ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 618 ความดึงดันของจ้าวซานหลิง!
การเปลี่ยนแปลงในอาณาจักรหลีเทียนถูกถ่ายทอดจากปากของต่งลี่ จนพวกคนตระกูลต่งที่รวมตัวกันอยู่ข้างค่ายกลนำส่งรับรู้อย่างชัดเจน
พวกคนของตระกูลต่งพลันส่งเสียงฮือฮา
“อาณาจักรหลีเทียน! อูจี้!”
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าสถานที่อย่างอาณาจักรหลีเทียนจะมีบุคคลอย่างอู จี้ถือกำเนิดขึ้นมา!”
“พลังแห่งเวลา! เขาบรรลุวิชาพลังแห่งเวลาเชียวหรือ!”
“อาจารย์คนนี้ของเนี่ยเทียนสุดยอดไปเลย!”
คนของตระกูลต่งต่างก็ตกตะลึงไปกับคุณูปการการสังหารชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดสองคนรวมไปถึงความสามารถอันแข็งแกร่งที่อูจี้ร่าย ออกมา
ต่งเชียนฉีประมุขตระกูลต่งคนปัจจุบันซักไซ้รายละเอียดอยู่อีกหลาย คำ จากนั้นจึงพูดว่า “ในเมื่อหุ่นเชิดเลือดตนนั้นของเนี่ยเทียนมีพลังการ ต่อสู้เทียบได้กับเขตวิญญาณช่วงกลาง บางทีอาจจะพลิกเปลี่ยน สถานการณ์ในตอนนี้ก็เป็นได้”
ต่งเถิงเฟยที่เสนอให้ถอนกำลังหนีอยู่ตลอดเวลาก็พูดขึ้นเช่นกันว่า “โอกาสพลิกฟื้นเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว!”
คนตระกูลต่งอีกมากมายต่างก็หันมามองต่งลี่ด้วยสายตาลึกล้ำ นัยน์ตาเผยแววชื่นชม
“นังหนูคนนี้…มีสายตากว้างไกลจริงๆ” ต่งเชียนฉีพึมพำเบาๆ หนึ่ง ประโยคและยกยิ้มมุมปากเช่นกัน “เนี่ยเทียนผู้นี้ไม่เพียงแต่เป็นผู้สืบ ทอดเพียงคนเดียวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทั้งยังมีอาจารย์ผู้ ลึกลับอย่างอูจี้ แถมนิสัยของเขาก็ไม่เลว ในเวลาอย่างนี้ทั้งๆ ที่เขารู้ว่า การมาอาณาจักรปุายจั้นจะต้องเจอกับอะไร ทว่าเขากลับยังตัดสินใจมา อย่างเด็ดเดี่ยว”
ต่งเถิงเฟยเองก็เอ่ยชม “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ตระกูลต่ง ของเราได้ผูกมิตรกับเขา นับว่าเป็นเรื่องโชคดีอย่างยิ่ง!”
ต่งลี่ได้ยินคนในตระกูลเอ่ยชมเนี่ยเทียน นางก็กัดริมฝีปากล่าง ใบหน้าเผยความหวานชื่นปลื้มปริ่ม
นางย่อมรู้อยู่แล้วว่าการที่เนี่ยเทียนมาที่นี่ มีความเป็นไปได้ถึงแปด เก้าส่วนที่เขามาเพื่อนาง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลต่งเท่าใดนัก
ในขณะที่ตระกูลนางเผชิญกับหายนะและตัวนางเองถูกกัก ทั้งๆ ที่ เนี่ยเทียนสามารถซ่อนตัวอยู่ในอาณาจักรหลีเทียน บอกลากับภัยพิบัติ ทั้งหมดของดินแดนดาวตกได้ แต่เขากลับไม่กลัวความอันตราย เสี่ยงภัย เข้ามายังอาณาจักรปุายจั้นแล้วตามหาตระกูลต่ง นี่ทำให้นางได้รับ ผลประโยชน์อย่างสูงสุด
“เวลาคับขัน เจ้าหมอนี่ก็พึ่งพาได้จริงๆ” ต่งเชียนฉีเองก็ไม่ขี้เหนียว คำชม เขายิ้มบางๆ หันไปพูดกับต่งลี่ “หากตระกูลต่งผ่านพ้นภัยครั้งนี้ไป
ได้อย่างราบรื่น วันหน้าต่อให้เนี่ยเทียนแตกหักกับวิมานสวรรค์หรือ ตำหนักเทพเพลิง ตระกูลต่งก็จะเป็นโล่หนุนหลังอันแข็งแกร่งให้กับเขา!”
พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนมา ทั้งยังนำโครงกระดูกปีศาจเลือดที่มีพลังการ ต่อสู้เทียบได้กับเขตวิญญาณช่วงกลางมาด้วย คนตระกูลต่งหลายคนก็มี สีหน้าผ่อนคลายจากเดิมเล็กน้อย
ทว่าบรรพบุรุษตระกูลต่งอย่างต่งหวังหลิงกลับยังคงขมวดคิ้วมุ่น
เขากระแอมเบาๆ หนึ่งที คนตระกูลต่งทุกคนที่กำลังฮึกเหิมอย่างถึง ที่สุดก็พากันปิดปากเงียบสนิท ต่างรอให้เขาแสดงท่าที
“นอกจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่มีความสัมพันธ์กับพรรคคิชกูฏจึง หนีไปอยู่ที่อาณาจักรปิงเฟิงแล้ว หอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ต่างก็ อยู่ในอาณาจักรปุายจั้น ทั้งสามท่านของหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูล กู่ต่างก็มีตบะเขตวิญญาณช่วงต้น” ต่งหวังหลิงวิเคราะห์อย่างละเอียด “ที่อยู่ใกล้กับตระกูลต่งของพวกเรามีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสอง คน หนึ่งในนั้นคือช่วงกลาง อีกหนึ่งคือช่วงต้น”
ทางฝุายของหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ต่างก็มีชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดคนหนึ่งนั่งบัญชาการณ์ ซึ่งไม่รู้รายละเอียดทาง สายเลือดที่แน่นอน
“หากพวกเราตัดสินใจไม่จากไป ฝุาออกจากค่ายกลไปต่อสู้กับชน ต่างเผ่าก็จำเป็นต้องติดต่อกับหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ เพื่อให้ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน”
“บวกกับโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นของเนี่ยเทียน บางทีอาจจะมี พลังพอให้ต่อสู้จริงๆ”
“เพียงแต่ว่า…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ต่งหวังหลิงก็เงียบไปครู่แล้วถอนหายใจกล่าวว่า “เพียงแต่ หากพวกเราเดินออกไปจากค่ายกลแล้วตัดสินใจต่อสู้กับชน ต่างเผ่าให้ถึงที่สุดก็จะต้องเผชิญกับปัญหาอีกข้อหนึ่ง”
“ปัญหาอะไร?” ต่งเถิงเฟยรีบถาม
“ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดคนอื่นๆ อาจจะตามมาหลังจากที่ได้ ข่าว!” ต่งหวังหลิงสีหน้าเคร่งเครียด “นอกเสียจากว่าจ้าวซานหลิงจะ ยอมลงมือปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรปุายจั้นที่เชื่อมต่อไปยัง โลกภายนอกอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่งชนต่างเผ่าตามมา เพิ่มอีก หากจ้าวซานหลิงยินดีลงมือ ความเป็นไปได้ที่จะชนะศึกนี้ถึงจะมี มาก”
พอได้ยินเขาพูดอย่างนี้ คนของตระกูลต่งก็พากันเงียบเสียงอีกครั้ง
“จ้าวซานหลิง…”
ในใจทุกคนเต็มไปด้วยความขมขื่น
คนทั้งโลกล้วนรู้นิสัยของจ้าวซานหลิงดี คิดจะให้เขายื่นมือช่วยปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรปุายจั้น เกรงว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น
ที่วิกฤตของอาณาจักรหลีเทียนคลี่คลายไปได้ นอกจากความลี้ลับ พลังแห่งเวลาของอูจี้แล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือจ้าวซานหลิงตัดขาด
ความเป็นไปได้ที่ชนต่างเผ่าจำนวนมากกว่าเดิมจะเข้ามาให้การ ช่วยเหลือ
จ้าวซานหลิงไม่ลงมือ ต่อให้พวกเขา หอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูล กู่ตกลงว่าจะฝุาจากค่ายกล ร่วมมือกับโครงกระดูกปีศาจเลือด ก็ใช่ว่าจะ เอาชนะได้
หากผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าได้ยินข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงใน อาณาจักรปุายจั้นแล้วกรูกันเข้ามาช่วย พวกเขาจะต้านทานอย่างไร?
“ข้าจะติดต่อกับหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ดูก่อน ให้พวกเขา รู้ว่าตอนนี้มีโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์ ดูสิว่าพวกเขาคิดเห็นยังไงกับ เรื่องนี้” ต่งหวังหลิงเหลือบมองต่งลี่ปราดหนึ่งแล้วกล่าวว่า “เจ้าติดต่อ หาเนี่ยเทียนอีกครั้ง ถามเขาว่าตอนนี้จ้าวซานหลิงอยู่ที่ไหน ข้าอยาก พูดคุยกับจ้าวซานหลิงเป็นการส่วนตัว ดูว่าจะมีเงื่อนไขใดที่เชิญให้เขา ช่วยตัดขาดการช่วยเหลือจากชนต่างเผ่าได้บ้าง”
“ตกลง!” ต่งลี่รีบพยักหน้าตอบรับ
……
จุดลึกของก้อนเมฆที่ทอดยาวเป็นสาย
หลี่หลางเฟิงมองเนี่ยเทียนที่กำลังปลดปล่อยความคิดเข้าไปในหินส่ง ข้อความเสียงอย่างต่อเนื่องเพื่อติดต่อกับต่งลี่
เนิ่นนานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนถึงหยุดการติดต่อและพูดด้วยสีหน้า ประหลาด “ยังคงต้องการจ้าวซานหลิง”
หลี่หลางเฟิงถามอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจว่าตระกูลต่งกังวลว่าจะมีชนต่าง เผ่าจำนวนมากกว่าเดิมเข้ามาจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม คิดจะพูดคุยกับ จ้าวซานหลิง ให้จ้าวซานหลิงช่วยปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติเฉกเช่นที่ทำ ให้กับอาณาจักรหลีเทียน
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ตระกูลต่งถึงจะกล้าร่วมมือกับหอโอสถ ตระกูล เฉาและตระกูลกู่ เดินออกมาจากค่ายกลที่ปกปูองพวกเขาแล้วต่อสู้กับ ชนต่างเผ่าให้ถึงที่สุด
ทว่าตอนที่จ้าวซานหลิงผู้นั้นพาพวกเขามาส่งที่นี่ก็ได้บอกไว้ชัดเจน แล้วว่าการแลกเปลี่ยนสองข้อระหว่างเขาและเนี่ยเทียนถือเป็นอันสิ้นสุด
จ้าวซานหลิงในเวลานี้จะอยู่ในอาณาจักรปุายจั้นหรือไม่ก็ยังไม่รู้แน่
“กลับไป! ไปหาจ้าวซานหลิง!” เนี่ยเทียนตัดสินใจเด็ดขาดได้ทันที จึงเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาอีกครั้งแล้วเดินทางกลับทางเดิม
โครงกระดูกปีศาจเลือดทะยานออกไป
ภาพเหตุการณ์ที่เหมือนนรกบนดินได้ฉายเข้ามาในคลองจักษุของ เนี่ยเทียนอีกครั้งไม่ต่างจากตอนมา
เนี่ยเทียนสีหน้ามืดคล้ำ ในใจตัดสินใจแล้วว่าต่อให้ต้องจ่าย ค่าตอบแทนเช่นไรก็ต้องขอให้จ้าวซานหลิงลงมือช่วยเหลืออีกครั้งให้ได้
เมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดบินกลับไปถึงที่เดิม เนี่ยเทียนก็เห็นจ้าว ซานหลิงนั่งนิ่งอยู่จุดเดิม ยังไม่ได้จากไปไหน
เขาแอบผ่อนลมหายใจ รีบบินลงมาจากโครงกระดูกปีศาจเลือด มา หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าจ้าวซานหลิง “ผู้อาวุโสจ้าว…”
“ทำไมเจ้าถึงกลับมาอีกเล่า?” จ้าวซานหลิงถามอย่างแปลกใจ
“คือว่า ข้าอยากขอให้ผู้อาวุโสลงมือปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติของ อาณาจักรปุายจั้นที่เชื่อมโยงไปยังโลกภายนอกอีกครั้ง” เนี่ยเทียน ขอร้องเสียงทุ้มหนัก
“การแลกเปลี่ยนของเจ้าและข้าสิ้นสุดลงแล้ว ข้าจะไม่มีทางลงมืออีก ครั้ง” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น ก่อนกล่าวต่อ “เจ้าคิดว่าปิดผนึกรอย แยกห้วงมิตินั้นง่ายนักหรือ? ต่อให้เป็นข้าเองก็ยังต้องเผาผลาญพลังงาน ไปมากมาย”
“บรรพบุรุษตระกูลต่งต้องการพูดคุยกับท่าน เขายินดีจ่าย ค่าตอบแทนอย่างงาม!” เนี่ยเทียนขึ้นเสียง
“ตระกูลต่ง?” ดวงตาของจ้าวซานหลิงเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน “อย่าว่าแต่ตระกูลต่งเลย ต่อให้หอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่เอา ของทั้งหมดที่พวกเขาสะสมไว้มาวางกองตรงหน้า ข้าก็ไม่เห็นอยู่ใน สายตา พวกเขาจะให้อะไรได้? หินวิเศษ วัตถุดิบวิเศษ เจ้านึกว่าข้าจ้าว ซานหลิงขาดของพวกนี้อย่างนั้นรึ? ของที่ข้าต้องการ พวกเขาไม่สามารถ หามาให้ข้าได้!”
“สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรปุายจั้นต้องวอดวายดับสูญ หากเป็นอย่างนี้ ต่อไปก็ไม่รู้ว่าต้องมีคนตายอีกกี่คน ขอผู้อาวุโสเห็นแก่ที่เป็นเผ่ามนุษย์ เหมือนกัน โปรดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ” เนี่ยเทียนวิงวอน
“เผ่าเดียวกัน?” จ้าวซานหลิงส่ายหน้า “ปีนั้นที่ข้าถูกขับไล่ออกจาก ดินแดนดาวตก ถูกปล่อยทิ้งอยู่ในห้วงมิติปั่นปุวน เผ่ามนุษย์ทุกคนต่าง ไชโยโห่ร้อง ต่างก็ดีใจที่ข้าตาย ใครเคยเสียใจเจ็บปวดเพื่อข้าบ้าง? คน เดียวที่อาจคิดไม่ตกอยู่บ้างคงเป็นอาจารย์ของข้า แต่น่าเสียดายที่…เขา เองก็ไม่อยู่แล้ว”
ไม่รอให้เนี่ยเทียนพูดมาก เขาก็พูดอีกว่า “เนี่ยเทียนเอ๋ยเนี่ยเทียน ในใจของเจ้ามีความกังวลมากมาย มีความเป็นห่วงมากมาย สิ่งเหล่านี้หา ใช่เรื่องดีไม่ ข้าเป็นคนอาบน้ำร้อนมาก่อน จะแนะนำเจ้าสักคำ เจ้าดูแล ตัวเองให้ดีก็พอ เผ่ามนุษย์อย่างข้าและเจ้าที่อยู่โลกใบนี้กระจายตัวกันอยู่ ทั่วทุกมุมในทางช้างเผือก ทุกวันไม่รู้ว่ามีคนตายไปมากน้อยแค่ไหน”
“ศึกระหว่างชนเผ่าล้วนต้องมีสิ่งมีชีวิตนับพันนับหมื่นล้มตาย ชนต่าง เผ่าก็มีเผ่าเล็กๆ มากมายที่ถูกพวกเราทำลายล้างจนสิ้น”
“หากเจ้าคิดจะสนใจทุกเรื่อง ถ้างั้นก็ไม่ต้องฝึกตนแล้ว วันๆ คงต้อง มัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องพวกนี้”
“ข้ามีขอบเขตได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะจิตใจมุ่งมั่น ไม่สนใจว่าใครจะ เป็นหรือตาย และก็มีเพียงสภาพจิตใจเช่นนี้เท่านั้นถึงจะสามารถเดินไป บนเส้นทางแห่งการฝึกตนที่เหี้ยมโหดนี้ได้สำเร็จ”
เดิมเนี่ยเทียนคิดจะเอ่ยเกลี้ยกล่อมจ้าวซานหลิงต่อ แต่คิดไม่ถึงว่าจะ กลับเป็นฝุายถูกเขาสั่งสอนเสียเอง
ดูจากท่าทางของเขา เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจค่าตอบแทนของตระกูลต่ง และไม่คิดจะสนใจหายนะของอาณาจักรปุายจั้นด้วย
“ท่านผู้อาวุโส! หากท่านไม่ลงมือช่วยเหลือ อีกครู่หนึ่งข้าจะเข้าร่วม สังหารศัตรูกับพวกเขา!” เนี่ยเทียนกัดฟัน คำรามอย่างเดือดดาล “ถึง เวลานั้น หากข้าไม่ทันระวังถูกชนต่างเผ่าสังหารเข้า การแลกเปลี่ยน ระหว่างท่านกับข้าก็จะไม่มีทางสำเร็จตลอดกาล ทุกอย่างที่ท่านทำเพื่อ ข้าก่อนหน้านี้จะเสียเปล่าไปทั้งหมด! ท่านคิดจะหลุดพ้นจากดินแดนดาว ตก ก็คงต้องรอให้ท่านเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าก่อนค่อยว่ากัน!”
“เอาความตายมาขู่ข้า?” จ้าวซานหลิงยิ้ม “เนี่ยเทียนเอ๋ยเนี่ยเทียน เจ้ายังอ่อนเยาว์นัก ต่อให้เจ้าอยากตาย หากข้าไม่ยอม เจ้าคิดว่าจะตาย ได้จริงๆ งั้นหรือ? ข้าไม่ได้รีบร้อนไปจากอาณาจักรปุายจั้น เจ้าคิดว่าเป็น เพราะอะไร? เจ้าลองดูก็ได้ ข้าอยากจะรู้นักว่าจะมีชนต่างเผ่าคนไหน สามารถสังหารเจ้าใต้จมูกข้าได้”
“เจ้าวางใจเถอะ ก่อนหน้าที่เจ้าจะตาย ข้าจะพาเจ้าออกมาจาก สนามรบเอง”
“ข้าจ้าวซานหลิงไม่เคยทำการค้าขายใดที่ขาดทุน อยากตาย ก็ต้อง รอหลังจากที่ทำตามข้อตกลงของข้าสำเร็จแล้วเท่านั้น!”
พอเขากล่าวจบ เนี่ยเทียนก็จนคำพูดไปอย่างสิ้นเชิง
จ้าวซานหลิงกล่าวเสียงเอื่อยเฉื่อยต่อไปว่า “อีกอย่าง หากเจ้าฆ่าตัว ตาย ข้าจะกลับไปที่อาณาจักรหลีเทียนและสังหารญาติและสหายของ เจ้าไปทีละคน หึ โลกลับที่คนของอาณาจักรหลีเทียนพวกเจ้าหนีไป คน อื่นหาไม่เจอ แต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับข้า ทางที่ดีเจ้าควรไตร่ตรอง ให้ละเอียด”
เนี่ยเทียนยืนเซ่อไปทันที
มองจ้าวซานหลิงที่ไม่ว่าจะใช้ไม้อ่อนไม้แข็งก็ยังไม่สั่นคลอน เขาก็ ถึงกับอับจนหนทาง
“ท่านผู้อาวุโส จะต้อง จะต้องทำอย่างไรท่านถึงจะยอมลงมือช่วย?” เนี่ยเทียนคำรามต่ำๆ
“ให้ศิษย์พี่ที่รักของข้ามาคุกเข่าต่อหน้าข้า และเป็นฝุายยกตำแหน่ง เจ้าสำนักอาวุธให้ข้า ทั้งต้องพูดด้วยว่าเขาเป็นคนผิด ส่วนข้าเป็นคนถูก เท่านี้ก็เพียงพอ” จ้าวซานหลิงกล่าวเสียงเย็น
“ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ สำนักอาวุธด้วยเล่า? ข้าจะไปพูดให้เขายินยอมได้อย่างไร?”
“ไม่เกี่ยวกับสำนักอาวุธงั้นรึ?” จ้าวซานหลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “เจ้า นี่มันโง่เง่าเสียจริง! หากจะให้ข้าลงมือปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติให้ อาณาจักรปุายจั้นอีกครั้ง การร่วมมือกันระหว่างตระกูลต่ง หอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ บวกกับหุ่นเชิดเลือดตัวนั้นของเจ้าและยังมีข้า อีกคน การสังหารให้ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดทั้งหมดที่เข้ามาในอาณาจักร ปุายจั้นตายเกลี้ยงก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป”
“หากศึกนี้ราบรื่น ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดที่เข้ามาในอาณาจักรปุายจั้น จะต้องตายทั้งหมด บวกกับสองตัวที่อาจารย์ของเจ้าฆ่าไป ชนต่างเผ่าก็ จะเสียหายอย่างใหญ่หลวง”
“พวกต่งหวังหลิงล้วนมีเขตวิญญาณ พวกเขาสามารถยื่นมือเข้า ช่วยเหลือสำนักอาวุธ หอหันปิง สำนักหยิน สำนักหยางได้”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นของวิมาน สวรรค์ออกหน้า ความยุ่งยากในดินแดนดาวตกก็จะคลี่คลายไปได้”
“ทุกอย่างนี้ ล้วนอยู่ที่ความคิดเดียวของข้า หากข้าสามารถช่วยให้ ดินแดนดาวตกผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้ ฉีป๋ายลู่ก็ไม่ควรคุกเข่ายอมรับผิด หรอกหรือ?”
——