ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 636 หัวมู่กลายร่างเป็นปีศาจ
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัวรับมือ ขณะที่ภาพ เถาวัลย์ลอยขึ้นกลางหว่างคิ้วของหัวมู่ ใครก็คาดไม่ถึงว่าจู่ๆ หัวมู่จะแสดง ความร้ายกาจออกมา
เถาวัลย์สีดำสนิทหลายเส้นที่แหลมคมเป็นคล้ายโลหะซึ่งล่องลอยอ่อน ช้อย คร่าชีวิตภูตผีปีศาจในบริเวณใกล้เคียงอย่างกำเริบเสิบสาน
ในรัศมีสามถึงห้าเมตรรอบกายหัวมู่ ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับสี่ ระดับห้าทั้งหมดล้วนถูกเถาวัลย์แทงทะลุหัวใจ ก่อนจะถูกดูดเลือดสดทั้ง ร่างออกมา
หลังจากที่เถาวัลย์ปีศาจดูดเลือดของภูตผีปีศาจมาได้แล้วก็เปลี่ยน จากเล็กเรียวมาเป็นหนาใหญ่และแหลมคมอย่างรวดเร็ว
รอจนรอบด้านไม่มีภูตผีปีศาจอีกแล้ว เถาวัลย์ปีศาจที่ขยายใหญ่ถึงได้ พุ่งเข้าลงมือกับเผ่าทมิฬ อสูรกาย เผ่าเกล็ดดำและเผ่าหินเทา
เถาวัลย์ปีศาจเลือกภูตผีปีศาจเป็นเปูาหมายแรก รอจนพวกภูตผี ปีศาจตายหมดแล้วถึงได้ตามหาสิ่งมีชีวิตอย่างอื่น
“สวบๆๆ!”
ไม่นานเถาวัลย์ปีศาจที่ขยายใหญ่ก็แทงทะลุไปยังหัวใจของชนต่างเผ่า จำนวนมากกว่าเดิมเพื่อดึงเอาเลือดสดในร่างของพวกมันมา
“จ๋อมๆ!”
เลือดสดเข้มข้นมารวมตัวกันอยู่ในเถาวัลย์ เถาวัลย์ที่คล้ายหลอดเลือด และเส้นเอ็น เมื่อได้รับเลือดสดเหล่านั้นก็ขยายขนาดใหญ่อีกครั้ง
ไม่นานนัก ในรัศมีพันเมตรรอบกายหัวมู่ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่
ชนต่างเผ่าทั้งหมดต่างก็ถูกเถาวัลย์ปีศาจแทงทะลุหัวใจ ถูกพวกมันดึง เอาเลือดสดออกมาแล้วตายไปด้วยความหวาดกลัว
“ท่านลู่! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
จ้าวลั่วตงจากวิมานสวรรค์พลันหันไปจ้องหน้าผู้นำคนหนึ่งของ พรรคคิชกูฏแล้วตวาดเสียงดัง
มาถึงเวลานี้ ในที่สุดจ้าวลั่วตงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อเห็นท่าทาง ผิดปกติของหัวมู่ ผู้นำสองคนของพรรคคิชกูฏถึงได้โหวกเหวกบอกให้ทุคน ถอยกลับเข้าไปในค่ายกลวาสนาห้าธาตุของวิมานสวรรค์
“เรื่องมันยาว” ผู้นำพรรคคิชกูฏที่ชื่อว่าลู่ย่วนซีมีสีหน้าไม่น่ามอง เขา เอ่ยเสียงหนัก “ข้ายังยืนยันคำเดิม ให้ลูกศิษย์ของทุกสำนักที่ขอบเขตต่ำ กว่าเขตวิญญาณกลับเข้าไปในค่ายกลวาสนาห้าธาตุโดยเร็วที่สุด!”
ยังดีที่เขาและผู้นำอีกคนหนึ่งพาตัวลูกศิษย์ที่ไม่ใช่ของพรรคคิชกูฏซึ่ง ไม่เชื่อฟังออกมาให้ไกลจากหัวมู่โดยไม่สนใจคำทัดทานของจ้าวลั่วเฟิง
หาไม่แล้วเขตสามัญและเขตลี้ลับเหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นเปูาหมาย ในการโจมตีของหัวมู่
เพราะตอนนี้ทุกคนต่างก็มองออกแล้วว่าหัวมู่ไม่หลงเหลือสติอีกแล้ว
แสงปีศาจที่ฉายออกมาจากดวงตาของหัวมู่ตอนนี้น่าหวาดกลัวเสียยิ่ง กว่าพวกภูตผีปีศาจที่ร่างหวนคืนสู่บรรพบุรุษเสียอีก!
“เทพเพลิง เมื่อครู่ที่พวกเราจากไป เกิดอะไรขึ้น?” จ้าวซานหลิงขยับ โลกลับมายาที่มีเนี่ยเทียนอยู่ด้วยให้เข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเซี่ยอี้
เวลานี้เซี่ยอี้ไม่มีอารมณ์มาหาเรื่องเนี่ยเทียนอีกแล้ว เขาเองก็มองหัวมู่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน
“พอพวกเจ้าหายไป มือผีทางพลังจิตวิญญาณที่ปาซือทัวร่ายออกมา สูญเสียเปูาหมายจึงหันไปเล่นงานหัวมู่แทน” เซี่ยอี้ไม่ได้ปิดบัง “หัวมู่ต่อสู้ โรมรันกับมือผีอยู่พักหนึ่งแล้วคล้ายว่าจิตวิญญาณของเขาจะได้รับ บาดเจ็บ พอมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาเสียหาย ไม่นานก็เปลี่ยนมา เป็นผิดปกติคล้ายจะมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากในร่างของเขา”
“พอพวกเจ้ากลับมาก็เกิดสถานการณ์อย่างที่เห็นตอนนี้”
“ในร่างของหัวมู่มีพืชพรรณปีศาจต้นหนึ่งของอาณาจักรปีศาจอยู่ พืช พรรณปีศาจนี้ ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน ทว่าภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ด ตนหนึ่งยังถูกพืชพรรณปีศาจสังหารได้อย่างง่ายดาย เกรงว่าพืชพรรณ ปีศาจต้นนี้คงมีที่มาไม่ธรรมดา”
“นึกไม่ถึงว่าในร่างผู้นำของพรรคคิชกูฏจะซุกซ่อนพืชพรรณปีศาจต้น หนึ่งเอาไว้ หัวมู่น่าจะกำราบพืชพรรณปีศาจต้นนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ คราวนี้เพราะจิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บ พืชพรรณปีศาจจึงฉวยโอกาสฟื้น ตื่น จนก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้”
บัดนี้สีหน้าของเซี่ยอี้ผู้แข็งแกร่งที่มองหัวมู่เต็มไปด้วยความกริ่งเกรง และระมัดระวัง
ตอนที่พืชพรรณปีศาจในร่างของหัวมู่ยังไม่เผยกาย อันที่จริงเขาไม่ได้ ให้ความสำคัญกับหัวมู่เท่าไหร่นัก รู้สึกว่าต่อให้หัวมู่ที่มีเขตวิญญาณช่วง กลางร่วมมือกับผู้นำอีกสองคนก็ยังมิอาจสร้างภัยคุกคามแก่เขาได้
ทว่าตอนนี้เมื่อเห็นพืชพรรณปีศาจเติบโตอย่างบ้าคลั่ง เถาวัลย์แต่ละ เส้นแข็งแกร่งมิอาจดับสลาย ทั้งยังแทงทะลุหัวใจของชนต่างเผ่าจำนวน นับไม่ถ้วน แม้แต่ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดยังมิอาจรับการโจมตีได้ไหว เขาเอง ก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวไม่เป็นสุขขึ้นมาบ้างแล้ว
“พืชพรรณปีศาจคือพืชพรรณที่เติบโตขึ้นมาในอาณาจักรปีศาจ แถม ยังเป็นพืชพรรณปีศาจที่ร้ายกาจอย่างถึงที่สุด ท่านลุงหัว…เคยไปที่ อาณาจักรปีศาจ!”
เนี่ยเทียนที่อยู่ในโลกลับมายาใบเดียวกับจ้าวซานหลิงตัวสั่นเยือก ไพล่นึกไปถึงคำพูดที่หัวมู่เคยเล่าให้ฟังตอนที่เขาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติ ในอาณาจักรหลีเทียนปีนั้น
ตามคำบอกของหัวมู่ นับพันนับหมื่นปีที่ผ่านมา รอยแยกห้วงมิติใน อาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋ไม่ได้ อยู่ในสภาพปิดผนึกตลอดเวลา
มีอยู่หลายครั้งที่รอยแยกห้วงมิติทั้งสามซึ่งเชื่อมโยงไปยังอาณาจักร ภูตผีปีศาจเคยปริแตกออก
เพียงแต่การปริแตกครั้งก่อนๆ หน้านี้ ภูตผีปีศาจถูกกั้นขวางเอาไว้ มิ อาจเข้ามาในดินแดนดาวตกได้
ทว่าเผ่ามนุษย์ในดินแดนดาวตกกลับอาศัยรอยแยกห้วงมิติทั้งสามเส้น นั้นเดินทางไปยังอาณาจักรที่ภูตผีปีศาจใช้ชีวิตอยู่
เหมือนหัวมู่จะเคยบอกว่ามีผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์จับกลุ่มกันลอด ผ่านรอยแยกห้วงมิติทั้งสามเส้นไปยังอาณาจักรปีศาจจริง
ผลคือพวกผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่เยื้องกรายเข้าไปในอาณาจักร ปีศาจกลับไม่มีใครได้กลับมาอีก
ตอนที่หัวมู่พูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเขาเจ็บปวดและซึมเศร้าอย่างถึง ที่สุดคล้ายจมจ่อมอยู่กับความทรงจำที่ห่างไกล มิอาจถอนตัวออกมาได้
ตอนนั้นเนี่ยเทียนก็แอบรู้สึกแล้วว่า บางทีหัวมู่…อาจเป็นหนึ่งในคน จำนวนน้อยนิดของดินแดนดาวตกซึ่งเคยได้ไปเหยียบอาณาจักรภูตผี ปีศาจอย่างไร้ความกลัวเกรง
ตอนนี้เมื่อได้เห็นพืชพรรณปีศาจปรากฏขึ้นในร่างของเขา เขาก็มั่นใจ เต็มร้อยว่าหัวมู่ไม่เพียงแต่ได้ไปยังอาณาจักรภูตผีปีศาจ ยังเป็นคนหนึ่งที่ รอดชีวิตกลับคืนมาด้วย
ทว่าถึงแม้เขาจะรอดชีวิตกลับมา แต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เจ็บปวด โดยในร่างมีพืชพรรณปีศาจน่าหวาดกลัวต้นหนึ่งเติบโตขึ้น
พืชพรรณปีศาจต้นนี้บางทีอาจถูกกำราบอยู่ในร่างของเขามานาน หลายร้อยหลายพันปีโดยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
แต่เนื่องจากศึกครั้งนี้ เขาร่วมมือกับผู้นำอีกสองคน กระนั้นก็ยังเผา ผลาญพลังในการต้านทานปาซือทัวมากเกินไป บวกกับที่ต้องรับมือกับมือ ผีของปาซือทัว จึงเป็นเหตุให้จิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บ ตัวเขาตกอยู่ใน ภาวะอันตรายจนเถาวัลย์ปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างของเขาหลุดพ้นจาก พันธนาการที่มีมานานหลายปีและเผยตัวในที่สุด
“ฟิ้วๆๆ!”
เถาวัลย์ปีศาจที่บินพรวดออกมาจากในร่างของหัวมู่เริงระบำอยู่กลาง อากาศ ตวัดฉวัดเฉวียนไปทั่วสี่ทิศ
ตอนที่เถาวัลย์ปีศาจพวกนั้นหลุดออกมาจากในร่างของเขา พวกมัน ล้วนมีขนาดเล็กเรียวดั่งเส้นผม ทว่าพอสัมผัสเข้ากับเลือดเนื้อของชนต่าง เผ่าและได้กินเลือดสดจนอิ่ม มันก็พลันขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะ เปลี่ยนมาเป็นแหลมคมดั่งมีพละกำลังที่มหาศาลสามารถแทงทะลุโลหะได้
ขณะที่ทุกคนยังคงตะลึงพรึงเพริด ชนต่างเผ่าหลายร้อยคนที่อยู่ใกล้ กับหัวมู่ต่างก็ถูกดูดเลือดสดจนตาย
ส่วนของเถาวัลย์ซึ่งบินออกมาจากร่างของหัวมู่ยังคงมีรูปร่างเล็กเรียว บาง แต่ส่วนที่ยิ่งห่างจากร่างของหัวมู่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นหนา ใหญ่ราวงูหลามยักษ์และน่าหวาดกลัวมากเท่านั้น
เถาวัลย์พวกนั้นเหมือนมีดวงตาและสติปัญญาเป็นของตัวเอง พวกมัน ไล่ตามหาไปทั่วด้าน รอจนค้นพบว่ารอบกายไม่มีสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้ออยู่ แล้ว เถาวัลย์ปีศาจก็พาหัวมู่บินไปยังจุดที่มีสิ่งมีชีวิตรวมตัวกัน
หัวมู่ที่หยุดอยู่ตรงจุดเดิมมาพักใหญ่คล้ายเป็นรากของเถาวัลย์หลาย เส้นซึ่งฝังรากลงไปบนความว่างเปล่าแล้วล่องลอยไปทั่ว
“ท่านลู่! พรรคคิชกูฏของพวกท่านมีวิธีทำให้หัวมู่ฟื้นคืนสติ สังหารแค่ ชนต่างเผ่าหรือไม่?” พอเห็นว่าทิศทางที่หัวมู่บินไปคือตำแหน่งที่ผู้ แข็งแกร่งจากหอหันปิงยึดครอง จงเจิงจากหอหันปิงก็รีบตะโกนเสียงร้อน ใจ
“ไม่มีวิธี หากมีวิธีจริง พวกเราก็ลงมือกันไปนานแล้ว” ลู่ย่วนซีถือเข็ม ขัดหยกอยู่นมือ รอบกายมีแสงพลังวิญญาณเป็นเส้นๆ ไหลลงมา เขา กล่าวเสียงหนัก “พี่จง ฟังข้าสักคำ ให้ลูกศิษย์ทั้งหมดของหอหันปิงพวก ท่านรีบถอยกลับเข้าไปในค่ายกลวาสนาห้าธาตุโดยเร็วที่สุด!”
จงเจิงอึ้งไปแค่ไม่กี่วินาทีก็เลือกที่จะเชื่อลู่ย่วนซี รีบออกคำสั่งไปว่า “ทุกคนของหอหันปิงหลีกห่างท่านหัว รีบถอยกลับเข้าไปในวิมาน สวรรค์!”
พอเขาออกคำสั่ง พวกต่งหวังหลิง หลี่มู่หยาง ฉีป๋ายลู่ต่างก็พลันคืนสติ พากันร้องตะโกนเสียงดัง
พริบตาเดียวผู้ฝึกลมปราณของกลุ่มอิทธิพลที่ปกปูองเนี่ยเทียนโดยไม่ แยแสหากต้องแตกหักกับวิมานสวรรค์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเขตสามัญหรือเขตลี้ ลับต่างก็พากันถอยกรูดกลับเข้าไปในค่ายกลราวกระแสน้ำลง
“เจ้าวิมาน! พวกเราควรทำอย่างไรดี?” ตงหลิงร้องอุทานเสียงดัง
“ถอย!” จ้าวลั่วตงออกคำสั่งอย่างเด็ดเดี่ยว
พอเขาออกคำสั่ง ลูกศิษย์หลายคนของวิมานสวรรค์ต่างก็รีบหนีห่าง หัวมู่ ถอยกรูดไปยังที่ตั้งของค่ายกลวาสนาห้าธาตุ
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของลัทธิอูตู๋และวังวิญญาณลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตะโกนสั่งให้ถอยเช่นกัน
แต่ว่าเวลาที่พวกเขาออกคำสั่งนั้นช้าไปหน่อย
และเพราะความลังเลพักหนึ่งของพวกเขา หัวมู่ได้บินไปถึงจุดต่อสู้อีก จุดหนึ่งระหว่างเผ่ามนุษย์กับชนต่างเผ่าแล้ว เถาวัลย์ปีศาจจำนวนมาก กว่าเดิมที่บินออกมาจากในร่างของเขาพากันเลือกแทงทะลุหัวใจภูตผี ปีศาจเป็นเปูาหมายแรก
ทว่าเนื่องจากผ่านการสังหารมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง เถาวัลย์ปีศาจที่ เกิดขึ้นมาใหม่จึงมีมากพอ ซึ่งเถาวัลย์ปีศาจหลายเส้นไม่มีภูตผีปีศาจให้ เลือกเป็นเปูาหมาย มันจึงทิ่มแทงสะเปะสะปะไปทั่วไม่ว่าจะเป็นหัวใจของ เผ่ามนุษย์หรือชนต่างเผ่า
เขตสามัญ เขตลี้ลับหลายคนของลัทธิอูตู๋และวังวิญญาณที่เนื่องจาก ไม่ได้ถอยหนีทันทีจึงกลายมาเป็นเปูาหมายของหัวมู่ พวกเขาถูกเถาวัลย์ ปีศาจแทงทะลุหัวใจจนตายไปในเสี้ยววินาที
“หัวมู่!”
เจ้าวังวิญญาณร้องคำรามอย่างเดือดดาล เขาถึงขั้นละทิ้งการต่อสู้กับ เผ่าปักษาสายเลือดระดับเจ็ดคนหนึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาหัวมู่ทันใด
ก่อนหน้านี้ไม่นาน หัวมู่เคยบุกไปสังหารที่วังวิญญาณ ทำลายที่ตั้งของ วังวิญญาณ และประมือกับเขาอยู่ในอาณาจักรอั้นหมิงนานมาก
สุดท้ายเมื่อได้รับคำเกลี้ยกล่อมจากแต่ละฝุาย คนทั้งสองถึงได้ยุติการ ต่อสู้
ตอนนั้นเขารู้สึกว่าหัวมู่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก หากไม่เพราะชนต่าง เผ่ารุกรานเข้ามา เขาคิดว่าตัวเขาเองต้องเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
แต่ตอนนี้พอเห็นหัวมู่บ้าคลั่งสังหารผู้ฝึกลมปราณของวังวิญญาณ อย่างไม่เลือกเปูาหมาย เขาจึงคิดว่าหัวมู่จงใจเล่นงานพวกเขา แค้นเก่า แค้นใหม่พุ่งปะทุขึ้นกลางใจ เขาจึงถึงขั้นไม่สนใจชนต่างเผ่า จะอย่างไรก็ ต้องคิดบัญชีกับหัวมู่ก่อนให้ได้
——