ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 621 ศึกอันวุ่นวาย
หอโอสถ
ยอดหอเรือนหินสีเขียวหลังหนึ่ง กลางแท่นหินขนาดใหญ่มีคนหลาย คนนั่งนิ่งอยู่
ในบรรดาคนเหล่านี้ผู้ที่มีขอบเขตต่ำสุดล้วนเป็นเขตสามัญ
เฉียนปูหุ่ยของหอโอสถ เฉาโหมวจากตระกูลเฉา กู่หยวนแห่งตระกูลกู่ ทุกคนล้วนมีเขตวิญญาณช่วงต้นซึ่งต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
นับตั้งแต่ที่เนี่ยเทียนติดต่อกับต่งลี่ พวกเขาก็อาศัยค่ายกลนำส่งมา รวมตัวกันอย่างเงียบเชียบ
ข่าวคราวที่เนี่ยเทียนนำมาให้ ข้อเรียกร้องที่จ้าวซานหลิงมีต่อฉีป๋ายลู่ รวมไปถึงสถานการณ์การต่อสู้ใหม่ๆ มากมายล้วนถูกถ่ายทอดผ่านมาทาง ตระกูลต่ง
เดิมทีเฉียนปูหุ่ยสามคนก็ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะสละ อาณาจักรปุายจั้นทิ้งแล้วย้ายไปอยู่ในโลกลึกลับใบเล็ก ตัดขาดกับดินแดน ดาวตกไปตลอดกาลดีหรือไม่
พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนมาพร้อมกับโครงกระดูกปีศาจเลือด ทั้งจ้าว ซานหลิงยังสามารถปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติได้ พวกเขาจึงอยากต่อสู้ให้รู้ แพ้รู้ชนะเช่นกัน
ตอนนี้พวกเขาต่างก็กำลังรอ รอให้ทางฝุายตระกูลต่งส่งข่าวล่าสุดมา ให้
“จ้าวซานหลิงลงมือแล้ว!” เฉียนปูหุ่ยเลิกคิ้ว ลุกพรวดขึ้นยืน ก่อน ตวาดเสียงหนัก “ยืมใช้ค่ายกลนำส่ง เขตต้นสวรรค์และเขตสามัญทั้งหมด จงรีบเดินทางไปที่ตระกูลต่ง!”
ดวงตากู่หยวนจากตระกูลกู่เปล่งแสงวาบ พูดขึ้นเช่นกันว่า “แม้ หลังจากปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติไปแล้ว ชนต่างเผ่าจะยังสามารถเดินทาง ไปมาในอาณาจักรปุายจั้นได้ดังเดิม ทว่าชนต่างเผ่าสายเลือดต่ำก็ไม่ สามารถข้ามผ่านห้วงมิติได้ภายในชั่วพริบตา มีเพียงชนต่างเผ่าสายเลือด ระดับเจ็ดสามคนเท่านั้นถึงจะมีความสามารถเช่นนี้!”
“พวกเรามีค่ายกลนำส่งให้ใช้ตลอดเวลา ซึ่งสามารถเดินทางไปถึง ตระกูลต่งได้อย่างรวดเร็ว!”
“ตระกูลต่งก็คือสถานที่ที่พวกเราจะต่อสู้นองเลือดกัน!”
กล่าวจบ ผู้ฝึกลมปราณมากมายของหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูล กู่ที่มารวมตัวกันอยู่นานแล้วต่างก็พากันบินเข้าไปในค่ายกลนำส่ง
……
“อู้ๆ!”
ม่านแสงโปร่งใสแวววาวหลังนั้นของตระกูลต่งมีแสงหลายเส้นสาด ส่องออกมาอย่างต่อเนื่อง เส้นแสงทุกเส้นล้วนคือคนของตระกูลต่ง
ต่งเชียนฉี ต่งเถิงเฟยและยังมีผู้อาวุโสตระกูลต่งหลายคนต่างก็เดิน ออกมาจากในค่ายกล ตรงดิ่งเข้าหาจุดที่เนี่ยเทียนยืนอยู่
เพราะโครงกระดูกปีศาจเลือดกระจายตัวออกจากกันเพื่อโจมตีภูตผี ปีศาจที่หวนคืนสู่สภาพดั้งเดิมเต็มกำลังตามคำสั่งของเขา เนี่ยเทียนและห ลี่หลางเฟิงสองคนจึงถูกบีบให้ร่วงลงมาอยู่ที่พื้น
พอร่วงลงมาเขาก็ได้ยินเสียงชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่หลายคน เอะอะเสียงดัง “เขาคือบุตรแห่งดวงดาว!”
เห็นได้ชัดว่าชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่เหล่านั้นเคยเข้าร่วมการต่อสู้ บนเกาะมาก่อน จึงจำเขาได้เพียงแค่มองปราดเดียว
พอได้ยินว่าเขาคือบุตรแห่งดวงดาวที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เป็นผู้เลือก ชนต่างเผ่าสองคนที่เดิมทีกำลังจับตามองการต่อสู้ระหว่างผู้ แข็งแกร่งในตระกูลกับเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ก็คล้ายจะมีเปูาหมายใหม่
พริบตาเดียวก็มีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกมากมายจ้อง เขม็งมาที่เนี่ยเทียนและหลี่หลางเฟิง
ไม่ต้องคิดให้มากความ เนี่ยเทียนก็หยิบเอากิ่งไม้หลายท่อนออกมา สร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณขึ้นมาทันที
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกมีพลังการต่อสู้เทียบเคียงได้ กับเขตสามัญและเขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์ อีกทั้งยังมีจำนวนมาก ไม่ว่าเนี่ย เทียนจะบ้าระห่ำขนาดไหนก็รู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝุาย
สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้ก็คือค่ายกลกำเนิดไม้โบราณที่ลึกลับเกินคาด เดาซึ่งได้มาจากมาตุภูมิของเผ่าไม้
ที่ตั้งของตระกูลต่งรายรอบไปด้วยแมกไม้หนาแน่น มีจิงชี่พืชหญ้ามาก พอให้ใช้
เมื่อค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก่อตัวได้สำเร็จ ม่านแสงสีเชียวเข้มก็ปก คลุมเขาและหลี่หลางเฟิงให้อยู่ภายใน
ลายเส้นต้นไม้ลึกลับมากมายต่างก็บินไปทั่วม่านแสง ชักนำจิงชี่พืช หญ้าที่เข้มข้นจากรอบด้านมาอย่างบ้าคลั่ง
“ค่ายกลพิทักษ์มาตุภูมิของเผ่าไม้!”
ชนเผ่าหินเทาร่างกายเตี้ยล่ำที่มีสายเลือดระดับหกคนหนึ่งร้องอุทาน เสียงหลง แล้วรีบเรียกใช้เวทลับทางสายเลือดทันที
ก้อนหินขนาดเท่าแท่นโม่หินหลายก้อนถูกสายเลือดของเขาดึงขึ้นมา จากจุดลึกใต้ดิน ก่อนที่ก้อนหินเหล่านั้นจะลอยขึ้นกลางอากาศโดยไม่ได้ รับผลกระทบจากสนามแรงโน้มถ่วงเลยแม้แต่น้อย
ครู่หนึ่งก็มีก้อนหินเล็กใหญ่ขนาดพอๆ กันหลายร้อยก้อนมารวมอยู่ กลางอากาศ
มองปราดๆ รอบค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก็คล้ายกับมีปุาหินประหลาด งอกขึ้นมากะทันหัน
ปุาหินหาใช่อยู่นิ่ง แต่มันหมุนระบำด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนักหินยักษ์มากมายก็กระแทกลงมาโจมตีอย่างแรง!
“ปังๆๆ!”
ม่านแสงสีเขียวเข้มของค่ายกลกำเนิดไม้โบราณพลันบิดเบือน ลายไม้ ลึกลับพากันบินกลับเข้าไปในกิ่งไม้
จิงชี่พืชหญ้าในรัศมีหลายสิบลี้ของตระกูลต่งถูกดึงมาใช้จนหมดสิ้น เพราะเผ่าหินเทาสายเลือดระดับหกคนนั้นใช้สายเลือดชักนำหินใหญ่ยักษ์ ให้มาโจมตี
ต้นไม้และพืชหญ้าหลายต้นพลันแห้งเหี่ยวและแตกกระจายไปใน พริบตา
“สายเลือดระดับหก!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี รีบเอาเกราะมังกรเพลิงมาสวมลงบนร่างโดย ไม่ต้องคิด
“เปรี๊ยะๆๆ!”
ยังคงมีหินยักษ์มากมายกระแทกลงมาบนเกราะมังกรเพลิง ทำให้ร่าง ของเนี่ยเทียนส่ายโอนเอน
ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณแตกทลายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาของชนต่าง เผ่าจำนวนมากที่ล้อมอยู่รอบด้านฉายแสงเหี้ยมเกรียม ทำท่าพุ่งจะเข้ามา สังหาร
“พวกเจ้ากล้ารึ!”
ต่งเชียนฉีประมุขตระกูลต่งพุ่งมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนตั้งแต่ชั่ว ขณะที่ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณแตกออก
“วิหคอสนี!”
นกยักษ์สีเงินยวงตัวหนึ่งร้องคำรามเสียงกร้าว ปีกทั้งคู่โบกกระพือเกิด เป็นสายฟูาสีเงินที่น่าครั่นคร้ามซึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ชนต่างเผ่าและสกัดกั้น พวกมันให้อยู่ภายนอก
ปลายนิ้วของต่งเชียนฉีมีสายฟูาล้อมวน คาถาวิเศษเปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว ลูกสายฟูาจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาจากชายแขนเสื้อของ เขา
ครู่เดียว บริเวณรอบกายต่งเชียนฉีก็เกิดเสียงระเบิดดังสะเทือนพื้นดิน เขย่าคลอนภูเขา เผ่าหินเทาและเผ่าเกล็ดดำสายเลือดระดับสี่ ระดับห้า หลายคนเมื่อถูกลูกสายฟูาระเบิดใส่ แขนขาก็กระจัดกระจายมาร่วงอยู่ ตรงเท้าของเนี่ยเทียน
“ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างของคนตระกูลต่งทยอยกันมาหยุดอยู่รอบกายเนี่ยเทียน ทั้งยัง เรียกเอาวิญญาณสัตว์ออกมา
งูหลามตัวใหญ่ แรดดุร้าย จิ้งจอกผี วิญญาณสัตว์วิเศษแปลก ประหลาดหายากมากมายพากันเผยกายออกมาราวกับมีชีวิตจริง
หมาปุายักษ์สีเทาของต่งปุายเจี๋ยและหงส์ดำของต่งลี่ก็รวมอยู่ในกลุ่ม นั้นด้วย
“พรวด!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนก็มองเห็นว่ามีเงาร่างอีกหลายเงาบินออกมา จากที่ตั้งของตระกูลต่ง
สามคนแรกมีพลังอำนาจประหนึ่งมหาสมุทรกว้างใหญ่ เห็นได้ชัดว่า เป็นผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ
“ตระกูลเฉา ตระกูลกู่ หอโอสถ!” ใบหน้าต่งลี่เต็มไปด้วยความตะลึง ระคนยินดี กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “หายนะของดินแดนดาวตก บางทีอาจ ยุติลงลงที่อาณาจักรปุายจั้นของพวกเรา!”
พอผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณช่วงต้นสามคนมาถึงก็พากัน กระจายตัวมุ่งหน้าเข้าหาอสูรกายและภูตผีปีศาจระดับเจ็ด
เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเฉียนปูหุ่ยจากหอโอสถอ้าปากพ่นยาสี ทองออกมาหนึ่งเม็ด
ยาสีทองปล่อยแสงสีทองอร่ามเจิดจ้า แสงสีทองนั้นคมกริบราวกระบี่ ฟาดฟันให้ภูตผีปีศาจที่คืนสู่สภาพเดิมเลือดเนื้อเหวอะหวะ ร้องโหยหวน ไม่หยุด
กู่หยวนจากตระกูลกู่เหยียบอยู่บนแม่น้ำสายยาวสีเหลืองขุ่น หยดน้ำ ใสแวววาวหลายหยดบินออกมาจากแม่น้ำสีเหลืองนั้นแล้วตรงเข้าหาอสูร กาย
แค่ร่างของวิญญาณร้ายที่ล้อมวนอยู่รอบกายอสูรกายปะทะกับหยด น้ำ ร่างของพวกมันก็หายวับไปเหมือนถูกชักนำไปยังจุดลึกของธารน้ำขุ่น มัวและถูกทำลายทิ้ง
“สวบๆ!”
ที่ทำให้เขาตะลึงและแปลกใจมากที่สุดกลับเป็นโครงกระดูกปีศาจ เลือด
ข้อต่อกระดูกจำนวนมากของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่แทงลงไปบน ร่างของภูตผีปีศาจแตกกระจายตัวกันอยู่พักหนึ่งก็กลับมารวมตัวกันใหม่ อีกครั้ง
แค่ไม่กี่วินาที โครงกระดูกปีศาจเลือดก็ฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ
บนกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดพอจะมองเห็นเลือดสดเป็น เส้นๆ ได้รำไร เลือดสดเหล่านั้นคล้ายว่าจะเป็นเลือดของภูตผีปีศาจที่ติด มากับข้อต่อกระดูกของมัน
ตอนนี้ลิ่มเลือดเป็นเส้นๆ เหล่านั้นกำลังซึมเข้าไปในกระดูกและเพิ่ม ความเข้มข้นให้กับระดับเลือดลมของมัน
“โครงกระดูกปีศาจเลือด! กระดูกแยกตัว!”
เนี่ยเทียนแอบตกใจ เขาพลันนึกถึงเมิ่งชิ่งของสำนักกระดูกขาวที่เจอ ในอาณาจักรต้าฮวางขึ้นมาได้
วิชาภูเขากระดูกขาวที่เมิ่งชิ่งร่ายใช้ในตอนนั้นก็มีประสิทธิผลใน ทำนองเดียวกัน บางครั้งก็แยกตัว บางครั้งก็มารวมกันใหม่ เปลี่ยนแปลง หลายรูปแบบเกินคาดเดา
และวิชาการฝึกตนของสำนักกระดูกขาวนั้นก็ว่ากันว่ามีความ เกี่ยวข้องแนบแน่นกับเผ่าโครงกระดูกที่เคยเคลื่อนไหวอยู่ในอาณาจักร ต้าฮวาง
นี่ทำให้เนี่ยเทียนพอจะคาดเดาได้ว่าเวทลับการแยกร่างกระดูกเช่นนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์บางอย่างทางสายเลือดของเผ่าโครงกระดูก
และก็มีเผ่าพันธุ์พิเศษที่ไม่มีเลือดเนื้อ แต่มีเพียงกระดูกและเส้นเอ็นนี้ เท่านั้นถึงจะนำร่างของตัวเองมาแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธในรูปแบบที่เกินจะ คาดเดาได้เช่นนี้!
“เนี่ยเทียน! ศึกครั้งนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม! เจ้าแค่รักษาตัวเองให้ รอด ให้หุ่นเชิดเลือดตัวนั้นสำแดงฝีมือได้ตลอดเวลาก็พอ!” ต่งเถิงเฟยจาก ตระกูลต่งกล่าวด้วยสีหน้าห่วงใย “เจ้าทำเพื่อตระกูลต่งและอาณาจักร ปุายจั้นมามากพอแล้ว”
“เมื่อผ่านศึกนี้ไป ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าเนี่ยเทียนก็คือแขกคนสำคัญที่ ทรงเกียรติที่สุดของตระกูลต่งเรา!”
ดวงตาคู่งามของต่งลี่ทอประกายอ่อนโยน นางเอ่ยเบาๆ ว่า “เจ้ามา ได้ ข้าดีใจมาก”
ต่งปุายเจี๋ยยิ้มบางๆ พูดกับต่งเถิงเฟยว่า “เนี่ยเทียนไม่ใช่แขกของ ตระกูลต่ง แต่เป็นคนกันเอง”
ต่งเถิงเฟยอึ้งตะลึงไปน้อยๆ พอคิดอย่างละเอียดก็คลี่ยิ้ม พยักหน้ารับ “นั่นสิ เนี่ยเทียนเป็นคนกันเอง”
สายตาที่เขามองมายังเนี่ยเทียนราวกับสายตาที่ใช้มองลูกเขยของ ตัวเอง
เนี่ยเทียนพลันเข้าใจได้ว่าการที่เขาบุกมายังอาณาจักรปุายจั้นโดยไม่ คำนึงถึงสิ่งใดทำให้เขาได้รับการยอมรับจากคนทั้งตระกูลต่ง
ห่างออกไปไม่ไกล ที่ตั้งของตระกูลต่งที่ค่ายกลยังคงโคจรดังเดิม พวก เฉาชิวสุ่ย เฉียนซินต่างก็เดินออกมา พอเห็นเนี่ยเทียน พวกเขาก็รีบโบกไม้ โบกมือเป็นพัลวัน
พวกเขาก็อยากพุ่งตัวไปร่วมรบเหมือนกัน แต่กลับถูกคนขัดขวาง ไม่ให้พวกเขาเดินออกไปนอกค่ายกล
“ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดอีกสามคนก็ตามมาแล้ว!” ต่งเชียนฉี หน้าเปลี่ยนสี
เขาเพิ่งพูดจบ เนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าท้องฟูาที่ห่างออกไปไกลก้อน เมฆซัดตลบเพราะมีชนต่างเผ่าร่ายใช้สายเลือดห้อทะยานตรงมาอย่าง รวดเร็ว
——