ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 610 อาณาจักรหลีเทียน อูจี้!
อาณาจักรหลีเทียน ก้นแม่น้ำสายหนึ่ง พื้นดินแตกระแหง ค่ายกล นำส่งหลังหนึ่งที่ประกอบจากหยกคงหลิงพลันเปล่งแสงวาบ
“ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างสามร่างเดินออกมาจากในค่ายกล ทั้งสามก็คือเนี่ยเทียน จ้าว ซานหลิงและหลี่หลางเฟิง
จ้าวซานหลิงคว้าร่างเนี่ยเทียนและหลี่หลางเฟิงให้ทะยานพุ่งออกจาก แม่น้ำขึ้นไปปรากฏตัวอยู่บนพื้นดินด้านนอก
พื้นดินปริแตกเบื้องล่างแม่น้ำประสานตัวเขาหากันอย่างน่าพิศวง คล้ายตรงจุดนั้นไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
“ที่นี่คือ?” เนี่ยเทียนงงงัน
“มุมหนึ่งของอาณาจักรเลี่ยคง ถือเป็นพื้นที่มุมหนึ่งของสำนักภูตผี” จ้าวซานหลิงอธิบายง่ายๆ หนึ่งประโยคก็กล่าวต่อว่า “ทุกอาณาจักรใน ดินแดนดาวตกต่างก็มีการจัดวางค่ายกลนำส่งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรแห่งใด สำหรับข้าแล้วก็ล้วนสามารถเดินทางผ่านได้อย่าง ราบรื่น”
“มิน่าเล่าท่านถึงได้กล้าอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงต่อ” เนี่ยเทียนกล่าว ปลงอนิจจัง
เก้าอาณาจักรในดินแดนดาวตก รวมอาณาจักรเลี่ยคงแห่งที่สิบ ใน เมื่อทุกอาณาจักรล้วนมีค่ายกลนำส่งที่ไม่รู้ว่าจ้าวซานหลิงจัดวางไว้เมื่อกี่ปี
ก่อนหน้านี้ หากเขาคิดจะไปจากอาณาจักรเลี่ยคงจึงเป็นเรื่องง่ายดาย อย่างแท้จริง
“ไม่มีค่ายกลนำส่งห้วงมิติเหล่านี้ข้าก็ยังสามารถไปไหนมาไหนได้ทั่ว ฟูาดิน” ดวงตาจ้าวซานหลิงเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน “ชนต่างเผ่าที่เข้ามา ในอาณาจักรเลี่ยคง ผู้แข็งแกร่งของพวกมันก็แค่สายเลือดระดับเจ็ด เท่านั้น เทียบเคียงกับเขตวิญญาณของพวกเรา ในบรรดาพวกเขาไม่มีใคร ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ นั่นหมายความว่าต่อให้พวกสายเลือดระดับ เจ็ดร่วมมือกันก็ยังจัดการข้าไม่ได้”
“เวทลับห้วงมิติของข้าสามารถทำให้ข้าฉีกกระชากรอยแยกห้วงมิติได้ ตามใจชอบและเดินทางไปทั่วพื้นที่ในอาณาจักรเลี่ยคง”
“อาณาจักรเลี่ยคงใหญ่มากพอ ด้วยความสามารถของคนเหล่านั้น ต่อให้คิดล้อมโจมตีข้า ขอแค่ข้าต้องการจากไป ใครก็รั้งตัวข้าไว้ไม่ได้”
เนี่ยเทียนพยักหน้าอย่างจนใจ “ท่านผู้อาวุโสมีความสามารถมากพอ ให้ไม่กลัวชนต่างเผ่าอย่างแท้จริง ทว่าตลอดทั้งดินแดนดาวกตกก็คงมี เพียงท่านคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น”
จ้าวซานหลิงที่ฝึกเวทลับห้วงมิติมีขอบเขตอยู่ในเขตวิญญาณ เขาเคย ถูกพาไปปล่อยในจุดลึกที่ห้วงมิติปั่นปุวนรุนแรง แต่กลับยังหาทางหวนคืน มาได้
คนผู้นี้ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็สามารถใช้พลังห้วงมิติเดินทางไปทุกที่ได้ตามใจ ชอบ
อีกทั้งเขายังตัวคนเดียว ไร้คนให้พะวงหา ต่อให้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชน ต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดมากมาย แต่ก็ยังหลบหนีได้ตามใจชอบ ทำให้ เขามองเมินการรุกรานของพวกชนต่างเผ่า
ต่อให้พวกชนต่างเผ่ามาเผชิญหน้ากับคนประหลาดอย่างจ้าวซานหลิง เกรงว่าก็คงจนปัญญาให้รับมือ
พอคิดเช่นนี้เนี่ยเทียนก็ไม่อยากเสียเวลาอีก เขาเรียกโครงกระดูก ปีศาจเลือดออกมาให้พาเขาไปส่งยังเมืองเฮยอวิ๋น
“เจ้าคิดจะไปที่ไหน?” จ้าวซานหลิงถามอย่างแปลกใจ
“เมืองเฮยอวิ๋น ญาติของข้าอยู่ที่นั่น” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ข้าจะไปส่งเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” จ้าวซานหลิงพยักหน้า ฉีกกระชาก รอยแยกห้วงมิติอีกครั้ง พาเนี่ยเทียนข้ามพื้นที่กว้างใหญ่ตรงดิ่งไปปรากฏ ตัวอยู่นอกเมืองเฮยอวิ๋น
“ที่นี่ก็คือเมืองเฮยอวิ๋น” รอยแยกห้วงมิติเส้นที่อยู่ด้านหลังเขาปิดตัว เข้าหากันช้าๆ สุดท้ายก็ประสานตัวปิดสนิท
เนี่ยเทียนรีบสร้างทิพย์จักษุเก้าข้างขึ้นมาหมายตรวจสอบดู สถานการณ์ของเมืองเฮยอวิ๋น
ทิพย์จักษุเก้าข้างลอยสูงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระจายกันออกไปรอบ ด้านโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง
เขามองเห็นว่าที่นานอกเมืองเฮยอวิ๋นถูกปล่อยทิ้งร้าง มนุษย์หลายคน เก็บตัวอยู่ในบ้าน ปิดประตูไม่ยอมออกมา
ในเมืองผู้ฝึกวิญญาณขอบเขตต่ำหลายคนมีแต่กลิ่นอายความตายลอย อยู่เต็มดวงตาคล้ายรอให้วันสุดท้ายของชีวิตมาถึง
ทิพย์จักษุลอยมาถึงตระกูลเนี่ยและตระกูลอัน ทว่าเขากลับมองไม่ เห็นคนคุ้นหน้าแม้แต่คนเดียว
ที่ยิ่งทำให้เขาแปลกใจก็คือในเมืองเฮยอวิ๋นไม่มีชนต่างเผ่าแม้แต่คน เดียว ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เขาทั้งตะลึงและทั้งแปลกใจ
“ไม่มีชนต่างเผ่า เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เขาแอบสงสัย แต่กลับวางใจลง ได้
ไม่รู้ว่าคนตระกูลเนี่ยเทียนที่เขาห่วงใยอย่างแท้จริง และคนตระกูลอัน ที่เคยผูกไม่ตรีกับเขาไปอยู่ที่ไหนกันหมด ตอนนี้ในเมืองเฮยอวิ๋นถึงไม่มี ใครเหลืออยู่เลย
“เอ๊ะ!”
ขณะที่เขากำลังตะลึงอยู่นั้น จ้าวซานหลิงกลับอุทานเบาๆ นัยน์ตา ฉายความแปลกใจ
“ผู้อาวุโสจ้าว ท่าน…สัมผัสได้ถึงอะไร?” เนี่ยเทียนรีบถาม
เขารู้ว่าขอบเขตของจ้าวซานหลิงสูงล้ำ ด้วยพลังจิตวิญญาณของเขต วิญญาณ หากคิดจะสำรวจรอบด้าน พื้นที่การปกคลุมก็ย่อมเหนือกว่า ขีดจำกัดของทิพย์จักษุ
“ภูเขาด้านหลังสำนักหลิงอวิ๋น!”
จ้าวซานหลิงสีหน้าสนใจเล็กน้อย แล้วก็พลันคว้าร่างเนี่ยเทียนและหลี่ หลางเฟิงให้ห้อทะยานไปกลางอากาศด้วยกัน
เพราะว่าเมืองเฮยอวิ๋นอยู่ใกล้กับสำนักหลิงอวิ๋นมาก เขาจึงไม่ได้ใช้ เวทลับห้วงมิติต่อ แต่บินทะยานไปโดยตรง
แต่ด้วยความเร็วเขตวิญญาณของเขาก็ยังคงเร็วประหนึ่งดาวตก ประหนึ่งสายฟูาแลบ แทบจะเพียงแค่พริบตาเดียวก็บินออกมาได้ไกลสิบ กว่าลี้ เทียบกับรถศึกทองคำของเนี่ยเทียนและความเร็วของโครงกระดูก ปีศาจเลือดแล้วนับว่าเร็วกว่าหลายเท่าตัว
เนี่ยเทียนที่ถูกจ้าวซานหลิงจับตัวไว้เห็นเพียงว่าภาพการเปลี่ยนแปลง ของทิวทัศน์ด้านหลังผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเนี่ยเทียนก็มองเห็นเขาหลิงอวิ๋นและภูเขาเล็กเตี้ยที่อยู่ ด้านหลังของสำนักหลิงอวิ๋น
ภูเขาลูกนั้นก็คือสถานที่ฝึกตนตลอดทั้งปีของอูจี้
ตอนที่มองเห็นสำนักหลิงอวิ๋น เนี่ยเทียนก็มองเห็นร่างของภูตผีปีศาจ อสูรกาย เผ่าทมิฬ และยังมีเผ่าเกล็ดดำ เผ่าปักษาอีกมากมายที่ต่างก็มา รวมตัวกันอยู่ที่ภูเขาหลิงอวิ๋น รวมไปถึงภูเขาด้านหลังที่อาจารย์ของเขา ฝึกตน
สิบกว่าวินาทีต่อมา จ้าวซานหลิงก็พลันหยุดอยู่กลางอากาศ ใต้ฝุาเท้า มีก้อนเมฆหลายกลุ่มรองรับ
ภูเขาหลิงอวิ๋นและภูเขาลูกเตี้ยนั้นต่างก็อยู่เบื้องล่าง เนี่ยเทียนยื่นหน้า ก้มลงมองก็หนว่าสำนักหลิงอวิ๋นที่ตั้งอยู่บนภูเขาหลิงอวิ๋นคล้ายจะถูกชน ต่างเผ่าโจมทำลายค่ายกลและประตูสำนัก
มีผู้ฝึกลมปราณเขตต้นสวรรค์ เขตสามัญมากมายที่ปะปนอยู่กับ ซากศพของชนต่างเผ่ากระจายเกลื่อนกลาด
คนเหล่านั้นสวมอาภรณ์ไม่เหมือนกัน บ้างก็เป็นคนของวังวิญญาณ บ้างก็เป็นคนของสำนักภูตผีและสำนักโลหิต
ตรงภูเขาด้านหลัง กลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยอย่างฉางเซิน หลีจิ้งและกุ่ยถ งต่างก็กำลังต่อสู้กับชนต่างเผ่าอย่างดุเดือด
ทว่าที่ทำให้เขาตะลึงมากที่สุดก็คือบนภูเขาลูกเตี้ยกลับมีการต่อสู้หนึ่ง เกิดขึ้นในจุดลึกของหมอกหนาแน่น
อสูรกายตนหนึ่งปลดปล่อยเวทลับทางสายเลือด ทุกรูขุมขนบนร่าง ของเขามีผีและวิญญาณร้ายลอดทะลุออกมาร้องคำรามบ้าคลั่งไม่หยุด
ไฟผีสีเขียวหลายกลุ่มที่แฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นอายแปลกประหลาดของ การเผาผลาญจิตวิญญาณล่องลอยอยู่ข้างกายเขา เกรงว่าน่าจะมีมากนับ พันกลุ่ม
“คำสาปเลือดเผาวิญญาณ!”
มองเห็นไฟผีพุ่งใต้สีเขียวเหล่านั้นเนี่ยเทียนก็รู้ว่าเวทลับที่อสูรกายตน นั้นปล่อยออกมาเป็นเวทคาถาเดียวกับที่อามู่ซือใช้รับมือกับเขา
เพียงแต่ทุกครั้งอามู่ซือจะเรียกไฟผีสีเขียวที่เกิดการชุบหลอมแก่น เลือดออกมาได้แค่สามกลุ่มเท่านั้น ทว่าข้างกายของอสูรกายตนนั้นกลับมี ไฟผีมากนับพันดวง
คำสาปเลือดเผาวิญญาณแต่ละกลุ่มคล้ายปลดปล่อยพลังแฝงเร้น ทั้งหมดของวิญญาณอาฆาตชั่วร้าย พกพาเอาปราณน่าหวาดกลัวที่ สามารถดับทำลายทุกสิ่งมีชีวิตให้สะเทือนไปทั้งฟูาดิน
นั่วหลันเต๋อภูตผีปีศาจชั้นสูงที่สวมอาภรณ์พิถีพิถันโบกสะบัดวงล้อสี ดำวงหนึ่ง และในวงล้อนั้นก็มีแสงปีศาจสะท้านฟูาไหลทะลักออกมา
นั่วหลันเต๋อยืนอยู่กลางมหาสมุทรลึกที่มีปราณปีศาจสีดำเข้มข้น ประดุจน้ำหมึก มหาสมุทรลึกปราณปีศาจนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวก็กลายมาเป็นมังกรยักษ์สีดำ เดี๋ยวก็กลายมาเป็นสัตว์ปีศาจดึกดำ บรรพ์ที่ไม่รู้จักชื่อ
อสูรกายตนนั้นและนั่วหลันเต๋อเหมือนกำลังร่วมแรงกันโจมตีคนผู้ หนึ่ง
คนผู้นั้นคืออาจารย์ของเขา อูจี้!
กลางหมอกสีขาวเข้ม อูจี้นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเรือลำเล็กสีเงิน ยวง เส้นผมและขนคิ้วของเขาขาวโพลนคล้ายแก่ชราลงไปอีกเยอะมาก
เขาโบกมืออย่างต่อเนื่อง เรือเล็กสีเงินก็มีสายฟูาสีขาวสะอาดราวเส้น เงินบินออกมาไม่หยุด
ทุกที่ที่สายฟูาเส้นสีเงินบินผ่าน ปราณดุร้ายมากมายของวิญญาณ อาฆาตซึ่งคำสาปเลือดเผาวิญญาณปลดปล่อยออกมาล้วนสลายกลายเป็น ควันสีดำไปอย่างรวดเร็ว
เรือเล็กสีเงินลำนั้นหมุนคว้าง คอยชนปะทะเข้ากับวงล้อสีดำที่นั่วห ลันเต๋อโบกควง ทุกครั้งที่ปะทะกัน นั่วหลันเต๋อจะต้องร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ ปากก็มีเลือดไหลซึมลงมา
รอบกายอูจี้และชนต่างเผ่าสองคนนั้นไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว ไม่ว่า จะเป็นมนุษย์หรือชนต่างเผ่าคนอื่นๆ ต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
หมอกควันสีขาวเข้มข้นนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างลึกลับเกินคาดเดา คล้ายมีสนามแม่เหล็กประหลาดที่สามารถบิดเบือนห้วงเวลาได้ทุกขณะ
“อาจารย์!”
เนี่ยเทียนตาแดงก่ำ จิงชี่เลือดเนื้อมหาศาลที่แฝงเร้นอยู่ในร่างพลัน ระเบิดออก สลัดพ้นจากการจับกุมของจ้าวซานหลิง บินถลาลงไปยังภูเขา ลูกเตี้ยที่อยู่เบื้องล่าง
ทว่าร่างของเขาเพิ่งจะสัมผัสโดนหมอกควันสีขาวโพลนกลับเกิด ความรู้สึกหวาดกลัวเหมือนเวลาหมุนย้อนกลับ
น้ำวนปราณวิญญาณลูกที่เก้าซึ่งเขาเพิ่งสร้างมาได้ไม่นานพลันหดเล็ก ลงเหมือนจะสลายหายไป
แม้แต่หัวใจที่ผ่านการชุบหลอมจากเวทไม้สวรรค์เกิ ดใหม่ของเขาก็ เหมือนกำลังแห้งเหี่ยวคล้ายถูกดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อมากมายออกไป
เขาพลันหน้าเปลี่ยนสี ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกเพียงว่าในสมองมีภาพ เหตุการณ์ในอดีตไหลกรากผ่านไปอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางความเลื่อนลอย เขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้อยู่ในอาณาจักร หลีเทีน แต่ได้กลับไปต่อสู้อยู่กับชนต่างเผ่าบนเกาะในฟูาดินประหลาด แห่งนั้นอีกครั้ง
“เจ้าโง่! กลับมา!”
จ้าวซานหลิงตะคอกเสียงเย็น พลันยื่นมือออกมา ม่านแสงพลัง วิญญาณหลายเส้นตรงเข้ารัดพันร่างเนี่ยเทียน ก่อนจะกระชากร่างเขา ออกมาจากหมอกขาวเบื้องล่าง
ตอนที่รวบรวมพลังพาเนี่ยเทียนออกมา ต่อให้เป็นจ้าวซานหลิงเองก็ ยังหน้าเปลี่ยนสีรุนแรง
ในสมองของเขาก็มีภาพที่ตัวเองดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดตอนอยู่ใน จุดลึกของห้วงมิติปั่นปุวนและพยายามหาทางหวนคืนมาอย่างยากลำบาก ลอยขึ้นมาเช่นกัน ขนาดตบะเขตวิญญาณช่วงต้นของเขาก็ยังคล้ายจะ ถดถอยลงไปทีละนิด
“ฟิ้ว!”
จนกระทั่งม่านแสงพาเนี่ยเทียนหลุดพ้นมาจากหมอกสีขาวน่าพิศวง นั้นได้สำเร็จ ภาพมายาในสมองของจ้าวซานหลิงถึงได้ขาดหายไปกลางคัน
ตบะที่ค่อยๆ เสื่อมถอยก็ฟื้นคืนมาเป็นปกติในชั่วพริบตา
เช่นเดียวกัน เนี่ยเทียนที่ถูกพาตัวกลับมาก็มองเห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำวนพลังวิญญาณลูกที่เก้าและหัวใจที่ถูกเปลี่ยนด้วยขั้นอวัยวะซ่อนแฝง ก็กลับคืนสู่สภาพปกติดังเดิม
ความรู้สึกประหลาดที่เหมือนตัวเองกลับไปอยู่บนเกาะนั้นก็หายวับไป ไม่มีเหลือเช่นกัน
เนี่ยเทียนเองก็ตะลึงพรึงเพริดอย่างหนัก เขาถามอย่างงุนงง “เมื่อครู่ นี้ เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“นึกไม่ถึงว่าอาณาจักรหลีเทียนเล็กๆ แห่งนี้จะซุกซ่อนบุคคลที่โดด เด่นน่าครั่นคร้ามเช่นนี้เอาไว้!” จ้าวซานหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาที่ เขามองไปยังอูจี้เต็มไปด้วยความตกตะลึง ราวกับว่าได้มองเห็นภาพที่น่า เหลือเชื่อที่สุดบนโลก “พลังห้วงเวลา! ไม่นึกเลยว่าจะมีคนบรรลุพลังห้วง เวลาในดินแดนดาวตก!”
“พลังห้วงเวลา?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
หลี่หลางเฟิงเองก็ฉงนสนเท่ห์อย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าไม่เคยได้ยินมา ก่อนว่าในดินแดนดาวตกมีวิชาเช่นนี้อยู่ด้วย
“ชนต่างเผ่าทั้งสองต่างก็มีสายเลือดระดับเจ็ด พลังเทียบเคียงกับเขต วิญญาณของเผ่ามนุษย์” จ้าวซานหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดถึงขีด สุด “ทว่าอาจารย์ของเจ้ามีตบะแค่เขตลี้ลับช่วงท้ายเท่านั้น ด้วยตบะเขต ลี้ลับช่วงท้าย กลับสามารถต้านทานชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคน โดยตกเป็นรองแค่เล็กน้อย เจ้าคิดว่าเขาอาศัยสิ่งใด?”
“หึ!” ไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบ เขาก็หัวเราะเสียงแปร่งแล้วพูดกับตัวเอง ต่อไปว่า “เกรงว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าสถานที่อย่างอาณาจักรหลีเทียนจะ มีตัวประหลาดอย่างอูจี้เกิดขึ้นมาได้! เขตลี้ลับช่วงท้าย บรรลุพลังห้วง เวลา สร้างพื้นที่แห่งเวลาขึ้นมาเอง ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่อยู่ในพื้นที่ของ เขาก็มักจะรู้สึกว่าเวลาหมุนย้อนกลับ”
“เมื่อชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนนั้นอยู่ในพื้นที่แห่งเวลา เกรงว่าคงถูกผลักให้ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนจึงได้แค่แสดงพลัง การต่อสู้ของสายเลือดระดับหกออกมา”
“น่าเสียดาย เวทลับห้วงเวลาที่ลึกลับที่สุด ลำพังเพียงแค่บรรลุก็ทำให้ เวลาเดินหน้าถอยหลังได้ตามใจชอบ ทว่าที่เผาผลาญไปกลับเป็นอายุขัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เผ่ามนุษย์ขาดแคลนมากที่สุด”
“การร่ายใช้พลังห้วงเวลาเพื่อสร้างพื้นที่แห่งเวลาขึ้นมา เวลาของคน อื่นย้อนกลับหลัง ทว่าเวลาของเขากลับเดินหน้า พลังระเบิดเพิ่มพูน ทว่า ขณะเดียวกันอายุขัยก็ยิ่งไหลหายไปเร็วมากขึ้น”
กล่าวมาถึงตรงนี้ จ้าวซานหลิงก็ลูบคลำปลายคางแล้วพึมพำขึ้นมา เบาๆ อีกว่า “แปลกจริง ในเมื่อเขาบรรลุพลังห้วงเวลาที่มหัศจรรย์เช่นนี้ ตามหลักแล้ว…อายุขัยของเขาก็น่าจะมาถึงขีดจำกัดแล้วสิ ต่อให้ยังไม่ถึง ปลายทาง เขาก็น่าจะอยู่ห่างจากความตายไม่ไกลแล้ว เหตุใดถึงมีอายุขัย เพิ่มขึ้นมาให้ร่ายใช้พื้นที่เวลาอย่างต่อเนื่องได้นะ”
——