ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 616 เดินทางอีกครั้ง
ภายใต้การขับเคลื่อนจากโครงกระดูกปีศาจเลือด เนี่ยเทียนก็บินลงมา จากภูเขาด้านหลัง
ตัวเขาอยู่กลางอากาศ ก้มหน้าลงมองพื้นดินจึงได้เห็นผู้โชคดีที่รอด ชีวิตมาได้ต่างกำลังเก็บแหวนห้วงมิติบนซากศพของชนต่างเผ่า
ศพของชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งนับว่ายังมีประโยชน์ต่อเผ่ามนุษย์
เนื่องด้วยร่างกายของชนต่างเผ่าแข็งแกร่ง กระดูกของพวกเขาจึง นำมาเป็นวัสดุหลอมอาวุธวิเศษได้ไม่ต่างอะไรจากสัตว์วิเศษ
วัตถุดิบมากมายที่เก็บอยู่ในแหวนห้วงมิติของชนต่างเผ่า ส่วนใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในดินแดนดาวตก ซึ่งในอนาคตก็อาจนำมาวางขาย เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นหินวิเศษจำนวนมหาศาลได้
นอกจากนี้คัมภีร์ของชนต่างเผ่าอย่างอสูรกาย และเผ่าทมิฬก็ล้วน นำไปขายให้กับวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ได้ราคางาม
ตอนที่เนี่ยเทียนบินลงมา เดิมทีเขายังคิดจะให้โครงกระดูกปีศาจเลือด ดึงเอาเลือดสดจากในร่างของพวกชนต่างเผ่ามาต่อ
แต่เขาก็รู้ด้วยว่าเมื่อชนต่างเผ่าพวกนั้นถูกดึงเลือดสดออกมา มูลค่า ของพวกมันจะลดลงฮวบฮาบ นี่จะทำให้ผลประโยชน์ที่แต่ละฝุายของ อาณาจักรหลีเทียนได้รับลดน้อยลง
แม้ว่าอาณาจักรหลีเทียนจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้มาได้สำเร็จ แต่ก็ยังมี คนบาดเจ็บและล้มตายกันไปมาก เมื่อมองไปจึงเห็นคนมากมายต่างก็ กำลังหลั่งน้ำตา ร้องไห้เบาๆ
ภูเขาหลิงอวิ๋น รอบด้านภูเขาลูกเตี้ยมีศพมากมายที่ถูกชนต่างเผ่า สังหารนอนกระจายอยู่ จุดที่ศพเหล่านั้นนอนอยู่ล้วนมีญาติและสหายของ พวกเขามารวมตัวกัน
เนี่ยเทียนถอนหายใจอยู่ในใจ รู้ดีว่าการต่อสู้กับชนต่างเผ่าย่อมเกิด เป็นโศกนาฎกรรมเช่นนี้
หากชนต่างเผ่าเป็นฝุายได้เปรียบเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะสังหารเผ่า มนุษย์เหมือนสังหารสัตว์เลี้ยง ไม่มีทางใจอ่อนเด็ดขาด
ครั้งนี้ยังดีที่อูจี้แสดงความห้าวหาญไร้เทียมทานออกมา ดึงดูดชนต่าง เผ่าทุกคนที่เข้ามารุกรานให้มารวมอยู่ที่นี่ได้สำเร็จ ทั้งยังใช้พื้นที่แห่งเวลา มาสังหารผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับเจ็ดสองคนด้วย
หาไม่แล้ว หากปล่อยให้ชนต่างเผ่าเหล่านั้นกระจายตัวกันไปตามเมือง ที่พวกมนุษย์อยู่อาศัยอย่างเมืองเฮยอวิ๋น ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมร้ายแรงจน คาดไม่ถึง
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดลดตัวลงอยู่ข้างกายหลี่หลางเฟิง
“ท่านอาจารย์อาเป็นอย่างไรบ้าง?” เจียงจือซูรีบรุดหน้าเข้ามาหาด้วย สีหน้าเป็นกังวล “อายุขัยของท่านอาจารย์อาจะหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะการต่อสู้ครั้งนี้หรือไม่?”
ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักหลิงอวิ๋น เขาได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ตัวอู จี้ หากเกิดอะไรขึ้นกับอูจี้ สำนักหลิงอวิ๋นก็มิอาจรักษาตำแหน่งเหนือล้ำ เกินผู้ใดในอาณาจักรหลีเทียนได้อีก
และวันข้างหน้าอาณาจักรหลีเทียนก็จะต้องเจอกับภัยพิบัติอีก มากมาย
“ไม่เป็นอะไร” เนี่ยเทียนกล่าว
เจียงจือซูพลันวางใจลงได้
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ผู้อาวุโสที่สวมชุดของสำนักหลิงอวิ๋นหลายคน เมื่อเห็นว่าเขาลงจากภูเขาลูกเตี้ยมาแล้วต่างก็รีบหลบลี้หนีหน้าด้วยความ ขลาดกลัว คล้ายกลัวว่าเขาจะหมายหัวเล่นงาน
“คนพวกนั้น?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
เจียงจือซูกระแอมแห้งๆ สองที ใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “คือว่า พวกเขาคือคนที่ก่อนหน้านี้…ไม่ค่อยเป็นมิตรกับตระกูลเนี่ยของพวกเจ้า เท่าใดนัก พวกเขากลัวว่าเจ้าจะเอาผิดจึงได้แต่หนีห่างไปไกล”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น “ก็แค่พวกตัวตลกโง่เง่าเท่านั้น”
“เนี่ยเทียน!” เจียงจือซูสีหน้าเคร่งเครียด “นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้า วางใจได้! ต่อไปตระกูลเนี่ยที่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นจะได้รับการคุ้มครอง
อย่างดีจากสำนักหลิงอวิ๋น! ครั้งนี้ตอนที่ข้ากลับมาก็ได้พาคนของตระกูล เนี่ยส่งไปที่โลกมายามรกตเป็นกลุ่มแรก!”
“แม้แต่ลูกศิษย์ในสำนักหลิงอวิ๋นก็ยังถูกส่งไปหลังจากท่านตาและ ท่านปูาของเจ้า!”
“พวกผู้อาวุโสหลายคนที่มีใจคิดไม่ดีก็จะไม่กล้าพูดจาคัดค้านอีก แม้แต่คำเดียว! เพราะว่าเจ้า ทำให้ตระกูลเนี่ยกลายมาเป็นตระกูลที่พิเศษ ที่สุดของอาณาจักรหลีเทียน! ขอแค่อาณาจักรหลีเทียนไม่พังพินาศ ตระกูลเนี่ยก็ไม่มีทางดับสูญ!”
“เจ้าสำนักโปรดวางใจ ข้าไม่มีทางไปข้าเรื่องพวกเขา” เนี่ยเทียนยิ้ม กว้าง มองไปยังคนเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา “หากข้ายังมีปมในใจ พวก เขาคงตายกันไปนานแล้ว”
“แบบนั้นก็ดี แบบนั้นก็ดี” เจียงจือซูวางใจลงได้ จากนั้นจึงกล่าวต่อ ว่า “ชนต่างเผ่ามากมายที่ตายไปทิ้งของเอาไว้มากมาย เจ้าต้องการอะไรก็ บอกมาได้เลย”
เวลานี้หลี่หลางเฟิงทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดชะงักไปก่อน
เนี่ยเทียนรู้ใจทันที “ขอคัมภีร์บางส่วนของพวกเผ่าทมิฬให้ข้าเถอะ”
เจียงจือซูเหลือบมองหลี่หลางเฟิงแวบหนึ่ง เข้าใจอยู่ในใจ “ได้ ข้าจะ ไปจัดการเดี๋ยวนี้”
“ขอบคุณมาก” หลี่หลางเฟิงเอ่ยเบาๆ
คัมภีร์ของเผ่าทมิฬบันทึกเวทลับสายเลือดและความมหัศจรรย์ของ พิษร้ายเอาไว้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อเขาสูงมาก
วิชาพิษร้ายที่เขาฝึกฝนมีข้อบกพร่องมาโดยตลอด หากสามารถแก้ไข ข้อบกพร่องเหล่านั้นได้ ต่อไปเขาก็จะฝุาทะลุขั้นได้เร็วขึ้น พลังการต่อสู้ที่ สามารถร่ายออกมาก็จะแข็งแกร่งขึ้น
“เจ้าและข้าไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไม่นานนัก เจียงจือซูก็เอาตำราหนังสัตว์ของเผ่าทมิฬกลับมาด้วย หลายเล่ม เขาล้วนส่งมอบให้เนี่ยเทียนทั้งหมด “นี่ก็คือของที่เจ้าต้องการ”
เมื่อรับมาแล้ว เนี่ยเทียนก็ส่งต่อให้หลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงเก็บเอาตำราหนังสัตว์ของเผ่าทมิฬที่เกี่ยวข้องกับพิษร้าย เข้าไปในแหวนเก็บของอย่างทะนุถนอมแล้วยืนรออยู่เงียบๆ
เจียงจือซูเองก็จากไปอย่างรู้อะไรควรไม่ควร
ไม่นานนัก หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตก็ขับเคลื่อนแท่นดอกบัวสีเลือดมาถึง อย่างเงียบเชียบ
“ผู้อาวุโสหลี ตอนนี้พี่น้องตระกูลอันอยู่ที่ไหนหรือ?” เนี่ยเทียนถาม
“ถูกส่งตัวไปยังพื้นที่ลับแห่งหนึ่ง” หลีจิ้งบอกเขาโดยไม่คิดปิดบัง “ตอนนี้อาณาจักรหลีเทียนคลี่คลายวิกฤตได้แล้ว ข้าอาจจะส่งคนไปรับ พวกนางกลับมาอีกครั้ง”
“ทำไม เจ้าร้อนใจอยากพบพวกนางหรือ? ให้ข้าพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้เลยดี ไหม?”
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ส่ายหัว “ในเมื่อยังไม่กลับมาจากพื้นที่ลับ งั้นก็ไว้เจอกันคราวหน้า อย่างไรซะอีกไม่นานข้าก็จะกลับมาอีกรอบ”
นอกจากคนในตระกูลเนี่ยไม่กี่คนแล้ว ในอาณาจักรหลีเทียนแห่งนี้ ผู้ ที่เขายังคงให้ความสนใจก็มีแต่อันซืออี๋จากตระกูลอันเท่านั้น
ตอนที่เขายังไม่เติบโตอย่างเต็มที่ อันซืออี๋ดีต่อเขาไม่น้อย และเขาก็ จดจำอยู่ในใจมาโดยตลอด
ในส่วนลึกของจิตใจ เขามองเห็นอันซืออี๋เป็นเหมือนพี่สาวแท้ๆ เมื่อรู้ ว่าอันซืออี๋ปลอดภัย เขาก็วางใจลงได้
“เจ้าจะไปที่ไหน?” หลีจิ้งตะลึงน้อยๆ “หลังจากที่จ้าวซานหลิงปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคง ที่นี่ถึงจะเป็น สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในดินแดนดาวตก เหตุใดเจ้าไม่รออยู่ดีๆ กลับยัง จะต้องวิ่งวุ่นไปทั่ว?”
“ก็เหมือนที่ข้ารู้ดีว่าอาณาจักรหลีเทียนเต็มไปด้วยอันตรายแต่ก็ยัง กลับมานั่นแหละ บางสถานที่ คนบางคน ข้ามิอาจทอดทิ้งได้” เนี่ยเทียน กล่าว
หลีจิ้งมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ ผ่านไปพักหนึ่งถึงได้ถอนหายใจเบาๆ “เข้าใจแล้ว”
เมื่อเห็นว่าพวกฉางเซิน กุ่ยถง ฝางฮุยต่างมารวมตัวกันหลังเห็นเขาลง มาจากเขา เพราะหมายจะถามสถานการณ์ของอูจี้ เขาจึงรีบพูดกับหลีจิ้ง ไปว่า “อาจารย์ของข้าปลอดภัยดี บอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นกังวล”
กล่าวจบเขาก็บอกเป็นนัยแก่หลี่หลางเฟิง หลี่หลางเฟิงจึงขึ้นไปยืนอยู่ บนร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดเช่นเดียวกับเขา
โครงกระดูกปีศาจเลือดพลันทะยานขึ้นไปกลางอากาศ
“เจ้าเด็กนั่นจะไปที่ไหน?” พอมาถึงฉางเซินก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เกรงว่าคงจะออกไปจากอาณาจักรหลีเทียนแล้วล่ะ” หลีจิ้งตอบรับ
“ออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน?” ฉางเซินตะลึง “ตอนนี้อาณาจักร หลีเทียนปลอดภัยที่สุด ทำไมเขาถึงต้องจากไป? อีกอย่าง เขาสามารถ จากไปได้ตามใจชอบจริงๆ หรือ? ค่ายกลนำส่งของพวกเราล้วนถูกรื้อถอน ไปหมดแล้วนะ”
“มีจ้าวซานหลิงอยู่ด้วย จะมีที่ไหนบ้างที่เขาไปไม่ได้?” หลีจิ้งถามกลับ
“ก็ ก็ถูก” ฉางเซินพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “นับแต่ วันนี้ไป อาณาจักรหลีเทียนก็คือใต้หล้าของอาจารย์และศิษย์คู่นี้แล้ว ก็ดี มีพวกเขาอยู่ อย่างน้อยพวกสำนักในอาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นห มิงก็ไม่มีทางลงมือกับอาณาจักรหลีเทียนง่ายๆ อีก”
……
ระหว่างทางที่โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปยังค่ายกลนำส่งหลังนั้น เนื่องจากไฟแห่งชีวิตใกล้จะเผาผลาญหมด เนี่ยเทียนจึงต้องกรอกเลือด สดให้มันอีกครั้ง
แก่นเลือดที่มีค่ามากยิ่งกว่า เขาให้ความสำคัญอย่างถึงที่สุดจึงไม่ได้ นำมาใช้มั่วซั่ว ไม่ได้มอบให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือดเพียงเพราะความ ต้องการอันบ้าคลั่งของมัน
รอจนโครงกระดูกปีศาจเลือดมาถึงแม่น้ำสายนั้นได้ไม่นาน จ้าวซานห ลิงก็เหมือนจะสัมผัสได้จึงมาถึงที่นี่ทันที
เมื่อจ้าวซานหลิงมาถึง แค่มองโครงกระดูกปีศาจเลือดปราดเดียวก็ หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “หุ่นเชิดเลือดตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอีกแล้ว”
“นั่นสิ” เนี่ยเทียนยิ้ม กล่าวอย่างจงใจว่า “ผู้อาวุโส ตอนนี้ระดับของ หุ่นเชิดเลือดตัวนี้คือระดับกลางของสายเลือดระดับแปด เทียบเคียงได้กับ เขตวิญญาณขั้นกลางของเผ่ามนุษย์เรา หากท่านต้องการให้เขาไปเอาของ ที่จำเป็นมาจากพื้นที่พิเศษบางแห่ง นั่นก็ไม่ยิ่งราบรื่นกว่าเดิมหรอก หรือ?”
“ถูกต้อง” จ้าวซานหลิงหัวเราะเสียงแปร่ง เขาย่อมฟังออกถึง ความหมายข่มขู่ในคำพูดของเนี่ยเทียน
ตบะของเขาอยู่ที่เขตวิญญาณช่วงต้น เมื่อเผชิญหน้ากับโครงกระดูก ปีศาจเลือดที่มีสายเลือดระดับแปดขั้นกลาง เกรงว่าคงไม่สามารถเอาชนะ มันได้อย่างมั่นคงอีกแล้ว
แต่เขาเองก็ไม่เคยเป็นกังวลกับโครงกระดูกปีศาจเลือดตัวนี้
แม้แต่ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณช่วงท้ายของวิมานสวรรค์ เขายังไม่ เคยเก็บเอามาใส่ใจ แล้วนับประสาอะไรกับหุ่นเชิดเลือดตัวหนึ่ง?
ทุกวันนี้คนที่ทำให้เขากริ่งเกรงอย่างแท้จริง มีเพียงอูจี้เท่านั้น!
เพราะว่าขอแค่อูจี้ร่ายใช้เวลาหยุดนิ่ง เขาถึงจะทำไม่ได้แม้แต่แหวก รอยแยกห้วงมิติหนีไป!
คนอื่นๆ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ขอบเขตสูงล้ำเท่าไหร่ก็ล้วนไม่มี ความสามารถเช่นนี้
เนี่ยเทียนคิดจะใช้โครงกระดูกปีศาจเลือดมาข่มขู่เขา ในสายตาของ เขานับว่าเป็นเรื่องที่น่าขันยิ่งนัก
กะอีแค่หุ่นเชิดเลือดที่ไม่มีสติปัญญา อาศัยเพียงสัญชาตญาณมา เคลื่อนไหวจะทำอะไรกับคนที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติอย่างเขาได้?
ต่อให้แข็งแกร่งกว่านี้ก็ยังขัดขวางเขาไว้ไม่ได้ จะอยู่หรือไปก็ล้วน ขึ้นอยู่กับความต้องการของเขาเท่านั้น
เขายกมุมปากยิ้มดูแคลน ก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจ “คราวนี้เจ้าคิดจะ ไปที่ไหน?”
“อาณาจักรปุายจั้น!” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ตกลง!” จ้าวซานหลิงหรี่ตา พยักหน้าเบาๆ “แต่ว่านี่เป็นครั้งสุดท้าย ที่ข้าจะช่วยเจ้า ไปส่งเจ้าที่อาณาจักรปุายจั้นก็เท่ากับเป็นข้อชดเชยให้กับ การแลกเปลี่ยนข้อที่สองของพวกเรา หลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรอีก ข้าไม่ สนใจแล้ว”
“ได้!” เนี่ยเทียนเห็นด้วย
เขาเองก็รู้ดีว่าคนอย่างจ้าวซานหลิงไม่มีทางช่วยเหลือเขาอย่างเต็มใจ จ้าวซานหลิงช่วยให้เขามาที่อาณาจักรหลีเทียน ผนึกรอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมโยงมายังอาณาจักรหลีเทียนก็ล้วนเป็นเพราะข้อแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น
“ไปกันเถอะ” จ้าวซานหลิงตบมือหนึ่งครั้ง แม่น้ำก็แยกออกจากกัน พื้นดินแตกแยก ค่ายกลนำส่งห้วงมิติหลังนั้นก็ปรากฏวาบขึ้นมาอีกครั้ง
เก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดเข้าไว้ในแหวนเก็บของเรียบร้อย เนี่ย เทียนและหลี่หลางเฟิงก็เข้าไปข้างในภายใต้การชี้นำจากจ้าวซานหลิง ใช้ ค่ายกลนำส่งห้วงมิติหลังนั้นตรงดิ่งไปยังอาณาจักรปุายจั้น
กลางหุบเขาแห่งหนึ่งของอาณาจักรปุายจั้น พื้นดินพลันระเบิดเสียง ดังสนั่นหวั่นไหว ผิวหน้าดินแตกออกเป็นสองส่วน ค่ายกลนำส่งอีกหลัง หนึ่งเผยกาย
พวกเนี่ยเทียนทยอยกันเดินออกมา
ยังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนสร้างทิพย์จักษุ จ้าวซานหลิงก็พลันเลิกคิ้ว “อาณาจักรปุายจั้นนี่อนาถยิ่งกว่าอาณาจักรหลีเทียนมากนัก แต่ว่าต่อให้ คนทั้งดินแดนดาวตกตายหมด แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? สถานที่บ้าๆ แห่งนี้ ข้าอยากไปให้พ้นๆ ตั้งนานแล้ว”
เนี่ยเทียนเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมา แล้วจึงให้มันบินไปยัง ทิศทางที่ตั้งของตระกูลต่งพร้อมหลี่หลางเฟิงตามคำบอกของจ้าวซานหลิง
จ้าวซานหลิงไม่ได้ตามไปด้วย เขาแค่ยืนขมวดคิ้วรับสัมผัสสภาพของ สิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้เคียงอยู่ข้างค่ายกลนำส่งแห่งมิติ
โครงกระดูกปีศาจเลือดห้อทะยานไปกลางอากาศ เนี่ยเทียนสร้าง ทิพย์จักษุเก้าข้างให้ค่อยๆ แผ่ขยายออกไป มองสำรวจพื้นที่เบื้องล่าง อย่างละเอียด
สีหน้าของเขาเปลี่ยนมาเป็นดำคล้ำไม่น่ามองมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมจุด ไท่หยางที่เต้นดัง “ตุบๆ”
——