้า นคง ไม่ได้คิดจะไปฮุบสถานที่อย่างปุาม่านเทา”
“พวกคนของเปลวอัคคี เดือนดับและกะโหลกเลือดที่หนีไปยังพื้นที่ อย่างปุาม่านเทา ก็เหมือนว่าพวกชนต่างเผ่า…คร้านจะตามไปไล่ฆ่าพวก เขา”
“ดังนั้นอาณาจักรเลี่ยคงจึงแตกต่างไปจากที่ทุกคนคิด ที่นี่เป็นที่ที่ ปลอดภัยกว่ามาก อยู่ที่นี่อาจไม่ใช่ทางตัน แต่หากออกจากอาณาจักรเลี่ย คงไปยังอาณาจักรอื่นๆ ต่างหากถึงจะเป็นความผิดพลาด”
หลี่หลางเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่ก็กล่าวว่า “นายน้อยเนี่ย ดูเหมือนว่าจะ เป็นอย่างนี้จริงๆ นะ ในปุาม่านเทาไม่มีชนต่างเผ่าไปเยือน พวกฝูเหิงก็แค่ เป็นกังวลกันไปเองเท่านั้น”
“ผู้อาวุโสจ้าว ความหมายของท่านคือ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“อยู่ที่นี่ขอแค่ซ่อนตัวอยู่ในปุาม่านเทา ไม่ไปหาเรื่องเจ้าสองคนนั้นที่ เทือกเขาฮว้านคง มีหุ่นเชิดเลือดตัวนี้อยู่ด้วย เจ้าก็น่าจะปลอดภัย” จ้าว
ซานหลิงแค่นเสียง “แต่หากเจ้ากลับอาณาจักรหลีเทียน นั่นต่างหากถึง เรียกว่ารนหาที่ตาย!”
“ขอแค่ได้กลับไป ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ยินดี!” เนี่ยเทียนกล่าวเน้นย้ำที ละคำ
จ้าวซานหลิงมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะส่ายหัว “ช่างเป็นคนที่ ไร้เหตุผลจริงๆ ช่างเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง หากเจ้ารอดพ้นหายนะ ครั้งนี้มาได้ก็จงรับปากข้าหนึ่งเรื่อง”
“เรื่องอะไร?” เนี่ยเทียนรีบถาม
“รอให้เจ้ารอดก่อนค่อยว่ากัน ตามความเห็นข้า เจ้ามีสิทธิ์ตาย มากกว่ารอด ตอนนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่ข้าจะต้องบอกเจ้า” จ้าวซานห ลิงแค่นเสียงกล่าว
“ก็ได้” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
“ตามข้ามา” ดวงตาจ้าวซานหลิงพลันเปลี่ยนแปลงไป จุดตัดห้วงมิติ ที่ลึกลับเกินคาดเดาล้วนเปล่งวาบอยู่ในลูกตาดำของเขา
พื้นที่ระหว่างเขาและเนี่ยเทียนมีเสียงประหลาดดัง “ฟูุวๆ” ก่อนที่ รอยแยกห้วงมิติแคบยาวเส้นหนึ่งจะก่อตัวขึ้น ร่างเขาเปล่งแสงวาบหนึ่ง ครั้งก็หายเข้าไปข้างใน
เนี่ยเทียนเรียกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดบินเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ เส้นนั้น
ชั่วขณะถัดมาเขาก็มาเผยตัวอยู่ในพื้นที่แห่งความตาย ที่เขาเห็นอยู่ ตอนนี้คือตัวเองอยู่ในหลุมลึกแห่งหนึ่งที่มีหินอุกาบาตปักอยู่
“เปรี๊ยะ!”
หินอุกกาบาตแตกออกเป็นช่องทางหิน จ้าวซานหลิงเหยียบเข้าไป ด้านใน เนี่ยเทียนก็รีบเก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดไว้ในแหวนเก็บของแล้ว ตามเข้าไป
ค่ายกลนำส่งโบราณเรียบง่ายหลังหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ในหิน อุกกาบาตก้อนนั้นกำลังปลดปล่อยคลื่นห้วงมิติออกมาเป็นระลอก
“เข้าไปเถอะ ข้าจะส่งเจ้าไปที่อาณาจักรหลีเทียน” จ้าวซานหลิง กล่าวเนิบช้า
——