ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 628 ตกอยู่ในอันตราย
ชนต่างเผ่าที่บุกเข้ามาในอาณาจักรปุายจั้นมีทั้งหมดห้าคน
มีอสูรกายสายเลือดระดับเจ็ดขั้นกลางหนึ่งคน ที่เหลือคือเผ่าทมิฬ ภูตผีปีศาจ เผ่าเกล็ดดำ เผ่าหินเทาซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นระดับเจ็ดขั้นต้น
ศพของเผ่าทมิฬเต็มไปด้วยพิษร้าย เมื่อตายไปก็ยังมีหมอกพิษรั่วไหล ออกมาอย่างต่อเนื่อง พวกหัวมู่ถึงได้เลือกใช้เปลวเพลิงร้อนแรงเผาร่าง ของเขาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ตอนนี้ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสี่ตนจึงกลายมาเป็นเปูาหมาย ของโครงกระดูกปีศาจเลือด
เนี่ยเทียนนั่งนิ่งมองโครงกระดูกปีศาจเลือดใช้เวทลับหลอมเลือดของ สำนักโลหิตมาดึงเอาเลือดสดของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดที่ก่อนหน้านี้เลือด หวนคืนสู่บรรพบุรุษ
ตอนที่ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดตัวนั้นร่ายเลือดหวนคืนสู่บรรพบุรุษ ร่าง ของมันเปลี่ยนมาเป็นสูงใหญ่ ปราณเลือดเนื้อก็มากไพศาลดุจมหาสมุทร
ตอนที่โครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาเลือดสดออกมาจากในร่างของ มัน เมื่อเทียบกับเลือดของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับสี่แล้ว ความเร็วช้ากว่ามากอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเลือดสดไหลหายไป ศพของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดก็ค่อยๆ หดหาย ตามไปด้วย
เนิ่นนานหลังจากนั้น เลือดสดทั่วร่างของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดถึงได้ หายไปจนเกลี้ยง
โครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ได้รีบร้อนลงมือกับเปูาหมายต่อไป แต่ยืน อยู่นิ่งๆ ดวงตาสีเทาเหลือบเขียวคล้ายโคมไฟสีเขียวรุบรู่สองดวงที่สาด ส่องให้ห้องหินแห่งนี้อึมครึมน่าสะพรึงกลัว
กระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดเดิมทีเป็นสีขาวซีด และปะปนไป ด้วยสีเทาเป็นจุดๆ
ทว่ายามนี้เมื่อเลือดในร่างกระดูกของมันเกิดคลื่นเคลื่อนไหวผิดปกติ จุดสีเทาบนกระดูกทั่วร่างของมันก็ค่อยๆ จางหายไป
เนี่ยเทียนรู้ว่าหลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเลือดดูดเลือดของภูตผี ปีศาจระดับเจ็ดไป แล้วไม่ได้รีบร้อนดึงเลือดของชนต่างเผ่าตนต่อไป ก็ น่าจะเป็นเพราะกำลังใช้วิธีการที่พิเศษบางอย่างมาผสานรวมเลือดของ ภูตผีปีศาจไว้ในร่างกาย
เพราะอย่างไรซะนั่นก็คือภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ด จิงชี่เลือดเนื้อ ที่ซุกซ่อนอยู่ในเลือดสดของมันย่อมเหนือกว่าเผ่าเดียวกันที่มีสายเลือด ระดับสี่และห้ามากนัก
กระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดเปลี่ยนมาเป็นแวววาวก่อน ทั้งยังมี ประกายแสงอัญมณีวูบไหวให้เห็น
ตามหลังกระดูกมาก็คือส่วนลำคอของมัน
โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้เหมือนจะอาศัยพลังสายเลือดของภูตผี ปีศาจระดับเจ็ดมาชุบหลอมร่างกายตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า
ขั้นตอนนี้ค่อนข้างเนิบช้า สำหรับโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้วจึง จำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการไปทีละก้าว
เนี่ยเทียนมองอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดเริ่มเข้ารูปเข้า รอย รอแค่เวลาผ่านไปให้พลังเลือดสดของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดเผาผลาญ ไปเกลี้ยงเท่านั้น มันถึงจะลงมือกับเปูาหมายต่อไป
“ดูท่า เจ้าคงไม่ต้องการซากศพที่เลือดสดหายไปอีกแล้ว”
พึมพำอยู่กับตัวเองเบาๆ ก่อนที่เนี่ยเทียนจะเดินมาหยุดอยู่หน้าศพ ของของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดที่เลือดสดหายไปหมด แล้วทันใดนั้นเขาก็ยื่น มือทั้งสองข้างวางลงไปบนหน้าผากและหัวใจของซากศพที่แห้งเหี่ยว
“การสูบดึงพลังชีวิต!”
เมื่อความคิดฉุกขึ้น จิงชี่เลือดเนื้อเป็นกลุ่มๆ ที่มาจากเขาก็บินเข้าไป ในร่างของภูตผีปีศาจระดับเจ็ด
จิงชี่เป็นกลุ่มๆ เหล่านั้นคล้ายงูที่เลื้อยไปทั่วร่างของภูตผีปีศาจระดับ เจ็ด
ภายใต้พรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างการสูบดึงพลังชีวิต พลังงานเลือด เนื้อที่ซุกซ่อนอยู่ทุกส่วนลึกในร่างกายของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดไม่ว่าจะ เป็นในเลือดเนื้อ อวัยวะภายในหรือกระดูกก็ล้วนถูกดูดดึงมา
จิงชี่เลือดเนื้อที่เดิมทีเล็กละเอียดดุจเส้นผมค่อยๆ มารวมตัวกัน เมื่อ ผสานรวมด้วยพลังงานเลือดเนื้อทีละนิดจึงขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนรับสัมผัสอย่างละเอียดก็รู้ว่าพลังงานเลือดเนื้อมากมายต่าง กระจายกันอยู่ทั่วแขนขาทั้งสี่ของภูตผีปีศาจ
เพียงแต่พลังงานเลือดเนื้อเหล่านั้นเดิมทีผสานรวมอยู่ในร่างของภูตผี ปีศาจ ทว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดใช้เวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิต กลับยังไม่สามารถดูดดึงมาได้
แต่พรสวรรค์การสูบดึงพลังชีวิตของเขากลับดึงเอาพลังงานเลือดเนื้อ ที่เล็กละเอียดที่สุดในส่วนที่ลึกที่สุดออกมาได้ทั้งหมด
“ภูตผีปีศาจตนนี้ก็น่าจะใช้เวทลับบางอย่างของภูตผีปีศาจมาชุบ หลอมเรือนกายให้แข็งแกร่งนับร้อยรับพันครั้ง เวทลับเช่นนั้นคล้ายคลึง กับเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ของข้า” ขณะที่เนี่ยเทียนใช้การสูบดึงพลังชีวิต เขาก็แอบครุ่นคิดไปด้วย ดวงตาจึงค่อยๆ ฉายประกายประหลาดอยู่ใน ห้องอันมืดมิด
ตอนที่เขาใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาชุบหลอมเลือดเนื้อ ได้แบ่ง ออกเป็นห้าขั้นตอนอย่างกระดูกผลึกใส อวัยวะซ่อนแฝง เอ็นทนทาน เนื้อ หล่อหลอม เลือดแข็ง
ห้าขั้นตอนนี้ ทุกขั้นตอนต่างก็จำเป็นต้องเผาผลาญจิงชี่เลือดเนื้อ พลัง พืชหญ้าไปในปริมาณมาก เพื่อใช้วิธีการที่พิเศษมาชุบหลอมไปทีละขั้น ตั้งแต่กระดูก อวัยวะภายใน เส้นเอ็น เนื้อหนังและเลือดสด
ตอนนี้เขาเพิ่งดำเนินมาได้แค่ขั้นที่สอง—อวัยวะซ่อนแฝง
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดตนที่อยู่เบื้องหน้านี้ต้องใช้เวทลับการชุบหลอม เลือดเนื้อคล้ายคลึงกับเขา อาศัยพลังงานเลือดเนื้อที่มากมหาศาลมา เปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองอย่างแน่นอน
พลังงานเลือดเนื้อที่ตกตะกอนอยู่ในจุดลึกของกระดูก เส้นเอ็น อวัยวะภายในของมันได้ผสานรวมเป็นหนึ่งกับร่างของมันเองนานแล้ว นี่ จึงเป็นเหตุให้มันมีร่างปีศาจที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ทำให้กระดูก เส้น เอ็น อวัยวะภายในของมันแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงานอันเปี่ยมล้น หากดึงเอา มาได้ ไม่ว่าจะใช้หลอมอาวุธหรือหลอมยาก็นับเป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม สูงสุด
เนี่ยเทียนอาศัยความลี้ลับของการสูบดึงพลังชีวิตมาดึงเอาพลังงาน เลือดเนื้อที่ตกตะกอนอยู่ในจุดลึกของกระดูก เส้นเอ็น อวัยวะภายในซึ่ง ผสานรวมกันอยู่ในร่างของมันอย่างสมบูรณ์แบบออกมาโดยตรง
จิงชี่เลือดเนื้อเป็นเส้นๆ เล็กบางจำนวนมากที่พอได้รับพลังงานเลือด เนื้อเหล่านั้นก็ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว
เนิ่นนานหลังจากนั้น จิงชี่เลือดเนื้อที่เขาปล่อยเข้าไปในร่างของภูตผี ปีศาจก็ขยายใหญ่กว่าเดิมนับสิบเท่า
พอจิงชี่เลือดเนื้อกลับมาสู่ร่างกาย ปราณเลือดสีเขียวที่ขดตัวอยู่ใน หัวใจก็เปลี่ยนมาเป็นบ้าคลั่ง!
จิงชี่เลือดเนื้อแต่ละเส้นที่หนาใหญ่ทรงพลังถูกปราณเลือดสีเขียวเส้น นั้นดูดดึงอย่างกระหายใคร่ ประหนึ่งสายฟูาสีเลือดที่พุ่งเข้าสู่หัวใจ และ
พริบตาเดียวก็หายวับเข้าไปในปราณเลือดสีเขียวเพราะถูกมันกลืนกินจน เกลี้ยง
เวลานี้เอง เนี่ยเทียนถึงได้ลืมตามอง จึงเห็นว่าศพของภูตผีปีศาจ ระดับเจ็ดตนนั้นเหี่ยวแฟบไปอีกเล็กน้อย
ทว่าในจุดลึกของกระดูกมันยังคงมีพลังงานเลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดา หลงเหลืออยู่
เพราะระดับสายเลือดของมันสูงมาก แต่ขอบเขตและพลังสายเลือด ของเนี่ยเทียนไม่มากพอ การสูบดึงพลังชีวิตจึงไม่สามารถนำพาพลังงาน เลือดเนื้อทั้งหมดของมันมาได้ในคราเดียว
เมื่อเนี่ยเทียนสัมผัสได้ว่าปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นยังคงมีความ ปรารถนาไร้ที่สิ้นสุด เขาจึงร่ายใช้การสูบดึงพลังชีวิตอีกครั้ง
เขาให้จิงชี่เลือดเนื้อเป็นเส้นๆ ว่ายวนไปในจุดลึกตรงหัวใจ หรือไม่ก็ กระดูกของภูตผีปีศาจระดับเจ็ด จากนั้นจึงดูดซับเอาพลังงานเลือดเนื้อที่ กระจัดกระจายแต่กลับมีมากจนน่าตะลึงออกมาอีกครั้ง
เวลาผ่านพ้นไปทีละนิด
หนึ่งคน หนึ่งโครงกระดูกปีศาจเลือดทำเรื่องเดียวกันอยู่ในห้องหินลับ กลางสายแร่ของอาณาจักรปุายจั้นเช่นนี้
……
อาณาจักรเสวียนเทียน วิมานสวรรค์
ตำหนักโอ่อ่าประหนึ่งขุนเขาตั้งตระหง่านอยู่กลางกลุ่มเมฆ ดูจาก เบื้องล่างเหมือนล่องลอยประหนึ่งตำหนักของเทพเซียน
กลางผนังหินในตำหนักมีอักขระสีทอง สีเขียว สีแดง สีขาว สีเหลือง จำนวนนับไม่ถ้วนเบียดเสียดกันแน่ขนัดคล้ายฝูงปลาที่ว่ายวน พวกมัน เรียงตัวกันอย่างต่อเนื่องเพื่อแปลงมาเป็นค่ายกลนับพันนับหมื่นรูปแบบ ซึ่งคล้ายประทับความลี้ลับของฟูาดินเอาไว้มากมาย
คลื่นพลังวิญญาณที่เกรียงไกรระลอกหนึ่งกระเพื่อมแผ่ออกมาจากใน ตำหนักหลังนั้นอย่างต่อเนื่องคล้ายคลื่นน้ำที่แผ่ไปแปดทิศ
ทุกที่ที่คลื่นแสงพลังวิญญาณแผ่ผ่าน กลางอากาศจะมีเสียง “ฟูุวๆ” ดังออกมา หินยักษ์ที่ถูกคลื่นแสงพลังวิญญาณกระทบเข้าก็จะกลายมเป็น เศษหินที่ปลิวว่อนไปทั่วอย่างเงียบเชียบ
ผีร้ายวิญญาณอาฆาตจำนวนนับไม่ถ้วนที่เมื่อเจอกับอานุภาพของ คลื่นแสงพลังวิญญาณนั้นก็จะสลายกลายเป็นหมอกควัน
ไอพิษห้าแสงหกสีถูกม่านแสงนั้นม้วนตลบจึงเหมือนพรมหลากสีที่ถูก ฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วถูกขว้างให้กระเด็นไปไกล
“ขึ้น!”
ผู้แข็งแกร่งเผ่าหินเทาที่เรือนกายใหญ่โตบึกบึนร้องคำรามด้วยภาษา เผ่าของตัวเอง ทันใดนั้นยอดเขาเล็กเตี้ยหลายแห่งที่ห่างออกไปหลายสิบลี้ ก็ได้รับการชักนำจากพลังสายเลือดของเขาจึงกลิ้งหลุนๆ เข้ามา
ยอดเขาโล้นเตียนเหล่านั้นโยกคลอนไม่ต่างจากภาพที่เนี่ยเทียนได้เห็น บนเกาะแห่งนั้น
“ตูมๆๆ!”
ภูเขาทั้งลูกกระแทกโจมตีลงบนตำหนักวิมานสวรรค์ทำให้อักขระนับ พันนับหมื่นบนค่ายกลเก่าแก่พลันเปล่งแสงวาบ
ภูเขาเหล่านั้นพอกระแทกลงมาก็กระจายกลายเป็นเศษหินทันที
ก่อนที่จะมีคลื่นแสงพลังวิญญาณอีกวงหนึ่งแผ่ออกมาทำลายเศษหิน ให้กลายเป็นฝุนผงซึ่งสลายไปกลางอากาศ
ผู้แข็งแกร่งเผ่าอสูรกาย เผ่าทมิฬ เผ่าเกล็ดเทาทยอยกันลงมือ ใช้ทุก วิถีทางมาโจมตีตำหนักที่ยิ่งใหญ่โอฬารที่สุดในดินแดนดาวตก
ผีร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน ปราณพิษร้ายแรง ก้อนหินที่เทลงมาราวห่า ฝน แม่น้ำเลือดสดเส้นยาวต่างพากันซัดโจมตีเข้าใส่วิมานสวรรค์
ปาซือทัวยืนอยู่กลางพื้นที่ที่มีเศษหินปลิวว่อน เขาเอามือทั้งคู่ไพล่หลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาไม่แสดงความร้อนรน ไม่มีความกระวน กระวาย
ราวกับเขารู้ดีว่าขอแค่ใช้วิธีน้ำกร่อนลงหินโจมตีค่ายกลมหัศจรรย์ที่ ปกปูองวิมานสวรรค์มาหลายพันปีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อีกไม่นานค่ายกลนี้ ก็จะต้องระเบิดออกเอง
เขารู้อย่างชัดเจนดีว่าบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลของเผ่าพันธุ์ใดก็ ล้วนไม่มีค่ายกลไหนที่ไม่มีทางทำลายได้
ไม่ว่าค่ายกลใดล้วนอาศัยพลังงานมาประคับประคอง เมื่อถูกโจมตี หนักเข้าก็ต้องเผาผลาญพลังงานเหล่านั้นให้หมดสิ้นไป
รอจนพลังงานของค่ายกลเหือดหายไปถึงระดับที่เกินกว่าค่ายกลจะ แบกรับไหว มันก็ย่อม…ระเบิดกระจัดกระจายไปเอง
ด้วยการวิเคราะห์ของเขา อีกไม่นานเท่าไหร่ ค่ายกลโบราณของวิมาน สวรรค์ที่ถูกโจมตีติดๆ กันนี้ก็จะสูญเสียประสิทธิภาพไปเอง
เมื่อถึงเวลานั้นก็คือโอกาสอันดีที่พวกเขาจะต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอา ดินแดนดาวตกมาครอง!
——