ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 617 นรกบนดิน
ในขอบเขตที่ทิพย์จักษุมองเห็น ภาพเหตุการณ์หลากหลายสะท้อน เข้ามาในสมอง
หมู่บ้านของเผ่ามนุษย์หลายแห่งคละคลุ้งไปด้วยหมอกควัน ทว่ากลับ ไม่มีร่องรอยของผู้คนให้เห็น
ลานกว้างกลางเมืองขนาดค่อนข้างใหญ่แห่งหนึ่ง กองซากศพของเผ่า มนุษย์ทับถมกันราวภูเขา แมลงวันมากมายบินตอมเสียงดัง “หวึ่งๆ”
ศพของเผ่ามนุษย์ถูกจัดวางตามรูปแบบของแท่นบวงสรวงของชนต่าง เผ่า คล้ายกำลังนำศพของพวกเขามาเซ่นไหว้ให้กับบรรพชนของตัวเอง
ในกองซากศพมีทั้งคนแก่ มีทั้งผู้หญิงและมีทั้งเด็ก
คนเหล่านั้นตายไปหลายวันแล้ว ศพของพวกเขาแห้งเหี่ยว บนใบหน้า เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว
คราบเลือดแห้งเกรอะกรังกระจายไปทั่วสี่ด้านแปดทิศ กลิ่นเหม็นเน่า ของซากศพลอยอวลไปทั่วทั้งเมือง
โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปข้างหน้า ระหว่างที่ผ่านเมืองหรือ หมู่บ้าน เนี่ยเทียนจะต้องได้เห็นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำนอนกองเป็นศพ กลายมาเป็นเครื่องสังเวยบรรพบุรุษให้กับพวกชนต่างเผ่า
ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผ่านมาจากทิพย์จักษุจึงทำให้เนี่ยเทียนสีหน้า นิ่งสนิทราวผิวน้ำอยู่นานแล้ว
หลี่หลางเฟิงที่มีตบะเขตสามัญช่วงท้ายก็รวบรวมพลังจิตวิญญาณ ทำ ให้เขามองเห็นภาพเหตุการณ์อเนจอนาถเบื้องล่างอย่างชัดเจน ต่อให้เป็น เขาที่มีนิสัยใจคออำมหิตไร้ปราณีก็ยังเงียบงัน ความดุดันเริ่มแผ่ออกมา ทางดวงตา
โครงกระดูกปีศาจเลือดบินทะยานไปข้างหน้าดังอู้ๆ ภาพเหตุการณ์ มากกว่าเดิมยังคงสะท้อนเขามากลางใจเนี่ยเทียนไม่ขาดสาย
เขามองเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเมืองหรือหมู่บ้านใดที่มีคนธรรมดาอยู่ อาศัย หากไม่ถูกสังหารจนเกลี้ยงก็จะถูกจัดวางไว้ตามรูปแบบของพิธี สังเวยชนต่างเผ่าในลานกว้างแห่งหนึ่ง ใช้โครงกระดูกของเผ่ามนุษย์กอง พะเนินสูงมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้
ตลอดทางมานี้ เขาแทบจะไม่เห็นคนธรรมดาที่รอดชีวิตเลยแม้แต่คน เดียว
“โหดร้ายเกินไปแล้ว” หลี่หลางเฟิงหนังตากระตุก ปราณดุร้ายเข้มข้น สาดส่องออกมาจากดวงตาของเขา “พวกชนต่างเผ่าที่มารุกรานทำกับ มนุษย์ธรรมดาของอาณาจักรปุายจั้นราวกับสัตว์เดรัจฉาน! พวกเราก็คือ สิ่งมีชีวิตสติปัญญาสูงเหมือนกัน ทำไมพวกเขาถึงกล้าทำเช่นนี้?”
“ก่อนหน้านี้ข้ายังคาดหวังไปในทางที่ดีต่อสงครามระหว่างเผ่าพันธ์อยู่ บ้าง แต่หลังจากนี้จะไม่มีทางหวังอะไรอีกแล้ว” ใบหน้าของเนี่ยเทียนแข็ง กร้าวมืดดำ “การต่อสู้ระหว่างชนเผ่าต่างๆ หากไม่เจ้าตายก็ข้าที่รอด ระดับความเหี้ยมโหดของสงครามเช่นนี้อยู่ไกลเกินกว่าที่ข้าจะคาดคิดได้
มากนัก! สำหรับไอ้พวกชนต่างเผ่าที่บุกเข้ามา ฆ่าได้เท่าไหร่ก็ฆ่ามันให้ หมด! ทางที่ดีที่สุดอย่าให้พวกมันหนีรอดกลับไปได้!”
หลี่หลางเฟิงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “สงครามเก้าอาณาจักรของ ดินแดนดาวตก ข้าเองก็เคยเห็นมาก่อน แต่การต่อสู้ภายในของแต่ละ สำนักจะไม่มีทางลากคนธรรมดาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเด็ดขาด คนธรรมดา ที่ไม่มีรากฐานของการฝึกตนก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการต่อสู้ของแต่ละ ฝุาย ฝุายที่ได้อำนาจในการควบคุมแต่ละอาณาจักรก็จะต้องปลอบใจพวก คนธรรมดาหลังเกิดเรื่อง ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้”
โครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงห้อทะยานไปยังทิศทางที่ตั้งของตระกูลต่ งตามการชี้นำของจ้าวซานหลิง และตอนนี้มันก็ขยับเข้ามาใกล้ตระกูลต่ งมากขึ้นทุกทีแล้ว
เนี่ยเทียนได้เห็นกลุ่มของชนต่างเผ่าเป็นครั้งแรก
พวกภูตผีปีศาจชั้นสูงต่างก็นั่งอยู่บนหลังสัตว์ปีศาจ พวกมันกำลังขยับ เข้าไปใกล้ตระกูลต่งอย่างไม่รีบไม่ร้อน ต่างคนต่างกำลังเจรจาพาทีพร้อม เสียงหัวเราะ
ทว่าในมือของภูตผีปีศาจชั้นสูงเหล่านั้นกลับถือแขนขาวเนียนเอาไว้ ทั้งยังคอยยกแขนขาวๆ นั้นขึ้นกัดแทะพร้อมยิ้มตาหยี
เลือดสดไหลออกมาตามซอกฟันที่แหลมคมของพวกมัน ทำให้ปาก ของพวกมันเปรอะไปด้วยคราบเลือด
“นั่นมัน…แขนของหญิงสาวคนหนึ่ง!” หลี่หลางเฟิงก้มหน้าลงมอง ใน ที่สุดก็แผดเสียงร้องคำรามยาวเหยียดอย่างทนไม่ไหว เสียงนั้นของเขาเต็ม ไปด้วยความดุร้ายและเจ็บปวด
ไม่รอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวได้ทัน เขาก็พลันบินออกไปจากโครงกระดูก ปีศาจเลือด บินทะยานเข้าไปในกลุ่มของภูตผีปีศาจชั้นสูงสายเลือดระดับ สี่เหล่านั้น บนร่างของเขามีม่านแสงพลังวิญญาณที่มีพิษร้ายแรงล้อมวน เป็นเส้นๆ เหมือนงูพิษที่กำลังเริงระบำอย่างบ้าคลั่ง
ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับสี่ถูกม่านแสงพลังวิญญาณที่เหมือนงูพิษ เหล่านั้นแทงทะลุเลือดเนื้อจนตายไป
เนี่ยเทียนข่มกลั้นความเดือดดาล บอกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดลด ตัวลงต่ำ มองซากศพของชนต่างเผ่าหลายตนที่ในมือยังถือแขนขาวราว หิมะเอาไว้ก็ตะคอกเสียงดัง “ภูตผีปีศาจชั้นสูงเหล่านี้ทระนงว่าตัวเองคือ สิ่งมีชีวิตระดับสูง ทว่าพวกเขากลับกัดกินแขนของเด็กสาวเผ่ามนุษย์ของ พวกเรา!”
“ไอ้พวกเดรัจฉานสมควรตาย!” หลี่หลางเฟิงเรียกเอาอาวุธแหลมคม ออกมาฟาดฟันลงไปบนร่างของภูตผีปีศาจเหล่านั้นจนเลือดสาดกระเซ็น ราวกับว่ามีเพียงทำอย่างนี้เท่านั้น ในใจเขาถึงจะรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง
“หายนะครั้งนี้ต้องจบลงโดยเร็วที่สุด!” เนี่ยเทียนกัดฟันพูด
“นายน้อยเนี่ย ยังดีที่ทางฝุายของอาณาจักรหลีเทียนมีอาจารย์ของ ท่านออกหน้าช่วยเหลือ ดึงดูดให้พวกชนต่างเผ่าทั้งหมดไปอยู่ที่สำนักหลิ งอวิ๋น” หลี่หลางเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “ชนต่างเผ่าเหล่านั้น
น่าจะคาดไม่ถึงว่าอาจารย์ของท่านจะบรรลุเวทลับแห่งเวลา หาไม่แล้วถ้า ปล่อยให้พวกมันกระจายกันออกไปเข่นฆ่าผู้คน สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรหลี เทียนก็คงดับสูญ กลายมาเป็นนรกบนพื้นดิน!”
“อาณาจักรหลีเทียนถือว่าพ้นเคราะห์มาได้แล้ว ทว่าอาณาจักรปุาย จั้น…” เนี่ยเทียนหน้าเคร่ง “และอาณาจักรอื่นๆ จะเป็นเหมือนอาณาจักร ปุายจั้นนี้หรือไม่?”
กล่าวจบหลี่หลางเฟิงก็พลันเงียบงัน
หลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเลือดลดตัวลงต่ำ มันก็ดูดเอาเลือดสด ของชนต่างเผ่าที่สายเลือดค่อนข้างต่ำเหล่านั้นมาอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนมองไปทางตำแหน่งของตระกูลต่ง “ไป!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดบินออกมาอีกครั้ง
ทิพย์จักษุเก้าข้างยังคงลอยไปรอบด้าน จากทิพย์จักษุทำให้เขา มองเห็นอสูรกายจำนวนไม่น้อยที่เหนือหัวมีวิญญาณมากมายล้อมวน กำลังมุ่งหน้าไปรวมตัวกันอยู่ที่ตระกูลต่ง
วิญญาณร้ายเหล่านั้นล้วนคือคนธรรมที่ถูกชนต่างเผ่าสังหารไป มีมาก นับพันนับหมื่นคน
อสูรกายใช้เวทลับจิตวิญญาณมาควบคุมวิญญาณร้ายให้ตรงดิ่งไปที่ ตระกูลต่ง
ท่ามกลางชั้นเมฆ เนี่ยเทียนที่อยู่บนโครงกระดูกปีศาจเลือดเพ่งสมาธิ มองไปก็สังเกตเห็นว่าทางฝุายของตระกูลต่งมีวิญญาณร้ายอยู่เป็นจำนวน มาก ซึ่งเกรงว่าจะมีนับหลายล้านจนถึงสิบล้านตัว!
วิญญาณร้ายมากมายร้องคำรามประหนึ่งตั๊กแตนที่รุมกันกัดกินม่าน แสงค่ายกลใหญ่ที่ปกปูองตระกูลต่ง
เผ่ามนุษย์จากสี่ด้านแปดทิศที่ถูกชนต่างเผ่าสังหารกลายมาเป็น วิญญาณร้ายจำนวนมากกว่าเดิม ทั้งยังมารวมตัวกันราวกับเป็นกองทัพ ใหญ่
ดูเหมือนว่าชนต่างเผ่าคิดจะอาศัยวิญญาณร้ายของคนธรรมดานับพัน นับหมื่นคนที่ตายไปมาฉีกกระชากค่ายกลแล้วโจมตีเข้าไปข้างใน
ริมขอบของตระกูลต่งมีภูตผีปีศาจ อสูรกาย และยังมีชนเผ่าเกล็ดดำ รวมไปถึงเผ่าหินเทาโอบล้อมเอาไว้อย่างแน่นหนา
“ตระกูลต่งถูกกักแล้ว ค่ายกลนั้นของพวกเขากำลังถูกเผาผลาญ พลังงาน ไม่รู้ว่าจะแตกละเอียดเมื่อไหร่” หลี่หลางเฟิงเหลือบมองแวบ หนึ่งก็กล่าวด้วยสีหน้ามืดคล้ำ “นายน้อยเนี่ย พวกเราเดินหน้าไปอีกนิดก็ น่าจะเปิดเผยตัวแล้ว ถึงเวลานั้นคงชักนำให้พวกชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งมา ไล่ฆ่าพวกเรา”
เนื่องจากโครงกระดูกปีศาจเลือดลอยตัวอยู่บนอากาศสูง บวกกับที่มี ทิพย์จักษุอยู่ เนี่ยเทียนถึงได้มองเห็นสภาพการณ์ของตระกูลต่งได้แต่ไกล
แท้จริงแล้วระยะห่างระหว่างโครงกระดูกปีศาจเลือดและตระกูลต่งยัง มีอีกระยะหนึ่ง
ระยะห่างนี้ ในสายตาของหลี่หลางเฟิงยังถือว่าปลอดภัย อสูรกาย ระดับเจ็ดที่เชี่ยวชาญพลังจิตวิญญาณก็อาจจะยังสังเกตไม่เห็นพวกเขา
ทว่าหากขยับเข้าใกล้ไปอีกนิด โครงกระดูกปีศาจเลือดก็จะเผยตัวแล้ว ชักนำความสนใจจากชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งได้ทันที
ถึงเวลานั้นพวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับการล้อมโจมตีของชนต่างเผ่า ซึ่งอาจมีระดับเจ็ดรวมอยู่ด้วย
และโครงกระดูกปีศาจเลือดก็อาจจะต้านรับไม่ไหว
ขอแค่เข้าใจได้ชัดเจนก่อนว่ามีชนต่างเผ่าระดับเจ็ดมากน้อยเพียงใด อยู่ใกล้กับตระกูลต่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดร่วมมือกับ ตระกูลต่งแล้วจะสามารถเอาชนะชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดได้หรือไม่ ถึงจะรับมือได้อย่างมั่นคง
“ข้าจะลองติดต่อคนตระกูลต่งดู” เนี่ยเทียนหยิบเอาหินส่งข้อความ เสียงออกมา
……
ตระกูลต่ง
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดใหญ่ยักษ์มีคลื่นห้วงมิติที่ชัดเจนส่งผ่าน ออกมาอย่างต่อเนื่อง คนตระกูลต่งหลายคนต่างก็กระจายตัวกันอยู่รอบ ค่ายกล
ต่งหวังหลิงบรรพบุรุษตระกูลต่งมองไปยังค่ายกลพิทักษ์ตระกูล ได้ยิน เสียงคนในตระกูลพูดคุยกันอย่างร้อนรน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างต่อเนื่อง
“ท่านบรรพบุรุษ! อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย หากค่ายกลถูกตีแตก เมื่อไหร่ ชนต่างเผ่าก็จะบุกเข้ามาได้ ผลลัพธ์ที่ตามมายากจะคาดการณ์ ได้!” ต่งเถิงเฟยสีหน้าร้อนรน “ตามความเห็นข้า พวกเราทิ้งอาณาจักร ปุายจั้นไปอยู่ในโลกเงามืดที่พวกเราเคยสำรวจมาแล้วเถอะ แม้ว่าโลกเงา มืดจะมีปราณวิญญาณฟูาดินน้อยนิด ไม่เหมาะกับการฝึกตนของตระกูล ต่งเรา แต่ก็เราก็ยังเอาชีวิตรอดได้”
“นั่นสิท่านบรรพบุรุษ ค่ายกลหลังนี้ทุกวันต้องเผาผลาญหินวิเศษไป หลายล้านก้อน พวกเราต้านทานมาครึ่งเดือนเต็มแล้ว หากเป็นอย่างนี้ ต่อไป หินวิเศษที่ตระกูลต่งสะสมเอาไว้ก็จะถูกเผาผลาญไปจนหมด”
“ถึงเวลานั้น พวกเราจะไปอยู่ที่โลกเงามืดก็ไม่มีหินวิเศษให้ใช้ นั่นจะ ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่”
ต่งเชียนฉีประมุขตระกูลต่งคนปัจจุบันสีหน้ามืดคล้ำ “ไปที่โลกเงามืด ก็ต้องทำลายค่ายกลนี้ทิ้งทันที เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชนต่างเผ่าตามไปได้ แต่ หากทำลายค่ายกลนี้ก็หมายความว่าพวกเราทิ้งทุกอย่างที่มีอยู่ใน อาณาจักรปุายจั้น ซึ่งบางทีผ่านพ้นไปหลายพันปีแล้วก็ยังไม่อาจกลับมา ได้”
“นอกจากนี้ ตระกูลกู่ ตระกูลเฉาและหอโอสถก็อาจจะยังยืนหยัด อยู่”
“ถ้าพวกเราจากไปก็หมายความว่าเราสละพวกเขาทิ้ง รอจนค่ายกล ของพวกเขาถูกทำลาย พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับชนต่างเผ่า ซึ่งรวมถึง สายเลือดระดับเจ็ดสองคนนั้นที่ล้อมพวกเราอยู่ตอนนี้ด้วย”
“หากพวกเราจากไปจริงๆ ก็ยังต้องบอกพวกเขาก่อนจะได้รุกและ ถอยพร้อมกัน”
ต่งเถิงเฟยถอนหายใจหนึ่งที “หากไม่ได้จริงๆ ก็ได้แต่บอกพวกเขา และให้ทุกคนสละอาณาจักรปุายจั้นทิ้งพร้อมกัน ต่างคนต่างไปหาทาง รอดอยู่ในพื้นที่ลับของใครของมัน หากผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นของวิมาน สวรรค์ฝุาแดนว่างเปล่าได้สำเร็จ วิกฤตของดินแดนดาวตกย่อมถูก คลี่คลายตามไปด้วย แต่เขา…จะฝุาทะลุได้เมื่อไหร่ แล้วใครจะยืนยันได้ว่า เขาจะทำสำเร็จอย่างแท้จริง?”
ต่งปุายเจี๋ยและต่งลี่ต่างก็ยืนอยู่ข้างกายค่ายกล ทว่าคนทั้งสองกลับไม่ มีสิทธิ์ออกความเห็นที่นี่
เวลานี้ ตระกูลเล็กๆ มากมายที่พึ่งพาตระกูลต่งต่างก็ถูกพาตัวไปส่งที่ โลกเงามืดล่วงหน้าหมดแล้ว พวกคนในตระกูลต่งที่มีตบะต่ำกว่าเขตต้น สวรรค์ก็ถูกจัดตัวไปที่นั่นแล้วเหมือนกัน
พวกเขาที่อยู่ที่นี่ ด้านหนึ่งก็เพื่อรักษาการโคจรของค่ายกล อีกด้าน หนึ่งก็เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง รอคอยให้มีโอกาสพลิกฟื้นเกิดขึ้น
ทว่าโอกาสที่ว่านั้นกลับยังไม่มาถึงเสียที
ค่ายกลใหญ่ของแต่ละอาณาจักรคล้ายคลึงกับของพวกเขา และเมื่อ เจอกับแรงกดดันจากชนต่างเผ่า ทุกคนก็เลือกจะหดหัวเป็นเต่าอยู่ในค่าย กลใหญ่เช่นเดียวกัน
“หากพวกเราออกไป เกรงว่าคงไม่ได้กลับมาอีกแล้ว” ต่งหวังหลิงที่ เงียบไปนานถอนหายใจหนึ่งครั้ง “บรรพชนของตระกูลต่งใช้เวลาขัดเกลา ประสบการณ์อยู่ในอาณาจักรปุายจั้นมานับพันปี ถึงได้มีวันนี้ หากจะ ทอดทิ้งทุกอย่างไปฝึกบำเพ็ญตบะในโลกเงามืด ตระกูลต่ง…คงถูก กำหนดให้ตกต่ำแน่แล้ว”
“แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตได้อยู่ต่อนะ” ต่งเถิงเฟยคร่ำครวญ
“กริ๊งๆ!”
และเวลานี้เอง หินส่งข้อความเสียงที่ต่งลี่เก็บไว้ข้างกายก็พลันมีเสียง ใสแจ๋วดังลอยมา
“เนี่ยเทียน!” ต่งปุายเจี๋ยตัวสั่นสะท้าน
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าหินส่งข้อความเสียงบนร่างของต่งลี่เอาไว้ ติดต่อกับเนี่ยเทียนเท่านั้น ไม่มีคนอื่นอีก
เมื่อหินส่งข้อความเสียงมีความเคลื่อนไหว ความเป็นไปได้มีเพียง อย่างเดียวก็คือเนี่ยเทียนอยู่ใกล้ๆ นี้!
ต่งลี่เองก็พลันตะลึง “เขามาอยู่อาณาจักรปุายจั้นได้อย่างไร?”
หินส่งข้อความเสียงก้อนนั้นไม่สามารถข้ามผ่านอาณาจักรได้ ในเมื่อ มันดังขึ้น เนี่ยเทียนก็ต้องอยู่ไม่ไกลแน่!
“ผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!” ต่งเชียนฉีประมุขคน ปัจจุบันของตระกูลต่งพลันอึ้งงัน “เขาไม่ควรอยู่อาณาจักรเลี่ยคงหรอก หรือ?”
“ถามเขาดูสิ!” ต่งหวังหลิงบรรพบุรุษของตระกูลต่งตวาดเบาๆ
ต่งลี่รีบหยิบหินส่งข้อความเสียงออกมาติดต่อกับเนี่ยเทียน ก่อนที่ ใบหน้าของนางจะค่อยๆ ฉายสีหน้าประหลาด คิ้วกระตุกน้อยๆ
“วิกฤตของอาณาจักรหลีเทียนคลี่คลายลงแล้ว! เนี่ยเทียนมาที่นี่ เขา คิดจะมา มาช่วยตระกูลต่งของพวกเรารับมือกับศัตรู!”
——