ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 637 วันสิ้นโลกมาเยือน
บัดนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของหัวมู่ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ศึกนอง เลือดระหว่างเผ่ามนุษย์กับชนต่างเผ่าจึงถูกบีบให้ชะงักกลางคัน
ห่างออกไปไกล รอบตำหนักของวิมานสวรรค์ที่ใหญ่โตโอ่อ่ายังมีชน ต่างเผ่าและเผ่ามนุษย์อีกมากที่ยังไม่รับรู้ข่าว และไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่อง อะไรขึ้นกันแน่จึงยังคงต่อสู้กันอย่างพะว้าพะวงลังเล
ทว่าตรงจุดนี้ แม้แต่เขตวิญญาณที่ก่อนหน้านี้ยังประหัตประหารกับ ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดก็ยังหยุดการโจมตี
สายตาของทุกคนต่างก็ไปรวมอยู่บนร่างของหัวมู่
“เกรงว่าคราวนี้หลิวหมินฮวางคงหาเรื่องเจ็บตัวเสียแล้ว” จ้าวซานห ลิงหรี่ตา มุมปากยกยิ้มเย้ยหยันพร้อมเอ่ยเสียดสี “เขาคงคิดว่าก่อนหน้านี้ ไม่นานที่เพิ่งเขาประมือกับหัวมู่ไป หากไม่มีแต่ละฝุายยื่นมือเข้าแทรก เขา จะต้องกลายมาเป็นฝุายที่ชนะ”
จ้าวซานหลิงโคลงศีรษะเบาๆ “น่าเสียดาย หัวมู่ในเวลานี้ไม่ใช่คนที่ เขาจะต้านทานได้อีกแล้ว”
หลิวหมินฮวางก็คือเจ้าวังวิญญาณคนปัจจุบัน ขนาดชนต่างเผ่ายังไม่มี ใครบุ่มบ่ามคิดจะลงมือกับหัวมู่ ทว่าเขากลับทะเล่อทะล่าพุ่งออกมาเพียง เพราะหัวมู่เล่นงานผู้ฝึกลมปราณของวังวิญญาณ นี่ทำให้พวกจ้าวลั่วตง และจงเจิงพากันหน้าเปลี่ยนสีจนสีหน้าไม่น่ามอง
ภัยคุกคามจากชนต่างเผ่ายังอยู่ ก่อนหน้าที่ยังไม่รู้สภาพการณ์ที่แน่ชัด ของหัวมู่ ปาซือทัวยังเลือกถอยหนี
ชนต่างเผ่ายังไม่รีบร้อนลงมือ ทว่าหลิวหมินฮวางกลับกระโดดออกมา ก่อน เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งภายในของเผ่า มนุษย์กันเอง
“น่าสนใจ” ปาซือทัวหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ยิ่งไม่รีบร้อน มือของเขากำ มีดวิญญาณอสูรไว้แน่น แล้วก็เป็นฝุายหลีกห่างไปหลายพันเมตร ก่อนจะ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองหลิวหมินฮวางที่กระโจนเข้าใส่หัวมู่ ทั้งยังหัน ไปพูดกับภูตผีปีศาจที่สายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษตนนั้นว่า “ในบรรดา พืชพรรณปีศาจของดินแดนภูตผีปีศาจ เหตุใดเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ที่อยู่ อันดับที่สามถึงฝังรากแตกหน่อในร่างของเขาได้?”
“รายละเอียดข้าเองก็ไม่รู้” ภูตผีปีศาจสายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษ สนทนากับปาซือทัวด้วยภาษาชนต่างเผ่า “แต่เจ้าก็น่าจะรู้ถึงความน่า กลัวของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์เป็นอย่างดี ในเมื่อเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้น หนึ่งแตกหน่องอกงามออกมาแล้ว คนผู้นี้ก็ไม่มีทางสลัดมันพ้นไปชั่วชีวิต”
“หากเขาสามารถกำราบเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ได้อย่างสิ้นซาก วันนี้ เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็จะถูกเขาควบคุม หาไม่แล้วเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ จะเป็นฝุายช่วงชิงกลืนกินร่างเขาไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก สุดท้ายเขาก็ ต้องกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์”
ปาซือทัวพยักหน้ารับเบาๆ “มาดูกันสิว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนี้จะ เติบโตได้ถึงระดับไหน”
“ฟิ้ว!”
เจ้าวังวิญญาณลอยตัวอยู่กลางอากาศ ทันใดนั้นเหรียญทองสัมฤทธิ์ เหรียญหนึ่งก็บินออกมาจากชายแขนเสื้อของเขา
เมื่อเหรียญทองสัมฤทธิ์นั้นปรากฏตัว จิตวิญญาณของทุกคนก็พลันสั่น สะท้าน อักขระโบราณที่สลักอยู่บนเหรียญทองสัมฤทธิ์เหมือนสร้างขึ้น จากเลือดของอสูรกายปะทะไปด้วยวิญญาณผีร้าย อักขระโบราณที่มี ลักษณะพิเศษนั้นไม่ใช่ทั้งของเผ่ามนุษย์ และไม่ใช่ทั้งของชนต่างเผ่าใดๆ ดูเหมือนว่าจะไม่มีความหมายใดที่พิเศษ
ทว่ายามที่เหรียญทองสัมฤทธิ์บินลงมาด้านล่าง มันกลับขยายใหญ่ อย่างต่อเนื่อง ตรงกลางเหรียญพลันมีพายุวิญญาณน่าหวาดกลัวปรากฏ ขึ้นมา
บัดนี้อักขระโบราณบนเหรียญทองสัมฤทธิ์ได้เปลี่ยนมาเป็นผีดุร้ายที่ รวมพลังกับพายุวิญญาณกลางเหรียญ
ท่ามกลางพายุวิญญาณเหล่านั้นมีปราณแปลกประหลาดที่ราวกับ สามารถฉีกกระชากจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตให้แหลกลาญ กลางเหรียญที่ ขยายใหญ่อย่างต่อเนื่องปกคลุมหัวมู่เอาไว้และมีแรงดึงดูดขุมใหญ่เกิดขึ้น
“เหรียญผีล่อวิญญาณ! แท่นโม่จิตวิญญาณ!”
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณมองปราดเดียวก็จำเหรียญทองสัมฤทธิ์ของ หลิวหมินฮวางได้ รู้ว่านั่นคืออาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณของวังวิญญาณ ทั้งยังมีเวทคาถาที่หลิวหมินฮวางร่ายออกมา ซึ่งก็คืออาวุธสังหารชิ้นฉกาจ ของวังวิญญาณ—แท่นโม่จิตวิญญาณ
“นี่…” ปาซือทัวหน้าเปลี่ยนสี สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง พึมพำเบาๆ “วังวิญญาณ นึกไม่ถึงเลยว่าสำนักเล็กๆ ของเผ่ามนุษย์จะ บรรลุเวทลับของเผ่าอสูรกายข้า ทั้งยังใช้จิตวิญญาณร่ายออกมาได้มี ประสิทธิผลเช่นนี้ด้วย”
“อู้ๆๆ!”
พายุจิตวิญญาณที่ก่อเกิดขึ้นมากลางเหรียญทองสัมฤทธิ์พลันหมุน คว้างอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังมีพลังประหลาดดูดดึงจิตวิญญาณของทุกคน
ภาพเถาวัลย์ที่เด่นชัดกลางหว่างคิ้วของหัวมู่พลันส่องประกายแสง ปีศาจเจิดจ้า
“ฟิ้ว! ฟิ้วๆๆ!”
ทันใดนั้นเถาวัลย์ปีศาจนับร้อยนับพันเส้นก็กลายมาเป็นมีดปีศาจ ขนาดใหญ่ยักษ์ที่แทงขึ้นไปบนท้องฟูา
ปลายแหลมของเถาวัลย์ปีศาจหลายเส้นยังกระชากเอาร่างของชนต่าง เผ่าที่ดูดเลือดไม่หมดให้กระแทกลงไปบนเหรียญผีขนาดใหญ่ยักษ์ด้วย
อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่อยู่ในมือหลิวหมินฮวางนี้ เมื่อถูก เถาวัลย์ปีศาจฟาดตี มันก็พลันส่ายไหวอย่างแรงแล้วบินว่อนไปทั่วทิศ
ไม่ว่าผีร้ายที่ปรากฏอยู่กลางเหรียญทองสัมฤทธิ์จะหวีดร้องโหยหวน แค่ไหนก็ยังทำอะไรเถาวัลย์ปีศาจสีดำพวกนั้นไม่ได้
ภาพเถาวัลย์กลางหว่างคิ้วของหัวมู่ยังไม่ทันถูกแท่นโม่จิตวิญญาณดูด ออกมาก็คล้ายถูกฝังประทับลึกลงไปจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเลือด เนื้อหัวมู่ และไม่ได้รับผลกระทบจากไสยศาสตร์ทางจิตวิญญาณใดๆ
“อู้!”
ในที่สุดเหรียญผีที่เชื่อมโยงไปยังนรกภูมิก็มิอาจแบกรับการฟาดฟัน ของเถาวัลย์ปีศาจได้ มันพลันบินออกห่างจากหัวมู่ราวกับมีสติปัญญาเป็น ของตัวเอง แม้แต่คำสั่งของหลิวหมินฮวางก็ยังไม่ยอมเชื่อ
หลิวหมินฮวางร้องอึกอักอยู่ในลำคอ หัวตามีเลือดสดสองเส้นไหลลง มา ทำให้สภาพของเขาอเนจอนาถอย่างถึงที่สุด
แต่หัวมู่กลับไม่สนใจเขา เถาวัลย์ปีศาจที่ทะยานสู่ฟากฟูาคล้ายมังกร ยักษ์ที่โฉบลงบนพื้นดิน ไล่ล่ากลุ่มคนที่รวมตัวอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ทันใดนั้นก็มีชนต่างเผ่าอีกไม่น้อยที่กลายมาเป็นเปูาหมายของเถาวัลย์ ปีศาจและถูกมันแทงทะลุหัวใจจนตาย
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์จะเลือกเปูาหมายที่มีพลังเลือดเนื้อเข้มข้นตาม สัญชาตญาณ” ภูตผีปีศาจสายเลือดระดับเจ็ดสีหน้าเคร่งเครียด “เผ่า มนุษย์ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีสารบำรุงทางเลือดเนื้อมากเท่าไหร่นัก จึงไม่มี ทางกลายมาเป็นเปูาหมายที่มันเลือกก่อน ใต้เท้าปาซือทัว เถาวัลย์ปีศาจ สวรรค์ต้นนี้รับมือได้ไม่ง่ายเลย”
พอเห็นว่าหลิวหมินฮวางเสียเปรียบ เจ้าสำนักของลัทธิอูตู๋พลันหน้า เปลี่ยนสี รีบหยุดความคิดที่จะแก้แค้นทันที
จากนั้นผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ทุกคนต่างก็ร้องเอะอะ โวยวาย ไม่ก็หยิบหินส่งข้อความเสียงมาบอกให้เขตสามัญและเขตลี้ลับรีบ ถอยกลับเข้าไปยังค่ายกลวาสนาห้าธาตุ หยุดความคิดที่จะต่อสู้กับชนต่าง เผ่า
เนี่ยเทียนเองก็มองออกว่าการปรากฏตัวของหัวมู่คือการเปลี่ยนแปลง สำคัญของศึกระหว่างชนเผ่าครั้งนี้
นับตั้งแต่ที่เถาวัลย์ปีศาจบินออกมาจากในร่างของหัวมู่ เปูาหมายแรก ที่พวกมันเลือกมักจะเป็นภูตผีปีศาจ จากนั้นถึงเป็นอสูรกาย เผ่าทมิฬที่มี ปราณเลือดเนื้อเข้มข้นรองลงมา ตามมาด้วยเผ่าปักษา และสุดท้ายถึงจะ เป็นเผ่ามนุษย์
ขณะที่เผ่ามนุษย์ถอยเข้าไปยังค่ายกลวาสนาห้าธาตุอย่างต่อเนื่อง เถาวัลย์ปีศาจพวกนั้นก็ไม่คิดจะไล่ตามพวกเขามา ทำเพียงแค่พุ่งไปยังจุด ที่ชนต่างเผ่ารวมตัวกัน
ขณะที่เถาวัลย์ปีศาจบินออกมาจากร่างของหัวมู่อย่างบ้าคลั่ง ปาซือทัวผู้แข็งแกร่งก็ไม่ได้กระทำการบุ่มบ่าม คล้ายกำลังใช้วิธีการเฉพาะ บางอย่างมาประเมินภัยคุกคามที่หัวมู่สร้างขึ้น
“เนี่ยเทียน ดูท่าหุ่นเชิดเลือดตนนั้นของเจ้าคงก็ไม่ต้องเอามาใช้แล้ว ล่ะ” จ้าวซานหลิงลูบคลำปลายคาง กล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ “หากชน ต่างเผ่าพวกนั้นจัดการกับหัวมู่ที่ธาตุไฟเข้าแทรกไม่ได้ เกรงว่าคงยากจะ ลงมือทำอะไรในดินแดนดาวตกได้อีก ศึกนองเลือดครั้งนี้ที่เดิมทีพุ่งเข้าหา ดินแดนดาวตกก็อาจจะยุติลงล่วงหน้าเพราะหัวมู่คนเดียว”
“หากชนต่างเผ่าจัดการไม่ได้ แล้วท่านลุงหัวเป็นอย่างนี้ไม่หาย เขาจะ ไม่ใช่หายนะอีกอย่างหนึ่งหรอกหรือ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่เป็นไร หากปัญหาของหัวมู่แก้ไขไม่ได้ ทุกคนก็แค่ถอยออกไปจาก อาณาจักรเสวียนเทียน ทิ้งสถานที่แห่งนี้ไว้ให้เขาอยู่คนเดียวก็สิ้นเรื่อง” จ้าวซานหลิงเฉยเมยอย่างมาก “อย่างไรซะเจ้าก็ไม่รู้สึกดีต่อวิมานสวรรค์ อยู่แล้ว เผ่ามนุษย์ทุกคนจากไป ปล่อยให้หัวมู่ทำลายที่นี่ได้ตามใจชอบ รอจนผู้เฒ่าประหลาดของวิมานสวรรค์ฝุาด่านได้สำเร็จค่อยให้เขาคิดหา วิธีแก้ไขเอาเอง”
“หากเขาเองก็ยังจัดการกับหัวมู่ไม่ได้ นั่นก็ง่ายเลย เผ่ามนุษย์แค่ละ ทิ้งอาณาจักรเสวียนเทียนไปตลอดกาล ไม่ต้องเยื้องกรายเข้ามาที่นี่อีกก็ พอ”
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “วิธีที่ท่านว่าก็ใช้ได้ วิมานสวรรค์จะเป็นหรือตาย ข้าก็คร้านจะสนใจ เพียงแต่หากท่านลุงหัวมีสภาพเช่นนี้ตลอดไป ข้า…”
“ปัญหาของเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่แก้ไขได้ นอกเสียจากว่าจิต วิญญาณของเขาจะฟื้นคืนแล้วกำราบเถาวัลย์ปีศาจได้อีกครั้ง หาไม่แล้วก็ ยากที่จะช่วยเขาได้” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่างไม่ร้อนไม่หนาว
“ใต้เท้าปาซือทัว เราจะทำอย่างไรกันดี?” ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดถาม เสียงหนัก
“ไม่รีบร้อน” ปาซือทัวสงบนิ่ง “ให้ทุกคนออกห่างจากไอ้หมอนั่น ตอนนี้ยังไม่ต้องไปสนใจเขา เรารอดูเงียบๆ ไปก่อน รอให้อาวุธสังหารของ เผ่าข้ากลับคืนมา ต่อให้ในร่างของเขามีเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ ข้าก็สามารถ
สังหารเขาได้ เพราะอย่างไรซะเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ต้นนั้นก็ยังไม่เติบโต จนถึงขั้นไร้เทียมทาน”
“ท่านกำลังรออะไร?”
“อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้แล้ว”
บทสนทนาของคนทั้งสองสิ้นสุดลง ผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับเจ็ด มากมายก็พากันออกคำสั่งทันที
ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าไหน ขอแค่อยู่ใกล้หัวมู่ ต่างก็พากันกระจายตัว ออกไป ถอยให้ไกลหัวมู่ที่สุด ไม่กล้าปล่อยให้เถาวัลย์ปีศาจในกายหัวมู่ได้ กลิ่นพลังชีวิตเลือดเนื้อของพวกเขา เพราะกลัวจะกลายมาเป็นเหยื่อคน ต่อไปของมัน
การกระทำของชนต่างเผ่าทำให้ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณต่างก็ ตระหนักได้ว่า แม้แต่ชนต่างเผ่าพวกนี้ก็ยังไม่มีวิธีรับมือหัวมู่เหมือนกัน
ทว่าชนต่างเผ่ายังไม่ถอยทัพออกจากอาณาจักรเสวียนเทียน คล้ายยัง รออะไรบางอย่าง
เนี่ยเทียนมองเห็นหัวมู่ที่กลายเป็นปีศาจแล้วเสียสติปัญญา คล้ายพืช พรรณปีศาจตนหนึ่งที่รู้จักแต่ไล่หาสิ่งมีชีวิต เขาก็แอบร้อนใจอยู่กับตัวเอง
เขากำลังใคร่ครวญว่าจะมีวิธีการใดถึงทำให้หัวมู่คืนสติ หลุดพ้นจาก การพันธนาการของเถาวัลย์ปีศาจที่อยู่ในร่างของเขา
และขณะที่เนี่ยเทียนกำลังร้อนใจ ไร้หนทางรับมือนั้นเอง ไข่มุก วิญญาณมืดในแหวนเก็บของของเขาก็ทำท่าจะบุกออกมา
เขาอึ้งไปครู่ ก่อนจะปล่อยกระแสจิตกลุ่มหนึ่งให้เข้าไปในไข่มุก วิญญาณมืด
ภาพแผนที่ดวงดาวในไข่มุกวิญญาณมืดที่พอได้รับซากวิญญาณ จำนวนมากเข้าไปก็เปลี่ยนมาเป็นชัดเจนอย่างถึงที่สุด เวลานี้มันเองก็ กำลังส่องแสงพร่างพราวเช่นกัน จิตวิญญาณของเนี่ยเทียนล่องลอยอยู่ใน แผนที่ดวงดาวจึงได้มองเห็นภาพหนึ่ง
นั่นคือเรือรบทางช้างเผือกลำใหญ่ที่กำลังพุ่งทะยานดั่งหินอุกกาบาต อยู่กลางห้วงอากาศที่ดำมืดและเย็นเยียบ
ในความรู้สึกของเขา อีกไม่นานเท่าไหร่ เรือรบทางช้างเผือกลำนั้นก็ จะเยื้องกรายมาถึงอาณาจักรเสวียนเทียน!
“แย่แล้ว!” เนี่ยเทียนตัวสั่นสะท้าน พลันตะโกนขึ้นว่า “เรือรบทาง ช้างเผือกของเผ่าอสูรกายที่บินออกไปจากอาณาจักรอั้นหมิงกำลังเดินทาง มาที่นี่! อีกไม่นานเท่าไหร่ เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายลำนั้นก็จะ มาถึงอาณาจักรเสวียนเทียน!”
“เจ้า เจ้ารู้ได้อย่างไร?” จ้าวซานหลิงตะลึงงัน
“ในมือข้ามีวัตถุชิ้นหนึ่งที่มาจากเรือรบทางช้างเผือกลำนั้น ตอนนี้ เนื่องจากมันอยู่ใกล้ จึงเกิดการตอบสนองต่อกัน” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง ตรงไปตรงมา
จ้าวซานหลิงที่ต่อให้ภูเขาไท่ซานกดทับลงมาก็ยังหน้าไม่เปลี่ยนสี มา บัดนี้กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ “เรือรบทางช้างเผือกสามารถ ทะยานไปทั่วเก้าอาณาจักร ต่อให้รอยแยกห้วงมิติทั้งหมดจะถูกข้าปิด
ผนึกไปแล้ว ชนต่างเผ่าก็ยังสามารถอาศัยเรือรบทางช้างเผือกเดินทางเข้า ไปในอาณาจักรใดก็ได้ และหากเรือรบทางช้างเผือกถูกอสูรกายควบคุม ไม่ว่าเผ่ามนุษย์จะหนีไปยังอาณาจักรไหนก็ยากที่จะหนีพ้นความตาย”
“แม้แต่พวกโลกลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ตัดขาดความเชื่อมโยงกับ อาณาจักรต่างๆ ก็ยังไม่ปลอดภัยเต็มร้อยอีกต่อไป”
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
จ้าวซานหลิงขมวดคิ้วเป็นปม พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ที่ปาซือทัวผู้นั้นไม่ได้ ตกใจเพราะการเปลี่ยนแปลงของหัวมู่ แต่กำลังอดทนรออะไรบางอย่าง ดู ท่าแล้วเขาคงรอเรือรบทางช้างเผือกเผ่าอสูรกายของพวกเขาลำนั้นนั่น แหละ ซึ่งบางทีเรือรบทางช้างเผือกลำนั้นอาจสามารถแก้ไขปัญหาจาก หัวมู่ที่ถูกเถาวัลย์ปีศาจยึดครองร่างไปพร้อมกันได้ทีเดียว”
“หรือว่า ดินแดนดาวตกจะไร้ทางรอดแล้วจริงๆ?” ใจเนี่ยเทียนพลัน บังเกิดความสิ้นหวัง
“หากหัวมู่ถูกสังหารโดยเรือรบทางช้างเผือก เขตวิญญาณคนอื่นๆ ก็ ยิ่งหนีไม่พ้น” จ้าวซานหลิงกลับมาสงบเยือกเย็นอีกครั้ง “เนี่ยเทียน เกรง ว่าอาณาจักรเสวียนเทียนคงไร้ทางช่วยเหลือแล้ว อาณาจักรอื่นๆ ก็ต้อง ดับสลายไปอย่างรวดเร็ว เจ้ารีบเตรียมตัวรอไว้ให้ดี เมื่อหัวมู่ตาย ข้าจะพา เจ้าไปจากที่นี่”