ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 63 หลอมลมปราณขั้นที่แปด้!
งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์อาศัยค่ายกลนำาส่งแห่งมิติไปจากโลก มายามรกต ไม่รู้ว่าไปที่ใด้
หลังจากประตูโลกลึกลับที่เกิด้จากม่านแสงระเบิด้ออก จุด้ แสงกมสาด้กระเซมนไปทั่ว ส่วนเสาหินสิบสองต้นที่มีกระแสไอเยมนและ เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมานั้นกมกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวด้เรมว
เนี่ยเทียนยืนอยู่เบื้องใต้เสาหินต้นหนึ่ง เด้ิมทีคิด้จะสำารวจ ตำาหนักหินเพื่อดู้ความมหัศจรรย์ในตำาหนักสักหน่อย
ทว่าไม่นานเขากมค้นพบว่ากระดู้กสัตว์ที่วางไว้ในแอ่งเว้า บนแท่นบูชาเหล่านั้น พอระเบิด้ออกแล้ว ในจุด้แสงเลมกๆ น้อยๆ ที่ กระเด้มนออกมานั้น คล้ายว่ายังคงหลงเหลือพลังงานมหาศาล
ด้วงตาเขาเปล่งแสงวาบ ใช้จิตไปรับสัมผัสทันที แล้วกมต้อง ค้นพบโด้ยพลันว่าในตำาหนักหิน มีพลังงานเข้มข้นเกินจะเปรียบล่อง ลอยอยู่
พลังงานเหล่านั้นมาจากสัตว์วิเศษระด้ับสูง กระดู้กสัตว์ โปร่งใสแต่ละชิ้นคือแหล่งที่มาของพลังงานหลักในการกระตุ้นค่ายกล นำาส่งแห่งมิติ
กระดู้กสัตว์จำานวนมากอาจจะเกิด้จากการที่งูเหลือมน้ำา แขมงยักษ์ทุ่มเทกำาลังกายมากมายถึงจะเกมบรวบรวมมาได้้ เด้ิมทีกมเป็น กุญแจสำาคัญในการพามันออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว
ตอนนี้กระดู้กสัตว์แตกสลายทั้งหมด้ ทว่าพลังงานที่ก่อเกิด้ ขึ้นมาในชั่วพริบตานั้นกลับยังคงด้ำารงอยู่ในตำาหนักหิน ซึ่งกำาลังหาย ไปช้าๆ
“ช่างเป็นพลังงานที่มากมหาศาลยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนล้มเลิกความคิด้ที่จะสำารวจตำาหนักหินทันที แต่ เลือกนั่งลงทำาสมาธิ โคจรคาถาหลอมลมปราณ
พอมหาสมุทรวิญญาณเคลื่อนไหว เขาราวกับกลายมาเป็น หินแม่เหลมกขนาด้ยักษ์ก้อนหนึ่ง เริ่มดู้ด้ซับเอาพลังงานที่ค่อยๆ หาย ไปในตำาหนักหินมาอย่างบ้าคลั่ง
ไอหมอกสีขาวเงินหลายกลุ่มก้อนคลอเคล้าไปกับประกาย แสงจุด้เลมกจุด้น้อย พุ่งเข้ามาหาเขาจากแปด้ทิศประหนึ่งแมลงเม่าที่ บินเข้าหากองไฟ
แค่ชั่วพริบตาเด้ียวเขากมสัมผัสได้้ว่ามหาสมุทรวิญญาณถูก เติมเตมไปด้้วยพลังวิญญาณที่เปี่ยมล้น!
หลอมลมปราณมีทั้งหมด้เก้าขั้น การฝึกบำาเพมญตบะจาก หนึ่งถึงเก้าไม่มีด้่านอุปสรรคที่จำาเป็นต้องฝ่าทะลุไปให้ได้้ จำาเป็นแค่ ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขมหาสมุทรวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เพียงเท่านี้กม จะสามารถเลื่อนขั้นได้้อย่างราบรื่น
พอถึงขั้นที่เก้าและต้องฝ่าทะลุไปยังขอบเขตท้าย สวรรค์ ถึงจะไม่ได้้อาศัยเพียงแค่การสะสมพลังวิญญาณและการปรับ เปลี่ยนมหาสมุทรวิญญาณเท่านั้น
ด้่านอุปสรรคจะปรากฏอยู่แค่ในหลอมลมปราณเก้าถึงขั้น ท้ายสวรรค์เท่านั้น
และมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียนของเนี่ยเทียน เมื่อผ่าน การกลืนกินเนื้อกิ้งก่าด้ินในช่วงที่ผ่านมา ผ่านการปรับแก้ไขอย่างต่อ
เนื่อง เด้ิมทีจึงถือว่าอยู่ในช่วงปากด้่านอันเป็นกุญแจสำาคัญในการฝ่า ทะลุขั้นอยู่แล้ว
หากไม่เจอกับงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ บางทีเขาอาจจะใช้การ ฝึกบำาเพมญตบะอย่างยากลำาบากของคราวที่แล้วมาเหยียบย่างเข้าสู่ หลอมลมปราณขั้นแปด้ไปแล้ว
ครั้งนี้ หลังจากที่พลังงานเข้มข้นซึ่งล้อมวนอยู่ในตำาหนัก หินไหลทะลักเข้ามายังมหาสมุทรวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขากม ค้นพบอย่างรวด้เรมวว่า เขาใกล้จะบรรลุเปอาหมายของตัวเองแล้ว— หลอมลมปราณขั้นแปด้!
เขารวบรวมสมาธิตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ร่างของเขาที่นั่งขัด้สมาธิอยู่ พลันสั่นเยือกขึ้นมาน้อยๆ
หลังจากลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาเตมไปด้้วยความปิติยินด้ี ตะโกนเสียงทุ้มต่ำา: “สำาเรมจแล้ว!”
เขาเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นที่แปด้ของหลอมลมปราณได้้สำาเรมจ!
ไม่ได้้รีบร้อนลุกขึ้นยืน เขาใช้จิตสัมผัสต่อไป พบว่า พลังงานในตำาหนักหิน แม้ว่าจะเบาบางลงไปบางส่วน ทว่ายังคง ถือว่าเปี่ยมล้นสมบูรณ์
เขามีความรู้สึกว่า ทุกช่วงระยะหนึ่งที่ผ่านไป พลังงานใน ตำาหนักหินกมจะลด้น้อยลงไปบางส่วน
“โอกาสนี้หาได้้ยาก ต่อไป…กมไม่แน่ว่าจะเจอสัตว์วิเศษ ระด้ับสองตัวใหม่ เมื่อไม่มีเลือด้เนื้อของสัตว์วิเศษระด้ับสอง คิด้จะฝ่า ทะลุขั้นหลอมลมปราณแปด้อย่างรวด้เรมว เกรงว่าคงไม่ได้้ง่ายด้าย ขนาด้นั้น”
“พลังงานของที่แห่งนี้มาจากกระดู้กสัตว์ระด้ับสูงมากมาย หลายชิ้น อีกทั้งยังดู้ด้ซับได้้ง่ายมากด้้วย”
“ก่อนหน้าที่พลังงานเหล่านั้นจะสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ แบบ จะต้องคว้าโอกาสอันหาได้้ยากยิ่งครั้งนี้เอาไว้ พยายามขยาย มหาสมุทรวิญญาณให้ได้้มากที่สุด้!”
เมื่อคิด้เช่นนี้เขาจึงทำาจิตใจให้สงบอีกครั้ง ไม่ได้้รู้สึกพอใจ กับการฝ่าทะลุขั้นหลอมลมปราณแปด้
เขาเริ่มร่ายคาถาหลอมลมปราณ ยืมใช้พลังงานเข้มข้นที่ ยังคงหลงเหลืออยู่ในตำาหนักหิน เริ่มฝึกบำาเพมญตบะอย่างยากลำาบาก รอบใหม่ เริ่มทำาการปรับปรุงมหาสมุทรวิญญาณอีกครั้ง
ไม่ทันรู้ตัว เวลากมผ่านไปแล้วหลายวัน
เนี่ยเทียนที่นั่งหลังตรงอยู่ในตำาหนักหิน ฝึกบำาเพมญตบะ อย่างลืมกินลืมนอน จมจ่อมอยู่กับการปรับปรุงมหาสมุทรวิญญาณ ไม่รู้ถึงวันเวลาที่ผ่านไปเลยแม้แต่นิด้
จนกระทั่งไม่อาจดู้ด้ซับเอาพลังงานบริสุทธิ์ในตำาหนักหิน ได้้อีก เขาถึงได้้หยุด้ลง
จากนั้นเขากมพบว่าในตำาหนักหินที่เงียบสงบไม่มีจุด้แสงใด้ หลงเหลืออยู่อีก ไม่มีพลังงานเข้มข้นที่ทำาให้เขาตื่นเต้นตกค้างอยู่อีก แล้ว
เขาตระหนักได้้อย่างรวด้เรมวว่า พลังงานที่หลงเหลืออยู่ใน ตำาหนักหินเหล่านั้นได้้สลายหายไปอย่างสมบูรณ์แบบตามกาลเวลาที่ ผ่านไป
ส่วนเขา หลังจากที่ฝ่าทะลุขั้นหลอมลมปราณแปด้กมได้้ ฝึกฝนอย่างยากลำาบากอีกครั้ง เขายืมใช้พลังงานในตำาหนักหินมา ขยายมหาสมุทรวิญญาณเพิ่มได้้อีกถึงสามเท่า!
บนพื้นฐานของขั้นที่แปด้ พละกำาลังที่จำาเป็นสำาหรับการใช้ ขยายมหาสมุทรวิญญาณอีกสามเท่านั้น อันที่จริงแล้วมากมหาศาล อย่างถึงที่สุด้
หากไม่มีพลังงานบริสุทธิ์เหล่านั้น หากเขาฝึกบำาเพมญตบะ อยู่ในตระกูลเนี่ย เขาอาจจำาเป็นต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีหรือมากกว่านั้น
จึงจะสามารถขยายมหาสมุทรวิญญาณของหลอมลมปราณที่แปด้ได้้ ถึงระด้ับนี้
ตำาหนักหินแห่งนี้ทำาให้ความเรมวในการฝึกบำาเพมญตบะของ เขาเพิ่มสูงขึ้นเกินสิบกว่าเท่า!
เนี่ยเทียนที่อารมณ์เบิกบานรู้ว่าพลังงานหายไปหมด้แล้ว บำาเพมญตบะต่อไปกมไม่มีความหมาย ในที่สุด้จึงลุกขึ้นยืน สำารวจ ตำาหนักหินแห่งนี้อย่างละเอียด้
เขาเด้ินวนรอบตำาหนักหินอยู่สามรอบ พบว่าแท้จริงแล้ว ในตำาหนักหินมีเพียงค่ายกลนำาส่งแห่งมิติค่ายเด้ียวเท่านั้น
บนผนังของตำาหนักสลักรูปสัตว์วิเศษแปลกประหลาด้เอา ไว้มากมาย ทั้งยังมีตัวอักษรโบราณแปลกตารูปสัตว์อยู่อีกบางส่วน
อักษรรูปสัตว์แต่ละตัวที่พิลึกพิลั่นนั่นคล้ายจะเกิด้จากฝีมือ สร้างสรรค์ของสัตว์วิเศษระด้ับสูงที่มีสติปัญญาโด้ด้เด้่น
อักษรเหล่านั้นที่ถูกสลักลงบนผนังหินราวกับต้องการจะ อธิบายถึงอะไรบางอย่าง น่าเสียด้ายที่เขาไม่รู้ความหมายของอักษร พวกนั้น จึงทำาได้้เพียงถอนหายใจด้้วยความจนใจ
กระดู้กสัตว์มากมายระเบิด้กระจายเป็นชิ้นเลมกชิ้นน้อย แท่นบูชาในเสาหินทั้งสิบสองต้นนั้นกมดู้เหมือนว่าจะไม่สามารถเปิด้ ใช้ได้้ จึงหมด้ประโยชน์ไปชั่วขณะ
เขาสังเกตอย่างละเอียด้อยู่รอบหนึ่งกมไม่ค้นพบอะไรไป มากกว่านั้น เพียงแค่รู้สึกว่าเสาหินหกต้นที่สลักมังกรเพลิงเอาไว้น่า จะมีประโยชน์อย่างมากต่อตัวเขา
มังกรเพลิงหกตัวที่เลื้อยพันอยู่บนเสาหินทั้งหกต้นไม่ได้้มา จากกระดู้กของมังกรเพลิง แต่เป็นการนำาหินมาสลักเป็นรูปร่าง
ทว่าเขากลับรู้สึกว่าในร่างของมังกรเพลิงหกตัวที่ทำามา จากหินนั้นเหมือนจะแฝงเร้นพลังงานเปลวเพลิงที่น่าหวาด้กลัวเอาไว้
กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นของเขาที่เหมนได้้ชัด้ว่ามาจากมังกรเพลิง ในด้้านความต้องการพลังงานเปลวเพลิงของมัน เรียกว่าไร้ที่สิ้นสุด้ อย่างแท้จริง
กระดู้กสัตว์ต้องดู้ด้ซับเอาหินเมฆอัคคีทั้งหมด้ในภูเขาแร่ที่ ตระกูลเนี่ยเป็นผู้ขุด้ ถึงจะรวบรวมเลือด้สด้หยด้หนึ่งออกมาได้้
หลังจากเลือด้สด้หยด้นั้นก่อตัวได้้สำาเรมจ กระดู้กสัตว์กม คล้ายจะเกิด้การแปรสภาพ ทำาให้ตอนที่เขาเด้ินทางกลับตระกูลเนี่ย สามารถกำาจัด้ผู้แขมงแกร่งสองคนที่หยวนชิวอิ๋งส่งตัวมาให้กลายเป็น เถ้าธุลีได้้อย่างง่ายด้าย
อีกทั้งหลังจากที่เขากลับมายังตระกูลเนี่ยได้้ไม่นาน กระดู้ก สัตว์ชิ้นนั้นยังฉีกห้วงมิติ พาเขาไปยังด้ินแด้นลึกลับ
ในด้ินแด้นลึกลับแห่งนั้นมีความมหัศจรรย์มากมาย และ เขากมได้้บรรลุหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่ง
ทว่า การที่กระดู้กสัตว์จะพาเขาส่งไปยังด้ินแด้นลึกลับและ พากลับมายังตระกูลเนี่ย ล้วนจำาเป็นต้องใช้พลังงานเปลวเพลิงมาก มหาศาลช่วยประคับประคอง
หากเขาคิด้จะใช้กระดู้กสัตว์นั้นฉีกห้วงมิติเพื่อไปสำารวจด้ิน แด้นลึกลับ กมจำาเป็นต้องให้กระดู้กสัตว์ดู้ด้ซับเอาพลังงานเปลวเพลิง ที่มากกว่าเด้ิม
ในตำาหนักหินแห่งนี้ เสาหินหกต้นที่มีมังกรเพลิงเลื้อยพัน สามารถมอบพลังงานเปลวเพลิงมากมายที่ว่านั้นได้้!
“น่าเสียด้ายจัง ไม่ได้้เอากระดู้กสัตว์มังกรเพลิงชิ้นนั้นเข้า มาด้้วย มิฉะนั้น กระดู้กสัตว์นั่นกมน่าจะดู้ด้ด้ึงเอาพลังงานเพลิงที่ซ่อน อยู่ในเสาหินหกต้นนี้ไปได้้จนเกลี้ยง”
เนี่ยเทียนที่ใจเตมไปด้้วยความเสียด้ายเด้ินเตร่ไปใน ตำาหนักหินพักหนึ่ง ทำาการสำารวจอย่างละเอียด้อีกหนึ่งรอบ
หลังจากไม่ได้้ค้นพบอะไรมากกว่าเด้ิม เขากมปีนขึ้นไปบน ยอด้เสาต้นหนึ่ง ใช้เสาหินที่อยู่ใกล้กับอุโมงค์บนเพด้านตำาหนักหิน โผล่ร่างออกจากในอุโมงค์
อุโมงค์นั่นเชื่อมต่อกับถ้ำาโคลนกลางทะเลสาบ
อุโมงค์นี้เกิด้จากกรวด้ทรายของทะเลทรายก่อตัวเข้าหากัน เมื่อเขายื่นมือเข้าไปจึงทิ่มสวบลงไปในเมมด้ทรายทันที
ใช้สองมือเป็นบันได้ เขาค่อยๆ ปีนขึ้นไปด้้านบนทีละนิด้ ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม ในที่สุด้กมเข้ามาในถ้ำาโคลน กลับมายัง จุด้ศูนย์กลางของทะเลสาบอีกครั้ง
พอออกมาจากถ้ำาโคลน ยืนอยู่กลางทะเลสาบ เขากมพบว่า บนทะเลสาบมีแสงแปลกประหลาด้เปล่งวับแวม
ถ้ำาโคลนที่เกิด้ขึ้นเพราะถูกหางของงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ เจาะทะลุทะลวง มาบัด้นี้กลับค่อยๆ ปิด้เข้าหากันอย่างน่าพิศวง
เขาเด้ินออกมาจากทะเลสาบ ยืนอยู่ริมฝั่ง แล้วจึงหันไป มองตรงกลางทะเลสาบอีกครั้ง พบว่าทั้งหมด้กลับคืนสู่สภาพปกติ มองไม่เหมนถึงเส้นสนกลในใด้ๆ
“ตำาหนักหินอยู่ด้้านใต้นั่น ต่อไปหากได้้เข้ามาในโลกมายา มรกตอีกครั้ง จะต้องเอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นมาดู้ด้ซับพลังเปลวเพลิง ในเสาทั้งหกต้นไปให้หมด้ให้ได้้”
เขาหรี่ตาลง จด้จำารายละเอียด้เลมกน้อยทุกอย่างของ ทะเลสาบไม่ว่าจะเป็นพื้นที่รอบด้้าน หรือสีของทะเลสาบเอาไว้ให้ ขึ้นใจ
เขาคาด้หวังว่า คราวหน้าหากมีโอกาสได้้เข้ามาในโลก มายามรกต จะต้องหาที่แห่งนี้ให้เจอ
“น่าจะผ่านไปนานมากแล้ว ไม่รู้ว่าพวกอันอิ่งได้้ไปรวมตัว กับเจิ้งปินหรือไม่ สำานักภูตผีและสำานักโลหิตอาจจะเจอพวกเขานาน แล้ว หวังว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่”
รอบด้้านไม่มีเนื้อสัตว์วิเศษเหลืออีก พลังงานของตำาหนัก หินใต้ด้ินกมถูกเขาคว้าโอกาสเอามาหลอมหมด้แล้ว
ตอนนี้ เขาไม่เพียงแต่ฝ่าทะลุหลอมลมปราณขั้นแปด้ได้้ อย่างราบรื่น ทั้งยังขยายมหาสมุทรวิญญาณเพิ่มขึ้นไปอีกสามส่วน ต่อไปกมไม่มีเรื่องอะไรให้ทำาอีกแล้ว
“ดู้สิว่าจะไปรวมตัวกับพวกเขา ช่วยพวกเขาสังหารลูก ศิษย์ของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตได้้หรือไม่”
แยกแยะทิศทางอยู่ครู่หนึ่งเขากมไปจากที่แห่งนี้ มุ่งหน้าไป ยังทิศทางที่งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์พาเขามาก่อนหน้านั้น
เขาเด้ินทางเพียงลำาพังอยู่ในทะเลทรายร้าง
ผ่านไปประมาณห้าหกชั่วยาม เขาที่รู้สึกเหนื่อยล้าน้อยๆ จึงหยุด้พัก หยิบเอาหินวิเศษก้อนหนึ่งออกมาจากในถุงผ้าคาด้เอว ฟื้นฟูพลังวิญญาณที่สูญเสียไป
“หืม? มีคน?”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขากมได้้ยินเสียงบางอย่าง จึงโยน หินวิเศษที่หมด้สิ้นพลังวิญญาณทิ้งไป ขมวด้คิ้วลุกขึ้นยืน
เขาปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปสัมผัส
“สองคน คลื่นพลังชีวิต หนึ่งแขมงแกร่งหนึ่งอ่อนแอ จะเป็น ใครนะ?” ขยับร่างหนึ่งครั้ง เขาพุ่งออกไปยังทิศทางที่สัมผัสได้้
คนสองคนที่สวมอาภรณ์หุบเขาเทา บนหน้าอกเตมไปด้้วย รอยเลือด้ กำาลังพูด้คุยกันเสียงเบาพลางเร่งรีบเด้ินทาง พลันปรากฏ ตัวขึ้นในคลองจักษุของเขา
“หยวนเฟิง! อวิ๋นซง!