ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 627 เร่ขายตั๋วเรือ
เนี่ยเทียนยืนกรานแข็งขืนเกินกว่าใครจะคาดคิด นี่ทำให้จงเจิงจากหอ หันปิงรู้สึกเหลือเชื่อ
เฉียนปูหุ่ย กู่หยวน เฉาโหมวสามคนก็มีสีหน้าแปลกใจ ไม่รู้ว่าควรจะ เอ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างไร
ในสายตาของพวกเขา แค่ยืมใช้เกราะมังกรเพลิงให้เซี่ยอี้มีกำลังไป ต้านทานปาซือทัว นับว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินจะยอมรับ พวกเขาคิดไม่ ออกว่าทำไมเนี่ยเทียนถึงได้ดึงดันถึงเพียงนี้
ทว่าหากเนี่ยเทียนไม่พาจ้าวซานหลิงมา อาณาจักรปุายจั้น…ก็ไม่มี ทางผ่านเคราะห์ภัยมาได้ราบรื่นขนาดนี้ พวกเขาต่างก็ติดค้างในบุญคุณ ของเนี่ยเทียน จึงไม่สะดวกที่จะพูดมาก
ผู้เฒ่าเขตวิญญาณอีกสองคนของพรรคคิชกูฏต่างก็เงียบงัน คล้ายยก ให้หัวมู่เป็นผู้ตัดสินใจ
ต่งหวังหลิงก็ปิดปากเงียบเช่นกัน
มีเพียงจ้าวซานหลิงเท่านั้นที่ชื่นชมการเลือกของเนี่ยเทียนอย่างมาก
“ดี ในเมื่อตัดสินใจเช่นนี้ก็เอาตามนี้” หัวมู่นิ่งเงียบไปนานก็พลัน หัวเราะออกมาเบาๆ “ก่อนหน้าที่เรื่องของชนต่างเผ่ายังคลี่คลายไม่ได้ ทางฝุายเซี่ยอี้และวิมานสวรรค์ก็ไม่น่าจะทำอะไรเจ้าได้ หากพวกเขาคิด จะแก้แค้นย้อนหลังจริงๆ ก็คงต้องรอให้ปัญหาชนต่างเผ่าคลี่คลายไป ก่อน”
“พูดไปพูดมา ที่เซี่ยอี้ผู้นั้นกล้าบีบบังคับข้าก็เพราะรู้สึกว่ามีเพียงเขา เท่านั้นถึงจะต้านทานปาซือทัวได้” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น จากนั้นจึง พลันหันไปมองซากศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ผู้อาวุโสทุกท่าน ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง”
“พูดมาได้เลย” ต่งหวังหลิงรีบตอบรับ
“ข้าหวังว่าผู้อาวุโสทุกท่านจะมอบศพของชนต่างเผ่าระดับเจ็ด เหล่านั้นให้ข้า” เนี่ยเทียนกล่าว
พวกจงเจิงและเฉียนปูหุ่ยล้วนมีสีหน้าไม่น่ามอง
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดก็เหมือนสัตว์วิเศษสายเลือดระดับเจ็ดที่ ทั้งร่างล้วนเป็นของล้ำค่า
ด้วยขอบเขตและศักยภาพของพวกเขาสามารถเอาวัตถุดิบมีค่า มากมายออกมาจากในศพของชนต่างเผ่าระดับเจ็ด ไม่ว่าจะนำมาใช้เป็น อาวุธหรือหลอมเป็นยา ก็ล้วนช่วยเพิ่มศักยภาพให้พวกเขาได้
ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดหายากยิ่งกว่าสัตว์วิเศษระดับเดียวกันเสียอีก พวกเขาจึงรู้สึกเสียดายอย่างห้ามไม่ได้
“ศพที่เป็นของพรรคคิชกูฏ ข้าเป็นผู้แทนมอบมันให้เจ้า” หัวมู่แสดง ท่าที
ต่งหวังหลิงเองก็กล่าวว่า “ของตระกูลต่ง ข้าก็ยินดียกให้เจ้า!”
“ข้าแค่ต้องการศพของพวกมัน ไม่ต้องการแหวนห้วงมิติที่พวกมัน ครอบครอง” เนี่ยเทียนอธิบาย ก่อนจะพูดต่อว่า “ศพเหล่านั้นมี
ประโยชน์ต่อข้าอย่างสูง ด้วยเหตุนี้ ข้าสามารถรับปากทุกท่านได้เรื่อง หนึ่ง”
“เรื่องอะไร?” จงเจิงถามอย่างแปลกใจ
“สักวันหนึ่งข้าจะพาทุกท่านเดินออกไปจากดินแดนดาวตก” เนี่ย เทียนกล่าว
จบคำพูดนี้ เขตวิญญาณทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็เผยสีหน้าสนใจ
“ทำไม…ทำไมเจ้าถึงรู้สึกว่าตัวเองสามารถช่วยให้พวกเราเดินออกไป จากดินแดนดาวตกได้?” เฉาโหมวรีบถาม
พวกจงเจิง เฉียนปูหุ่ยต่างก็ลมหายใจถี่รัว นัยน์ตาสาดประกายความ ปรารถนาเข้มข้นราวกับว่าการออกจากดินแดนดาวตกไปยังฟูาดินที่ กว้างขวางยิ่งกว่านี้ เดิมทีก็เป็นเปูาหมายที่พวกเขาเสาะแสวงหามาทั้ง ชีวิตอยู่แล้ว
“เขามีความสามารถนี้จริง” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่างไม่ร้อนไม่หนาว
หัวมู่มองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ภาพแผนที่ ดวงดาวนั้น…อาจารย์ของเจ้าวิเคราะห์ได้สำเร็จแล้วรึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า
คำพูดของจ้าวซานหลิงและหัวมู่ทำให้คนอื่นๆ ที่เหลือดวงตาเป็น ประกาย แสงที่สาดออกมาจากดวงตาของพวกเขาทำให้คนตระกูลต่งที่มา รวมตัวกันอยู่ที่นี่ต่างก็ไม่กล้ามองไป
ไม่รอให้พวกจงเจิงซักถามอย่างละเอียด หัวมู่ก็รีบพูดขึ้นว่า “รายละเอียดยังไม่สะดวกที่จะพูดที่นี่ พวกเจ้ารู้เพียงแค่ว่า อนาคต ข้างหน้า เนี่ยเทียนมีความสามารถส่งพวกเจ้าออกไปจากที่นี่ก็พอ พรรคคิชกูฏของข้ารับประกันให้ได้ว่าคำพูดของเนี่ยเทียนไม่ใช่เพียงคำพูด เลื่อนลอย แต่เขาสามารถทำได้จริงตามที่พูด!”
“ดี! ศพของชนต่างเผ่าระดับเจ็ดที่เป็นของข้าก็ถือซะว่าเป็นค่าตั๋วเรือ ที่จะพาข้าออกไปจากดินแดนดาวตกก็แล้วกัน!” จงเจิงกล่าวเสียงฮึกเหิม
“ข้าก็เหมือนกัน!” เฉียนปูหุ่ยเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
คนอื่นๆ ก็พากันออกเสียง แสดงท่าทีว่ายินดียกศพชนต่างเผ่าระดับ เจ็ดที่เป็นของพวกเขาให้เนี่ยเทียนจัดการ
“เนี่ยเทียน ทางฝุายวิมานสวรรค์ ข้าจะไปคุยให้เอง” หัวมู่สีหน้า เคร่งเครียด “ข้อหนึ่งที่เจ้าวางใจได้เลยก็คือ ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เซี่ยอี้ไม่มี ทางกล้าไปทำตัวเหลวไหลที่อาณาจักรหลีเทียนแน่นอน!”
“ขอบคุณมาก!” เนี่ยเทียนตอบรับ
“เจ้าและข้าไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน” หัวมู่ยิ้มบางๆ “หากไม่เป็น เพราะเจ้าหาผลไม้แห่งชีวิตมาให้ข้า ข้า…ก็อาจจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีก แล้ว”
จงเจิงตะลึงอีกรอบ สายตาของเขาที่มองเนี่ยเทียนเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมอีกครั้ง
เรื่องนี้หัวมู่เก็บเป็นความลับไม่เคยบอกใคร นอกจากเขตวิญญาณสอง ท่านของพรรคคิชกูฏแล้ว ขนาดจงเจิงที่อยู่ในอาณาจักรปิงเฟิงเหมือนกัน ก็ยังไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย
ศูนย์บัญชาการของพรรคคิชกูฏอยู่ที่อาณาจักรปิงเฟิง จงเจิงย่อมต้อง รู้จักหัวมู่อยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เมื่อนานมากแล้ว เขาก็รู้ว่าอายุขัยของหัวมู่ใกล้จะสิ้นสุดลง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหัวมู่ต้องค่อยเดินทางไปทั่วทุกอาณาจักร ทั้งยัง อาศัยพละกำลังของพรรคคิชกูฏตามหาวัตถุมหัศจรรย์ที่ยืดอายุขัยให้กับ เขาได้
เจินฮุ่ยหลันถูกวังวิญญาณเล่นงาน หัวมู่เปิดฉากสังหารครั้งใหญ่ใน อาณาจักรอั้นหมิง ทำลายที่ตั้งสำนักของวังวิญญาณ ตอนนั้นเขาก็รู้แล้ว ว่าปัญหาเรื่องอายุขัยของหัวมู่น่าจะได้รับการแก้ไขแล้วชั่วคราว
แต่เขาไม่รู้ว่าปัญหาเรื่องอายุขัยของหัวมู่นั้นได้รับการแก้ไขเช่นไรกัน แน่
จนกระทั่งบัดนี้เขาถึงเข้าใจว่าที่แท้ที่หัวมู่ยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะเนี่ย เทียนเอาผลไม้แห่งชีวิตผลหนึ่งมาให้เขา ก็ไม่แปลกที่หัวมู่และพรรคคิช กูฏจะให้การปกปูองเนี่ยเทียนทุกด้านขนาดนี้
“ผู้อาวุโสต่ง รบกวนช่วยหาพื้นที่เงียบๆ ให้ข้าสักหน่อย ข้าอยากปิด ด่านสักระยะ” เนี่ยเทียนมองไปยังต่งหวังหลิง
“ตามข้ามา” ต่งหวังหลิงก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า
เขายื่นมือคว้าหนึ่งครั้ง ศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดก็ถูกพลัง วิญญาณที่รวมตัวกันเป็นตาข่ายถักทอรัดพันให้ลอยขึ้นเหนือหัวคล้ายว่าว เล่นลม
“ฟูุวๆ!”
ตอนที่เขาเข้าไปใกล้ พอจะเห็นได้ว่าค่ายกลนำส่งของตระกูลต่งที่ กำลังเคลื่อนโคจรได้ชี้นำไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
“ผู้อาวุโสจ้าว รบกวนท่านโปรดจำข้อตกลงของพวกเราด้วย” เนี่ย เทียนมองจ้าวซานหลิงปราดหนึ่งแล้วจึงพูดกับหัวมู่ว่า “ท่านลุงหัว ทาง ฝุายท่านอาจารย์ของข้า รบกวนท่านช่วยดูแลให้หน่อยนะขอรับ”
หัวมู่พยักหน้า ใช้สายตาบอกเป็นนัยกับเขาว่าไม่ต้องเป็นกังวล
จ้าวซานหลิงหรี่ตาลง กล่าวเนิบช้า “วางใจเถอะ เรื่องที่ข้ารับปาก แล้ว ย่อมไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแน่นอน”
เนี่ยเทียนจึงวางใจได้ในที่สุด ครั้นจึงติดตามต่งหวังหลิงเดินเข้าไปใน ค่ายกลนำส่ง
ต่งลี่ทำท่าจะพูดแต่ก็เงียบไปก่อน ใจอยากจะตามไปด้วย ทว่าต่ง ปุายเจี๋ยกลับส่ายหน้าให้เบาๆ บอกเป็นนัยไม่ให้นางร้อนรน
สถานที่แห่งนี้มีผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณอยู่มากมาย เมื่อเทียบกับ พวกเขาแล้ว ต่งลี่ก็เรียกได้ว่าเป็นเด็กรุ่นเล็กในรุ่นเล็กอีกที แม้แต่สิทธิ์จะ เอ่ยแทรกก็ยังไม่มี
มีอยู่หลายครั้งที่นางอยากพูดแทนเนี่ยเทียน แต่ก็ถูกต่งปุายเจี๋ยใช้ สายตาปรามเอาไว้ทุกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนจะติดตามบรรพบุรุษที่รักและเอ็นดูนางที่สุดไปยัง สถานที่ฝึกตนของท่านบรรพบุรุษในอาณาจักรปุายจั้น นางรู้สึกตัดใจไม่ได้ คิดอยากจะติดตามเนี่ยเทียนไม่ห่างแม้แต่วินาทีเดียว
“เนี่ยเทียนต้องการเวลาอยู่กับตัวเองเงียบๆ เพื่อจัดระเบียบความคิด และวางแผนสำหรับวันข้างหน้า” ต่งปุายเจี๋ยกดเสียงต่ำ “เจ้าไม่ต้องไป รบกวนเขา มีท่านบรรพบุรุษอยู่ด้วย ไม่มีทางเกิดอะไรกับเขาแน่”
“ก็ได้” ต่งลี่พยักหน้าอย่างจำใจ
“ทุกท่าน ถึงเวลาที่พวกเราต้องไปอาณาจักรเสวียนเทียนแล้ว” หัวมู่ กล่าว
“ก็ดี” ทุกคนพากันพยักหน้า
หลังจากที่พวกเขาเห็นว่าต่งหวังหลิงและเนี่ยเทียนต่างก็หายตัวไป ค่ายกลนำส่งของตระกูลต่งก็มีคลื่นเคลื่อนไหวเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ก่อนที่ พวกเขาจะทยอยกันเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางเร่งร้อนเล็กน้อย
มีเพียงจ้าวซานหลิงเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งอยู่ในตระกูลต่ง
“ผู้อาวุโสจ้าว ท่าน…” ต่งเชียนฉีประมุขคนปัจจุบันของตระกูลต่ งถามด้วยความสงสัย
“การเปลี่ยนแปลงในอาณาจักรเสวียนเทียนเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?” จ้าวซานหลิงพูดหน้าตาเฉย “ในเมื่อชนต่างเผ่าเหล่านั้นมารวมตัวกันแล้ว
ก็หมายความว่าพวกเขารู้เรื่องที่รอยแยกห้วงมิติในอาณาจักหลีเทียน อาณาจักรปุายจั้นถูกคนปิดผนึก รอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังโลก ภายนอกของอาณาจักรเสวียนเทียนย่อมต้องมีการรักษาการณ์อย่างแน่น หนา ข้าไม่มีทางไปหาเรื่องซวยใส่ตัวแน่นอน”
“หึ อย่างไรซะศิษย์พี่ของข้าก็ยอมก้มหัวให้แล้ว คำตอบที่ข้าต้องการ ก็ได้มาแล้ว”
“ศึกสุดท้ายระหว่างเผ่ามนุษย์และชนต่างเผ่าในอาณาจักรเสวียน เทียนไม่เกี่ยวอะไรกับข้าแม้แต่น้อย ข้าคร้านจะสนใจ”
ทิ้งประโยคไม่รับผิดชอบเอาไว้ จ้าวซานหลิงก็ไม่สนสีหน้าปั้นยากของ คนตระกูลต่ง เขาถอยหลังกลับเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเส้นที่ยังคงเปิด ทิ้งไว้แล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
บางทีเขาอาจเป็นคนเดียวที่ไม่สนใจสักนิดว่าใครจะแพ้หรือชนะ เพราะไม่ว่าคนที่ชนะจะเป็นเผ่ามนุษย์หรือชนต่างเผ่าก็ล้วนไม่ส่งผล กระทบใดๆ ต่อเขา
ด้วยความสามารถของเขา ต่อให้ชนต่างเผ่าได้ยึดครองดินแดนดาวตก สายเลือดระดับแปดไม่ได้มาเอง ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้
หรือต่อให้สายเลือดระดับแปดมาเอง เขาก็สามารถหนีไปหลบอยู่ใน ห้วงมิติปั่นปุวนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ได้รู้ข่าว
สำหรับคนบ้าที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จ ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเวท ลับห้วงมิติอันดับหนึ่งของดินแดนดาวตกในปัจจุบัน ฟูาดินกว้างใหญ่ มีที่ ใดที่เขาจะไปไม่ได้?
……
กลางห้องหินแห่งหนึ่งที่ไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ตรงไหน เนี่ยเทียนมองหยก วิเศษหลายก้อนที่มีความบริสุทธิ์สูงสุดด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความตก ตะลึง
“ห้องหินแห่งนี้สร้างขึ้นใต้ดินของเหมืองแร่หินวิเศษแห่งหนึ่งใน อาณาจักรปุายจั้น” ต่งหวังหลิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ห้องหินแห่งนี้ตั้งอยู่ ใจกลางของสายแร่ มีหยกวิเศษที่ผ่านการบ่มเพาะมานับหลายล้านปี ก่อกำเนิดขึ้นมา แม้จะยังไม่ตกผลึกกลายเป็นผลึกวิเศษได้สำเร็จ แต่ สำหรับผู้ฝึกลมปราณในดินแดนดาวตกแห่งนี้ที่ขอบเขตต่ำกว่าแดนว่าง เปล่าลงไป ก็นับว่าเป็นสถานที่ฝึกตนที่ไม่เลวแห่งหนึ่ง”
“แค่ไม่เลวเสียที่ไหน” เนี่ยเทียนเอ่ยชม “นอกจากตำหนักลึกลับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ข้าเคยเข้าร่วมประลองตอนประตูสวรรค์ เปิดแล้ว ข้าก็ไม่เคยรู้สึกได้ถึงปราณวิญญาณฟูาดินของที่ไหนที่เข้มข้นเท่า ที่นี่มาก่อน”
เมื่อนำห้องฝึกตนของศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือดมาเทียบกับที่นี่ ก็ เรียกได้ว่าไม่มีค่าพอให้พูดถึงเลยสักนิด
เนี่ยเทียนแค่ยืนนิ่งๆ ครู่เดียว ยังไม่ทันใช้คาถาหลอมลมปราณด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีปราณวิญญาณฟูาดินที่เปี่ยมล้นและ บริสุทธิ์เป็นกลุ่มๆ มารวมตัวกันอยู่ในน้ำวนพลังวิญญาณทั้งเก้าลูกของเขา
เขาเชื่อว่าหากสามารถฝึกตนอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลานาน ประสิทธิผลการ แปรสภาพของน้ำวนพลังวิญญาณทั้งเก้าลูกของเขาย่อมต้องเพิ่มขึ้นอีก หลายสิบเท่าแน่นอน
ก็ไม่แปลกที่ต่งลี่กลับมาตระกูลต่งไม่นาน ขอบเขตถึงได้พัฒนาไปมาก ขนาดนั้น
ตระกูลที่เก่าแก่เช่นตระกูลต่งนี้มีรากฐานน่าตะลึงอย่างแท้จริง พวก เขามีความสามารถให้เด็กรุ่นเล็กสั่งสมพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว และเมื่อ สภาพจิตใจพร้อมก็เลื่อนขั้นได้เร็วตามไปด้วย
หากอูจี้อาจารย์ของเขามีห้องฝึกตนที่พิเศษเช่นนี้ก็น่าจะสามารถใช้ พลังแห่งเวลามาทำให้เวลาของร่างกายหยุดนิ่ง พอบรรลุพลังแห่งเวลาได้ ลึกล้ำมากขึ้น ในระยะเวลาสั้นๆ ก็จะมีพลังวิญญาณมากมหาศาลในการ ฝุาทะลุขั้น
“เนี่ยเทียน เจ้าจะจัดการกับศพของชนต่างเผ่าพวกนั้นอย่างไร ข้าจะ ไม่ถามมาก” ต่งหวังหลิงคิดอยู่ครู่ก็พูดต่อว่า “เจ้าฝึกตนอยู่ที่นี่ได้ตาม สบาย ไม่ว่าจะฝึกนานแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา ตระกูลต่งติดค้างเจ้ามากมาย นัก ผลไม้แห่งชีวิตที่เสี่ยวลี่เอากลับมา ตอนที่นางมอบให้ข้าก็ได้บอกความ เป็นมาให้ข้ารู้อย่างชัดเจนแล้ว”
“ไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่สามารถได้รับอายุขัยมาเพิ่มเติม แม้ข้าจะไม่เหมือน อาจารย์ของเจ้าที่อายุขัยใกล้สิ้นสุด แม้ข้าจะยังมีอายุขัยอีกมากให้ใช้ แต่ จะอย่างไรอายุขัยของเผ่ามนุษย์เราก็มีจำกัด ใครก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่ ยาวนาน”
“ในพื้นที่ลึกลับแห่งนั้นเจ้ายังช่วยให้ต่งลี่ได้ซากหงส์ดำระดับแปดมา ครอง ทั้งยังพาคนส่วนใหญ่ของตระกูลต่งกลับมาอย่างปลอดภัย”
“ครั้งนี้วิกฤตในอาณาจักรปุายจั้น แม้จ้าวซานหลิงจะมีคุณูปการ สูงสุด แต่เจ้าก็เป็นคนพาเขามา”
“ทุกอย่างที่เจ้าทำเพื่อตระกูลต่ง ข้าจะจำไว้ขึ้นใจ”
เนี่ยเทียนกล่าวอย่างถ่อมตัว “เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว”
“เอาล่ะ ข้าก็ไม่เกรงใจอะไรกับเจ้าแล้ว” ต่งหวังหลิงยิ้มแย้ม “ทาง ฝุายของอาณาจักรเสวียนเทียน ข้ายังต้องไปเข้าร่วมด้วย อย่างไรข้าก็ยัง ต้องให้หน้าวิมานสวรรค์ เพราะใครก็ไม่รู้ว่า ท่านผู้นั้น…จะฝุาขอบเขต สำเร็จหรือไม่ แม้ความเป็นไปได้จะมีน้อยมาก แต่ถ้าเขาทำสำเร็จจริงๆ แล้ววิมานสวรรค์ชำระความย้อนหลัง ตระกูลต่งของพวกเราก็รับไม่ไหว”
กล่าวจบ ต่งหวังหลิงที่พาเนี่ยเทียนมาส่งยังที่แห่งนี้ก็จากไปด้วยค่าย กลนำส่งที่เดินทางไปได้แค่ตระกูลต่งหลังนั้น
พอเขาจากไป เนี่ยเทียนก็หันมามองศพของชนต่างเผ่าระดับเจ็ด ทั้งหลายแล้วเรียกโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาอย่างไม่มีลังเล ให้โครง กระดูกปีศาจเลือดชุบหลอมเลือดสดของชนต่างเผ่าระดับเจ็ดทั้งหมด
โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้น ตอนที่ยังไม่ได้ไปอาณาจักรหลีเทียนก็ มีพลังการต่อสู้เทียบได้กับเขตวิญญาณช่วงกลาง
ตอนอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียน เนื่องจากศพของชนต่างเผ่าสองคนที่อูจี้ สังหารมีประโยชน์ที่สำคัญมากกว่านั้น มันจึงไม่ได้ดูดซับมา แต่ก็ยังได้ชุบ หลอมเลือดสดของชนต่างเผ่าระดับสี่และห้ามากมาย
คราวนี้เขาพาโครงกระดูกปีศาจเลือดมาร่วมรบกับตระกูลต่ง ตระกูล กู่ หอโอสถและตระกูลเฉาก็ได้สังหารชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่และห้า ไปอีกไม่น้อย มันจึงได้ชุบหลอมเลือดสดเพิ่มขึ้น
เมื่อบวกกับศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดก่อนหน้านี้ พลังในการ ต่อสู้ของโครงกระดูกปีศาจเลือดจะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับได้หรือไม่?
——