ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 615 พรสวรรค์และเวทลับ
ขณะที่อาจารย์และศิษย์พูดคุยกัน โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ดูดซับเอา เลือดสดออกมาจากร่างของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนจน เกลี้ยง
หลังจากที่เลือดสดไหลไปทั่วร่างโครงกระดูกปีศาจเลือด ศพของชน ต่างเผ่าทั้งสองจึงซูบเหี่ยวลงไปอย่างเห็นได้ชัด พลังงานที่แฝงเร้นอยู่ใน เลือดสดก็หายไปมากมายด้วย
กลับเป็นโครงกระดูกปีศาจเลือดเสียอีกที่จุดลึกในดวงตาสีเขียวอม เทามีประกายแสงชวนขนลุกปล่อยออกมา
เนี่ยเทียนร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ หนึ่งทีก็รวบรวมพลังจิตวิญญาณให้ไป ตรวจสอบ
เขาพลันได้ยินเสียงเลือดที่ไหลอยู่ในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด ดังครืนๆ นี่จึงทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก
ก่อนหน้านี้การไหลของเลือดในร่างโครงกระดูกปีศาจเลือดเป็น เหมือนธารน้ำที่ไหลริน เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ทว่าตอนนี้เสียงที่ดังออกมาจากในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด กลับเหมือนเสียงของน้ำปุาที่ไหลหลาก
เขาแอบมีความรู้สึกว่าหลังจากที่ชุบหลอมเลือดของชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดสองตนเข้าไป พลังในการต่อสู้ของโครงกระดูกปีศาจ เลือดก็เพิ่มขึ้นสูงอีกหลายเท่า
“หุ่นเชิดเลือดตัวนี้…” แม้แต่อูจี้เองก็ยังแสดงความตกตะลึงออกมา ทางดวงตา ลองรับสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง หน้าเขาก็เปลี่ยนสีน้อยๆ “นี่มัน สามารถใช้เวทหลอมเลือดของสำนักโลหิตได้เชียวหรือนี่!”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำได้อย่างไร” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ครั้งแรกที่ข้าปลุกให้มันตื่นขึ้นมา พลังในการต่อสู้ของมันเทียบเท่ากับ สายเลือดระดับหกเท่านั้น แต่คราวก่อนที่ภูตผีปีศาจรุกรานเข้ามา มันได้ ดูดซับเลือดของภูตผีปีศาจไปเป็นจำนวนมาก พอใช้เวทหลอมเลือดแล้ว พลังของมันก็เพิ่มพูนขึ้นไปอีก”
“คราวนี้ ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดอีกสองตัว…”
ดวงตาอูจี้เป็นประกายน้อยๆ เขากล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า “เสี่ยวเทียน เมื่อครู่นี้ตอนที่เจ้าปล่อยหุ่นเชิดเลือดตัวนี้ออกมา ข้าเองก็พอจะสัมผัสได้ แต่ตอนนั้นจากการวิเคราะห์ของข้า พลังในการต่อสู้ของมันเทียบได้กับผู้ ฝึกลมปราณเขตวิญญาณช่วงต้นเท่านั้น ทว่าพอมันดูดเอาเลือดของชน ต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดไปสองคน ตอนนี้…”
“หากข้าไม่ได้รู้สึกไปเอง พลังเลือดในกระดูกของมันน่าจะมากพอให้ มันสู้กับเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณช่วงกลางได้แล้ว”
“ว่าไงนะ?!” เนี่ยเทียนตัวสั่นสะเท้า
“สายเลือดทุกระดับของชนต่างเผ่าคล้ายคลึงกับขอบเขตของเผ่า มนุษย์เรา ทว่าอันที่จริงกลับมีวิธีการแบ่งที่ละเอียดยิ่งกว่านั้น เพียงแต่ เพราะพวกเราไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับชนต่างเผ่าจึงไม่ค่อยมีใครรู้” อูจี้ อธิบาย “สายเลือดทุกระดับของชนต่างเผ่าแบ่งออกเป็นระดับต้น
ระดับกลางและระดับสูง ซึ่งเทียบเท่าขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นท้ายของเผ่า มนุษย์”
“พวกเขาอาศัยระดับความเข้มข้นของเลือดและความหนาแน่นของ จิงชี่ที่อยู่ในเลือดเนื้อมาแบ่งระดับ”
“ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนที่ถูกข้าสังหารไปล้วนมีระดับ สายเลือดอยู่ในระดับต้น”
“ทว่าระดับเลือดสดของหุ่นเชิดเลือดตนนี้น่าจะอยู่ในระดับกลาง ศักยภาพเทียบเคียงได้กับเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณช่วงกลาง”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม “สำนึกโลหิตชุบหลอมหุ่น เชือดเลือดตนนี้ขึ้นมา และพอเจ้าได้มาครอบครอง พลังเลือดสดของมันก็ ค่อยๆ กลับมาแข็งแกร่ง บางทีรอจนมันสะสมเลือดได้มากพอแล้ว มันก็ อาจจะฟื้นคืนพลังไปถึงระดับสายเลือดตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่”
“ตอนที่มีชีวิตอยู่ สายเลือดของมันคือระดับแปด!” เนี่ยเทียนตวาด เบาๆ
“ระดับแปด!” อูจี้หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ แล้วจึงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่ง ครั้ง “ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปด เท่ากับเขตดินแดนของเผ่ามนุษย์ หากมันฟื้นคืนกลับมาสู่สายเลือดระดับแปด สภาวะยุ่งยากในดินแดนดาว ตกก็จะได้รับการคลี่คลายไปในทันที!”
เนี่ยเทียนเองก็มีสีหน้าคึกคัก
ดินแดนดาวตกในทุกวันนี้ ผู้เฒ่าประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดของวิมาน สวรรค์ก็ยังมีระดับเพียงแค่เขตวิญญาณช่วงท้ายเท่านั้น
ตอนนี้เขายังคงพยายามฝุาทะลุสู่เขตดินแดน จะเลื่อนขั้นสู่แดนว่าง เปล่าได้สำเร็จหรือไม่ก็ยังไม่มีใครรู้
หากโครงกระดูกปีศาจเลือดฟื้นคืนสู่สายเลือดระดับแปดเหมือนตอน ที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็สามารถอาศัยโครงกระดูกปีศาจเลือดเดินทางไปทั่วทั้ง ดินแดนดาวตก ต่อให้คนผู้นั้นเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้จริงก็ยังไม่แน่ว่าจะ จัดการกับโครงกระดูกปีศาจเลือดได้
“หากมันกลับมามีสายเลือดระดับแปดอีกครั้ง ชนต่างเผ่าก็จะต้องพา สายเลือดระดับแปดบุกเข้ามาด้วยหรือเปล่า?” เนี่ยเทียนถอนหายใจ กล่าว
“น่าจะไม่มี” อูจี้ส่ายหัว ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที “ตามความเห็นข้า พวกชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้ามาน่าจะไม่ใช่พวกตระกูลใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียง สำหรับตระกูลใหญ่ของชนเผ่าเก่าแก่ที่มีสายเลือดระดับแปดแล้ว สถานที่ อย่างดินแดนดาวตกนี้ หาใช่สิ่งที่พวกเขาจะเห็นค่า”
“ในสายตาของคนเหล่านี้ แค่ดินแดนดาวตกกระจอกๆ แห่งหนึ่งไม่มี ค่าพอให้พวกเขาต้องใช้สายเลือดระดับแปดมากำราบ”
“พื้นที่ห่างไกลความเจริญที่ต้องใช้เวลาหลายพันปีถึงจะมีผู้ฝึก ลมปราณแดนว่างเปล่าสักคนสองคนถือกำเนิดขึ้นมา มีหรือจะมีค่าพอให้ ชนเผ่าแข็งแกร่งต้องพากันมาสังหารโดยไม่สนใจสิ่งใด?”
เนี่ยเทียนคิดตามอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าการวิเคราะห์ของอาจารย์เขา น่าจะถูกต้องอย่างถึงที่สุด
ตอนที่เขาต่อสู้กับอามู่ซือก็พอจะฟังน้ำเสียงของอีกฝุายออกว่าดูถูก ดินแดนดาวตกถึงเพียงไหน
คนพวกนั้นถึงขั้นคิดด้วยว่ามูลค่าของทั้งดินแดนดาวตกยังเทียบเท่า บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่อย่างเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
และบุตรแห่งดวงดาวทุกคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ เหมือนจะมีอาณาจักรมากมายอยู่ในครอบครอง พิชิตดินแดนแห่งหนึ่ง ของทางช้างเผือก
บุตรแห่งดวงดาวที่ลุกผงาดขึ้นมาในทางช้างเผือก ไม่ว่าฟูาดินใดใน การครอบครองของพวกเขาก็ล้วนมีทรัพยากรสมบูรณ์พรั่งพร้อมมากกว่า ตลอดทั้งดินแดนดาวตก มีสิ่งมีชีวิตนับร้อยล้านที่ผ่านการวิวัฒนาการมา อย่างยาวนาน
พอคิดอย่างนี้ รอจนโครงกระดูกปีศาจเลือดฟื้นคืนสายเลือดระดับ แปด พวกชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้ามา หากไม่ยอมถอยกลับไปแต่โดยดีก็ ต้องถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดสังหาร
เพราะมูลค่าของดินแดนดาวตกมีไม่มาก ตระกูลแข็งแกร่งที่มีมาแต่โบ ร่ำโบราณก็อาจจะไม่เสี่ยงอันตรายส่งสายเลือดระดับแปดมาสู้รบกับโครง กระดูกปีศาจเลือด
เพราะผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับไม่มากเท่าความเสี่ยง
“อาจารย์!” เนี่ยเทียนพลันนึกถึงเรื่องแก่นเลือดได้ เขาจึงโคจร พลังงานดึงเอาแก่นเลือดหยดหนึ่งในหัวใจออกมาทันที
แก่นเลือดที่โปร่งแสงแวววาวราวหินโมราหยดนั้นบินพรวดออกมา จากหัวใจแล้วปลดปล่อยปราณเลือดอันเข้มข้นออกมา
“แก่นเลือด!” อูจี้ตัวสั่นเยือก “นี่เจ้ารวมแก่นเลือดออกมาได้เชียวรึ!”
ดวงตาสีเขียวอมเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เมื่อครู่นี้เพิ่งชุบ หลอมเลือดจากร่างชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดพลันระเบิดประกาย แสงน่ากลัว
โครงกระดูกปีศาจเลือดจ้องเขม็งมาที่แก่นเลือดจากหัวใจของเนี่ย เทียนอย่างไม่ละสายตา ดวงตาของมันเผยความบ้าคลั่งและกระหายใคร่ ราวกับว่าแก่นเลือดหยดนั้นคือของดีหายากยิ่ง
“ท่านอาจารย์ แก่นเลือดหยดนี้ ท่านสามารถนำมันไปชุบหลอมเพิ่ม ความแข็งแกร่งให้กับอายุขัยของตัวเองได้หรือไม่?” เนี่ยเทียนเอ่ยเบาๆ
ใบหน้าของอูจี้เผยความซาบซึ้งใจ แต่กลับส่ายหน้าเบาๆ พร้อมยิ้ม เจื่อน “เสี่ยวเทียน สายเลือดของเจ้าแฝงเร้นไว้ด้วยความลี้ลับแห่งชีวิต มี ประโยชน์เช่นเดียวกับผลไม้แห่งชีวิต สามารถเพิ่มอายุขัยให้ข้าได้ก็จริง เพียงแต่ข้าไม่ใช่ชนต่างเผ่า เวทลับและพลังงานทั้งหมดที่ข้าฝึกฝนล้วนไม่ เกี่ยวข้องใดๆ กับจิงชี่เลือดเนื้อ”
“หมายความว่าอย่างไร?” เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“หมายความว่าเลือดสดที่แฝงเร้นไว้ด้วยส่วนยอดเยี่ยมแห่งชีวิตของ เจ้าหยดนี้ มีเพียงพวกชนต่างเผ่าที่ใช้พลังเลือดลมเป็นหลักเท่านั้นถึงจะ ชุบหลอมได้” อูจี้เองก็จนใจ “ทว่าต้นกำเนิดพลังของเผ่ามนุษย์นั้นมาจาก จุดตันเถียนและมหาสมุทรจิตวิญญาณ”
“พลังงานสองอย่างนี้ไม่สามารถผสานรวมแก่นเลือดหยดนี้แล้วเอา สารที่ยอดเยี่ยมและล้ำค่าที่สุดของชีวิตออกมาใช้ได้”
“แบบนี้เองหรือ” เนี่ยเทียนมีสีหน้าเสียดาย แล้วจึงเก็บแก่นเลือด หยดนั้นกลับเข้าไปในหัวใจอีกครั้ง “อาจารย์ แก่นเลือด…มีประโยชน์ อย่างไรกันแน่?”
“สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพรสวรรค์ทางสายเลือด และ สามารถร่ายเวทลับทางสายเลือดที่พิเศษออกมา มีประโยชน์มหัศจรรย์ไร้ ที่สิ้นสุด” อูจี้หัวเราะเฮอๆ แล้วพูดต่อว่า “ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะชุบ หลอมแก่นเลือดออกมาได้ ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกกับเจ้าแล้วว่า ข้ามีของ สิ่งหนึ่งจะให้เจ้า ของสิ่งนั้น…เกี่ยวข้องกับแก่นเลือด”
“อาจารย์ ท่านผู้อาวุโสรู้หรือไม่ว่าจะเอาแก่นเลือดมาใช้ได้ อย่างไร?” เนี่ยเทียนสีหน้าตื่นเต้น
“ข้ากำลังศึกษาอยู่ จะถูกต้องหรือไม่ยังจำเป็นต้องให้เจ้ามาทดลอง ดูก่อน อีกอย่างข้ายังจัดระเบียบไม่เรียบร้อย ดังนั้นถึงได้ให้เจ้ามาคราว หน้า” อูจี้ขมวดคิ้ว “ของที่ข้าจะให้เจ้ามีวิธีการใช้แก่นเลือด และก็คือเวท ลับทางสายเลือดที่พวกชนต่างเผ่าเรียกกัน เวทลับทางสายเลือดมีลักษณะ
เดียวกับคาถาวิเศษของเผ่ามนุษย์ โดยทั่วไปแล้วชนต่างเผ่าจะได้มาด้วย วิธีการสองอย่าง”
“วิธีแรกก็คือผู้อาวุโสในเผ่าต่างๆ จะเป็นผู้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลัง ของพวกเขาผ่านทางสายเลือด”
“และยังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือการเข้าไปในแดนเลือดอันลี้ลับของชนต่าง เผ่า และเอามาจากในแดนเลือด ข้าศึกษาวัฒนธรรมและสายเลือดของชน ต่างเผ่ามานานหลายปีถึงรู้ว่าชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งและเก่าแก่มากมาย ต่างก็มีแดนเลือดเป็นของตัวเอง”
“แต่แท้จริงแล้วแดนเลือดคืออะไรกันแน่ ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด ข้าแค่รู้ว่า ชนต่างเผ่าที่สายเลือดแข็งแกร่ง ในช่วงเวลาที่พิเศษอย่างถึงที่สุด พวกเขา จะสามารถใช้สายเลือดและจิตวิญญาณติดต่อกับแดนเลือด จากนั้นก็ บรรลุเวทลับทางสายเลือดที่พิเศษของชนเผ่าตัวเองได้”
“พรสวรรค์ทางสายเลือดของชนต่างเผ่าจะตื่นขึ้นมาตามความ แข็งแกร่งของสายเลือด พรสวรรค์ทางสายเลือดหลายประเภทที่แม้จะลี้ ลับหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาใช้ต่อสู้ได้”
“ส่วนเวทลับทางสายเลือดคือการใช้พลังทางสายเลือด ใช้พรสวรรค์ ทางสายเลือดมาสู้รบ เป็นเวทลับที่คนรุ่นก่อนๆ ของแต่ละเผ่านาบ ประทับเอาไว้ในแดนเลือด”
“เวทลับทางสายเลือดไม่สามารถตื่นขึ้นมาจากในสายเลือด แต่ จำเป็นต้องช่วงชิงมาเองของใครของมัน”
“…”
อูจี้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพรสวรรค์ทางสายเลือด เวทลับทาง สายเลือดและแดนเลือดให้กับเนี่ยเทียนฟังอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งความรู้ เหล่านี้มีผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์น้อยคนนักที่จะรู้
กล่าวจบ อูจี้ก็เงียบไปครู่ถึงได้พูดว่า “ชนต่างเผ่าที่มีสายเลือดแห่ง ชีวิตเช่นเจ้า ข้ายังไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีทางที่เจ้าจะฝึก เวทลับสายเลือดจากผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์เดียวกัน นอกเสียจากว่าเจ้าจะ สามารถได้เข้าไปในแดนเลือดที่เป็นของพวกเจ้าโดยเฉพาะถึงจะช่วงชิงมา ได้”
“เวทลับทางสายเลือดที่ข้าเรียบเรียงให้เจ้าคือเวทลับที่ชนต่างเผ่าส่วน ใหญ่ใช้กัน แต่เจ้าจะใช้ได้หรือไม่นั้น ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด อีกอย่างข้ายังต้อง ใช้เวลาอีกนิดถึงจะเข้าใจได้อย่างชัดเจน”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์” เนี่ยเทียนกล่าวขอบคุณจากใจจริง
คำอธิบายของอูจี้ทำให้เขามีความเข้าใจที่แท้จริงต่อพรสวรรค์ทาง สายเลือดและเวทลับทางสายเลือด
ในสายตาของเขา อาจารย์คนนี้ของเขาเต็มไปด้วยความลึกลับ เขา อาจจะไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนดาวตกก็จริง แต่กลับเป็นผู้ที่ มากพรสวรรค์ด้านการศึกษาเล่าเรียนอย่างแท้จริง ความเข้าใจที่เขามีต่อ ชนต่างเผ่าเกรงว่าคงเกินกว่าเขตวิญญาณส่วนใหญ่
“ฟูุวๆ!”
อูจี้ยื่นมือออกมากวักหนึ่งที ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคน และพวกสายเลือดระดับหกจากเผ่าทมิฬ เผ่าปักษา เผ่าเกล็ดดำที่
กระจายอยู่รอบๆ เขาหลิงอวิ๋นต่างก็ถูกเขาชักนำเข้ามาอยู่ในแหวนเก็บ ของ
“ศพของชนต่างเผ่าเหล่านี้มาจากเผ่าพันธุ์ต่างกัน สายเลือดต่างก็ไม่ อ่อนแอ”
ในดวงตาของอูจี้เต็มไปด้วยแววสำรวจค้นหา “ข้าจะศึกษาศพของ พวกเขาอย่างละเอียด ดูสิว่าเส้นชีพจรและหัวใจของพวกเขาต่างจากพวก เรามากน้อยแค่ไหน บางทีข้าอาจจะอาศัยพวกมันมาศึกษาสายเลือด พรสวรรค์ เวทลับของชนต่างเผ่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”
เดิมทีเนี่ยเทียนยังคิดจะใช้การสูบดึงพลังชีวิตมาดูดซับจิงชี่เลือดเนื้อที่ เหลืออยู่ในร่างของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด แต่พอเห็นว่าอูจี้ทำ เช่นนี้ เขาก็ไม่พูดมากอีก
เขารู้สึกว่าการศึกษาและวิเคราะห์ที่อูจี้มีต่อศพเหล่านี้สำคัญยิ่งกว่า การดูดซับจิงชี่เลือดเนื้อของเขามากนัก
——