ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 614 อาจารย์และศิษย์บอกกล่าวความในใจ
“อาจารย์ ความหมายของท่านก็คือ…ท่านไม่จำเป็นต้องกลัดกลุ้มกับ เรื่องอายุขัยอีกแล้ว?” เนี่ยเทียนถามอย่างตะลึง
เขาได้ยินจ้าวซานหลิงบอกว่าการโคจรพื้นที่แห่งเวลา การใช้พลังแห่ง เวลาจะต้องเผาผลาญอายุขัยของผู้ร่ายเวท และเผ่ามนุษย์ก็มีอายุขัย จำกัด
ผลไม้แห่งชีวิตลูกนั้นสามารถมอบอายุขัยส่วนเกินให้กับอูจี้ได้ก็จริง แต่นั่นก็เป็นเวลาแค่ร้อยปีเท่านั้น
สำหรับบุคคลระดับอูจี้นี้ หนึ่งร้อยปี…นับว่าสั้นยิ่งนัก
ก่อนหน้านี้ที่อูจี้สังหารพวกชนต่างเผ่าก็เห็นได้ชัดว่าเขาใช้เวทลับห้วง เวลา ซึ่งน่าจะเผาผลาญอายุขัยไปไม่น้อยถึงจะถูก
“ตอนที่ข้าเลื่อนสู่เขตลี้ลับช่วงท้าย ได้มีความรู้ใหม่เกี่ยวกับพลังแห่ง เวลา” อูจี้ยิ้มน้อยๆ พูดต่อว่า “ข้าสามารถใช้พลังแห่งเวลาในปริมาณ น้อยมาหยุดร่างกายนี้ของข้าเอาไว้ เมื่อเวลาหยุดนิ่ง ร่างกายนี้ของข้าก็จะ …ตกอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งตามไปด้วย อายุขัยจึงจะไม่ไหลหายไป”
“ส่วนจิตวิญญาณของข้านั้นสามารถหลุดพ้นออกจากเรือนกายมาทำ ความเข้าใจกับเวทลับและความลี้ลับอื่นๆ ได้”
“เมื่ออยู่ในสภาวะเช่นนี้ ขอแค่ข้าบรรลุขอบเขตจนไปถึงเขตวิญญาณ ข้าก็จะสามารถดึงจิตวิญญาณกลับสู่ร่าง อาศัยวัตถุดิบวิเศษหรือยามาเพิ่ม พลังให้กับตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อสะสมพละกำลังที่มากพอในระยะเวลา
สั้นๆ” อูจี้เอ่ยอธิบาย “การฝุาทะลุขอบเขตอาศัยความเข้าใจและการสั่ง สมพลัง ในด้านการทำความเข้าใจนั้นสำคัญที่สุด”
“ขณะที่ข้าทำความเข้าใจกับเวทลับหลายชนิดและทำความเข้าใจกับ ความลี้ลับของเวลา อายุขัยของข้าจะคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไป”
ดวงตาเนี่ยเทียนพลันเปล่งประกาย “ซึ่งก็หมายความว่า ในขณะที่ ท่านยังไม่สามารถบรรลุถึงขอบเขตสูงสุดจนเลื่อนสู่เขตวิญญาณ ท่าน สามารถใช้เวทลับแห่งเวลามาทำให้อายุขัยหยุดนิ่ง รักษาสภาวะคงเดิม เอาไว้?”
“หมายความเช่นนี้แหละ” อูจี้ยิ้ม “รอข้าเลื่อนสู่เขตวิญญาณเมื่อไหร่ อายุขัยก็จะเพิ่มมากขึ้น ถึงเวลานั้นความรู้ที่ข้ามีต่อเวทลับแห่งเวลาก็ อาจจะฝุาทะลุไปอีกขั้น ซึ่งบางทีหากข้าใช้พลังแห่งเวลาตอนอยู่เขต วิญญาณก็อาจไม่จำเป็นต้องเผาผลาญอายุขัยของตัวเองอีกต่อไป”
“พลังแห่งเวลาช่างลึกลับเกินคาดเดาโดยแท้!” เนี่ยเทียนเอ่ยชม
“ที่ข้าได้ฝึกวิชาแห่งเวลาก็เพราะได้รับโชควาสนาบางอย่าง อีกอย่าง …เวทแห่งเวลาของข้าตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้ที่ข้าบรรลุมาเป็น เหมือนแค่ตาบอดคลำช้างเท่านั้น ในดินแดนดาวตกไม่มีใครเป็นตัวอย่าง ให้กับข้าได้ แต่ละก้าวจึงยากลำบากยิ่ง อนาคตก็ยิ่งเป็นสิ่งที่มิอาจรู้ได้” อู จี้ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถจัดระเบียบเวทลับห้วง เวลาได้อย่างชัดเจนแล้วถ่ายทอดให้กับเจ้าได้”
เนี่ยเทียนสอบถามอีกพักหนึ่งถึงได้รู้ว่าพวกหลีจิ้ง ฉางเซินกลับมาได้ ไม่นานก็เรียกรวมทุกฝุาย ให้พวกขอบเขตต่ำต้อยของแต่ละสำนักเดินทาง ไปยังพื้นที่ลับอย่างโลกมายามรกต
พวกเนี่ยต่งไห่ เนี่ยเฉี่ยนของตระกูลเนี่ยก็ล้วนถูกส่งตัวไปพร้อมคน กลุ่มแรก
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันรอให้พวกเขาจัดการกับทุกคนได้เรียบร้อย เหมาะสม ชนต่างเผ่าก็ตามมาทันก่อนที่ใครจะคาดคิดได้
หลังจากที่พวกชนต่างเผ่ามาถึง อูจี้ก็ถูกบีบให้ออกจากด่านก่อน กำหนด เขาต้องร่วมมือต้านทานชนต่างเผ่าร่วมกับผู้แข็งแกร่งของแต่ละ สำนักเพื่อช่วงชิงเวลาให้คนเหล่านั้นหนีไป
ชนต่างเผ่ามากมายที่ตามมาจึงถูกดึงดูดความสนใจมาที่นี่ได้สำเร็จ พวกเขาทำลายค่ายกลใหญ่ของสำนักหลิงอวิ๋นก่อน จากนั้นจึงถูกอูจี้ร่าย พื้นที่แห่งเวลาครอบคลุมไว้ภายใน
คนอื่นๆ ก็รีบฉวยโอกาสพาพวกขอบเขตต่ำที่อ่อนแอเข้าไปยังพื้นที่ ลับอย่างโลกมายามรกต
“ชนต่างเผ่ามาถึงเร็วยิ่งนัก” อูจี้เล่าอย่างละเอียดพร้อมหัวคิ้วที่ขมวด มุ่น “หากมีเวลามากกว่านี้สักวันสองวัน คนที่บาดเจ็บและล้มตายคงไม่ มากขนาดนั้น คนมากมายที่ร่วมศึกในวันนี้ล้วนสามารถจากไปได้อย่าง ปลอดภัย”
“เพราะว่ามีคนจงใจนำรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงมายังอาณาจักรหลี เทียนเปิดเผยออกมา ถึงได้ทำให้พวกชนต่างเผ่าตามมาถึงอย่างรวดเร็ว!” เนี่ยเทียนสีหน้าดำคล้ำ
อูจี้ตะลึงงัน “มีเรื่องนี้ด้วยรึ?”
“จ้าวซานหลิงบอกข้า” เนี่ยเทียนอธิบาย
“เขาไม่น่าจะโกหก” เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุที่แน่ชัด สีหน้าของอูจี้ก็ ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่นัก “นึกไม่ถึงว่าช่วงเวลาที่ชนต่างเผ่ารุกรานเข้ามาซึ่ง ทุกคนควรจะร่วมมือร่วมใจกัน กลับยังมีคนนึกถึงอาณาจักรหลีเทียน คิด จะให้อาณาจักรหลีเทียนพลีชีพเพื่อช่วงชิงเวลาที่มากกว่าเดิมให้กับพวก เขา” “ไม่ต้องคิดข้าก็รู้ได้ว่าต้องเป็นฝีมือของสำนักชั่วช้าอย่างพวก ลัทธิอูตู๋ สำนักเทียนเหยียน วังวิญญาณพวกนั้นแน่!” เนี่ยเทียนแค่นเสียง เย็น
“ตอนนี้ยังคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขาไม่ได้” อูจี้ถอนหายใจเบาๆ หนึ่ง ที “สังหารชนต่างเผ่าพวกนั้นทำลายพลังต้นกำเนิดของข้า หากข้าคิดจะ ลงมือต่อไป เกรงว่าคงไม่มีหวังได้เลื่อนสู่เขตวิญญาณแล้ว หากข้าเลื่อนสู่ เขตวิญญาณได้…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาของเขาก็มีปราณสังหารวาบผ่าน
ดูจากความหมายของเขา ขอแค่เขาเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้ สำนัก ใหญ่ๆ อย่างลัทธิอูตู๋ สำนักเทียนเหยียน วังวิญญาณก็เหมือนจะไม่อยู่ใน สายตาของเขาอีกต่อไป
“ในไข่มุกวิญญาณมืดเม็ดนี้มีภาพดวงดาวภาพหนึ่งอยู่ และข้า วิเคราะห์ได้แล้ว” อูจี้พลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขาส่งไข่มุกวิญญาณ มืดให้กับเนี่ยเทียนแล้วกล่าวว่า “ภาพแผนที่ดวงดาวนั้นเชื่อมโยงไปยัง สถานที่แห่งหนึ่งที่มีแสงดาวมากมายเปล่งประกาย อาณาจักรดวงดาว แห่งนั้นมีพื้นที่อยู่หลายแห่ง ซึ่งอาณาเขตกว้างขวางกว่าดินแดนดาวตก มากมายนัก”
“เพียงแต่ว่าอาณาจักรดวงดาวนั้นอยู่ห่างไกลจากดินแดนดาวตกของ พวกเรามาก ทำได้เพียงโดยสารเรือรบทางช้างเผือกไปเท่านั้น”
“และข้าเองก็ไม่รู้ว่าอาณาจักรดวงดาวที่ว่าเป็นของฝุายไหนและมี สิ่งมีชีวิตเผ่าใดอาศัยอยู่”
“แผนที่ดวงดาวสร้างขึ้นเพื่อเผ่าอสูรกาย จำเป็นต้องดูดซับวิญญาณ มาเป็นจำนวนมากถึงจะสะสมพลังมากพอให้มันเอามาใช้ได้อย่างยาวนาน สักวันหนึ่ง หากมีเรือรบทางช้างเผือกปรากฏขึ้นในดินแดนดาวตกก็อาจ สามารถใช้ไข่มุกวิญญาณมืด ให้มันกำหนดเส้นทางการเดินเรือที่แม่นยำ พาไปยังอาณาจักรดวงดาวที่วาดไว้ในแผนที่ก็เป็นได้”
“เรือรบทางช้างเผือกอีกหนึ่งลำ…” เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้ว พลันพูดขึ้นมา “ในพื้นที่ใกล้เคียงกับซากปรักหักพังของอาณาจักรเลี่ยคง มีพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตซึ่งอุกกาบาตนอกโลกจะตกลงมาเป็นประจำ ข้า แอบมีความรู้สึกว่าจุดลึกใต้ดินของพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตนั้นน่าจะซุก ซ่อนความลับบางอย่างของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอาไว้”
“เพียงแต่ว่าเนื่องจากขอบเขตของข้ายังไม่พอ จึงยากที่จะรู้ว่ามันคือ อะไร”
สีหน้าของอูจี้สั่นสะท้านน้อยๆ “ไม่แน่ว่าจุดลึกใต้ดินของที่แห่งนั้น อาจจะมีเรือรบทางช้างเผือกที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจงใจทิ้งไว้ให้ เจ้าก็เป็นได้!”
“หากเป็นเช่นนี้จริง ข้าก็สามารถเปิดใช้เรือรบทางช้างเผือก บวกกับ แผนที่ดวงดาวในไข่มุกวิญญาณมืด นั่นก็ไม่เท่ากับว่าข้าเดินทางข้ามผ่าน ทางช้างเผือกไปยังอาณาจักรดวงดาวแห่งนั้นได้หรอกหรือ?” ดวงตาเนี่ย เทียนเป็นประกายแวววาว
“ความเป็นไปได้มีสูงมาก!” อูจี้เองก็แสดงสีหน้าสนใจ
หลังจากนั้นเนี่ยเทียนก็เล่าประสบการณ์ในพื้นที่ลึกลับ เล่าถึงแผ่นดิน สองแห่งที่เขาได้เห็นให้อูจี้ฟังอย่างละเอียดหนึ่งรอบ แล้วก็บอกถึงข้อ แลกเปลี่ยนระหว่างเขากับจ้าวซานหลิงด้วย
อูจี้ฟังจบก็นิ่งเงียบไปนาน
ผ่านไปพักใหญ่เขาถึงถอนหายใจเบาๆ “ทางช้างเผือกไร้ขอบเขตมี ความลึกลับอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ พวกเราถูกกักตัวอยู่ในดินแดนดาวตก ความรู้จึงยังตื้นเขินนัก บางทีรอวันหนึ่งที่เจ้าออกไปจากที่นี่ได้ เจ้าก็จะรู้ ว่าฟูาดินข้างนอกกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงไหน”
เขามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ “ในเมื่อเจ้าได้รับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ชนต่างเผ่าพวกนั้นยัง…เรียกเจ้าว่าบุตรแห่ง ดวงดาว ขอแค่ระหว่างนี้เจ้าไม่ตายไปเสียก่อน สักวันหนึ่งเจ้าก็จะต้องเจอ
หนทางที่จะจากไป บางทีอีกไม่นานเท่าไหร่ รอจนเจ้าไขความลับที่ซ่อน อยู่ใต้พื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตได้แล้ว เจ้าก็น่าจะเดินออกไปจากที่นี่ได้”
เนี่ยเทียนทำท่าจะพูดแต่ก็ชะงักไปก่อน
“ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ขอแค่ข้าเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้ ดินแดนดาวตก แห่งนี้ก็กักตัวข้าไว้ไม่ได้เช่นกัน” อูจี้หัวเราะเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะพูดเสียง เคร่งขรึม “ระวังจ้าวซานหลิง! ตอนนี้คนผู้นี้ยังใช้ประโยชน์จากเจ้าได้ เขา คิดจะให้เจ้าพาออกไปจากกรงขังแห่งนี้ถึงได้ยื่นมือเข้าช่วย หากเจ้าหมด ประโยชน์เมื่อได้ เขาก็อาจจะกลับมาเป็นฝุายฆ่าเจ้าได้”
“การทำข้อตกลงร่วมกับคนอย่างจ้าวซานหลิงผู้นี้ก็เหมือนการอยู่กับ พยัคฆ์ นอกเสียจากว่าเจ้ามีฝีมือมากพอ หาไม่แล้วความเป็นความตาย ของเจ้าก็อยู่ที่แค่ความคิดเดียวของเขา”
การปะทะกันอย่างลับๆ ระหว่างเขาและจ้าวซานหลิงก่อนหน้านี้ เขา ไม่ได้เล่าให้เนี่ยเทียนฟังแม้แต่คำเดียว เพียงแค่กำชับให้เนี่ยเทียนระวังตัว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกจ้าวซานหลิงแว้งกัดได้
“ข้าทราบแล้ว” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“เอาล่ะ เรื่องอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรให้พูดแล้ว ข้าเองก็จำเป็นต้องใช้เวลา ในการฟื้นตัว” อูจี้เห็นว่าเรื่องที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้วจึงพลันเอ่ยว่า “เจ้าล่ะ? เจ้าคิดจะอยู่อาณาจักรหลีเทียนต่อ หรือว่าจะเอาอย่างไร?”
“คือว่า ข้าอยากไปที่อาณาจักรปุายจั้นเสียหน่อย” เนี่ยเทียนกล่าว อย่างเกรงใจ
“อาณาจักรปุายจั้น?” อูจี้อึ้งไปครู่ แล้วเอ่ยอย่างงงงัน “เพื่อนังหนู ตระกูลต่งคนนั้น?”
“น่าจะถือว่าใช่กระมัง”
“ตอนนี้เนื่องจากจ้าวซานหลิงปิดผนึกรอยแยกที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรเลี่ยคง อาณาจักรหลีเทียนจึงถือว่าพอจะปลอดภัย ทว่า อาณาจักรอื่นๆ …” อูจี้นิ่งคิดอยู่พักหนึ่งก่อนเหลือบตามองโครงกระดูก ปีศาจเลือด แล้วจึงพยักหน้าเบาๆ “มีมันอยู่ด้วย เจ้าก็น่าจะมีกำลังพอให้ คุ้มครองตัวเอง แต่ก็ไม่ถือว่าปลอดภัยเต็มร้อยนัก”
“ไปอาณาจักรปุายจั้น เจ้าต้องเผชิญกับอันตรายที่สูงมาก”
“ข้ากลัวว่า…”
เนี่ยเทียนก้มหน้าไม่พูดไม่จา
“เอาเถอะ ชีวิตของเจ้าถูกกำหนดมาให้ต้องเต็มไปด้วยความเสี่ยง แล้วก็ถูกกำหนดมาให้ไม่เหมือนผู้ใด” อูจี้โบกมือ “ประสบการณ์ตลอด หลายปีที่ผ่านมาของเจ้า ทำให้เขารู้ว่าเจ้ามีโชคดีมหาศาลติดตัว น่าจะไม่ เป็นอะไร อยากไปก็ไปเถิด”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์” เนี่ยเทียนกล่าว
“จบเรื่องแล้วกลับมาที่นี่สักรอบ ข้ามีของจะให้เจ้า” อูจี้เอ่ยสั่งความ
“ของอะไรหรือ?” เนี่ยเทียนถามอย่างอยากรู้
“ข้ายังไม่ทันจัดการได้เรียบร้อย ชนต่างเผ่าก็มาเสียก่อน” อูจี้จนใจ
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว”
——