ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 613 ไม่กล้าลอง
บนยอดเขาเล็กเตี้ย เมฆล้อมวนลอยเป็นเกลียว
มองซากศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดทั้งสองที่กองอยู่ ด้านข้าง จ้าวซานหลิงก็หน้าเปลี่ยนสีไปเกินจะคาดเดา เขาพลันรู้สึกเลือก ไม่ถูก
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอูจี้แม้แต่อย่างเดียว ทั้งยังไม่เคยได้ ยินชื่ออูจี้นี้ด้วย
ไม่เพียงแต่อูจี้เท่านั้น ขนาดตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนก็ล้วนถูกเขา เลือกมองข้าม
อาณาจักรที่ไม่มีแม้แต่เขตวิญญาณผู้แข็งแกร่งสักคน แต่ไรไหนมาก็ มักต้องเป็นฝุายที่ถูกอาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นหมิงและอาณาจักร เฮยอั้นรังแก จึงยากที่จะอยู่ในสายตาของเขา
ทว่าพลังแห่งเวลาที่อูจี้บรรลุกลับทำให้เขากริ่งเกรงอย่างถึงที่สุด รู้ดี ว่าเวทลับพิลึกพิลั่นที่ไม่รู้ที่มานี้สามารถสร้างภัยคุกคามที่แท้จริงให้กับเขา ได้
ในใจเขาจึงตีกันไปมา ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย
อูจี้นั่งหลับตานิ่งอยู่บนเรือเล็กสีเงินยวง สีหน้าเรียบเฉยอย่างน่าแปลก ใจ
ในสายตาของจ้าวซานหลิง ตัวตนของอูจี้ลึกลับ เป็นหนึ่งในบุคคล น้อยนิดที่เขามองไม่ออก
หลังการต่อสู้ผ่านพ้นไป ผมขาวโพลนทั้งศีรษะของอูจี้ก็เริ่มเกิดการ เปลี่ยนแปลงช้าๆ มันค่อยๆ กลับมาเป็นสีเทา
เวลาเพียงแค่ครู่เดียว พลังอายุขัยและพลังแห่งเวลาที่เขาเผาผลาญไป ก็ล้วนกลับคืนมาอย่างเงียบเชียบ
“หากข้าสังหารอูจี้ เกรงว่าข้อตกลงสองข้อระหว่างข้าและเนี่ยเทียน คงเป็นโมฆะทันที” จ้าวซานหลิงนิ่งคิดกับตัวเอง “อูจี้ผู้นี้เผาผลาญอายุขัย เพื่อร่ายเวลาหยุดนิ่งมาใช้สังหารชนต่างเผ่าทิ้งทั้งหมด อายุขัยที่เหลืออยู่ ของเขาก็น่าจะไม่พอให้เขาเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้แล้ว”
“ไม่เลื่อนสู่เขตวิญญาณ ไม่มีอายุขัยเพิ่มเติม บางทีอีกไม่นานก็คงถึง คราวตายของเขา”
“ข้าอาจจะแค่เป็นกังวลมากเกินไป เขาไม่มีหวังที่จะเลื่อนสู่เขต วิญญาณก่อนอายุขัยหมดสิ้นและกลายมาเป็นภัยคุกคามต่อข้าได้เลย”
พอคิดอย่างนี้ จ้าวซานหลิงก็หัวเราะเบาๆ และเป็นฝุายถอยห่าง ออกไประยะหนึ่ง
เขาไม่รู้ว่าแม้เขาจะหาเหตุผลที่จะไม่ลงมือกับอูจี้ให้ตัวเองมากมาย ทว่าเอาเข้าจริง…เขาก็ไม่กล้าลองอยู่ดี!
เขากังวลว่าอูจี้จะสามารถลากเขาลงหลุมไปด้วยกันได้จริงๆ !
พอเห็นว่าเขาถอยออกไป และใช้ท่าทางเช่นนี้แสดงท่าทีของตัวเอง อู จี้ก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง กล่าวพร้อมยิ้มน้อยๆ “เจ้าพาลูกศิษย์น้อยของข้า
กลับมา ทั้งยังปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนก็นับว่าเป็น ผู้มีพระคุณของอาณาจักรหลีเทียน ข้าต้องขอขอบคุณ” เขากุมมือขึ้นสูง
“ไม่ต้องเกรงใจ” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงกล่าว “ข้าไม่เคยช่วยใครโดย ไร้สาเหตุ มีเพียงคนที่คุ้มค่าแก่การช่วยเหลือของข้าและมีผลประโยชน์ต่อ ข้าเท่านั้น ข้าถึงจะลงมือ ลูกศิษย์ของเจ้ามีประโยชน์ให้ข้าใช้สอยพอดี”
“ก็ถูก” อูจี้ทำท่ากระจ่างแจ้ง
ขณะที่คนทั้งสองแอบปะทะสติปัญญากันอย่างลับๆ เหล่าผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์ที่อยู่ใกล้กับเขาหลิงอวิ๋นยังคงตกอยู่ในความตื่นตะลึง
ทว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับไม่สนใจใยดีสิ่งใด ขณะที่ชนต่างเผ่า ตายอนาถทั้งหมดและเวลาหยุดนิ่งยุติลง มันก็เริ่มทำการดึงดูดเลือดสดใน ร่างของชนต่างเผ่ามากมายเข้ามาในร่างกายของตัวเอง
ไม่นานพวกฝางฮุย หลีจิ้ง เจียงจือซูก็ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
“เนี่ยเทียน เจ้ากลับมาได้อย่างไร? อีกอย่างทำไมเจ้าถึงไม่เรียกโครง กระดูกปีศาจเลือดออกมาตั้งแต่ทีแรก?” หลีจิ้งถามอย่างแปลกใจ
“หากโครงกระดูกปีศาจเลือดปรากฏตัว ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับ เจ็ดสองคนที่ล้อมโจมตีอาจารย์จะรู้ได้ว่าสถานการณ์เริ่มย่ำแย่ ซึ่งพวกเขา อาจจะใช้เวทลับสายเลือดบินตรงไปยังรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมไปยัง อาณาจักรเลี่ยคง” เนี่ยเทียนอธิบาย “ทางอาณาจักรเลี่ยคงมีชนต่างเผ่าผู้ แข็งแกร่งคนอื่นอยู่ หากพวกเขารู้สถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนก็ อาจจะตามมาช่วยทันที”
“ที่ข้าไม่ได้รีบเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาก็เพราะกำลังรอ รอให้จ้าวซานหลิงปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ย คงเสียก่อน”
ฝางฮุยกล่าวอย่างตกตะลึง “เจ้าคนบ้าจ้าวซานหลิงก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ?”
“เจ้ากลับมาจากอาณาจักรเลี่ยคงได้ก็เพราะเขา?” เจียงจือซูเองก็อึ้ง งัน “จ้าวซานหลิงคนนี้ไปไหนมาไหนเพียงลำพังมาโดยตลอด ทำไมเขาถึง ยอมช่วยพาเจ้ากลับมาอาณาจักรหลีเทียน?”
ทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนต่างก็สงสัยไม่คลาย พวกเขา พอจะได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับจ้าวซานหลิงมาบ้างไม่มากก็น้อย รู้ดีว่าคนผู้ นี้ก็คือบุคคลอำมหิตของดินแดนดาวตก ขนาดสำนักใหญ่ๆ ก็ยังทำอะไร เขาไม่ได้
การที่จ้าวซานหลิงยอมช่วยเนี่ยเทียน ยอมช่วยอาณาจักรหลีเทียนจึง ทำให้พวกเขาแปลกใจอย่างมาก
“เขาก็มีเรื่องที่ต้องการให้ข้าช่วยเหมือนกัน” ทิ้งประโยคนี้ไว้ เนี่ย เทียนก็พลันหันไปมองยังภูเขาเล็กเตี้ยที่มีเมฆล้อมวนแล้วเอ่ยเสียงร้อนใจ “ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“พาข้าไป!” เขาพลันหันไปพูดกับโครงกระดูกปีศาจเลือด
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ยังดูดดึงเลือดสดเดินมาหาเขาด้วยท่าทางไม่ ค่อยเต็มใจเล็กน้อย ก่อนจะพาเขาตรงดิ่งไปที่ภูเขาด้านหลัง
พอเขาขยับตัว พวกฝางฮุย ฉางเซินก็พากันบินแหวกอากาศตามไป
ไม่นานนัก เนี่ยเทียนและเหล่าเขตลี้ลับทั้งหลายก็ทยอยกันมาถึงตีน เขาลูกเตี้ย
พวกเขามองปราดเดียวก็เห็นว่าตรงหว่างคิ้วและหัวใจของชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดสองคนต่างก็ถูกแทงทะลุ ตายอนาถอยู่ใต้ฝุาเท้าของอู จี้
ส่วนอูจี้นั้นกำลังพูดคุยกับจ้าวซานหลิง
พอโครงกระดูกปีศาจเลือดมาถึงก็ไม่รอให้เนี่ยเทียนห้ามปราม มัน จ้องเขม็งไปที่ศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดทั้งสองคนแล้วพลันลง มือชุบหลอมเลือดสดของพวกเขามาเพิ่มพลังเลือดให้กับตัวเองทันที
“อาจารย์!” เนี่ยเทียนปรี่มาหยุดอยู่ข้างกายอูจี้แล้วถามด้วยความ ห่วงใย “ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
อูจี้หัวเราะเฮอๆ ส่ายหัว “ไม่เป็นไร”
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับอย่างฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งต่างก็มองอูจี้ด้วย สายตาลึกลับ สีหน้าซับซ้อน
เดิมทีพวกเขาคิดว่าคงรักษาอาณาจักรหลีเทียนไม่อยู่แล้ว คิดไม่ถึง เลยว่าช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย อูจี้จะปรากฏตัวอย่างเหี้ยมหาญ ใช้ตบะเขตลี้ลับช่วงท้ายปกคลุมชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดทั้งสอง เอาไว้ ทำให้สองคนนั้นถูกกักตัวอยู่ในพื้นที่แห่งเวลา ไม่กล้าสลัดตัวให้ หลุดพ้น
ไม่มีอูจี้ ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็น่าจะตายกันไป หมดแล้ว
แม้แต่ฝางฮุยที่เป็นเพื่อนกับอูจี้มานานหลายปีก็ยังคิดไม่ถึงว่าสหาย ของเขาคนนี้…จะบรรลุพลังแห่งเวลาอย่างลึกล้ำ และร่ายใช้เวทคาถาเลิศ ล้ำออกมากำราบชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดที่เทียบเคียงกับเขต วิญญาณสองคนได้
บัดนี้ในสายตาของพวกเขา อูจี้กลับเหมือนมีม่านแสงลึกลับหลายชั้น ปกคลุมเอาไว้
“พลังแห่งเวลา…” ฉางเซินจากวังยมบาลยิ้มขื่น
เขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าปีนั้นเขาเคยมาที่นี่และบังคับไม่ให้อูจี้ยื่นมือเข้า ช่วยเหลือการรุกรานหอหลิงเปุาจากสำนักโลหิตและสำนักภูตผี
ตอนนั้นหากอูจี้ยอมใช้พื้นที่แห่งเวลาอย่างไม่สนใจสิ่งใดเช่นครั้งนี้ เขา …จะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่?
คิดมาถึงตรงนี้ ฉางเซินก็พลันตัวสั่นทั้งที่ไม่หนาว
“สหายรัก ที่พวกชนต่างเผ่าตายกะทันหัน เพราะฝีมือเจ้าใช่ไหม?” ฝางฮุยกล่าวด้วยถ้อยคำที่แฝงความหมายลึกล้ำ
มาถึงที่นี่และมองเห็นชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนตายอนาถ อยู่เบื้องหน้าอูจี้ มีหรือที่คนเหล่านี้จะไม่รู้ว่าการตายชั่วพริบตาของชนต่าง เผ่าคือคุณความชอบของอูจี้?
“ก็แค่โชคดีเท่านั้น” อูจี้ไม่รู้สึกภาคภูมิใจแม้แต่น้อย เขากระแอม เบาๆ หนึ่งที ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า “พวกเจ้าจัดการกับศพของชนต่าง เผ่าเหล่านั้นสักหน่อย ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้อาณาจักรหลีเทียนไม่น่าจะเจอ กับหายนะอะไรอีก ส่วนพวกคนที่พาตัวไปอยู่พื้นที่ลับก็จงติดต่อพวกเขา ด้วย ให้พวกเขาอย่าได้รีบร้อนตัดขาดการติดต่อกับอาณาจักรหลีเทียน”
เจียงจือซูรีบพยักหน้า “ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ในดวงตาของเขาซุกซ่อนความปิติยินดีเอาไว้ไม่มิด อย่างไรซะอูจี้ก็คือ คนของสำนักหลิงอวิ๋น คราวนี้อาณาจักรหลีเทียนผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้ก็ ล้วนเป็นฝีมือของเขาทั้งสิ้น ต่อไปตำแหน่งของสำนักหลิงอวิ๋นใน อาณาจักรหลีเทียนต้องเหนือกว่าวังวิญญาณ กลายมาเป็นสำนักที่แต่ละ ฝุายให้ความเคารพเลื่อมใสแน่นอน
ยังไม่เลื่อนสู่เขตวิญญาณ แต่กลับมีความสามารถกำราบชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดสองคนได้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป อาณาจักรอย่าง อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นหมิง เกรงว่าคงไม่กล้าบีบบังคับ อาณาจักรหลีเทียนอีกแล้ว
แล้วนับประสาอะไรกับที่ยังมีเนี่ยเทียนซึ่งเรียกโครงกระดูกปีศาจ เลือดมาใช้ได้อีกคน?
ต่อให้การกระทำเหลวไหลของพวกผู้อาวุโสในสำนักหลิงอวิ๋นเป็นเหตุ ให้ไม่ได้การยอมรับจากเนี่ยเทียน ทว่าอย่างไรซะเนี่ยเทียนก็คือลูกศิษย์ ของอูจี้ นั่นก็เท่ากับว่าเนี่ยเทียนคือคนของสำนักหลิงอวิ๋น
“สำนักหลิงอวิ๋นต้องผงาดขึ้นมาในอาณาจักรหลีเทียน ชื่อเสียงโด่งดัง ไปทั่วดินแดนดาวตก!”
เจียงจือซูดิ่งลงภูเขาลูกเตี้ยไปจัดการเรื่องอื่นๆ อย่างกระตือรือร้น
อูจี้เหลือบมองพวกฉางเซินแวบหนึ่ง แล้วก็มองไปยังจ้าวซานหลิงอีกที ก่อนจะพูดเบาๆ “ข้าอยากจะพูดคุยกับเนี่ยเทียนเป็นการส่วนตัวสัก หน่อย”
พวกฉางเซินเองก็รู้อะไรควรไม่ควร โดยเฉพาะในขณะที่ชนต่างเผ่า ทั้งหมดตายไปสิ้น แล้วก็รู้ด้วยว่าจะไม่มีชนต่างเผ่าเข้ามาเพิ่มอีก พวกเขา จึงวางใจลงได้
พวกเขาทิ้งยารักษาอาการบาดเจ็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อแสดงความ ขอบคุณ แล้วจึงทยอยกันจากไป
มีเพียงจ้าวซานหลิงเท่านั้นที่ไม่รีบร้อนไปไหน แต่หันไปพูดกับเนี่ย เทียนว่า “ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ถือว่าอาณาจักรหลีเทียนปลอดภัยแล้ว นอกจากว่าพวกชนต่างเผ่าจะหาวิธีใหม่เข้ามา หาไม่แล้วก็คงไม่มีเรื่อง เกิดขึ้นอีก ข้าจะอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนต่ออีกสักสองสามวัน หากเจ้า คิดจะออกจากอาณาจักรหลีเทียนไปยังอาณาจักรอื่น สามารถไปรอข้าที่ ค่ายกลนำส่งซึ่งข้าพาเจ้ามาก็ได้”
เนี่ยเทียนกล่าว “ตอนนี้สถานการณ์ของอาณาจักรอื่นๆ เป็นอย่างไร บ้าง?”
จ้าวซานหลิงสีหน้าเย้ยหยัน “หดหัวอยู่ในค่ายกลใหญ่ราวกับเต่า ไม่ กล้าออกมาข้างนอก ทางฝุายของวิมานสวรรค์กำลังรอให้เจ้าผู้เฒ่า
ประหลาดเลื่อนสู่เขตดินแดน หมายเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของดินแดน ดาวตก”
“สำนักอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน พวกเขาต่างก็ได้รับคำสั่งจากวิมาน สวรรค์ ต่างคนต่างรอให้ผู้เฒ่าประหลาดเลื่อนสู่เขตดินแดนแล้วกำจัดชน ต่างเผ่าทั้งหมดให้สิ้นซาก”
“เพียงแต่ว่าเขตดินแดนจะฝุาทะลุได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? เขาจะ ฝุาทะลุได้หรือไม่ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และต่อให้เลื่อนขั้นได้สำเร็จจริงก็ไม่รู้ ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน”
กล่าวจบเขาก็แหวกรอยแยกห้วงมิติอีกครั้งแล้วหายวับไป
“หากคนผู้นั้นสามารถเลื่อนสู่เขตดินแดนได้ในระยะเวลาสั้นๆ จริง ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของดินแดนดาวตกก็จะคลี่คลายได้ทันที” อูจี้ ถอนหายใจเบาๆ “กลัวก็แต่ว่าเขาจะล้มเหลว หากเขาล้มเหลว ความ วุ่นวายในดินแดนดาวตก เกรงว่าคงต้องดำรงยาวนานต่อไป”
เนี่ยเทียนเองก็พยักหน้าเบาๆ
เขาเองก็เข้าใจดีว่าชนต่างเผ่าที่บุกเข้ามาในดินแดนดาวตกครั้งนี้ไม่มี สายเลือดระดับแปดอยู่ด้วย
เขตแดนว่างเปล่าของเผ่ามนุษย์มีความสามารถเทียบเคียงได้กับชน ต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด หากคนผู้นั้นของวิมานสวรรค์เลื่อนสู่แดนว่าง เปล่าได้สำเร็จจริงก็จะสามารถกำราบชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดทุก คนที่บุกเข้ามา ทำให้ดินแดนดาวตกกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
ทว่าทุกครั้งที่ฝุาทะลุขอบเขตมาพร้อมกับความอันตรายและเรื่องไม่ คาดคิด ยิ่งเป็นขั้นหลังๆ ก็ยิ่งเป็นเช่นนี้
เขตวิญญาณถึงแดนว่างเปล่ามีประตูบานใหญ่กางกั้น นับพันนับหมื่น ปีที่ผ่านมา เวลาที่จุดสูงสุดเขตวิญญาณหลายคนของดินแดนดาวตก พยายามจะข้ามผ่านประตูนี้ ส่วนใหญ่ล้วนล้มเหลวและตายไป
ผู้ที่ทำสำเร็จมีน้อยยิ่งกว่าน้อย คนพวกนั้นมักจะอยู่ในดินแดนดาวตก ไม่นานก็พยายามทดลองหาวิธีอื่นไปยังฟูาดินแห่งอื่น แล้วก็ไม่มีใครได้ กลับมาอีกเลย
เท่าที่เนี่ยเทียนรู้มา ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์แดนวิญญาณมี ความสามารถที่จะก้าวข้ามทางช้างเผือกที่ยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องอาศัยเรือรบ ทางช้างเผือกแล้ว
เพราะผู้แข็งแกร่งเขตแดนว่างเปล่าหาวัตถุดิบวิเศษที่จำเป็นและ ทรัพยากรมากมายไม่เจอจากในดินแดนดาวตก
เพื่อแสวงหาขอบเขตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม พวกเขาได้แต่ฝุาออกจาก กรงขัง ยินยอมเสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ต้องข้ามทางช้างเผือกไปให้ได้
“อาจารย์ จ้าวซานหลิงบอกกับข้าว่าพลังแห่งเวลาที่ท่านใช้ ยามที่ ท่านสร้างพื้นที่แห่งเวลาจะต้องเผาผลาญอายุขัยของท่าน” เนี่ยเทียนเป็น กังวลอย่างยิ่ง “อายุขัยที่ท่านเหลืออยู่ยังพอให้ใช้หรือไม่?”
อูจี้ยิ้ม “ความรู้ที่จ้าวซานหลิงมีต่อพลังแห่งเวลายังตื้นเขินเกินไป เจ้า ไม่จำเป็นต้องกังวล สำหรับข้าแล้ว ก้าวที่ยากลำบากมากที่สุด ข้าได้ข้าม ผ่านมันมาได้อย่างปลอดภัยเพราะผลไม้แห่งชีวิตที่เจ้าเอามาให้แล้ว”
——