ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 634 โครงกระดูกร่างไม่สลาย
ด้วยขอบเขตในปัจจุบันของเซี่ยอี้ ที่เขาบอกว่ารับรองความสงบสุข หนึ่งพันปีของอาณาจักรหลีเทียน ไม่ถือว่าเป็นคำพูดโอหังเกินจริง
“ไม่ให้!” เนี่ยเทียนตวาดกร้าว
เพียงแต่ว่าประโยคนี้ของเขากลับไม่ได้ดังออกไปข้างนอก
เซี่ยอี้มองไกลๆ มายังเขา ขมวดคิ้วน้อยๆ คล้ายไม่ได้ยินคำพูดของเขา
จ้าวซานหลิงหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะยื่นนิ้วออกไปชี้ตรงความว่าง เปล่าเบื้องหน้า
เขตอาคมห้วงมิติหลายชั้นที่ห่อหุ้มเขาและเนี่ยเทียนเอาไว้พลัน เปลี่ยนแปลงคล้ายมีเขตอาคมพิเศษชั้นหนึ่งถูกมือเขาแหวกออก “เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาได้ยินคำพูดของเจ้าแล้ว” จ้าวซานหลิงกล่าว
“เกราะมังกรเพลิงเป็นของข้า ใครก็อย่าได้หวังว่าจะแย่งชิงไป เจ้าเซี่ย อี้ก็ไม่มีสิทธิ์นั้นเช่นกัน!” เนี่ยเทียนมองหน้าเซี่ยอี้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ด เดี่ยว
คราวนี้ ในที่สุดเซี่ยอี้ก็ได้ยินเสียงของเขาอย่างชัดเจน
“ที่แท้ที่ไม่ยอมมอบเกราะมังกรเพลิงให้ ไม่ใช่ความคิดของพวกหัวมู่” เซี่ยอี้หรี่ตาลง เขาไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยว ยังคงพยักหน้ารับเบาๆ “ผีน้อย เจ้าใจกล้าไม่เบา ขนาดความต้องการของข้าเจ้าก็ยังกล้าปฏิเสธ ก็ดี ใน
เมื่อเจ้าเลือกเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จงรอดูพวกคนที่เป็นห่วงเจ้าตาย อนาถไปทีละคนเถอะ”
เขาไม่ได้ลงมือ ไม่ได้ช่วงชิงเกราะมังกรเพลิง ยังคงนั่งนิ่งอยู่กลาง อากาศแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
ทว่าฟูาดินที่อยู่ด้านล่างของเขา แม่น้ำวิญญาณที่มีดวิญญาณอสูรของ ปาซือทัวโบกสะบัดออกมา กลับมีวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนร้อง คำรามแหบโหยและกำลังกัดกินระฆังโบราณ เข็มขัดหยกและสถูปวิเศษ อย่างต่อเนื่อง
อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณสามชิ้นที่เป็นของพรรคคิชกูฏส่อง แสงอัญมณีพร่างพราวไปหมื่นจั้ง ก่อเกิดเป็นม่านแสงเจิดจ้าที่ต้านทาน วิญญาณเหล่านั้นเอาไว้
ลายเส้นบนใบมีดของมีดวิญญาณอสูรชัดเจนอย่างถึงที่สุด ปาน ประหนึ่งหลอดเลือดเส้นเอ็นในเลือดเนื้อของอสูรกายที่มีจิงชี่เลือดเนื้อ ไหลบ่าราวมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล
มีดวิญญาณอสูรขยายใหญ่กว่าเดิมนับพันนับหมื่นเท่า มันโบกสะบัด ไปทั่วฟูาดิน แม่น้ำวิญญาณกว้างใหญ่สายหนึ่งห่อหุ้มด้ามมีดเอาไว้จนมิด
ตัวมีดเหมือนกลายมาเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำวิญญาณ ด้านในนั้นจึง มีวิญญาณร้ายไหลบ่าออกมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“ผู้นำสามคนของพรรคคิชกูฏต้านทานได้อีกไม่นานหรอก” จ้าว ซานหลิงกล่าวหน้านิ่ง “เซี่ยอี้ไม่ลงมือก็เพราะกำลังรอ รอให้ผู้นำสามคน ของพรรคคิชกูฏถูกปาซือทัวสังหารจนสิ้นซาก และหากผู้นำสามคนของ
พรรคคิชกูฏตายอนาถเมื่อไหร่ ปาซือทัวหลุดพ้นจากพันธนาการ นั่นก็คือ วันสิ้นโลกของเขตวิญญาณคนอื่นๆ”
“เมื่อถึงเวลานั้น เซี่ยอี้จะลงมือหรือไม่ก็ยังบอกได้ยาก”
“เซี่ยอี้ไม่เหมือนศิษย์พี่ของข้า เขาไม่ใยดีหายนะครั้งนี้ เผ่ามนุษย์จะ ตายกันไปมากน้อยเท่าไหร่ จะมีสำนักมากมายแค่ไหนหายไปจากดินแดน ดาวตกแห่งนี้ หรือต่อให้ตำหนักเทพเพลิงถูกดับทำลาย เกรงว่าก็คงยังไม่ ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี”
“เมื่อเขามีชีวิตอยู่ ตำหนักเทพเพลิงก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้ หากวัน หนึ่งเขากลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่งของดินแดนดาวตก สร้างตำหนักเทพ เพลิงขึ้นมาใหม่ ตำหนักเทพเพลิงก็ย่อมเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุด”
หยุดไปครู่จ้าวซานหลิงก็หัวเราะเบาๆ แล้วพูดต่อว่า “บางทีเขา อาจจะลงมือ แต่ว่ารอกว่าเขาจะลงมือ พวกหัวมู่ก็คงตายไปแล้ว มีด วิญญาณอสูรของปาซือมัวที่เจอการรวมพลังกันของพวกหัวมู่สามคนก็ น่าจะเผาผลาญพลังงานไปไม่น้อย เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เซี่ยอี้ไม่มีเกราะ มังกรเพลิง ก็น่าจะยังต้านทานปาซือทัวได้ไหว”
“ท่านจะบอกว่า เขากำลังใช้พวกท่านลุงหัวมาลดทอนพลังของ ปาซือทัว เพื่อให้เขาช่วงชิงชัยชนะได้อย่างง่ายดาย?” เนี่ยเทียนสีหน้าเย็น เยียบ
“ข้าไม่รู้ความคิดที่แท้จริงของเขาหรอก” จ้าวซานหลิงส่ายหัว “ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดาของข้าเท่านั้น”
“ข้าไม่รออีกแล้ว” เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที ก่อนจะใช้จิต เรียกขานโครงกระดูกปีศาจเลือด ทันใดนั้นโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เรือน กายใหญ่โตดุจขุนเขาก็กลายร่างเป็นแสงสีเลือดเส้นหนึ่งที่บินพรวด ออกมา
จ้าวซานหลิงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ คล้ายรู้ว่าโลกลับมายาของเขาไม่ สามารถรองรับปราณเลือดลมที่น่าหวาดกลัวของโครงกระดูกปีศาจเลือด ได้
เมื่อแสงสีเลือดปรากฏ มือทั้งคู่ของจ้าวซานหลิงก็รีบทำมุทรา เส้นสี เลือดที่บินออกมาจากในแหวนเก็บของของเนี่ยเทียนจึงถูกเขาย้ายไปอยู่ นอกโลกลับมายา
“อู้!”
แสงสีเลือดบินออกไปนอกโลกลับมายาแล้วพลันขยายใหญ่ กลายร่าง มาเป็นโครงกระดูกปีศาจเลือดที่สูงนับร้อยเมตร
ตัวคนอยู่ในโลกลับมายา ระหว่างเนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจ เลือดมีเขตอาคมห้วงมิติเป็นชั้นๆ กางกั้น แต่เขากลับยังคงสัมผัสได้ถึง คลื่นเลือดลมบนร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดได้อย่างชัดเจน
เขายังถึงขั้นมีความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างหนึ่งว่า โครงกระดูกปีศาจ เลือด…คือส่วนหนึ่งของร่างกายเขา สามารถขยับเขยื้อนได้ตามความคิด ของเขา
นี่ก็คือความรู้สึกมหัศจรรย์ของการเชื่อมโยงทางสายเลือด
เขาจ้องเขม็งไปที่ปาซือทัว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา โครงกระดูกปีศาจ เลือดที่เรือนกายใหญ่โตมโหฬารก็พลันพุ่งดิ่งเข้าหาอีกฝุายทันใด
“อยู่ในโลกลับมายาของข้า กลับยังมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับหุ่น เชิดเลือด ไอ้หมอนี่…” จ้าวซานหลิงแอบแสดงสีหน้าตกใจ
หลังจากที่ตบะฝุาสู่เขตวิญญาณช่วงกลาง โลกลับมายาของเขาก็มี ความมหัศจรรย์อย่างใหม่เพิ่มขึ้น เดิมทีเขาคิดว่าหากเนี่ยเทียนอยู่ในโลก ลับมายาแล้วคิดจะควบคุมโครงกระดูกปีศาจเลือดได้อย่างแม่นยำ เกรงว่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น
เขายังถึงขั้นเตรียมเปิดช่องทางลับเส้นหนึ่งเพื่อให้เนี่ยเทียนรักษาการ ติดต่อกับโครงกระดูกปีศาจเลือดเอาไว้ตลอดเวลาด้วยซ้ำ
ทว่ายังไม่ทันให้เขาลงมือ โครงกระดูกปีศาจเลือดก็จ้องไปที่เปูาหมาย แล้วบินเข้าหาปาซือทัวทันที นี่มากพอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงกระดูก ปีศาจเลือดได้รับคำสั่งที่แม่นยำจากเนี่ยเทียนแล้ว
ความเชื่อมโยงระหว่างเนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือด แม้แต่ โลกลับมายาของเขาก็ยังมิอาจตัดขาดได้ นี่จึงทำให้เขาตกตะลึงอย่างหนัก
“เป็นแบบนี้ล่ะดีที่สุด!” จ้าวซานหลิงสีหน้าคึกคัก ไม่หวาดกลัวกลับดี ใจด้วยซ้ำ เขาพูดกับตัวเองว่า “มีความสัมพันธ์ที่พิเศษและแนบแน่น เช่นนี้ รอจนเจ้าไปสถานที่แห่งนั้นพร้อมกับข้า ข้าก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่า เจ้าจะควบคุมโครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ได้”
“ฟิ้ว!”
พริบตาเดียว โครงกระดูกปีศาจเลือดก็บินลงมาจากนภากาศ คล้าย ภูเขากระดูกลูกหนึ่งที่กระแทกลงบนมีดวิญญาณอสูรที่ขนาดใหญ่กว่าเดิม หลายพันหลายหมื่นเท่าอย่างแรง
ร่างของปาซือทัวที่ควบคุมมีดวิญญาณอสูรยืนอยู่บนพื้นดิน มีด วิญญาณอสูรและแม่น้ำวิญญาณที่ห้อหุ้มตัวมีดเอาไว้คล้ายแม่น้ำที่กว้าง ใหญ่สายจริงซึ่งลอยสูงอยู่เหนือศีรษะของเขา
หัวมู่และผู้นำของพรรคคิชกูฏอีกสองคนซึ่งยืนถืออาวุธเชื่อมโยง วิญญาณอยู่ในแม่น้ำวิญญาณสายกว้างนั้นเป็นเหมือนปลาตัวเล็กกระจ้อย ร้อยสามตัวในธารน้ำกว้างใหญ่
ทว่าเมื่อโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เรือนกายสูงใหญ่กระแทกลงไป อย่างแรง มีดวิญญาณอสูรก็เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก
แสงสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระเซ็นออกมาจากในตัวมีด และดู เหมือนว่าแสงสีเขียวรุบรู่เหล่านั้นจะเกิดจากการรวมตัวกันของเลือด ปาซือทัว ซึ่งด้านในนั้นมีเสียงผีและวิญญาณร้ายร้องโหยหวนคร่ำครวญ
ผลึกใสทรงปริซึมตรงหว่างคิ้วของปาซือทัวสาดส่องลงมาบนร่างของ โครงกระดูกปีศาจเลือดทันใด
“เผ่าโครงกระดูก!”
ปาซือทัวผู้แข็งแกร่งพลันหน้าเปลี่ยนสี เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าจะมี เผ่าโครงกระดูกที่แข็งแกร่งถูกเผ่ามนุษย์ใช้เวทลับชุบหลอมเป็นหุ่นเชิด และนำมาต่อสู้กับเขา
แสงสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนปะปนไปด้วยเสียงโหยหวนของผีร้าย ประหนึ่งลูกธนูนับพันนับหมื่นลูกที่แทงทะลุลงบนร่างของโครงกระดูก ปีศาจเลือด
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่เดิมทีมีกระดูกเป็นสีเทาปนขาว ตอนนี้สีเทา ได้สลายหายไปหมด กลายเป็นเป็นแวววาวประดุจหยกชิ้นงาม และใน กระดูกแต่ละท่อนที่มีหลอดเลือดโปร่งแสงก็มีเลือดสดกลิ้งหลุนๆ ไหลบ่า อย่างรวดเร็ว
“ปังๆๆ!”
แสงสีเขียวเข้มที่สาดลงบนกระดูกใสราวหยกของโครงกระดูกปีศาจ เลือดประหนึ่งเม็ดฝนที่ตกกระทบลงบนก้อนหินดึกดำบรรพ์ กลายมาเป็น เพียงสะเก็ดน้ำที่สาดกระเซ็น มิอาจทำให้กระดูกท่อนใดของโครงกระดูก ปีศาจเลือดเกิดรอยขีดข่วนแม้แต่เสี้ยวเดียว
“โครงกระดูกร่างไม่สลาย!”
ปาซือทัวร้องอุทานด้วยความตกใจ เขามองโครงกระดูกปีศาจเลือด ด้วยสายตาลึกล้ำ สีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ
เผ่าโครงกระดูกคนนี้เคยพิชิตอาณาจักรต้าฮวางมาตั้งแต่ยุคดึกดำ บรรพ์อันห่างไกล
สุดท้ายเมื่อเขาถูกผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสังหาร จึงฝังร่างอยู่ลึกในผืนดิน ด้วยโอกาสประจวบเหมาะจึงถูกคนขุดค้นขึ้นมา และส่งต่อไปจนถึงมือของสำนักโลหิต
ยุคสมัยนั้น ดินแดนดาวตกถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวควบคุมไว้ เพียงผู้เดียว และยุคสมัยนั้นก็ผ่านมานานมากแล้ว มากจนขนาดปาซือทัว ก็ไม่ระแคะระคายเรื่องนี้แม้แต่น้อย
“โครงกระดูกร่างไม่สลาย!” ปาซือทัวจ้องเขม็งไปที่ร่างของโครง กระดูกปีศาจเลือด ผลึกใสกลางหว่างคิ้วเปล่งแสงวาบ มีดวิญญาณอสูรที่ โบกสะบัดไปทั่วฟูาดินพลันลดต่ำลงมา
นาทีถัดมา มีดวิญญาณอสูรที่เปลี่ยนมาเป็นกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร คล้ายกรีดทึ้งฟูาดินได้ก็ฟันฉับลงมาที่ร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือด
หัวมู่และผู้นำของพรรคคิชกูฏอีกสองคนบินออกมาจากในแม่น้ำ วิญญาณของมีดวิญญาณอสูร พวกเขาสามคนถูกห่อหุ้มไว้อย่างแน่นหนา ด้วยม่านแสงที่อาวุธเชื่อมโยงวิญญาณสามชิ้นปลดปล่อยออกมา และทุก คนต่างก็เงยหน้ามองท้องฟูาด้วยความตะลึงพรึงเพริด
“ฉับ!”
มีดวิญญาณอสูรตวัดฟัน ใบมีดใหญ่ยักษ์ที่เหมือนจะฉีกกระชากฟูาดิน ฟันลงบนกระดูกขาท่อนหนึ่งของโครงกระดูกปีศาจเลือด
แสงสีเขียวและแสงเจิดจ้าสาดกระเซ็นออกมาจากกระดูกขาท่อนนั้น ของโครงกระดูกปีศาจเลือด โซ่ผลึกสายเลือดตรงหัวใจโครงกระดูกปีศาจ เลือดพลันบิดเป็นเกลียว ก่อนที่เวทลับทางสายเลือดที่พิเศษจะแผ่ออกมา
ม่านแสงสีขาวยวงแผ่ออกมาจากในขาของโครงกระดูกปีศาจเลือด ใน ม่านแสงนั้นคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยปราณลึกลับที่ทำให้หมื่นสรรพสิ่งมอด ม้วย
เนี่ยเทียนเพ่งสายตามองไปก็พบว่ามีดวิญญาณอสูรที่ฟันลงบนขาของ โครงกระดูกปีศาจเลือด จุดที่ใบมีดและกระดูกขาสัมผัสกันมีเลือดสดไหล นองออกมาเป็นสาย ซึ่งเลือดนั้นรวบรวมผีร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้ นั่นก็คือเวทลับทางสายเลือดอย่างหนึ่งของอสูรกายที่กำลังกรอกเทเข้าหา ขาของโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างบ้าคลั่ง
ที่น่าแปลกก็คือพอวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนในแม่น้ำเลือดนั้น ปะทะเข้ากับม่านแสงบางๆ ชั้นนั้นกลับสลายกลายเป็นความว่างเปล่าไป ในพริบตา
แม่น้ำเลือดก็ถูกม่านแสงกางกั้น ไม่สามารถพุ่งเข้าหาขของโครง กระดูกปีศาจเลือดได้
กระดูกขาที่ถูกมีดวิญญาณอสูรฟาดฟันยังคงใสแวววาวดุจหยกงาม ไม่มีร่องรอยแตกหักแม้แต่นิดเดียว
“เผ่าโครงกระดูกระดับ ระดับแปด!”
ปาซือทัวตัวสั่นสะท้าน ยามนี้เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเผ่า โครงกระดูกที่ถูกชุบหลอมเป็นหุ่นเชิดตนนี้เคยมีสายเลือดระดับแปดมา ก่อน
ต่อให้เผ่าโครงกระดูกนี้จะถูกมนุษย์นำมาทำเป็นหุ่นเชิด หลงเหลือแค่ ซากวิญญาณ ไม่สามารถปลดปล่อยเวทลับออกมาได้ ทว่าโครงกระดูกร่าง ไม่สลายที่ชุบหลอมมาจากสายเลือดระดับแปดดั้งเดิมกลับฟื้นคืนมาเกิน ครึ่ง
จุดที่แข็งแกร่งทนทานที่สุดของเผ่าโครงกระดูกก็คือเรือนกายของ พวกเขา ต่อให้เผ่าโครงกระดูกระดับแปดตนนี้จะชุบหลอมโครงกระดูก ร่างไม่สลายมาตั้งแต่หลายพันหลายหมื่นปีก่อน ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่มีดวิญญาณ อสูรจะทำลายได้
หลังจากโจมตีไปครั้งหนึ่ง ปาซือทัวก็รู้ว่าความคมกริบของมีด วิญญาณอสูรก็ยังไม่สามารถฟาดฟันโครงกระดูกร่างไม่สลายของเผ่าโครง กระดูกระดับแปดผู้นี้ได้
“ในเมื่อเป็นหุ่นเชิดก็ต้องมีนายควบคุม สังหารเจ้านาย หุ่นเชิดเลือด ตัวนี้ก็คือของตายชิ้นหนึ่ง!”
ปาซือทัวพลันคืนสติ ฉุกคิดขึ้นมาได้จึงเงยหน้ามองท้องฟูา และมอง ปราดเดียวก็เห็นจ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียนที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกลับมายา
วินาทีที่เขามองเห็นโลกลับมายานั้น เงาร่างของเนี่ยเทียนและจ้าว ซานหลิงก็ลอยขึ้นมาในผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของเขาเช่นกัน
ดูเหมือนว่าเขากำลังใช้เวทลับจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกายเล็งไปที่คน ทั้งสองซึ่งถูกสกัดกั้นด้วยห้วงอาคมแห่งมิติ
“มาแล้ว”
จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น เขาคาดการณ์ไว้ได้แต่แรกแล้วว่าเมื่อ ปาซือทัวทำลายโครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ได้ก็ต้องพุ่งเปูามาที่เขาและเนี่ย เทียน
“ช่างเป็นหุ่นเชิดเลือดที่ร้ายกาจยิ่งนัก!”
แม้แต่เซี่ยอี้ที่ก่อนหน้านี้นั่งหลับตาซึ่งพอเห็นโครงกระดูกปีศาจเลือด พุ่งดิ่งลงไปข้างล่าง เขาก็ลืมตามองนานแล้ว
เมื่อเห็นว่าขนาดมีดวิญญาณอสูรที่กำราบพวกหัวมู่สามคนไว้อย่างอยู่ หมัดก็ยังทำลายโครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ได้ เซี่ยอี้ก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ พลันตระหนักได้ว่าเหตุใดเนี่ยเทียนถึงมีความมั่นใจมากพอที่จะปฏิเสธ การรีดไถเกราะมังกรเพลิงจากเขา
“จ้าวซานหลิง ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะยังคุ้มกันไม่ให้จิตวิญญาณ ของเจ้าผีน้อยนั้นแหลกสลายได้อย่างไร” เซี่ยอี้พึมพำ ใบหน้าเผยความ สนใจ
“เนี่ยเทียน! บงการหุ่นเชิดเลือดต่อ ให้มันโจมตีปาซือทัว!” จ้าวซานห ลิงตวาดเสียงหนัก “ข้าจะต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณของปาซือทัว ให้เอง!”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนตอบรับทันใด
โครงกระดูกปีศาจเลือดโบกสะบัดแขนกระดูกที่ใสแวววาวให้ทุบลง บนมีดวิญญาณอสูรอย่างแรง เสียง “เคร้ง” ดังลั่น มีดวิญญาณอสูรร่วง กระแทกพื้นทันใด
“ขึ้นมา!”
ดวงตาปาซือทัวเปล่งแสงดุดัน เขาพ่นแก่นเลือดหลายหยดให้สาดลง บนมีดวิญญาณอสูร หลอดเลือดและเส้นเอ็นจำนวนนับไม่ถ้วนในใบมีด ขนาดยักษ์พลันขยายใหญ่อย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังบินออกมาจากในมีด
หลอดเลือดและเส้นเอ็นหลายเส้นยาวหลายร้อยเมตร หนาใหญ่ดุจ ต้นไม้โบราณ ด้านในมีเลือดสดไหลพลุ่งพล่านดั่งงูหลามยักษ์ร้องคำราม
พริบตานั้นหลอดเลือดและเส้นเอ็นก็กลายมาเป็นเหมือนโซ่ตรวจที่รัด พันบนร่างใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือดเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ โครงกระดูกปีศาจเลือดมิอาจสลัดพ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
“เวทลับทางสายเลือด! มือมืดพันวิญญาณ!”
ปาซือทัวพ่นแก่นเลือดออกมาอีกหลายคำ ผลึกใสกลางหว่างคิ้วสาด ประกายแสงสีเขียวซึ่งเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ก่อนที่มันจะ ปะปนเข้ากับแก่นเลือดของเขาแล้วกลายมาเป็นมือผีดุร้ายขนาดใหญ่ซึ่ง คล้ายจะบดขยี้ยอดเขาพันจั้งได้สบายๆ แล้วมือนั้นก็ยื่นเข้ามาคว้าจับโลก ลับมายาที่จ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียนซ่อนตัว
ตอนที่มือผีดุร้ายใหญ่ยักษ์เข้ามาใกล้ ต่อให้มีเขตอาคมห้วงมิติหลาย ชั้นกั้นขวาง เนี่ยเทียนก็ยังเกิดความหวาดกลัวเหมือนจิตวิญญาณจะถูก กระชากออกไปจากร่าง
ปลายนิ้วของมือผีดุร้ายกระทบโดนโลกลับมายา ทำให้โลกลับมายา เกิดเสียงดัง “เพล้ง” คล้ายว่าเขตอาคมห้วงมิติถูกแทงทะลุจนแตก
ในสายตาของเนี่ยเทียน นิ้วมือแต่และนิ้วค่อยๆ ขยายใหญ่ และ เหมือนจะตรงเข้ามาคว้าจับพวกเขาที่อยู่ในเขตอาคมได้ตลอดเวลา
เขายังไม่ทันตั้งตัวได้ สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณก็ พลันพร่างพราว แสงดาวเย็นกระจ่างสาดส่องเหมือนต้องการรักษาจิต วิญญาณของเขาให้มั่นคง ไม่ให้ถูกมือผียักษ์ดุร้ายนั้นช่วงชิงไป
——