ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 620 ภูตผีปีศาจหวนคืนสู่บรรพบุรุษ
กลางอากาศเหนือตระกูลต่ง รอยแยกห้วงมิติเส้นใหญ่ปริแตกออก
จ้าวซานหลิงยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศสูง นัยน์ตามีมีดแสงห้วงมิติ จำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งวูบวาบราวฝูงปลาที่ว่ายวน
เบื้องล่างมีชนต่างเผ่าจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ พวกเขาต่างเงยหน้า มองท้องฟูาด้วยสีหน้าตกตะลึง
มีม่านแสงโปร่งใสคั่นกลาง คนของตระกูลต่งก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้า ตื่นเต้น
“ผู้อาวุโสจ้าว! ท่านไม่ควรปิดรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงกับโลก ภายนอกก่อนแล้วค่อยว่ากันหรอกหรือ?” เนี่ยเทียนรีบพูด
เขาพอจะมองออกว่าหลังจากที่ปมในใจของจ้าวซานหลิงคลายลง ขอบเขตของเขาก็ได้ฝุาทะลุไปอีกขั้น
สภาพจิตใจของจ้าวซานหลิงเหมือนจะก้าวสู่เขตวิญญาณช่วงกลาง เพียงแต่ขอบเขตยังไม่มั่นคงเท่าไหร่ จำต้องใช้เวลาสักช่วงหนึ่งค่อยๆ ทำ ให้มันมั่งคงแข็งแกร่ง
“หึ!” จ้าวซานหลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “ตอนที่เจ้าจากไป รอยแยก ห้วงมิติของอาณาจักรปุายจั้นที่เชื่อมโยงไปยังโลกภายนอกได้ถูกข้าปิด ผนึกหมดแล้ว!”
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด “ท่าน ท่านรู้แต่แรกแล้วว่าสถานการณ์จะ ดำเนินมาถึงจุดนี้? ท่านเองก็เข้าใจด้วยว่าศิษย์พี่ของท่านต้องยอมลงให้?”
จ้าวซานหลิงเพียงหัวเราะไม่เอ่ยคำใด แล้วจู่ๆ ก็เรียกเขตแห่งความ ตายออกมา
เมื่อเขตแห่งความตายปรากฏ หมอกควันสีเทาซีดก็พลันขยายใหญ่ปก คลุมไปทั้งฟูาดิน ครอบคลุมพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับตระกูลต่งไว้จนมิด
กลิ่นอายแห่งความตายระลอกหนึ่งค่อยๆ ไหลบ่าออกมาจากในจุดลึก ของหมอกควันสีเทาซีด ทั้งยังขยายไปทั่วทุกมุมในกลุ่มหมอกนั้น
“ใครกัน?”
อสูรกายตนหนึ่งที่ใช้ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วควบคุมวิญญาณ ร้ายนับพันนับหมื่นพลันเงยหน้าขึ้นฟูาแล้วตะคอกด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ที่ ชัดเจน
เมื่อเขาขยับตัว วิญญาณร้ายยั้วเยี้ยที่เกาะอยู่บนม่านแสงคุ้มกัน ตระกูลต่งก็พลันตรงเข้ามารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
เวลาสั้นๆ เพียงแค่สามวินาที วิญญาณร้ายทุกตัวก็รวมกันกลายมา เป็นร่างวิญญาณที่สูงหนึ่งร้อยจั้ง
ในร่างวิญญาณนั้นมีวิญญาณร้ายหลายตัวว่ายวน ส่วนศีรษะมีเขา ขนาดใหญ่ยักษ์ ดวงตา จมูกและปากก็มีวิญญาณร้ายมุดเข้ามุดออก ลักษณะดุดันน่ากลัวถึงขีดสุด
“ข้าคือใคร?” จ้าวซานหลิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้าก็คือคนที่จะ ทำลายแผนการของพวกเจ้า ทำให้พวกเจ้าเข้าใจว่า ทุกสิ่งที่พวกเจ้าทำลง ไปเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น”
จุดลึกของหมอกควันสีเทาซีด เสียง “ฟูุวๆ” ดังขึ้นก่อนที่มีดใหญ่ยักษ์ ซึ่งรวมตัวกันจากพลังห้วงมิติจะเปล่งวาบออกมา
ฟูาดินที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยเขตแห่งความตายพลันมีประกายแสงแวว วาว ทำให้ดวงตาของทุกคนที่เพ่งมองปวดร้าวจนน้ำตาไหลริน
มีดยักษ์ยาวพันเมตรคล้ายอาวุธสังหารของเทพบรรพกาลที่ควบคุม เวทลับห้วงมิติ
จุดลึกของประกายแสงระยิบระยับมีสะเก็ดแสงดาว มีคลื่นห้วงมิติที่ ปั่นปุวน มีทั้งกลิ่นอายความน่าหวาดกลัวของมิติที่บิดเบือน
มีดเล่มยักษ์ฟาดฟันฉวัดเฉวียนคล้ายต้องการจะแบ่งให้อาณาจักร ปุายจั้นขาดออกเป็นสองท่อน
ร่างวิญญาณร้ายดุดันที่สูงร้อยจั้งถูกมีดยักษ์ฟันลงมา พริบตาเดียวก็ แหลกสลายคล้ายเต้าหู้ก้อน
พลังประหลาดของห้วงมิติที่อยู่ในมีดยักษ์ทยอยกันบินออกมาเป็น ทอดๆ สลายให้ร่างของวิญญาณร้ายมากมายกลายมาเป็นเพียงไอหมอก
และยังมีรอยแยกห้วงมิติแคบยาวอีกจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นกลาง อากาศ ท้องฟูาประหนึ่งกระจกยักษ์ที่แตกละเอียด รอยร้าวนั้นก็ราวกับ เชื่อมโยงไปยังห้วงมิติปั่นปุวนอันเป็นที่ตั้งของความเงียบสงัดและความ ตาย
วิญญาณร้ายหลายตนหากไม่ได้กลายเป็นไอหมอกก็จะรอยแยกห้วง มิติแคบยาวนั้นชักนำให้หายวับเข้าไปข้างใน
อสูรกายที่สายเลือดถึงระดับเจ็ดขั้นกลางมีพลังเทียบเคียงได้กับเขต วิญญาณขั้นกลางของเผ่ามนุษย์สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นตะลึงลาน
เพียงแค่ครู่เดียวเขาก็พบว่ามีวิญญาณถึงหนึ่งในห้าส่วนที่หากไม่กลาย มาเป็นไอหมอกก็ถูกรอยแยกห้วงมิติชักนำไป ตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา อย่างสิ้นเชิง
“โฮก!”
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดเรือนกายสูงใหญ่คนหนึ่งร้องคำราม มือทั้งคู่คว้า จับผ่านอากาศคล้ายชักนำให้เกิดมังกรยักษ์สีดำสองตัว
ปราณปีศาจสีดำราวน้ำหมึกถูกดึงมารวมกันให้กลายมาเป็นมังกรยักษ์ สีดำสองตัว
“พรวด!”
ภูตผีปีศาจกระอักแก่นเลือดออกมาหนึ่งคำ ในแก่นเลือดนั้นปะปนไป ด้วยเวทลับทางสายเลือด จุดแสงแวววาวสาดลงบนร่างของมังกรดำ
มังกรดำสองตัวเดิมทีเป็นร่างมายา รอจนได้รับแก่นเลือดแล้วก็เหมือน กลายมาเป็นของจริงในชั่วพริบตา
เกล็ดสีดำสนิทล้วนส่องแสงสีทองเย็นเยียบ กรงเล็บยักษ์ราวคีมเหล็ก คล้ายมีอานุภาพสยบที่สามารถฉีกกระชากนภากาศ ดวงตาของมังกรดำก็ เผยให้เห็นถึงความกระหายเลือด มันพุ่งเข้าหาจ้าวซานหลิงหมายจะกัด กินเขา
“ไป!”
เนี่ยเทียนชี้มือไปหนึ่งครั้ง
เขาที่ยืนอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดพลันหันมามองดวงตา สีเทาเหลือบเขียวที่มีเปลวเพลิงสีเขียวแปลกประหลาดลุกไหม้ของมัน
“สวบๆๆ!”
กระดูกมือที่ใสราวหยกของโครงกระดูกปีศาจเลือดคมกริบดั่งปลาย มีดแหลมคมที่ทิ่มแทงลงไปยังร่างมังกรยักษ์สีดำ
มังกรยักษ์สีดำตัวนั้นถูกนิ้วแหลมคมของโครงกระดูกปีศาจเลือดแทง ลงไปบนร่าง ทำให้มีแสงสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระจายออกมา
ตอนที่แสงสีดำสาดกระเซ็นออกมาก็กลายมาเป็นควันสีดำเบาบาง หลายเส้นซึ่งถูกมังกรดำเขมือบเข้าปากไปอีกครั้ง
ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ดแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง “มังกรปีศาจรัด พัน!”
มังกรดำสองตัวหลุดพ้นจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้วรัด พันเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นปราณปีศาจที่ซัดสาดตรงเข้าสังหารจ้าวซานห ลิง
“รนหาที่ตาย”
จ้าวซานหลิงหัวเราะเย้ยหยัน หมอกควันสีขาวซีดที่กลายมาเป็นเขต แห่งความตายปกคลุมมังกรทั้งสองเอาไว้
วินาทีที่เขตแห่งความตายปรากฏก็ราวกับกลายมาเป็นปากขนาดใหญ่ ยักษ์ที่กลืนกินฟูาดิน ฉีกกระชากร่างของมังกรปีศาจสองตัวที่ตรงเข้ามา เข่นฆ่าเขาแล้วกลืนลงไปในคำเดียว
พอมังกรปีศาจสองตัวเข้ามาในเขตแห่งความตาย เนี่ยเทียนก็เห็นได้ รำไรว่ามังกรปีศาจสองตัวนั้นเปลี่ยนจากตัวจริงมาเป็นภาพมายา คล้าย ย้อนกลับไปมีลักษณะเดิมอีกครั้ง
“ถิ่นของเผ่ามนุษย์อย่างข้า ไม่ใช่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ของพวกเจ้าที่คิดจะมาก็ มาได้!”
ต่งหวังหลิงที่อยู่ในค่ายกลตระกูลต่งเบื้องล่างพลันตวาดเสียงดัง แล้ว ทะยานตัวขึ้นฟูา
ค่ายกลโบราณที่ปกปูองตระกูลต่งเอาไว้ไม่มีพันธนาการใดๆ ต่อเขา วินาทีที่เขาข้ามผ่านออกมาก็ตรงดิ่งเข้าหาภูตผีปีศาจตนนั้นทันที
“อู้!”
วานรยักษ์สีแดงตัวหนึ่งลอยออกมาจากศีรษะของเขา มองเห็นขน ตลอดทั้งร่างของมันได้อย่างชัดเจน
ร่างของต่งหวังหลิงปรากฏแสงวาบหนึ่งครั้งก็ผสานรวมเข้าไปในร่าง ของวานรยักษ์ เสียงร้องคำรามของสัตว์ที่สะท้านฟูาดินพลันดังออกมา จากในร่างของวานรแดง
วานรยักษ์สีแดงกระทืบเท้าบดขยี้ร่างของเผ่าเกล็ดดำและภูตผีปีศาจ หลายคนให้กลายเป็นกองเลือด
จุดลึกในดวงตาของวานรยักษ์ปลดปล่อยความเดือดดาลเทียมฟูา พอ มันกระโดดผลุงขึ้นมาก็ราวกับภูเขาไฟที่ปะทุเดือดซึ่งตรงดิ่งเข้าหาศีรษะ ของภูตผีปีศาจ
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดตนนั้นมองเห็นวานรยักษ์ร้องคำรามเข้ามาด้วยพ ลานุภาพน่าหวาดกลัวราวพลิกภูเขากลบมหาสมุทรก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“สายเลือด! คืนบรรพบุรุษ!”
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดหน้าตาหล่อเหลา เรือนกายใหญ่โตร้องคำราม ต่ำๆ หนึ่งครั้ง แก่นเลือดหลายหยดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจก็ถูกเผาไหม้
ร่างของเขาที่เดิมทีสูงใหญ่กว่าเผ่ามนุษย์ช่วงหนึ่ง ทว่ายามนี้เมื่อเลือด สดกลิ้งซัดสาด เลือดเนื้อของเขาก็มีเสียง “เปรี๊ยะๆ” ดังลั่นประหนึ่งลูก กลมที่ถูกสูบลมให้ขยายใหญ่อย่างบ้าคลั่ง
เวลาสั้นๆ เพียงห้าวินาที ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดตัวนี้ก็กลายร่างมาเป็น ปีศาจยักษ์สูงร้อยจั้ง
ปีศาจยักษ์นั่นเหมือนจะเป็นรูปแบบดั้งเดิมของเขา ด้านหลังมีหนาม แหลมขึ้นเรียงเป็นตับ ตรงช่วงหน้าท้องก็มีรูโหว่มากมายคล้ายรังผึ้งซึ่งพ่น ปราณปีศาจเข้มข้นออกมา
พลังอำนาจของเขาไต่ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปราณวิญญาณฟูาดิน ที่มารวมอยู่รอบๆ ตระกูลต่งคล้ายเปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นปราณปีศาจ น้ำหมึกดำในชั่วพริบตาเดียว
ดวงตาดำสนิทของปีศาจยักษ์คล้ายดวงอาทิตย์สีดำสองดวง เขาจ้อง นิ่งมายังมังกรยักษ์ที่ต่งหวังหลิงซ่อนตัวอยู่ภายใน ดวงตาดำมืดของมัน คล้ายมีลำแสงสีนิลนับหมื่นนับพันบินผ่านจนค่อยๆ กลายมาเป็นไฟปีศาจ สีดำ
“ตูม!”
ไฟปีศาจลุกไหม้ เขาที่กลายร่างมาเป็นปีศาจยักษ์ ก้าวขาเดินหนึ่งที พื้นดินก็สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
ชนต่างเผ่ามากมายที่สายเลือดไม่สูงพอต่างก็ล้มเอียงกะเท่เร่ ชนต่าง เผ่าบางคนถูกสะเทือนจนกระอักเลือดด้วยซ้ำ
“สายเลือดคืนบรรพบุรุษ!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี พลันนึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องลับเกี่ยวกับภูตผี ปีศาจซึ่งอาจารย์ผู้มีความรู้กว้างขวางเล่าให้เขาฟัง
จากคำบอกของอาจารย์เขา แรกเริ่มสุดเผ่าภูตผีปีศาจได้พัฒนามาที ละขั้นจากภูตผีปีศาจระดับต่ำสุดจนกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้
พวกภูตผีปีศาจที่เก่าแก่เหล่านั้นต่างก็มีเรือนกายใหญ่โตราวภูเขา เมื่อ สายเลือดพัฒนา ร่างของปีศาจก็ยิ่งสูงใหญ่ยิ่งแข็งแกร่ง ภูตผีปีศาจ เหล่านั้นก็คือบรรพบุรุษของภูตผีปีศาจชั้นสูงเหล่านี้
ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่เกิดใหม่เมื่อผ่านการปะปนทางสายเลือดรุ่นแล้วรุ่น เล่า ระดับความบริสุทธิ์ของสายเลือดจึงลดลงต่ำ จนรูปร่างใกล้เคียงกับ เผ่ามนุษย์
แต่ว่าเมื่อภูตผีปีศาจเติบโตได้ถึงระดับหนึ่ง สายเลือดก็จะยิ่งบริสุทธิ์ มากขึ้นเรื่อยๆ จนมีพรสวรรค์กลับคืนสู่บรรพบุรุษ
สายเลือดคืนบรรพบุรุษหมายความว่าสายเลือดของภูตผีปีศาจชั้นสูง นั้นแข็งแกร่งและบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด สามารถใช้ตราประทับในสายเลือด ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้มาฟื้นคืนสู่สภาพดั้งเดิม
ภูตผีปีศาจที่มีลักษณะเช่นนี้ พลังและเวทลับทางสายเลือดจะยิ่ง แข็งแกร่งมากกว่า มีอานุภาพมากพอให้ดับทำลายฟูาดินได้
แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือภูตผีปีศาจลักษณะนี้มีความแข็งแกร่งของ กล้ามเนื้อและพลังการฟื้นคืนในระดับที่ยากจะจินตนาการได้!
แล้วก็จริงดังคาด
ในสายตาของเนี่ยเทียน ระดับสายเลือดของภูตผีปีศาจตนนี้มีเพียง ระดับเจ็ดขั้นต้นเท่านั้น แต่พอแปรสภาพหวนคืนสู่บรรพบุรุษได้สำเร็จก็ พุ่งเข้าเข่นฆ่ากับวานรยักษ์สีแดงทันที
เลือดเนื้อของมันที่ถูกวานรยักษ์สีแดงฉีกกระชาก รวมถึงอาการ บาดเจ็บสาหัสที่มันได้รับขณะต่อสู้ล้วนฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ร่างภูตผีปีศาจไม่ดับสลาย!”
เผ่าเกล็ดดำคนหนึ่งมองภูตผีปีศาจระดับเจ็ดที่แปรสภาพคืนสู่รูปแบบ ดั้งเดิมของบรรพบุรุษด้วยสายตาเคารพเลื่อมใส
ดูจากระดับสายเลือดแล้ว พลังการต่อสู้ของภูตผีปีศาจตนนี้มีแค่เขต วิญญาณช่วงต้น ทว่าต่งหวังหลิงกลับเป็นเขตวิญญาณช่วงกลาง ทว่าพอ
ภูตผีปีศาจตนนั้นคืนสภาพสู่รูปแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ยามต่อสู้กัน กลับกลายเป็นฝุายที่ได้เปรียบอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง
จะอย่างไรซะวานรยักษ์สีแดงก็เป็นแค่ร่างวิญญาณ ต่อให้ต่งหวังหลิง เข้าไปอยู่ข้างใน ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้มัน แต่กลับไม่มีพลังการฟื้นตัวที่ น่ากลัวอย่างภูตผีปีศาจ
วานรยักษ์สีแดงถูกภูตผีปีศาจตนนั้นโจมตีอย่างหนักติดต่อกัน เนี่ย เทียนยังพอจะได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดของต่งหวังหลิงดัง ลอยมาด้วย
กลับมาดูจ้าวซานหลิงที่อาศัยเขตแห่งความตายซึ่งเป็นของวิเศษหา ยากของโลก และยังมีเวทลับห้วงมิติที่ลึกล้ำเกินคาดเดา ยามต่อสู้กับอสูร กายระดับเจ็ดขั้นกลางผู้นั้นกลับมีฝีมือทัดเทียมกัน ไม่ตกเป็นรองแม้แต่ น้อย
“สังหารมันให้ข้า!”
สังเกตอยู่พักใหญ่ เนี่ยเทียนก็เรียกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดรวบรวม กำลังไปโจมตีภูตผีปีศาจตนที่หวนคืนสู่ร่างเดิมของบรรพบุรุษ
เลือดสดในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดไหลประหนึ่งน้ำบ่า ร่าง โครงกระดูกนั้นเหมือนรวมกันกลายเป็นกระดูกแหลมคมขนาดยักษ์ที่แทง สวบลงไปบนร่างปีศาจยักษ์
จุดลึกของดวงตาสีเทาเหลือบเขียวของมันมีแสงมรกตเปล่งวูบวาบ ตลอดเวลา
“เพล้ง!”
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนก็พลันมองเห็นด้วยความตะลึงพรึงเพริดว่าโครง กระดูกปีศาจเลือดกลับสลายร่างให้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
เมื่อร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดแตกออก เนี่ยเทียนและหลี่หลาง เฟิงสองคนจึงถูกบีบให้ร่วงดิ่งลงมาอยู่ท่ามกลางกลุ่มของชนต่างเผ่า
“สวบๆๆ!”
กระดูกแหลมคมหลายท่อนซึ่งทุกท่อนยาวหนึ่งร้อยเมตรล้วนแทงลง ไปในร่างของปีศาจยักษ์
ปีศาจยักษ์แหงนหน้าคำราม ไฟปีศาจสีดำเป็นกลุ่มๆ สาดออกมาจาก ในเลือดเนื้อของมัน
“เนี่ยเทียน!” ในกลุ่มคนตระกูลต่ง ต่งลี่ที่พอเห็นว่าเนี่ยเทียนตกอยู่ใน อันตรายก็เอะอะเสียงดังด้วยความร้อนใจราวมีไฟลน
“หุ่นเชิดเลือดจะอย่างไรก็เป็นเพียงหุ่นเชิด มันไม่มีสติปัญญามากพอ ให้ประคองตน จึงจำไม่ได้ว่าต้องคอยปกปูองเจ้านายของตัวเอง ตลอดเวลา” ต่งเชียนฉีหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะเอ่ยสั่งความ “ฝุาออกไปจาก ค่ายกล ต่อสู้กับชนต่างเผ่าให้รู้ดำรู้แดง! แล้วบอกตระกูลเฉา ตระกูลกู่ และหอโอสถให้ลงมือโจมตีได้ทันที!”
——