ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 635 การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน
“เพล้ง!”
โลกลับมายาของจ้าวซานหลิงมีเสียงประหลาดดังออกมาอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งยังมีเศษมีดแสงห้วงมิติเล็กๆ กระเด็นเซ็นซ่าน
นิ้วมือของมือผีดุร้ายที่ปาซือทัวใช้แก่นเลือดและจิตวิญญาณจำแลง ออกมาได้ลอดทะลุห้วงมิติแต่ละชั้นมาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าหาก มาถึงจุดที่จ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียนซ่อนตัวเมื่อไหร่ มันก็จะดึงกระชาก วิญญาณของคนทั้งสองออกไปได้ทันที
เบื้องล่าง เส้นเอ็นขนาดใหญ่โตราวงูหลามยักษ์ซึ่งบินออกมาจากมีด วิญญาณอสูรรัดพันร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดไว้อย่างแน่นหนา ส่วน โครงกระดูกปีศาจเลือดก็กำลังพยายามสลัดให้หลุดอย่างบ้าคลั่ง
เส้นเอ็นยาวหนาปริแตกออกอย่างต่อเนื่องเพราะการดิ้นรนของโครง กระดูกร่างไม่สลาย แต่เส้นเอ็นที่แตกออกก็เหมือนจะกลับมาประสานกัน ใหม่อย่างรวดเร็วแล้วรัดพันโครงกระดูกปีศาจเลือดเอาไว้อีกครั้ง
มีดวิญญาณอสูรลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ด้านในตัวมีดมีวิญญาณร้าย จำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาเพื่อเพิ่มพลังให้กับเส้นเอ็นเหล่านั้น
“เนี่ยเทียน!”
หัวมู่ที่พอจะวางใจได้เล็กน้อยเงยหน้ามองท้องฟูาแล้วพลันคำราม กร้าว
ระฆังทองเหลืองโบราณดุนให้เขาลอยตัวทะยานขึ้นสู่ฟากฟูาใน พริบตา แสงสีทองอร่ามปะปนไปกับจิตวิญญาณของเขาพลันแทงสวบลง ไปบนมือมืดพันวิญญาณที่ปาซือทัวร่ายออกมา
แสงทองอร่ามผสานกับจิตวิญญาณของเขากลายมาเป็นเหล็กเส้นสี ทองที่แทงลงไปบนมือผี
มือยักษ์ประหลาดข้างนั้นถูกแสงสีทองเส้นแล้วเส้นเล่าแทงทะลุ ทว่า กลับยังไม่หยุดความคิดที่จะคว้าจับร่างของจ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียน
“ห้วงอากาศพันเปลี่ยน!”
จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น จุดลึกในดวงตาคล้ายมีฟูาดินที่เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างไร้ขอบเขต
เนี่ยเทียนพลันบังเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์ โลกลับมายาที่เขาและจ้าว ซานหลิงซ่อนตัวอยู่ก็ราวกับค่อยๆ ลอยออกไปไกลจากอาณาจักรเสวียน เทียนแล้วตกลงในห้วงอากาศลึกลับแห่งหนึ่ง
ภาพเหตุการณ์มากมาย ฟูาดินหลายแห่งคล้ายเกิดขึ้นมาเบื้องหน้า เขาและดับสลายไปอย่างรวดเร็ว
มือใหญ่ข้างนั้นที่คว้ามาจับลดขนาดเล็กลงเรื่อยๆ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น ล่องลอยเหมือนภาพมายา
เขาก้มหน้าลงมองพื้นดินด้วยความรู้สึกราวกับว่าเขาและหัวมู่ที่ห่าง ออกไปไม่ไกลมีห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดกางกั้น แม้แต่เงาร่างของหัวมู่ก็ยัง คล้ายกลายเป็นภาพสะท้อนในน้ำที่อาจจางหายไปได้ทุกเมื่อ
เขาหันไปมองเบื้องหลังตัวเองโดยอัตโนมัติ แล้วก็พบว่ามีวงแสงหลาย วงปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ
จุดศูนย์กลางของวงแสงคล้ายประตูลับห้วงมิติบานหนึ่งที่มีแสงเจิดจ้า จำนวนนับไม่ถ้วน แล้วก็มีทั้งแสงดาวที่จางหายไป ราวกับว่าที่แห่งนั้นก็ คือฟูาดินลึกลับที่สิ่งมีชีวิตมิอาจย่างกรายเข้าไปได้
“ห้วงมิติปั่นปุวน!” เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี
เขาเคยได้ยินว่าจ้าวซานหลิงเคยถูกเนรเทศไปยังจุดลึกของห้วงมิติ ปั่นปุวนและตัดขาดความสัมพันธ์กับดินแดนดาวตกไปตลอดกาล
ในฟูาดินแห่งนั้นไม่มีพลังงานแม้แต่เสี้ยวเดียว ทุกพื้นที่เต็มไปด้วย ความแปลกประหลาดและอันตราย คนผู้นี้ล่องลอยอยู่ที่นั่นด้วยเวลา ยาวนานไร้ที่สิ้นสุด แต่สุดท้ายเขาก็หาทางกลับคืนมาได้
ในดินแดนดาวตกแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดที่คุ้นเคยกับฟูาดินแห่งนั้นมากไปกว่า จ้าวซานหลิงผู้นี้อีกแล้ว
ราวกับว่าขอแค่เขาก้าวเท้าเข้าไปในฟูาดินแห่งนั้น บนโลกนี้ก็จะไม่มี ใครสะกดรอยตามเขาไปได้อีก
“หรือว่า เขาจะพาข้าเข้าไปในฟูาดินแห่งนั้น?”
ขณะที่เนี่ยเทียนกำลังตะลึงพรึงเพริด เขาพลันค้นพบว่าร่างที่ถอยกรูด อย่างต่อเนื่องของเขาหยุดชะงักลงในที่สุด
มือมืดพันวิญญาณที่เอื้อมมาเบื้องหน้าของเขาได้หายไปนานแล้ว
และเขาก็มองไม่เห็นเงาร่างของหัวมู่ ไม่เห็นการต่อสู้นองเลือดนั้นอีก ต่อไป
ไม่เพียงเท่านี้ ในพื้นที่แห่งนี้ ความเชื่อมโยงระหว่างเขาและโครง กระดูกปีศาจเลือดก็ขาดหายไปกลางคันด้วย
“ช่างเป็นเวทลับจิตวิญญาณที่ร้ายกาจนัก ขนาดมีห้วงมิติเจ็ดชั้นกาง กั้นก็เกือบจะโดนมันแทงทะลุเข้ามาแล้ว” จ้าวซานหลิงถอนหายใจยาว เหยียด สีหน้าเหนื่อยล้าเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมาพูดกับเนี่ยเทียน “ครั้งนี้ช่วยเจ้า ข้าเสียพละกำลังไปไม่น้อย จำไว้ว่าสองเรื่องที่รับปากข้าไว้ ต้องทำอย่างสุดความสามารถด้วยนะ”
“แน่นอน!” เนี่ยเทียนรีบพูด
“เอาล่ะ หากอานุภาพของเวทลับห้วงมิติที่ปาซือทัวร่ายใช้ยังเหลืออยู่ ก็น่าจะเปลี่ยนเปูาหมายไปเล่นงานหัวมู่จากพรรคคิชกูฏแทนแล้ว ตอนนี้ พวกเรากลับไปกัน” จ้าวซานหลิงพูดเบาๆ พอขาดคำ เนี่ยเทียนก็มี ความรู้สึกเหมือนตัวเองได้ขยับไปใกล้อาณาจักรเสวียนเทียนอีกครั้ง โลก ลับมายาที่พวกเขาอยู่คล้ายลอดทะลุผ่านห้วงมิติหลายชั้นไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเขาก็ค้นพบว่าตัวเองมาปรากฏอยู่ในฟูาดินแห่งนั้นและได้ เห็นภาพการต่อสู้นองเลือดที่อยู่เบื้องล่างอีกครั้ง
ยามนี้โครงกระดูกปีศาจเลือดได้หลุดพ้นพันธนาการจากเส้นเอ็น ทั้งหมดของปาซือทัวแล้ว แต่เมื่อเจ้านายหายไป โครงกระดูกปีศาจเลือด จึงไม่ได้มองเห็นปาซือทัวเป็นศัตรู กลับหันไปเล่นงานภูตผีปีศาจตนหนึ่งที่ สายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษแทน
ปาซือทัวถือมีดวิญญาณอสูรไว้ในมืออีกครั้ง ประกายแสงในดวงตา ของเขาหม่นมัว กำลังใช้มีดฟาดฟันไปที่หัวมู่
สภาพของหัวมู่ย่ำแย่กว่าปาซือทัวเสียอีก ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความ กระวนกระวายคล้ายกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“ไป!”
พอเนี่ยเทียนกลับมาก็เชื่อมความสัมพันธ์กับโครงกระดูกปีศาจเลือด อีกครั้ง และช่วยเล็งเปูาหมายให้กับมันใหม่
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่กำลังโจมตีภูตผีปีศาจซึ่งสายเลือดหวนคืน บรรพบุรุษพลันหันขวับกลับมาแล้วตรงเข้าหาปาซือทัวอีกครั้ง
“ยังกล้ากลับมาอีกรึ!” ปาซือทัวเดือดดาล
“เนี่ยเทียน! ไปซะ! อย่าอยู่ที่นี่!” และเวลานี้เอง เส้นเลือดบนหน้าของ หัวมู่ก็พลันปูดนูนขึ้นมาคล้ายงูตัวเล็กที่เลื้อยขยุกขยิกไปทั่ว
จุดลึกในดวงตาของเขาเดี๋ยวก็เปล่งแสงวาบเดี๋ยวก็มืดสลัว คล้ายมี อะไรบางอย่างกำลังจะพุ่งออกมาจากร่างของเขา
“นี่…”
ผู้นำคนหนึ่งของพรรคคิชกูฏพอมองเห็นท่าทางของหัวมู่ก็พลันหน้า เปลี่ยนสี
“ไป!”
เขาแค่อึ้งไปครู่เดียวแล้วก็พลันตะโกนก้อง “เผ่ามนุษย์ทุกคนที่ ขอบเขตต่ำกว่าเขตวิญญาณรีบถอยกลับเข้าไปในค่ายกลวาสนาห้าธาตุ โดยเร็วที่สุด!”
คำพูดนี้ดังจบ ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากที่ประมือกับชนต่างเผ่าก็พากัน อึ้งงัน
ตงหลิงจากวิมานสวรรค์กำลังล้อมโจมตีสายเลือดระดับเจ็ดของเผ่า เกล็ดดำตนหนึ่ง พอได้ยินอย่างนั้นก็คำรามเดือดดาลอย่างไม่พอใจทันที “พรรคคิชกูฏของพวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร? ศึกใหญ่กำลังดุเดือด พวกเจ้าปั่นปุวนใจคน คิดจะทำอะไรกันแน่?”
คนมากมายจากหอหันปิง ตระกูลต่ง สำนักหยิน และสำนักหยางต่าง ก็มีสีหน้างงงัน ไม่เข้าใจว่าพรรคคิชกูฏพูดเรื่องอะไร
คำเตือนของผู้นำพรรคคิชกูฏคนนั้น นอกจากจะทำให้คนตื่นตะลึง แล้ว กลับไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนเองก็มีสีหน้างงงัน
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างไม่เข้าใจ แม้แต่เทพเพลิงเซี่ยอี้ก็ยังขมวด คิ้วมุ่น มองหัวมู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้ว่าพรรคคิชกูฏคิดจะทำบ้า อะไรในเวลาอย่างนี้
“ทุกคนของพรรคคิชกูฏจงออกห่างจากบุรพาจารย์หัวมู่ให้เร็วและ ไกลที่สุด!” คนผู้นั้นตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่มาจากพรรคคิชกูฏซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พอได้ยินประโยคนี้ก็ละทิ้งคู่ต่อสู้ แล้วถอยกรูดราวกระแสน้ำลง
“พรรคคิชกูฏของพวกเจ้าคิดจะหนีในเวลาอย่างนี้กระนั้นรึ?” จ้าวลั่ว ตงจากวิมานสวรรค์เดือดดาลสุดขีด เขาตะคอกดังลั่น “ผ่านเรื่องนี้ไป! ทุก สำนักจะเอาคืนพรรคคิชกูฏแน่นอน!”
ผู้นำสองคนของพรรคคิชกูฏไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย คนทั้งสองห้อ ทะยานออกไป พร้อมลงมือกระตุ้นเข็มขัดหยกและสถูปวิเศษให้ร่าย ลำแสงพลังวิญญาณหลายเส้นมารัดพันตัวของผู้ฝึกลมปราณในสำนักของ พวกเขาที่ยังไม่ทันหนีพ้นให้ถอยห่างจากบริเวณใกล้เคียงหัวมู่โดยเร็วที่สุด
การกระทำผิดปกติของพรรคคิชกูฏทำให้ทุกคนประหลาดใจ ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดพวกเขาถึงทำเช่นนี้
“อู้!”
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่พุ่งเข้าไปหาปาซือทัวพลันหยุดชะงัก
ดวงตาสีเขียวเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดปลดปล่อย ประกายแสงน่าขนลุก มันจ้องมองหัวมู่เขม็งคล้ายสัมผัสได้ถึงอะไร บางอย่างจึงไม่กล้าเข้าใกล้
เนี่ยเทียนมองไปตามสายตาของมัน พอเพ่งอย่างละเอียดก็เห็นว่าตรง หว่างคิ้วของหัวมู่มีภาพโบราณภาพหนึ่งของเถาวัลย์เปล่งวาบออกมา อย่างเงียบเชียบ
หลังจากที่ภาพเถาวัลย์นั้นปรากฏขึ้น ดวงตาของหัวมู่ก็มีแสงปีศาจแผ่ ออกมาอย่างน่าพิศวง
“ฟูุวๆ!”
เถาวัลย์เล็กเรียวหลายเส้นพลันพุ่งพรวดออกมาจากในร่างของหัวมู่ แล้วเลื้อยคดเคี้ยวอยู่กลางอากาศ ก่อนจะแทงสวบลงบนร่างของภูตผี ปีศาจสายเลือดระดับห้า ระดับหกจำนวนมากที่อยู่ใกล้เคียง
ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับห้า ระดับหกเหล่านั้นร่างกายแข็งแกร่ง อย่างถึงที่สุด ทว่าพอถูกเถาวัลย์แทงใส่ ร่างของพวกมันกลับถูกทะลุผ่าน ไปอย่างง่ายดายราวเต้าหู้ก้อนหนึ่ง
เถาวัลย์แต่ละเส้นแทงเข้าไปยังหัวใจของภูตผีปีศาจอย่างแม่นยำจน น่าแปลกใจ
พอเถาวัลย์พวกนั้นแทงเข้าสู่หัวใจของภูตผีปีศาจก็เหมือนเครื่องสูบ น้ำที่ดึงเอาเลือดสดออกมาจากในหัวใจของภูตผีปีศาจอย่างรวดเร็ว
ระยะเวลาสั้นแสนสั้น เถาวัลย์ที่ดื่มด่ำกับเลือดสดของภูตผีปีศาจจน อิ่มเปรมก็เริ่มหนาใหญ่ เปลี่ยนจากขนาดเล็กเรียวราวเส้นผมมาเป็นหนา ใหญ่ราวมือคน
“อ๊าก!”
หัวมู่ร้องคำรามแหบโหยคล้ายไม่ใช่เสียงของสิ่งมีชีวิต เขากลายมา เป็นเหมือนพืชพรรณปีศาจซึ่งฝังร่างลึกลงไปบนพื้นดิน และมีเถาวัลย์ จำนวนมากกว่าเดิมพุ่งพรวดออกมาจากร่างของเขา
“สวบ!”
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดตนหนึ่งที่สายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษกำลังหมุน กาย ทว่ากลับถูกเถาวัลย์เส้นหนึ่งที่เปลี่ยนมาเป็นหนาใหญ่แทงทะลุเข้า มาทางหัวใจด้านหลัง
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดที่มีร่างปีศาจไม่ดับสลายกลับไม่สามารถใช้ ร่างกายที่แข็งแกร่งต้านทานการแทงทะลุของเถาวัลย์ไว้ได้
เรือนกายใหญ่โตของมันที่พอถูกแทงทะลุหัวใจ ร่างก็หดเล็กลงอย่าง รวดเร็ว
ส่วนเถาวัลย์เส้นนั้นก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าได้ขยายใหญ่อย่าง รวดเร็ว พริบตาเดียวก็ยาวนับพันเมตร ทั้งยังแหลมคมราวมีดปีศาจที่มี หนามแหลมขึ้นเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีแสงสีทองอร่ามเย็นเยียบแผ่ออกมา
“ฟิ้ว!”
เถาวัลย์ทั้งใหญ่ทั้งแหลมคมพลันบินกลับไปฟาดใส่ปาซือทัวที่อึ้งงันไม่ ต่างจากชนต่างเผ่าคนอื่นๆ
ปาซือทัวรีบยกมีดวิญญาณอสูรขึ้นรับ ใช้ความแหลมคมของมันมา ต้านทานเถาวัลย์เส้นนั้น
“ตูม!”
มีดวิญญาณอสูรที่กว้างหนาอย่างถึงที่สุดถูกห่อหุ้มไว้ด้วยแม่น้ำ วิญญาณ เมื่อปะทะกับเถาวัลย์เส้นนั้น วิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนใน แม่น้ำวิญญาณกลับพลันสลายหายไป
มีดวิญญาณอสูรร่วงกระแทกลงพื้นอย่างแรงแล้วหดเล็กลงด้วยความ รวดเร็ว
ปาซือทัวเอื้อมมือมาคว้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด หันขวับ ไปมองยังภูตผีปีศาจสายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษคนที่สอง แล้วตวาดถาม “เกิดอะไรขึ้นกับคนผู้นี้กันแน่?”
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์! ในร่างของเขามีเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์อยู่ต้น หนึ่ง!”
ภูตผีปีศาจตนนั้นที่สายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษตะลึงงันไปอย่าง สิ้นเชิง พอเห็นเถาวัลย์เส้นเล็กเรียวหลายเส้นบินออกมา เขาก็พุ่งทะยาน ขึ้นฟูาอย่างต่อเนื่องด้วยความหวาดกลัว
ทว่าเถาวัลย์เหล่านั้นกลับยังไล่ล่าเขาไม่ปล่อยเหมือนมีความคิดเป็น ของตัวเอง
“ใต้เท้าปาซือทัว เขาคือเจ้าคนเผ่ามนุษย์ที่เคยไปอาณาจักรปีศาจแห่ง ที่สามแล้วขโมยเมล็ดพันธ์ของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ไป!”
——