ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 638 วิมานสวรรค์หาเรื่อง
“บอกให้หุ่นเชิดเลือดตนนั้นของเจ้ากลับมาเถอะ” จ้าวซานหลิงเอ่ย สั่งความ
“ก็ดี” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับอย่างจำใจ
ความคิดหนึ่งถูกถ่ายทอดออกไป โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นก็ ทะยานตัวขึ้นมากลางอากาศแล้วหยุดลอยอยู่ข้างโลกลับมายาของจ้าว ซานหลิง
เนี่ยเทียนเองก็มองออกเหมือนกันว่าขณะที่หัวมู่ยังจัดการกับปัญหา ใหญ่ของเขาเองไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์หรือชนต่างเผ่าก็ไม่น่าจะต่อสู้ กันอีก
หลังจากธาตุไฟเข้าแทรก หัวมู่ก็ล่าเหยื่ออย่างไม่เลือกเปูาหมาย
เผ่ามนุษย์ก็ดี ชนต่างเผ่าก็ช่าง ใครก็ตามที่ปรากฏตัวอยู่ในขอบเขตที่ เถาวัลย์ปีศาจของหัวมู่ได้กลิ่นก็จะต้องถูกหัวมู่ใช้เถาวัลย์ปีศาจแทงทะลุ หัวใจจนตายไป
ปาซือทัวผู้แข็งแกร่งเองก็ยังไม่มีวิธีจัดการกับหัวมู่ที่มีสภาพเช่นนี้
เขาได้แต่สั่งความชนต่างเผ่าที่สายเลือดค่อนข้างต่ำให้ออกห่างจาก หัวมู่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เถาวัลย์ปีศาจที่บินออกมาจากใน ร่างของหัวมู่ตามเจอปราณเลือดเนื้อ
หัวมู่ที่อยู่เบื้องล่าง กลางหว่างคิ้วมีแสงปีศาจชวนขนลุกส่องสว่างมา จากภาพเถาวัลย์ แสงนั้นสาดส่องไปทั่วพื้นที่โดยรอบซากศพที่กองเกลื่อน พื้นแล้วตามหาสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อคนใหม่อย่างซึมกะทือ
ดูเหมือนว่าขอบเขตที่เขารับสัมผัสได้จะอยู่แค่พื้นที่หนึ่งเท่านั้น ขอแค่ อยู่ห่างจากเขามากพอก็จะไม่ทำให้เขาหันมาสนใจ
“อู้ๆๆ!”
เขตวิญญาณอย่างพวกลู่ย่วนซี จงเจิง ต่งหวังหลิง หลี่มู่หยางที่เดิมที กระจายตัวกันอยู่คนละพื้นที่ เวลานี้พวกเขาต่างก็มารวมตัวกันอยู่รอบ โครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างเงียบเชียบ
เขตวิญญาณอีกกลุ่มหนึ่งที่มีจ้าวลั่วตงแห่งวิมานสวรรค์เป็นผู้นำกลับ ขยับเข้าไปใกล้เทพเพลิงเซี่ยอี้โดยอัตโนมัติ
เขตวิญญาณเผ่ามนุษย์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ต่างฝุายต่างลอยตัวอยู่ กลางอากาศห่างกันประมาณหนึ่งพันเมตร
ชนต่างเผ่ามีปาซือทัวเป็นผู้นำ แน่นอนว่าพวกเขาเองก็มารวมตัวกัน เช่นกัน
ชนต่างเผ่าไม่ได้รีบร้อนทะยานขึ้นมาบนฟูา พวกเขายังรวมตัวกันอยู่ บนพื้นเบื้องล่าง เพียงแต่จุดที่พวกเขาอยู่นั้นห่างไกลหัวมู่มากพอ
ปาซือทัวมีแผนการอยู่ในใจนานแล้ว เขามองเขตสามัญและเขตลี้ลับที่ ต่างก็บินเข้าหาค่ายกลวาสนาห้าธาตุของวิมานสวรรค์ ทว่ากลับไม่ได้ ออกคำสั่งให้คนในตระกูลตามไปไล่ฆ่า
ในสายตาของเขา ขอแค่เขาได้สิ่งที่รอคอยมาครอบครอง ไม่ว่าเผ่า มนุษย์จะหนีไปทางไหน สุดท้ายก็ต้องถูกเขาดึงตัวออกมาสังหารได้อยู่ดี
“ท่านลู่!” ห่างกันเป็นพันเมตร จ้าวลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์มองมา ด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร “พรรคคิชกูฏของพวกเจ้าไม่มีวิธีรับมือกับหัวมู่เลย รึ? หากหัวมู่ฟื้นคืนสติแล้วลงมือกับแค่ชนต่างเผ่า หายนะของอาณาจักร เสวียนเทียนก็น่าจะยุติลงได้ล่วงหน้า!”
เขาเองก็มองออกว่าแม้แต่ปาซือทัวที่เป็นผู้นำของชนต่างเผ่าก็ยังกริ่ง เกรงหัวมู่อย่างมาก และเขาก็เอ่ยสั่งลูกน้องของตัวเองไม่ให้ลงมือกับหัวมู่
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่ ระดับห้าต่างก็พยายามหลีกห่างจากหัวมู่ อย่างบ้าคลั่ง แค่นี้ก็บอกให้รู้ท่าทีของปาซือทัวอย่างชัดเจนแล้ว
—เขาเองก็ไม่อยากให้คนในเผ่ากลายมาเป็นเปูาหมายของหัวมู่ เช่นกัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากหัวมู่ฟื้นคืนสติแล้วใช้อานุภาพของ เถาวัลย์ปีศาจมาโจมตีชนต่างเผ่า วิกฤตของเผ่ามนุษย์ก็ไม่เท่ากับคลี่คลาย ได้ในเสี้ยวนาทีหรอกหรือ?
ทว่าหัวมู่กลับไม่มีสติหลงเหลือเลยแม้แต่นิด ทั้งๆ ที่ชนต่างเผ่าอยู่กัน เต็มพื้นที่แห่งนี้ เขากลับทำได้แค่ไล่ตามหาอย่างซึมกะทือ นี่ทำให้จ้าวลั่ว เฟิงไม่พอใจอย่างยิ่งยวด
“ขออภัยที่ข้าไร้ความสามารถ” ลู่ย่วนซีถอนหายใจหนึ่งครั้ง “หาก เทพเพลิงลงมือเร็วกว่านี้ ท่านหัว…ก็คงไม่กลายมาเป็นอย่างในตอนนี้ เขา ที่มีสภาพเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ยากจะสื่อสารและทำให้เขาคืนสติได้
เว้นเสียแต่ว่าจะทำให้ เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์บาดเจ็บสาหัส เขาถึงอาจจะ คืนสติ”
“แต่หากเขาคืนสติเมื่อใด เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็จะหลับลึกลงไปอีก ครั้ง เขาเองก็จะสูญเสียพลังในการต่อสู้ไป”
“ทำให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์บาดเจ็บสาหัส?” หลิวหมินฮวางสีหน้า เคร่งเครียด “ง่ายดายขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่กัน เมื่อครู่นี้ข้าลองดูแล้ว เกือบจะ…”
“เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์!” จ้าวลั่วเฟิงหน้าเปลี่ยนสีไปจากเดิมอย่าง สิ้นเชิง “พืชพรรณปีศาจอันดับที่สามของอาณาจักรปีศาจ—เถาวัลย์ ปีศาจสวรรค์!”
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของสำนักที่เก่าแก่ที่สุดในดินแดนดาวตก ดู เหมือนเขาจะเคยได้ยินชื่อของเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์มาก่อน พอรู้จากปาก ของลู่ย่วนซีว่าในร่างของหัวมู่มีเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์อยู่ จ้าวลั่วเฟิงก็ตะลึง ลานไปทันที
“ทำให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์บาดเจ็บสาหัส หัวมู่สามารถคืนสติ แต่… จะเสียพลังในการต่อสู้ไปอีกครั้ง” หลิงตงผู้อาวุโสใหญ่ของวิมานสวรรค์ ขมวดคิ้วคิดหนัก แล้วพลันพูดขึ้นว่า “แทนที่จะให้เป็นเช่นนี้ ก็สู้ไม่ต้อง สนใจเขาจะดีกว่า หากพวกเราร่วมมือกันทำให้เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ บาดเจ็บสาหัส พวกเราก็ต้องเสียหายมากเหมือนกัน หัวมู่ที่คืนสติแต่ไม่มี พลังในการต่อสู้ จะมีประโยชน์อะไร?”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ปล่อยให้พวกชนต่างเผ่าปวดหัวกันไปเถอะ ให้ หัวมู่ลดทอนพละกำลังของพวกเขา พวกเราก็แค่รอเท่านั้น”
“อย่างไรซะข้าก็มองออกว่าเปูาหมายที่หัวมู่เลือกโจมตีก่อนก็คือพวก ชนต่างเผ่าที่มีปราณเลือดเนื้อเข้มข้นกว่า”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ดวงตาของเนี่ยเทียนก็พลันล้อมวนไปด้วยความ โกรธ
“ไอ้หนู เจ้ามีความเห็นอะไรงั้นรึ?” ตงหลิงสังเกตเขาอยู่นานแล้วจึง แค่นเสียงเย็น “หากไม่เพราะเจ้าดึงดันไม่ยอมปล่อยเกราะมังกรเพลิง สถานการณ์จะเป็นอย่างตอนนี้ไหม? เกราะมังกรเพลิงอยู่ในมือเจ้าจะมี ประโยชน์อะไร? หากเทพเพลิงได้ครอบครองอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยง วิญญาณชิ้นนั้น เขาคนเดียวก็กำราบปาซือทัวได้แล้ว!”
“หากปาซือทัวถูกเขากักตัวเอาไว้ ศึกนี้ เผ่ามนุษย์ของพวกเราก็มีสิทธิ์ สูงที่จะคว้าชัยชนะ!”
“เจ้าเอาหุ่นเชิดเลือดมาแล้วทำอะไรได้บ้าง? หากไม่ใช่เพราะหัวมู่ อยากช่วยเจ้า จนต้องต้านทานกับมือผีของปาซือทัว เป็นเหตุให้จิต วิญญาณได้รับบาดเจ็บ เถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ก็ไม่มีทางหลุดออกมา!”
เขาไม่พอใจในตัวเนี่ยเทียนมาโดยตลอด
ความคิดในใจของเขา การสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ควรเป็นของวิมานสวรรค์ ควรเป็นของหนิงหยางที่เป็นความหวังของ วิมานสวรรค์
เนี่ยเทียนก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่โชคช่วย แล้วมาแย่งของที่เป็นหนิงห ยาง แย่งชิงโชควาสนาที่เป็นของวิมานสวรรค์ของพวกเขาไป!
และก็ด้วยเหตุนี้ เมื่อเนี่ยเทียนพกพาตราประทับสะเก็ดดาวสามดวง มาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรเสวียนเทียน เขาจึงไม่คิดจะทำ หน้าตาดีๆ ให้เนี่ยเทียนเห็น ทั้งยังเลือกจะมองเมินเนี่ยเทียนไปอย่าง สิ้นเชิง
ตามความคิดของเขา รอจนเนี่ยเทียนไปยังอาณาจักรเชียนแจ๋วแล้ว ปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติเส้นที่สามได้สำเร็จ วิมานสวรรค์จะชักจูงให้เนี่ย เทียนเข้ามาอยู่ในสำนักเพื่อคิดหาวิธีช่วงชิงการสืบทอดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวมาครอง แล้วเสร็จก็จะขับไล่หรือสังหารเนี่ยเทียนที่ หมดค่าไปอย่างไม่ใยดี
คาดไม่ถึงว่าหลี่มู่หยาง สิ่งหวนเยว่จะสอดเท้าเข้าแทรก เสี่ยงแตกหัก กับวิมานสวรรค์เพื่อปกปูองเนี่ยเทียน เป็นเหตุให้แผนการของวิมาน สวรรค์ล้มเหลวไม่เป็นท่า
“ตาแก่ เกราะมังกรเพลิงของข้า ทำไมข้าต้องประคองส่งให้เขา?” เนี่ยเทียนสีหน้าราวน้ำแข็ง ตวาดกลับอย่างไม่เกรงใจ “ในเมื่อวิมาน สวรรค์ของพวกเจ้ามีเขตวิญญาณช่วงท้าย ทำไมไม่ให้เขาสละทิ้งทุกสิ่ง ล้มเลิกการฝุาด่านออกมาจัดการแก้ไขปัญหา?”
“เจ้ากล้าเถียงข้าอย่างนั้นรึ?!” ตงหลิงคำรามเดือดดาล
“ข้าจะเถียงเจ้าจะทำไม?” เนี่ยเทียนไม่หวาดเกรงแม้แต่น้อย “ทำไม เจ้าอยากจะลองลิ้มรสอานุภาพหุ่นเชิดเลือดของข้าหรือไร? หึ ไม่ใช่ว่าข้า
ดูถูกเจ้า แต่หากผู้เฒ่าประหลาดของพวกเจ้าฝุาด่านไม่สำเร็จ เกรงว่า วิมานสวรรค์ของพวกเจ้าคงไม่มีใครสั่นคลอนหุ่นเชิดเลือดตนนี้ของข้า ได้!”
ขาดคำของเขา แม้แต่จ้าวลั่วเฟิงก็ยังโกรธเคืองขึ้นมาจริงๆ เขาแค่น เสียงเย็น พลันหันไปเอ่ยเบาๆ กับจ้าวซานหลิง “ซานหลิง เจ้าเด็กนั่นอยู่ ในโลกลับมายาของเจ้า เจ้าเห็นแก่หน้าพี่ชาย กำราบเขาแล้วเอาเกราะ มังกรเพลิงมามอบให้ข้า ต่อให้พวกชนต่างเผ่าอย่างพวกปาซือทัวแก้ไข ปัญหาของหัวมู่ได้ก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนอันสาหัส”
“เมื่อถึงเวลานั้น เทพเพลิงได้ครอบครองเกราะมังกรเพลิงก็ต้อง สังหารปาซือทัวและจัดการแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้แน่นอน!”
สายตาของทุกคนพลันมารวมกันอยู่บนร่างของจ้าวซานหลิง
ลู่ย่วนซีและจงเจิง รวมไปถึงต่งหวังหลิงและหลี่มู่หยางต่างก็หน้า เปลี่ยนสี ขยับเข้าไปใกล้จ้าวซานหลิงโดยอัตโนมัติ
พวกเขารู้ดีถึงความสัมพันธ์ของจ้าวลั่วเฟิงกับจ้าวซานหลิง กลัวว่าจ้าว ซานหลิงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันญาติ และเลือกบีบให้เนี่ยเทียนคืน เกราะมังกรเพลิงในเวลาอย่างนี้
เนี่ยเทียนอยู่ในโลกลับมายาของเขา หากเขาลงมือกะทันหัน เนี่ย เทียนก็คงยากจะเลี่ยงภัยครั้งนี้ได้
“ทุกท่านอย่าได้ตื่นตระหนก” จ้าวซานหลิงมองไปยังพวกลู่ย่วนซีด้วย สีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง “หากข้าคิดจะลงมือก็คงลงมือไปนานแล้ว เหตุใด ต้องรอจนถึงตอนนี้?”
“อีกอย่างหากไม่เพราะข้ายื่นมือเข้าแทรกเรื่องครั้งนี้ อาณาจักรหลี เทียน อาณาจักรปุายจั้นก็คงเสียการคุ้มกันไปนานแล้ว จะยังมี สถานการณ์อย่างตอนนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
พอเขาพูดอย่างนี้ พวกลู่ย่วนซีต่างก็สงบสติอารมณ์แล้วยืนนิ่ง
จ้าวซานหลิงหัวเราะเบาๆ มองจ้าวลั่วตงปราดหนึ่ง “พี่ชาย บางทีเจ้า อาจจะยังตัดความรู้สึกฉันญาติไม่ได้ แต่ข้าตัดขาดมันได้นานแล้ว ใน สายตาของข้า ไม่มีญาติมิตร มีเพียงผลประโยชน์ ใครมีประโยชน์ต่อข้า ข้าถึงจะยืนอยู่ข้างคนผู้นั้น ขอโทษด้วย แม้เจ้าจะเป็นเจ้าวิมานสวรรค์ สามารถออกคำสั่งผู้คนได้มากมาย แต่ในมือของเจ้ากลับไม่มีของที่ทำให้ ข้าสนใจได้”
“กะอีแค่เด็กคนหนึ่ง เขาจะมีอะไรให้เจ้าได้?” จ้าวลั่วเฟิงกล่าวเสียง หนัก
“เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” จ้าวซานหลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “ใน ความเป็นจริงแล้ว อีกไม่นานทุกอย่างที่พวกเจ้ายืนกรานรักษาเอาไว้ก็จะ หลุดจากมือของพวกเจ้า ในเมื่ออีกไม่นานตลอดทั้งดินแดนดาวตกจะต้อง อยู่ในการครอบครองของชนต่างเผ่า ข้าก็ยิ่งต้องการเนี่ยเทียนเข้าไป ใหญ่”
หากดินแดนดาวตกถูกชนต่างเผ่ายึดครองอย่างสมบูรณ์แบบ แม้เขา จะอาศัยเวทลับห้วงมิติเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ แต่ปัญหาก็ ต้องมีไม่จบไม่สิ้นแน่นอน
สถานการณ์เช่นนี้บีบบังคับให้เขาจำเป็นต้องไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
และเนี่ยเทียนก็คือกุญแจสำคัญที่บอกว่าเขาจะไปจากดินแดนดาวตก ได้หรือไม่!
“จ้าวซานหลิง เจ้าอย่าได้พูดจาขู่ขวัญผู้คน!” หลิวหมินฮวางตกตะลึง “แพ้ชนะยังไม่มีใครรู้ อาณาจักรเสวียนเทียนยังไม่เสียการปูองกัน ดินแดนดาวตกจะถูกยึดครองได้อย่างไร?”
“ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าตอนนี้พวกเราเป็นฝุายได้เปรียบ!” ตงหลิงเองก็ ตวาดด่าเหมือนกัน
“ได้เปรียบ?” จ้าวซานหลิงเงยหน้ามองท้องฟูามืดทะมึนที่มีฝนห่า ใหญ่เทลงมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ได้เปรียบกะผีน่ะ สิ!”
“มาแล้ว!” เนี่ยเทียนคำรามเบาๆ
เวลาเดียวกันนั้น ปาซือทัวที่ยืนอยู่บนพื้นดินก็แหงนหน้าแผดเสียงร้อง แหลมยาว ทอดสายตามองไกลไปบนนภา
แม้แต่ฝนที่กระหน่ำเทลงมาก็ยังได้รับผลกระทบ ฝนเม็ดใหญ่เปลี่ยน มาเป็นเม็ดเล็กบาง
เรือโบราณทางช้างเผือกที่เก่าแก่ลำหนึ่งทะยานแหวกท้องฟูาที่เต็มไป ด้วยหมู่ดาว ข้ามผ่านปราการห้วงมิติ ค่อยๆ มาปรากฏอยู่ในเส้นสายตา ของผู้คนและเริ่มเห็นได้ชัดอย่างรวดเร็ว
“เรือรบทางช้างเผือก!”
“เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย!”
“ที่ปาซือทัวไม่ได้กระทำการบุ่มบ่ามก็เพราะเขารอวัตถุสิ่งนี้อยู่!”
“ในเมื่อเรือรบทางช้างเผือกโบราณลำนี้เป็นของเผ่าอสูรกาย ปาซือทัวก็ต้องมีวิธีควบคุมมันแน่นอน! ว่ากันว่าเรือรบทางช้างเผือกที่ สามารถเคลื่อนที่ในจุดลึกของทางช้างเผือกแตกต่างไปจากอาวุธวิเศษ ประเภทบินอย่างสิ้นเชิง เรือพวกนี้ทุกลำต่างก็มีพละกำลังในการลอด ทะลวงผ่านฟูาดิน! หินอุกกาบาตนอกโลกหรือลำแสงในห้วงมิติล้วนต้อง ถูกเรือรบทางช้างเผือกพวกนี้ชนจนพังทลายเพื่อช่วยให้เรือแล่นทะยานไป ข้างหน้าต่อไปได้!”
“จบกัน พวกเขาถึงขั้นครอบครองเรือรบทางช้างเผือก คราวนี้พวก เราจบเห่แล้วจริงๆ ไม่ว่าจะหนีไปอยู่อาณาจักรไหน ต่อให้รอยแยกห้วง มิติถูกปิดผนึกหรือค่ายกลนำส่งทั้งหมดถูกระเบิดทิ้ง เรือรบทางช้างเผือก ก็ยังสามารถเดินทางไปถึงได้อยู่ดี!”
“ต่อให้หัวมู่ถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ยึดครองร่าง เกรงว่าเขาก็คงไม่ สามารถต้านทานการโจมตีของเรือรบทางช้างเผือกได้”
เขตวิญญาณทุกคนที่มองเห็นเรือรบทางช้างเผือกต่างก็ร้องคร่ำครวญ ราวกับว่าบนเรือรบทางช้างเผือกมีเทพแห่งความตายนั่งโดยสารมา เพียง แค่มันเผยกายก็ลบเลือนความหวังในหัวใจของพวกเขาให้สูญสิ้น
ความหวาดกลัวก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน ทั้งยังลุกลามไปยันจุดลึก ทางจิตวิญญาณของพวกเขา
“รีบฉวยโอกาสตอนที่ยังมีเวลาให้ทุกคนหนีไปจากอาณาจักรเสวียน เทียนโดยเร็วที่สุด” เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็มีสีหน้าเหมือนขี้เถ้ามอด จ้าว
ซานหลิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเมินเฉย “กลับไปยังอาณาจักรของ ตัวเองแล้วรีบย้ายคนทั้งหมดให้เข้าไปในโลกลับ บางทีโลกลับอาจไม่ ปลอดภัยเต็มร้อย แต่หากเรือรบทางช้างเผือกคิดจะตามหาพวกโลกลับให้ เจอก็ยังจำเป็นต้องใช้เวลา”
“พวกเจ้าจงไปรอความตายอยู่ในโลกลับของตัวเอง รอให้เรือรบทาง ช้างเผือกตามเจอเถอะ”
“ดินแดนดาวตกไร้ทางช่วยเหลือแล้ว ทุกท่าน ไว้เจอกันใหม่”
กล่าวจบจ้าวซานหลิงก็ปรายตามองเนี่ยเทียนปราดหนึ่ง “เก็บหุ่นเชิด เลือดมา พวกเราเองก็เตรียมตัว หากหัวมู่ถูกเรือรบทางช้างเผือกโจมตี ตายเมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าจากไปทันที”
“ไม่ ยังไม่ต้องรีบร้อน ดูเหมือน ดูเหมือน…จะมีอะไรบางอย่าง ผิดปกติ” สีหน้าเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็นแปลกประหลาดอย่างถึง ที่สุด เขาก้มหน้าลงมองหน้าอกของตัวเอง มองตราประทับสะเก็ดดาว สามดวงที่ผสานรวมเข้าไปใต้เนื้อหนังซึ่งตอนนี้มันลอยขึ้นมาแล้วเปลี่ยน มาเป็นชัดเจนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแผ่ไอร้อนแผดเผาทำเอาเขาไม่สบาย ตัว
“มีอะไรรึ?” จ้าวซานหลิงตะลึงพรึงเพริด
——