ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 611 ข้อแลกเปลี่ยนสองข้อ
จ้าวซานหลิงพึมพำเบาๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตะลึงและสนเท่ห์ ราวกับไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ
ทุกคำที่เขาพูดออกมา เนี่ยเทียนล้วนรับฟังอย่างตั้งใจ ปัญหาที่เขาไม่ เข้าใจ เนี่ยเทียนกลับกระจ่างแจ้งเป็นอย่างดี
ตามคำพูดของจ้าวซานหลิง เมื่ออูจี้อาจารย์ของเขาบรรลุเวทลับห้วง เวลา อายุขัยก็จะถูกเผาผลาญตามไปด้วย นี่…จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมอูจี้ อาจารย์ของเขาถึงได้เดินไปสู่ปลายทางของชีวิตเร็วขนาดนั้น
ที่ตอนนี้อูจี้ยังมีชีวิตอยู่และยังสามารถสร้างพื้นที่แห่งห้วงเวลาขึ้นมา ได้จนมีพลังให้ต่อสู้กับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนก็น่าจะอาศัย ผลไม้แห่งชีวิตลูกนั้น!
เขาเอาผลไม้แห่งชีวิตกลับมาจากอาณาจักรต้าฮวางสองลูก ลูกหนึ่ง มอบให้หัวมู่ ส่วนอีกลูกหนึ่งมอบให้อูจี้
ไม่ว่าจะเป็นหัวมู่หรืออูจี้ต่างก็เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว เมื่อพวกเขา ได้ผลไม้แห่งชีวิตไปก็ไม่ได้บอกให้ใครรับรู้ ดังนั้นจึงไม่มีคนทราบเรื่องนี้
ทุกคนรู้เพียงว่าต่งลี่เอาผลไม้แห่งชีวิตกลับมาหนึ่งผล แล้วมอบ ให้กับต่งหวังหลิงบรรพบุรุษของตระกูลต่ง
ทางฝุายของอูจี้และหัวมู่กลับไม่มีใครรู้เรื่อง
จ้าวซานหลิงเองก็ไม่รู้ว่าที่อูจี้อาจารย์ของเขาสามารถมีชีวิตมาได้ จนถึงวันนี้และเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้าย ทั้งยังมีอายุขัยเหลือให้ร่ายใช้พื้นที่ แห่งเวลา สาเหตุล้วนมาจากผลไม้แห่งชีวิตผลนั้น!
“แม้พลังห้วงเวลาจะลี้ลับเกินคาดเดา แต่น่าเสียดายที่…อายุขัยของ เผ่ามนุษย์นั้นมีจำกัด” จ้าวซานหลิงโคลงศีรษะ กล่าวอย่างปลงอนิจจัง “อาจารย์ของเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์เลิศล้ำอย่างแท้จริง หากเขาไม่ใช่เผ่า มนุษย์ แต่เป็นชนต่างเผ่าที่มีอายุขัยยืนยาว เกรงว่าความสำเร็จของเขาคง ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะประเมินได้”
“หากพื้นที่แห่งเวลาก่อตัวขึ้นเมื่อใดก็จะต้องเผาผลาญอายุขัยของเขา ไปอย่างต่อเนื่อง”
“หากเขามีอายุขัยที่มากพอให้ใช้ ขอแค่พื้นที่แห่งเวลานี้ก่อตัวขึ้น สำเร็จแล้วเขาไม่ได้ถูกฆ่าไปซะก่อน ถ้าเช่นนั้น เขาก็แทบจะกลายมาเป็น ผู้พิชิตคนสุดท้ายไปตลอดกาล”
“แค่ขอบเขตลี้ลับ เขาก็ยังข่มชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนได้ ความสามารถเช่นนี้เกรงว่าคงมีเพียงผู้ที่บรรลุพลังแห่งเวลาเท่านั้นถึงจะ ร่ายใช้ออกมาได้”
หลี่หลางเฟิงที่ถูกจ้าวซานหลิงจับเอาไว้ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วย ความเคารพนับถือ “หากพื้นที่แห่งเวลาคงอยู่ตลอดไปจะเกิดอะไรขึ้น?”
ใบหน้าของจ้าวซานหลิงเผยความหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก “ใน พื้นที่แห่งเวลา เวลาของอูจี้จะเดินหน้า แต่ของคนอื่นๆ กลับย้อนหลัง อีก ทั้งยังเป็นแบบต่อเนื่องด้วย!”
“เจ้าคิดว่ามันจะเป็นอย่างไรล่ะ?”
หลี่หลางเฟิงพลันตัวสั่นสะท้าน “สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามจะค่อยอ่อน กำลังไปช้าๆ! ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์ หรือว่าชนต่างเผ่าพิเศษอื่นๆ ก็ล้วน เป็นเหมือนกันหมด!”
“ในพื้นที่แห่งเวลา ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนนั้นจะ อ่อนแอไปเรื่อยๆ พอถึงท้ายที่สุด พลังการสู้รบที่เขาสำแดงออกมาอาจจะ ลดไปถึงสายเลือดระดับห้าหรืออาจจะต่ำกว่านั้น”
“เวลาของผู้อาวุโสอูจี้เคลื่อนหน้าไปเรื่อยๆ นั่นจึงทำให้เขาแข็งแกร่ง มากยิ่งขึ้น”
“คนหนึ่งเดินหน้า คนหนึ่งถอยหลัง ขอแค่พื้นที่แห่งเวลายังคงอยู่ เขา ก็ไม่มีทางแพ้ไปตลอดกาล!”
จ้าวซานหลิงพยักหน้ารับช้าๆ “คือหลักการนี้แหละ”
“เป็นวิชาที่ลี้ลับที่สุดในโลกใบนี้จริงๆ!” หลี่หลางเฟิงถอนหายใจ
“ไม่มีสิ่งใดที่ไร้พ่ายตลอดกาลอย่างแท้จริง แม้ว่าพื้นที่แห่งเวลาจะ แกร่งกล้าเลิศล้ำ ทว่าข้อเสียที่สูงสุดของมันก็คือจะเผาผลาญอายุขัยของผู้ ที่ร่ายเวท” จ้าวซานหลิงถอนหายใจ “ชื่อเสียงของอูจี้ไม่โด่งดังก็เพราะ เขารู้ดีถึงข้อเสียของพลังแห่งเวลา และเกรงว่าหลายปีมานี้เขาก็ไม่เคยเอา มันมาใช้”
“บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้สำแดงความลี้ลับของพลังแห่ง เวลาออกมาอย่างแท้จริง”
“แต่ก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาด้วย เพราะอย่างไรซะเขาก็คือ มนุษย์ และไม่มีมนุษย์คนไหนที่มีอายุอยู่ได้นับพันนับหมื่นปี”
พอได้ยินว่าอาจารย์ของเขาอาจจะได้ใช้พื้นที่แห่งเวลาเป็นครั้งสุดท้าย เนี่ยเทียนก็พลันหน้าเปลี่ยนสี
ดวงตาของเขาหันไปมองยังแหวนเก็บของที่จ้าวซานหลิงสร้างขึ้นและ เตรียมจะเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาช่วยร่วมรบ
ทว่าขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้นเอง จ้าวซานหลิงที่มองจุดประสงค์ ของเขาออกกลับยื่นนิ้วออกมาชี้ไปบนแหวนเก็บของวงนั้นพร้อมตวาด เสียงหนัก “ช้าก่อน!”
“ผู้อาวุโสจ้าว! ขอท่านโปรดอย่ายื่นมือเข้าแทรกเรื่องของข้า!” เนี่ย เทียนเอ่ยอย่างเดือดดาล
“โง่เง่า!” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น “จู่ๆ ข้าก็มีความคิดใหม่อย่าง หนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาของอาณาจักรหลีเทียนได้อย่างสมบูรณ์ เจ้า อยากฟังหรือไม่?”
เนี่ยเทียนอึ้งงัน “ข้ายินดีจะฟังท่านอธิบาย”
“เดิมทีข้านึกว่าการพาเจ้าเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียนจะเป็นการ แลกเปลี่ยนที่ขาดทุน เพราะข้ารู้สึกว่าเจ้ามาที่นี่มีแต่มารนหาที่ตาย อีกทั้ง ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้” จ้าวซานหลิงลังเลอยู่ครู่ก็มองไปยังอูจี้ที่อยู่ ด้านล่างอีกครั้ง “นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ของเจ้าจะเป็นคนมหัศจรรย์ เช่นนี้! เมื่อดูตามนี้ เจ้าก็น่าจะยังมีชีวิตรอดต่อไป การแลกเปลี่ยนนี่ไม่ เพียงแต่ไม่ขาดทุน ยังทำต่อไปได้อีก”
“ท่านต้องการอะไรกันแน่?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างหงุดหงิด
“ที่พาเจ้าเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียนนี้คือการแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่ง เจ้าต้องรับปากว่าจะทำเรื่องบางอย่างให้กับข้า” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่าง ไม่รีบไม่ร้อน “ตอนนี้ในเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ยินดีจะบอกเจ้าว่า รอ หายนะครั้งนี้ของดินแดนดาวตกผ่านไปแล้ว เจ้าจะต้องพาหุ่นเชิดเลือดตัว นั้นไปสถานที่หนึ่งกับข้า ที่นั่น…สภาพแวดล้อมย่ำแย่สุดขีด มีข้อเรียกร้อง ต่อระดับความแข็งแกร่งของเรือนกายสูงมาก”
“ต่อให้เป็นข้าก็ยังยากจะเข้าไปได้ ในเมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้ เชื่อฟังคำสั่งของเจ้า บางทีมันอาจจะช่วยนำของบางอย่างมาให้ข้าได้”
“ข้ารับปากเจ้า!” เนี่ยเทียนตอบกลับด้วยเสียงอันดัง
“ตกลง! แต่ว่านั่นเป็นเพียงแค่ข้อตกลงแรกเท่านั้น” จ้าวซานหลิง หัวเราะหึหึ “ข้อตกลงที่สอง…ในเมื่อเจ้าคือบุตรแห่งดวงดาวของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่ช้าก็เร็วเจ้าต้องไปจากที่บ้าๆ อย่าง ดินแดนดาวตกแห่งนี้ ไม่ว่าจะถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวรับตัวไป หรือเจ้าหาทางออกได้เอง ข้าก็ต้องการให้เจ้าพาข้าไปด้วย!”
“ที่บ้าๆ แบบนี้ข้าอยู่มาจนเอียนเต็มทนแล้ว!”
เนี่ยเทียนงงงัน “ท่าน จากไปเองได้อย่างง่ายดายไม่ใช่หรือ?”
“นอกเสียจากข้าเลื่อนสู่เขตดินแดน หาไม่แล้ว ต่อให้เป็นข้า หากคิด จะหลุดพ้นไปจากดินแดนดาวตกก็ยังจำเป็นต้องอาศัยเรือรบทาง ช้างเผือก” จ้าวซานหลิงจนใจไม่น้อย
“ตกลง! ข้ารับปากท่าน! แต่ท่าน ช่วยทำอะไรให้ข้าได้บ้าง?” เนี่ย เทียนถามเร่งร้อน
การต่อสู้ระหว่างอูจี้และชนต่างเผ่าสองคนที่อยู่เบื้องล่างยังคงดำเนิน ต่อไป เมื่อพื้นที่แห่งเวลายังดำรงอยู่ก็เห็นได้ชัดว่าชนต่างเผ่าสองคนนั้น เริ่มทนรับไม่ไหว
อูจี้กลายมาเป็นผู้ที่ได้เปรียบอย่างสิ้นเชิง
ทว่าที่อูจี้ต้องจ่ายไปคืออายุขัยอันล้ำค่า นี่คือสิ่งที่เนี่ยเทียนไม่ต้องการ เห็นมากที่สุด
พลังของผลไม้แห่งชีวิตที่ช่วยเพิ่มอายุขัยให้กับอูจี้นั้นมีจำกัด หากต้อง มาสิ้นเปลืองเสียเปล่าอยู่ระหว่างการรบกับชนต่างเผ่า…เกรงว่าชั่วชีวิตนี้ เขาคงไม่มีทางได้เลื่อนสู่เขตวิญญาณอีกแล้ว!
“ชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามาจำเป็นต้องใช้รอยแยกห้วงมิติอำพราง รอย แยกห้วงมิติเหล่านั้น ข้าสามารถหามันเจอและปิดผนึกมันได้” จ้าวซานห ลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “หากรอยแยกห้วงมิติพวกนั้นถูกปิดผนึก ชนต่าง เผ่าที่เข้ามาก็จะกลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคงไม่ได้อีก! ชนต่างเผ่าที่อยู่ใน อาณาจักรเลี่ยคงก็มาช่วยพวกเขาไม่ได้เช่นกัน”
“มีอาจารย์ของเจ้าอยู่ บวกกับตัวเจ้าเอง ก็น่าจะสามารถสังหารชน ต่างเผ่าทั้งหมดที่มาเยือนได้!”
“ชนต่างเผ่าที่เข้ามาในภายหลังไม่สามารถมาช่วยได้ ปัญหาของ ดินแดนดาวตกก็จะไม่เท่ากับคลี่คลายแล้วหรือ?”
เนี่ยเทียนตะลึงงาน “ในเมื่อท่านสามารถปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติได้ เหตุใดถึงไม่ปิดผนึกรอยแยกหกเส้นในเทือกเขาฮว้านคง?”
“มันไม่เหมือนกัน” จ้าวซานหลิงขมวดคิ้วมุ่น “รอยแยกห้วงมิติหก เส้นนั้นมีมาแต่โบราณกาล ทั้งยังถูกชนต่างเผ่าที่สายเลือดแข็งแกร่งกว่า ข้าและเชี่ยวชาญพลังห้วงมิติเหมือนกันเปิดทางเอาไว้ ต่อให้เป็นข้าเองก็ ยังไม่สามารถปิดรอยแยกห้วงมิติทั้งหกเส้นนั้นได้ แต่ถ้าเป็นรอยแยกห้วง มิติที่ซวีเฉิงเชื่อมโยงไว้กับอาณาจักรต่างๆ ข้ากลับมีความสามารถจะปิด ผนึกพวกมัน”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็พลันคิดขึ้นได้ถึงภูเขาบนแผ่นดินเบื้อง บนของฟูาดินประหลาดซึ่งที่แห่งนั้นยังมีพลังสายเลือดของเวทลับห้วงมิติ ถูกทิ้งเอาไว้
เผยฉีฉีเองก็เคยบอกว่าพลังสายเลือดที่แฝงเร้นไว้ด้วยความลี้ลับของ ห้วงมิติที่นางได้รับนั้นมาจากชนต่างเผ่า เพียงแต่นางสามารถดูดซับมาชุบ หลอมได้
เนี่ยเทียนพอจะเดาได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รอยแยกห้วงมิติหกเส้น ซึ่งมีมาแต่โบราณกาลจะมาจากชนเผ่าลึกลับผู้นั้นที่สายเลือดมีเวทลับห้วง มิติแฝงเร้นอยู่
รอยแยกห้วงมิติที่เขาสร้างขึ้นมา แม้แต่จ้าวซานหลิงก็ยังไม่อาจปิด ผนึกได้
“เจ้าเรียกอาวุธวิเศษประเภทบินออกมาแล้วรออยู่ที่นี่ รอให้ข้า กลับมา!” จ้าวซานหลิงตวาดเบาๆ หนึ่งเสียง “ก่อนหน้าที่ข้ายังไม่กลับมา
อย่าเรียกหุ่นเชิดเลือดนั่นออกมาเด็ดขาด หาไม่แล้วหุ่นเชิดเลือดจะไปทำ ให้ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดสองคนนั้นสังเกตเห็นเอาได้! พวกเขามี ความสามารถที่จะใช้เวทลับสายเลือดเดินทางไปถึงรอยแยกห้วงมิติในชั่ว พริบตา และกลับไปถึงอาณาจักรเลี่ยคงก่อนที่ข้าจะปิดผนึกได้!”
“หากพวกเขากลับไปยังอาณาจักรเลี่ยคงก็จะมีชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่ง ยิ่งกว่าและจำนวนมากกว่ารุกรานเข้ามาที่นี่!”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ใครก็ช่วยดินแดนดาวตกไม่ได้! อายุขัยของอาจารย์ เจ้าเองก็ไม่สามารถผลักดันพื้นที่แห่งเวลาให้ต้านทานชนต่างเผ่าสายเลือด ระดับเจ็ดไปได้ตลอดกาล!”
“เอาล่ะ ทำตามที่ข้าบอก ข้าไปแปบเดียว เจ้าวางใจได้ ข้าจะกลับมา อย่างรวดเร็ว จะไม่ถ่วงเวลาของอาจารย์เจ้าให้ล่าช้าเด็ดขาด”
“ข้าจะทำตามที่ท่านบอก!” เนี่ยเทียนตอบรับทันควัน รีบเรียกรถศึก ทองคำออกมาแล้วขึ้นไปด้านบนพร้อมกับหลี่หลางเฟิง
“รอข้า! ก่อนหน้าที่ข้ายังไม่กลับมาห้ามใช้หุ่นเชิดเลือดเด็ดขาด มันจะ ไปทำให้ชนต่างเผ่าสองคนนั้นตกใจจนระวังตัว!” หลังจากรีบร้อนทิ้ง ประโยคนี้ไว้ จ้าวซานหลิงก็แหวกรอยแยกห้วงมิติออกหนึ่งเส้นแล้วหาย วับไปทันที
“ขอแค่ไม่เรียกหุ่นเชิดเลือดนั้นออกมาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา” เนี่ย เทียนพูดเบาๆ
เขาสังเกตเห็นว่าชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดทั้งสองคน แม้จะ เพลี่ยงพล้ำตกเป็นรอง แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะจากไป
พอมาคิดอีกทีเขาก็เข้าใจว่าชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดน่าจะรู้ เหมือนกันว่าการดำรงอยู่ของพื้นที่แห่งเวลาจะเผาผลาญอายุขัยของอูจี้
พวกเขาน่าจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าอูจี้ไม่มีอายุขัยมากพอที่จะรักษา ให้พื้นที่แห่งเวลาคงอยู่ตลอดไป
หากพื้นที่แห่งเวลาหายไป พลังการต่อสู้ของพวกเขาก็จะทะยาน กลับมาอย่างรวดเร็วจนไต่ไปถึงจุดสูงสุดของสายเลือดระดับเจ็ด!
เมื่อถึงเวลานั้นอูจี้ที่มีเพียงเขตลี้ลับช่วงท้ายจะมิอาจต้านทานได้ หรือ อาจถึงขั้นตายไปเพราะอายุขัยหมดสิ้น
พวกเขารู้สึกว่าอูจี้ไม่สามารถยืนหยัดได้นานนักถึงยังกล้าอยู่สู้ต่อทั้งที่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ภูเขาลูกเตี้ยนั้นพวกเราไม่เข้าไปใกล้ ไปสังหารชนต่างเผ่าที่อื่นกัน เถอะ!”
พอได้ข้อสรุปนี้ เนี่ยเทียนก็คาดหวังให้จ้าวซานหลิงกลับมาโดยเร็ว ส่วนตัวเขาก็ควบคุมรถศึกทองคำให้บินลงจากกลางอากาศสูง
“เนี่ยเทียน!”
“เนี่ยเทียนกลับมาแล้ว!”
“ดีเหลือเกิน! พวกเรา บางทีพวกเราอาจไม่ต้องตายแล้ว!”
พวกหลีจิ้ง ฉางเซิน กุ่ยถงที่กำลังต่อสู้นองเลือดอยู่กับชนต่างเผ่า ด้านล่างพอเห็นเนี่ยเทียนที่อยู่บนรถศึกทองคำก็พากันตัวสั่นเหมือนได้ เห็นดาวช่วยชีวิต
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดที่สำนักโลหิตมอบให้เนี่ย เทียนนั้นมีพลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด
ขณะที่อูจี้ใช้กำลังของคนคนเดียวร่ายพื้นที่แห่งเวลาอันน่าครั่นคร้าม ล้อมโจมตีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคน หากเนี่ยเทียนเรียกโครง กระดูกปีศาจเลือดออกมาย่อมพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ตอนนี้ได้แน่นอน!
ขอแค่โครงกระดูกปีศาจเลือดปรากฏตัว ไม่ว่าจะช่วยอูจี้หรือช่วยพวก เขาต่างก็ได้รับผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์!
ทว่าเนี่ยเทียนที่ลดตัวลงมาพร้อมกับรถศึกทองคำกลับไม่ได้เรียกโครง กระดูกปีศาจเลือดออกมาอย่างที่พวกเขาคิด
“สวบ!”
ดาราเพลิงกาฬประหนึ่งเสาหินที่แทงทะลุเข้าไปยังหัวใจของเผ่าปักษา ในชั่วพริบตา
เผ่าปักษาจำนวนมากกว่านั้นที่โบยบินอยู่กลางอากาศสังเกตเห็นเนี่ย เทียนที่อยู่บนรถศึกทองคำได้ทันที หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวเผ่าปักษา สี หน้านางตื่นตะลึงอย่างหนัก ตวาดดังด้วยภาษาของชนต่างเผ่า “บุตรแห่ง ดวงดาว! เขาก็คือบุตรแห่งดวงดาวที่ปรากฏตัวบนเกาะแห่งนั้น!”
“ว่าไงนะ? บุตรแห่งดวงดาว? เขากลับมาดินแดนดาวตกได้อย่างไร?”
“เขาควรจะถูกกักตัวอยู่บนเกาะแห่งนั้นไม่ใช่หรือ?”
“ฮ่าๆ! ก็ดี! ในเมื่อบุตรแห่งดวงดาวมาที่นี่ สังหารเขาก็ยิ่งง่ายเข้าไป ใหญ่!”
“สังหารบุตรแห่งดวงดาว! เขามีมูลค่ายิ่งกว่าตลอดทั้งดินแดนดาวตก เสียอีก!”
หลังจากหญิงของเผ่าปักษาเปิดโปงตัวตนของเนี่ยเทียน ชนต่างเผ่า จำนวนมากที่กำลังโจมตีเขตต้นสวรรค์ เขตสามัญต่างก็พลันเปลี่ยน เปูาหมาย บินเข้ามาหาเนี่ยเทียน
โดยเฉพาะคนของเผ่าปักษาที่แต่ละคนมีความสามารถโบยบินกลาง อากาศก็ยิ่งพากันไล่ล่ารถศึกทองคำทันที
พวกหลีจิ้ง ฉางเซินต่างก็มองเห็นเผ่าปักษาโอบล้อมเนี่ยเทียน แต่กลับ ไม่มีใครสักคนที่แสดงท่าทีเป็นกังวล
พวกเขายังรู้สึกด้วยว่าชั่วขณะถัดมา เนี่ยเทียนก็จะต้องเรียกใช้โครง กระดูกปีศาจเลือด
“นายน้อยเนี่ย! มีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า! ไม่ใช่แค่คนเดียว ด้วย! ระวัง!” หลี่หลางเฟิงตะลึง
“ออกมา!” เนี่ยเทียนตวาดดัง
พวกหลีจิ้ง ฝางฮุยต่างก็แอบฮึกเหิมนึกว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดจะ ปรากฎตัว
แต่น่าเสียดายที่เนี่ยเทียนเรียกออกมากลับไม่ใช่โครงกระดูกปีศาจ เลือด
แต่เป็นเกราะมังกรเพลิง
ดวงตาของพวกเขาแสดงความงงงันอย่างเห็นได้ชัด ไม่เข้าใจเรื่องราว นึกไปว่าเนี่ยเทียนมีแผนการอย่างอื่น
เกราะมังกรเพลิงถูกสวมอยู่บนร่าง จิงชี่เลือดเนื้อพลุ่งพล่าน เนี่ย เทียนพลันรู้สึกได้ว่าเสื้อเกราะที่ในอดีตหนักราวขุนเขาได้เปลี่ยนมาเป็น เบาสบายกว่าเดิมเยอะมาก
“ไม่ใช่ว่าเกราะมังกรเพลิงเบาขึ้น แต่เป็นเพราะข้าใช้เวทไม้สวรรค์ เกิดใหม่ชุบหลอมเรือนกายหลายครั้งจึงทำให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจน สามารแบกรับน้ำหนักได้มากกว่าเดิม!” เขาพลันประจักษ์แจ้งทันใด
——