ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 619 ผิดถูก ขาวดำ แค่พลิกฝ่ามือ!
“นี่…”
แม้ว่าในใจจะไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด แต่พอคิดอย่างละเอียด เนี่ย เทียนก็รู้สึกว่าจ้าวซานหลิงพูดมีเหตุผล
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดที่บุกเข้ามาในอาณาจักรเลี่ยคงมีเพียง แค่สิบกว่าคนเท่านั้น สองคนถูกอาจารย์ของเขาสังหารไปที่อาณาจักรหลี เทียน หากบวกกับคนของอาณาจักรปุายจั้น ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดก็จะ ตายไปประมาณสามส่วน
หากเขตวิญญาณสี่คนของอาณาจักรปุายจั้นล้วนรอดชีวิต พวกเขา ย่อมสามารถไปให้การช่วยเหลือสำนักใหญ่ๆ อย่างสำนักอาวุธ หรือหอ หันปิงในอาณาจักรอื่นได้อีก
เมื่อชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดจำนวนมากกว่าเดิมถูกสังหาร เขต วิญญาณเผ่ามนุษย์ไม่มีความเสียหาย ถ้าเช่นนั้นในด้านพลังการต่อสู้ สูงสุดของเผ่ามนุษย์ก็จะอยู่เหนือชนต่างเผ่าได้อย่างสิ้นเชิง!
เมื่อถึงเวลานั้น ชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้ามาก็จะถูกเผ่ามนุษย์ไล่ฆ่า จะ หนีรอดกลับไปยังอาณาจักรของตัวเองได้หรือไม่ก็ยังบอกได้ยาก
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าจ้าวซานหลิงคนเดียวได้คลี่คลายภัยพิบัติ ทั้งหมดของดินแดนดาวตก
สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่ให้ฉีป๋ายลู่คุกเข่ายอมรับผิด เป็นฝุายยก ตำแหน่งเจ้าสำนักให้ก็เท่านั้น
ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนก็รู้ดีว่าจ้าวซานหลิงพลิกขาวเป็นดำ ทำลาย ความถูกต้อง แต่หากพิจารณาจากสถานการณ์โดยภาพรวม นี่…นับเป็น ทางออกทางหนึ่ง
ถ้าเช่นนั้น ฉีป๋ายลู่จะยินดีวางศักดิ์ศรีลงเพื่อดินแดนดาวตกหรือไม่?
“เรื่องนี้ เกรงว่าข้าเองก็คงไม่สามารถติดต่อหาเจ้าสำนักอาวุธได้” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างลำบากใจ
“เจ้าย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น “แต่เจ้า สามารถบอกความต้องการของข้าผ่านไปทางตระกูลต่ง ให้ตระกูลต่งติด ต่อไปหาศิษย์พี่ของข้า”
“ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าตัวท่านมีความสามารถที่ จะคลี่คลายภัยพิบัติครั้งนี้?” เนี่ยเทียนถามอย่างกังขา
จ้าวซานหลิงหัวเราะหึหึเสียงแปร่ง ไม่ได้ให้คำตอบกับเขา
เห็นสีหน้าเช่นนี้ของเขา เนี่ยเทียนก็ถึงกับอึ้งงัน ยิ่งรู้สึกว่าจ้าวซานห ลิงอาจรู้แต่แรกแล้วว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ เมื่อถึงเวลาที่ สมควร ความเป็นความตายในดินแดนดาวตกก็จะขึ้นอยู่ที่ความคิดของ เขาเพียงผู้เดียว
เขายังถึงขั้นสงสัยด้วยซ้ำว่าคนผู้นี้…อาจจะสามารถปิดผนึกรอยแยก ห้วงมิติทั้งหกเส้นนั้นได้ด้วย
ไม่แน่ว่าการรุกรานเข้ามาของชนต่างเผ่าอาจตรงกับความต้องการ ของเขาพอดี
แต่สิ่งที่เขาต้องการจะมีเพียงให้ฉีป๋ายลู่ยอมรับผิดและยกตำแหน่ง เจ้าสำนักให้เท่านั้นหรือ?
ด้วยเหตุนี้ เขาสามารถมองข้ามภัยพิบัติของแต่ละอาณาจักร มองข้ามเสียงร้องโหยหวนของคนธรรมดา ยอมได้แม้กระทั่งว่าอาจต้อง ถูกคนด่าประนามไปอีกนับพันนับหมื่นปีงั้นหรือ?
นี่ มันคุ้มกันแล้วหรือ?
เนี่ยเทียนเดาไม่ออก
ตามความเห็นของเขา จ้าวซานหลิงที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ก็คือคนบ้า คน ระห่ำ ทุกเรื่องที่เขาคิดเขาทำ ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ทั่วไปจะเข้าใจได้
สีหน้าเขาเปลี่ยนแปลงไปจนเกินจะคาดเดา ผ่านไปพักใหญ่ก็รู้สึกว่า ควรติดต่อกับทางฝุายของตระกูลต่ง ดูว่าพวกเขามีความเห็นอย่างไรกับ ข้อเสนอของจ้าวซานหลิง
ดังนั้นเขาจึงหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมา
ตระกูลต่ง
ทุกคนต่างก็หันมองมาทางต่งลี่ กำลังรอข่าวใหม่ที่นางจะได้รับมา จากเนี่ยเทียน
เมื่อหินส่งข้อความเสียงดังขึ้น คนของตระกูลต่งต่างก็ดวงตาเป็น ประกาย ลมหายใจเปลี่ยนมาเป็นถี่กระชั้น
ไม่นานต่งลี่ก็วางหินส่งข้อความเสียงลง ใบหน้าที่งามไร้ผู้ใด เทียบเทียมของนางเต็มไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“ว่าอย่างไร?” ต่งเชียนฉีเองก็ทนไม่ไหวจนต้องซักถาม
“จ้าวซานหลิงไม่สนใจค่าตอบแทนที่ตระกูลต่ง หอโอสถ ตระกูลกู่ และตระกูลเฉามอบให้แม้แต่น้อย” ต่งลี่ขมวดคิ้ว “เจ้าบ้านั่นมีข้อเสนอ เพียงอย่างเดียว เขาต้องการให้ฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธคุกเข่าขอโทษ บอกว่าเขาถูก ฉีป๋ายลู่คือคนผิด ให้ฉีป๋ายลู่ยกตำแหน่งเจ้าสำนักอาวุธ ให้”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉีป๋ายลู่ด้วย?” ต่งเถิงเฟยกล่าวอย่างเดือดดาล
“เกี่ยวสิ” บรรพบุรุษตระกูลต่งคล้ายจะรู้กุญแจสำคัญของเรื่องนี้ “เมื่อวิกฤตของอาณาจักรปุายจั้นคลี่คลายได้ พวกเราก็จะมีเขตวิญญาณ เหลือสี่คน ส่วนชนต่างเผ่าที่รุกรานเข้ามาก็จะตายอนาถอยู่ที่นี่ เมื่อศึก ของอาณาจักรปุายจั้นสิ้นสุดลง หากเทียบกันแล้ว พลังในการต่อสู้สูงสุด ของชนต่างเผ่าจะกลายมาเป็นรองเผ่ามนุษย์อย่างพวกเรา”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จะไปให้การช่วยเหลือที่อาณาจักรอื่นได้ถ้า จ้าวซานหลิงยอมลงมือช่วยเหลือโดยการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติทั้งหมด ที่เชื่อมโยงยังไปอาณาจักรอื่นอีกครั้ง”
พอต่งหวังหลิงเอ่ยขึ้นมา คนในตระกูลต่งทุกคนก็ล้วนเข้าใจได้
“แสดงว่าขอแค่อาณาจักรปุายจั้นคว้าชัยชนะมาได้ ภัยพิบัติของ ดินแดนดาวตกก็จะยุติได้ล่วงหน้า?” ต่งเถิงเฟยตัวสั่นสะท้าน “ไม่เพียง เท่านั้น พวกเรายังสามารถทำให้ชนต่างเผ่าเสียหายอย่างใหญ่หลวง! ให้ พวกเขาเจ็บหนักอยู่ในถิ่นของพวกเรา! เมื่อผ่านศึกนี้ไป บางทีใน
ระยะเวลาหลายพันปี พวกเขาก็ยังไม่กล้าคิดจะรุกรานเข้ามาอีก ลำบาก ครั้งเดียวสบายตลอดไป!”
ต่งหวังหลิงสูดลมหายใจหนึ่งที ตวาดขึ้นว่า “ตามความเห็นของข้า หากทำเรื่องนี้สำเร็จก็จะให้บทเรียนที่เลวร้ายต่อชนต่างเผ่าได้อย่าง แท้จริง! ครั้งนี้ เราตีพวกเขาให้เจ็บหนัก เกรงว่าต่อไปพวกเขาคงไม่กล้า ทำตัวเหลวไหลอีก!”
“หรือว่า ผลลัพธ์เช่นนี้ต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่จ้าวซานหลิงต้องการ?”
“เขาเตรียมไม้เอาไว้ฟาดให้พวกชนต่างเผ่าจับต้นชนปลายไม่ถูก เพื่อ กำจัดภัยร้ายไปตลอดกาลน่ะหรือ?”
ต่งเถิงเฟยแค่นเสียงกล่าว “ข้าว่าเขาไม่ได้หวังดีขนาดนั้นหรอก! ทุก อย่างที่เขาทำลงไปก็เพื่อให้ฉีป๋ายลู่ขอโทษมากกว่า! ด้วยเหตุนี้ เขาถึงได้ ยอมให้สิ่งมีชีวิตในแต่ละอาณาจักรมอดม้วยวอดวาย! ในสายตาของเขา มองเห็นแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น มีหรือจะสนใจความเป็น ความตายของคนอื่นๆ?”
“มองไม่ออก ข้าก็มองคนผู้นี้ไม่ออกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร กันแน่” ต่งหวังหลิงส่ายหัว ถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วก็พลันหันไปมองต่ง เชียนฉี “ค่ายกลนำส่งของสำนักอาวุธน่าจะยังอยู่ เจ้าลองไปดูสักครั้ง ถามฉีป๋ายลู่ว่ายินดีวางศักดิ์ศรีของตัวเองลง ละทิ้งความขัดแย้งที่มีต่อกัน มานานหลายปีเพื่อช่วยทุกคนให้พ้นไปจากหายนะครั้งนี้หรือไม่”
“ตกลง!” ประมุขตระกูลต่งขยับกายทันที
……
อาณาจักรต้าฮวาง สำนักอาวุธ
ด้านนอกมีวิญญาณมืดดำร้องหวีดหวิว หมอกควันห้าแสงหกสีปก คลุมค่ายกลเปลวเพลิงของสำนักอาวุธไว้ทั่วจนเกิดเป็นเสียงลั่นดัง “เปรี๊ยะๆๆ”
ข้างกายฉีป๋ายลู่คือเจินฮุ่ยหลัน เผยฉีฉีและยังมีอู๋หลางเสีย รวมไปถึง ผู้อาวุโสสำนักอาวุธอีกมากมาย
คนเหล่านี้ต่างก็สีหน้ามืดดำ พวกเขากำลังเผชิญปัญหาเดียวกับ ตระกูลต่ง
เด็กรุ่นเล็กที่ขอบเขตต่ำของสำนักพวกเขาล้วนถูกส่งไปยังพื้นที่ลับ เปลวเพลิงเล็กๆ บางส่วนแล้ว ทว่าพวกเขาเองก็กำลังสองจิตสองใจว่า ควรจะสละอาณาจักรต้าฮวางทิ้งแล้วหนีไปอยู่พื้นที่ลับเล็กๆ ตลอดกาลดี หรือไม่
“เจ้าสำนัก เราจะทำอย่างไรกันดี?” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งหน้านิ่วคิ้ว ขมวด “โลกลับที่อยู่ในการควบคุมของพวกเราเชื่อมโยงกับค่ายกล โบราณหลังนี้ ที่ค่ายกลยืนหยัดมาได้ถึงตอนนี้ก็เพราะดึงเอาแก่นเพลิง พิภพของโลกลับเปลวเพลิงเหล่านั้นมา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พลังเปลว เพลิงในโลกลับเปลวเพลิงก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ”
“ถึงเวลานั้น รอจนพวกเราไปถึงที่นั่นจริงๆ เกรงว่าคงไม่เหลือพลัง เปลวเพลิงให้ใช้เท่าไหร่แล้ว”
“คนส่วนใหญ่ในสำนักอาวุธของเราล้วนฝึกคาถาเปลวเพลิง พลัง เปลวเพลิงของโลกลับเดิมทีก็มีไม่พออยู่แล้ว หากยังเผาผลาญต่อไป เกรงว่า…”
ฉีป๋ายลู่เองก็ถอนหายใจ “หากไปจริงๆ ก็ต้องตัดขาดความสัมพันธ์ กับอาณาจักรต้าฮวางไปตลอดกาล ค่ายกลที่ส่งไปยังโลกลับแห่งนั้นก็ ต้องถูกทำลายทิ้ง ถึงเวลานั้นหากพวกเราคิดจะกลับมาอีกก็ยากลำบาก เต็มที ที่ข้ารอมาถึงตอนนี้ก็เพราะคิดจะรอให้โอกาสพลิกฟื้นปรากฏขึ้น หวังว่าท่านผู้นั้นของวิมานสวรรค์จะเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้อย่าง ราบรื่น”
“ยากยิ่งนัก แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะฝุาทะลุได้ยามไหน ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าเขา จะฝุาขั้นได้สำเร็จหรือไม่” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวพร้อมยิ้มขื่น
“ฟูุวๆ!”
และเวลานี้เอง ค่ายกลนำส่งที่อยู่ข้างกายของทุกคนก็มีคลื่นรุนแรง แผ่ออกมา
ต่งเชียนฉีเดินพรวดออกมาจากด้านใน
เขาเดินดิ่งมาหยุดอยู่ข้างกายฉีป๋ายลู่ ก่อนจะโค้งคำนับแล้วพูดทันที ว่า “ผู้อาวุโส ข้ามีข่าวหนึ่งมาบอก ข่าวนี้สามารถพลิกเปลี่ยนหายนะของ ดินแดนดาวตกได้!”
“พูดมาเลย!” ฉีป๋ายลู่ตัวสั่นสะท้าน
ต่งเชียนฉีลังเลอยู่พักหนึ่งก็ก้มหน้าพูดเพราะไม่กล้าสบตากับฉีป๋ายลู่ “จ้าวซานหลิงฝากมาบอกว่าหากท่านผู้อาวุโสยินดี…” เขาเล่าเรื่อง ทั้งหมดโดยละเอียด
“เจ้ากบฏนั่นถึงกับบีบบังคับเจ้าสำนักด้วยวิธีนี้เชียวรึ!” ผู้อาวุโสคน หนึ่งเป็นเดือดเป็นแค้น
“ปีนั้นเขาคร่าชีวิตในอาณาจักรต้าฮวางไปนับไม่ถ้วน เป็นเหตุให้อดีต เจ้าสำนักต้องวายชนม์ เรื่องนี้เขาต่างหากที่เป็นคนผิด! เขายังมีหน้าจะ ให้พวกเรายอมรับผิดได้ยังไง?”
“เขาพลิกดำกลับเป็นขาวเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะต้องแบกคำประณามไป ชั่วลูกชั่วหลานหรอกรึ?”
“ทั้งๆ ที่มีความสามารถขัดขวางไม่ให้หายนะครั้งนี้ดำเนินต่อไป ทำไมเขาไม่ลงมือตั้งแต่แรก?”
“เจ้าสำนัก! ไม่ต้องไปสนใจคนผู้นี้! ตำแหน่งเจ้าสำนักอาวุธจะมอบ ให้คนเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเพิ่งจะร่วมมือกับตำหนักเทพเพลิงมาสร้างศึก นองเลือดในอาณาจักรต้าฮวาง คนแบบนี้ไม่เหมาะจะเป็นเจ้าสำนัก อาวุธ!”
ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักอาวุธทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนรังเกียจจ้าวซานหลิง อย่างถึงที่สุด ทุกคนต่างก็พากันพูดประณามความต่ำช้าของจ้าวซานหลิง ทำท่าราวกับตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ยอมรับปากเด็ดขาด
ต่งเชียนฉียืนรอเงียบๆ เขาเองก็รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้…ทำให้สำนัก อาวุธลำบากใจยิ่งนัก
มีเพียงฉีป๋ายลู่เท่านั้นที่เงียบงัน ดวงตาของเขาฉายประกายแสงไม่ อยู่นิ่ง สีหน้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เนิ่นนานหลังจากนั้น ฉีป๋ายลู่ถึงได้เงยหน้า สีหน้าของเขาหม่นหมอง กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่ “เจ้าไปบอกเขาว่าหากดินแดนดาวตกผ่าน เคราะห์ครั้งนี้ไปได้ ข้ายินดีจะยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้เขา ทั้งยังยอม คุกเข่าขอรับผิดจากเขาด้วย”
ต่งเชียนฉีตัวสั่นสะท้าน
ขาดคำ ผู้อาวุโสทุกคนของสำนักอาวุธต่างก็เงียบกริบ
เจินฮุ่ยหลันพูดร้อนรน “ศิษย์พี่ใหญ่ เหตุใดต้องทำเช่นนี้?”
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว!” ฉีป๋ายลู่โบกมือ กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “นี่คือ การตัดสินใจของข้า! ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนไม่ได้!”
“รับทราบแล้ว” ต่งเชียนฉีถอนหายใจอยู่ในใจ “ทุกสำนักในดินแดน ดาวตกจะจดจำไว้ว่าในยามที่เกิดหายนะ ท่านผู้อาวุโสได้เสียสละสิ่งใด ไป”
เขาโค้งตัวต่ำๆ คำนับฉีป๋ายลู่อย่างเคารพนอบน้อมอีกครั้งแล้วจึง หมุนกายจากไปทันที
ตอนที่เขาเหยียบเข้าไปในค่ายกลนำส่งยังได้ยินเสียงด่ากราดจากผู้ อาวุโสเหล่านั้นดังไม่หยุด แต่เขาไม่ได้เหลียวกลับไปมองอีก
ไม่นานเขาก็ย้อนกลับมาที่ตระกูลต่งและเล่าการตัดสินใจของฉีป๋ายลู่ ให้ทุกคนฟัง
“สิ่งที่เจ้าสำนักฉียืนหยัดมาทั้งชีวิตกลับถูกจ้าวซานหลิงทำลายปุนปี้ อย่างไร้ปราณี” ต่งหวังหลิงถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง “เจ้าคนบ้าผู้ นั้นใช้ความตกต่ำของดินแดนดาวตกมาบีบคั้นเขา เขาจะทำอย่างไรได้ อีก? อย่างไรซะเขาก็ไม่ใช่จ้าวซานหลิง เขาไม่สามารถทอดทิ้งทุกสิ่งทุก อย่าง ไม่สามารถทิ้งสำนักอาวุธและอาณาจักรต้าฮวาง”
ต่งลี่หยิบหินส่งข้อความเสียงออกมาติดต่อกับเนี่ยเทียนทันที
เนี่ยเทียนมองไปยังจ้าวซานหลิงที่หลังจากเสนอเงื่อนไขแล้วก็ หลับตานั่งเงียบ ก่อนจะกล่าวว่า “ผู้อาวุโสจ้าว เจ้าสำนักฉีแห่งสำนัก อาวุธตอบรับข้อเสนอของท่านแล้ว เมื่อผ่านภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้ เขาจะ เป็นฝุายยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้ท่าน ทั้งยังยอมเอ่ยขอโทษท่านด้วย”
จ้าวซานหลิงพลันลืมตา นัยน์ตาฉายแสงคมกริบทำเอาเนี่ยเทียน หวาดผวา
เขาแสยะปากหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เสียงหัวเราะของเขาสั่นสะเทือนฟูาดินจนห้วงอากาศพังทลาย
พลังอำนาจที่น่าหวาดกลัวระลอกหนึ่งค่อยๆ ไต่ทะยานขึ้นบนร่าง ของเขา ดวงตาของเขามีแสงมีดห้วงมิติเล็กละเอียดสาดออกมา จุดลึก กลางตาดำคลายมีเส้นของห้วงมิติก่อเกิดอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆ! คุณธรรม เหตุผล หรือขาวดำอะไร แค่ข้าพลิกฝุามือทุกอย่าง ก็เปลี่ยนแปลงได้หมด!”
“ฟูาดินแห่งนี้มีสิ่งใดบ้างที่ผิดหรือถูกอย่างสิ้นเชิง? ข้าคิดว่าถูกก็ต้อง ถูก! หากเจ้าไม่ยอมรับ ข้าก็จะบีบให้เจ้ายอมรับ!”
พันธนาการเส้นหนึ่งที่รัดพันอยู่ในใจของจ้าวซานหลิงแตกออกอย่าง ไร้เสียง
ความยึดมั่นดึงดันในใจของเขาก็สลายไปด้วย เพียงเพราะฉีป๋ายลู่ ยอมก้มหัวให้ สิ่งเดียวที่เขาต้องการจึงได้มาครองแล้ว
“วันนี้! ปมในใจของข้าจ้าวซานหลิงคลายลงแล้ว สภาพจิตใจปลอด โปร่ง ขอบเขตขยับขึ้นไปอีกก้าว เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงกลางได้อย่าง เป็นทางการ!”
มือของเขาดึงกระชากผ่านอากาศ รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งก็ปริออก เนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดที่อยู่ด้านบนถูกพลังผลักดันขุมหนึ่ง ดูดตัวเข้าไปด้านใน
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนก็มาปรากฏตัวอยู่เหนืออากาศของตระกูลต่ง
——