ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 639 ผลึกระเบิดนภา
“ในที่สุดก็ได้กลับมาถึงดินแดนดาวตกเสียที”
ตี๋ย่าลั่วจากเผ่าอสูรกายบังคับเรือรบทางช้างเผือกให้จอดนิ่ง เขามอง ไปยังพื้นดินเบื้องล่าง เมื่อเห็นคนในเผ่าที่หน้าตาคุ้นเคยก็เกิดความฮึกเหิม อย่างถึงที่สุด
หลังจากที่พวกเขาบินออกจากอาณาจักรอั้นหมิง เนื่องจากสูญเสีย การนำทางจากไข่มุกวิญญาณมืดจึงได้แต่ถูกบีบให้ต้องจอดนิ่งอยู่ในมุม หนึ่งของทางช้างเผือก
ภายหลังเมื่อได้รับการชี้นำจากปาซือทัว รู้ว่าปาซือทัวจะเดินทาง มายังดินแดนดาวตก พวกเขาถึงได้วางใจและรอคอยอย่างอดทน
ตี๋ย่าลั่วรู้ดีว่าด้วยพลังในการต่อสู้ของพวกเขาไม่กี่คน หากคิดจะ เดินทางมายังดินแดนดาวตกล่วงหน้า ไม่เพียงแต่ไม่สามารถอาศัยเรือรบ ทางช้างเผือกลำนี้โจมตีเผ่ามนุษย์ อาจยังต้องสูญเสียเรือลำนี้ไปด้วย
ดังนั้นพวกเขาถึงได้อดทนรอด้วยความใจเย็น รอให้รอยแยกห้วงมิติ ทั้งหกเส้นเปิดออกแล้วคนในเผ่าบุกเข้ามาในดินแดนดาวตก รอฟังข่าว จากปาซือทัวเสียก่อน พวกเขาถึงได้เดินทางย้อนกลับมายังดินแดนดาว ตกอีกครั้ง
วันนี้พวกเขาข้ามผ่านทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่กลับคืนมาสู่ดินแดน ดาวตกได้สำเร็จแล้ว!
“เมื่อครู่นี้ตอนที่พวกเราข้ามผ่านชั้นบรรยากาศของอาณาจักรเสวียน เทียน ข้าพลันรู้สึกได้ถึงวิกฤตอันรุนแรง” อสูรกายคนหนึ่งขมวดคิ้ว “ก็ไม่ รู้ว่าทำไม ข้าถึงได้รู้สึกทะแม่งๆ”
“มีอะไรผิดปกติตรงไหน?” ตี๋ย่าลั่วสุขุมอย่างมาก “ใต้เท้าปาซือทัวอยู่ ด้านล่าง อีกเดี๋ยวเขาก็จะมาที่นี่ ในมือของเขามีหินผลึกพลังงานที่เรือรบ ทางช้างเผือกลำนี้ต้องการ หินผลึกเหล่านั้นสามารถเปิดใช้ผลึกระเบิด นภาที่ถูกปิดผนึกมานานหลายปี! ผลึกระเบิดนภาน่ากลัวมากแค่ไหน พวกเจ้าล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ!”
“ก็จริง หากใช้ผลึกระเบิดนภาโจมตีไปยังพื้นดินเมื่อไหร่ เผ่ามนุษย์ นอกจากเขตดินแดนแล้วก็ไม่มีใครต้านทานมันได้อีก!” คนผู้นั้นพลัน วางใจลงได้
“เรือรบทางช้างเผือก! เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย!”
“คุณพระช่วย! นี่ถึงกับมีเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายข้ามผ่าน ทางช้างเผือกมาถึงเชียวหรือนี่!”
“ศึกนี้ อาณาจักรเสวียนเทียนไม่มีทางได้เป็นผู้ชนะแน่นอน!”
เขตสามัญ เขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในค่ายกลวาสนาห้าธาตุของ วิมานสวรรค์ต่างก็เงยหน้ามองท้องฟูาด้วยความกระวนกระวายไม่เป็นสุข
วินาทีที่เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายลำนั้นเผยกายก็ได้ทำลาย ความมั่นใจของพวกเขาไปจนสิ้นซาก
ไม่นานหินส่งข้อความเสียงในมือของพวกเขาก็ทยอยกันมีข้อความ เสียงส่งออกมา
“เจ้าสำนักให้พวกเราถอยทัพออกจากอาณาจักรเสวียนเทียน!”
“ท่านผู้นำบอกแล้วว่าให้ออกจากอาณาจักรเสวียนเทียนทันที!”
“ไปกันเถอะ! อาณาจักรเสวียนเทียนจบเห่แล้ว ยิ่งจากไปเร็วเท่าไหร่ก็ ยิ่งดีเท่านั้น!”
เพราะหัวมู่กลายเป็นปีศาจ ผู้แข็งแกร่งของแต่ละสำนักที่หนีจากสี่ ด้านแปดทิศเข้าไปอยู่ในค่ายกลวาสนาห้าธาตุของวิมานสวรรค์ต่างก็ได้รับ ข้อความว่าไม่ให้อยู่ต่อ แต่ละคนจึงพุ่งตัวไปยังค่ายกลนำส่งห้วงมิติอย่าง ไม่พูดพร่ำทำเพลง
ยังดีที่วิมานสวรรค์มีรากฐานอันน่าตะลึง พวกเขาจึงมีค่ายกลนำส่ง มากพอให้ใช้ เงาร่างแต่ละสายจึงพุ่งเข้าไปในค่ายกลนำส่งแล้วหายวับไป อย่างรวดเร็ว
อู๋หยาจากวิมานสวรรค์มิอาจห้ามปรามได้ ได้แต่มองเขตสามัญ เขตลี้ ลับที่เร่งรุดจากแต่ละอาณาจักรมาให้ความช่วยเหลือวิมานสวรรค์เผ่นหนี กระเจิงราวสุนัขที่ไร้เจ้าของ
ไม่นานนัก วิมานสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ก็เหลือแต่ผู้ฝึกลมปราณของวิมาน สวรรค์เท่านั้น
แม้แต่วังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋ที่มีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับวิมานสวรรค์ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะยืนหยัดปกปูองวิมานสวรรค์ให้ถึงที่สุดก็ยัง ทยอยกันจากไป
“ฟิ้ว!”
แสงสีเขียวเส้นหนึ่งพลันทะยานขึ้นสู่ฟากฟูา พริบตาเดียวก็ไปถึงเรือ รบทางช้างเผือกลำนั้น
ม่านแสงสีเขียวชั้นหนึ่งพลันแผ่ขึ้นจากเรือรบทางช้างเผือกหลังจากที่ เงาร่างนั้นลดตัวลงบนลำเรือ
ในม่านแสงสีเขียวที่มีวิญญาณร้ายนับพันนับหมื่นว่ายเวียน มี สายเลือดหลายเส้นทยอยกันเผยตัวขึ้นมาก็กลายเป็นเขตอาคมบางอย่าง ที่ลึกลับเกินคาดเดาซึ่งปกคลุมเรือรบทางช้างเผือกไว้อย่างแน่นหนา
“เป็นปาซือทัว! เขาขึ้นไปบนเรือรบทางช้างเผือกแล้ว!” หลิวหมินฮ วางสีหน้างหดหู่ เสียงที่เปล่งออกมาแทบจะเรียกได้ว่าแหบโหย “เขาเป็น ผู้นำของชนต่างเผ่าที่มาในครั้งนี้ ทั้งยังมีสายเลือดระดับเจ็ดด้วย เขาต้องรู้ วิธีควบคุมเรือรบทางช้างเผือก ศึกนี้ไม่มีทางที่จะชนะอีกแล้ว”
จ้าวลั่วเฟิง หลิงตง ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณทุกคนต่างก็พลันเงียบงัน
แม้แต่เทพเพลิงเซี่ยอี้ก็ยังขมวดคิ้วเป็นปม มองวัตถุมโหฬารลำนั้นที่ตั้ง ตระหง่านอยู่กลางอากาศ ในใจพลันบังเกิดความสิ้นหวัง “นึกไม่ถึงเลยว่า สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงมาถึงขั้นนี้ หากรู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก…” ในที่สุด เขาก็เริ่มเสียใจ เสียใจที่ตนเองควรลงมือตั้งแต่แรก ไม่ใช่มัวแต่บีบให้เนี่ย เทียนมอบเกราะมังกรเพลิงมาให้
เขาที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย เดิมทีมีความมั่นใจว่าจะต่อสู้กับ ปาซือทัวได้ ต่อให้ย่ำแย่แค่ไหนก็ยังเล่นงานให้ปาซือทัวมิอาจทำอะไรได้ สมใจปรารถนา
หากเขาร่วมมือกับผู้นำสามคนของพรรคคิชกูฏตั้งแต่แรก บางที อาจจะทำให้ปาซือทัวบาดเจ็บสาหัสไปแล้วก็เป็นได้
ตอนนี้เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายมาเยือนดินแดนดาวตก ชนต่างเผ่ามีอานุภาพน่าครั่นคร้ามมากพอจะกวาดล้างทั้งอาณาจักร เสวียนเทียน จากนั้นก็ตามมาด้วยอาณาจักรอื่นๆ และตำหนักเทพเพลิงก็ คงยากที่จะพ้นภัยครั้งนี้ไปได้
ต่อให้เขาพาลูกน้องในตำหนักเทพเพลิงไปซ่อนตัวอยู่ในโลกลับ ก็ใช่ ว่าจะปลอดภัยเต็มที่
ก่อนหน้านี้ที่เขาไร้ซึ่งความหวาดกลัวก็เพราะเรือรบทางช้างเผือกยัง ไม่ปรากฏตัว เขาคิดว่าหากเข้าไปในพื้นที่ลับเมื่อไหร่ ชนต่างเผ่าพวกนั้นก็ ทำอะไรพวกเขาไม่ได้
ทว่าตอนนี้…
“ตูม!”
ขณะที่ทุกคนกำลังลนลานทำอะไรไม่ถูก ในเรือรบทางช้างเผือกที่ ลอยตัวสูงอยู่กลางอากาศก็พลันมีลำแสงพลังงานหนาใหญ่เส้นหนึ่งพวย พุ่งออกมา
ลำแสงนั้นโจมตีลงมาเบื้องล่าง ทุกคนต่างก็รู้สึกได้ว่าห้วงเวลาถึงขั้น เกิดการบิดเบือน
ลำแสงพลังงานผลึกใสประกอบขึ้นมาจากเส้นผลึกจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งมันคล้ายจะแฝงเร้นปริศนาแห่งฟูาดิน พกพาเอาความยิ่งใหญ่เกรียง ไกรและปราณน่าหวาดกลัวที่ชำระล้างหมื่นสรรพสิ่ง
สิ่งเดียวที่ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกใจก็คือเปูาหมายแรกที่ลำแสงพลังงาน นั้นโจมตีไปไม่ใช่หัวมู่ที่ธาตุไฟเข้าแทรก
“สำนักของข้า!” จ้าวลั่วเฟิงร้องคำรามเดือดดาล
เปูาหมายแรกซึ่งลำแสงน่าหวาดกลัวที่ใหญ่โตจนเกินจินตนาการโจมตี ไปกลับเป็นตำหนักโบราณที่ถูกค่ายกลวาสนาห้าธาตุโอบล้อมเอาไว้!
รอจนลำแสงพลังงานที่หนาใหญ่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ลำนั้นกระแทก ลงบนยอดตำหนักของวิมานสวรรค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในหมู่เมฆ ค่ายกล วาสนาห้าธาตุที่ปกปูองวิมานสวรรค์มานานหลายล้านปี ต่อให้ถูกชนต่าง เผ่าโจมตีติดต่อกันมาหนึ่งเดือนกว่าก็ยังมิอาจทำลายได้ มาบัดนี้กลับแตก กระจายกลายเป็นจุดแสงห้าสีที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องนภา
“ครืนๆๆ!”
พื้นดินของอาณาจักรเสวียนเทียนสั่นไหว หลังจากที่ค่ายกลวาสนาห้า ธาตุแตกสลาย ตำหนักโบราณยิ่งใหญ่ดุจขุนเขาซึ่งสูงหลายพันเมตรหลัง นั้นก็ราวกับกลายเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นเศษเล็ก เศษน้อย
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดถึงขีดสุดดังออกมาจากในวิมาน สวรรค์ที่พังทลาย ทว่าเพียงแค่ครู่เดียว ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
เสียงร้องเหล่านั้นดังมาจากคนของสำนักวิมานสวรรค์ที่ยังยืนหยัดไม่ จากไปไหน และเพียงแค่การโจมตีเดียว เขตสามัญและเขตลี้ลับมากมายก็ ตายดับไปทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา!”
ภูตผีปีศาจที่เลือดหวนคืนสู่บรรพบุรุษมองวิมานสวรรค์ที่ระเบิด กระจายด้วยสายตาเย็นชา เป็นครั้งแรกที่ใช้ภาษามนุษย์กล่าวว่า “ปืน ใหญ่ผลึกแหวกนภามีอยู่ในตระกูลของใต้เท้าปาซือทัว ตอนนี้หลงเหลือ แค่สองลำ ลำแรกใช้ปกปูองตระกูลของพวกเขา อีกลำหนึ่งใช้ทำสงคราม นอกอาณาจักร ในเมื่อปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาที่ถูกทิ้งไว้ในดินแดนดาวตก ถูกหาเจอแล้ว นี่ก็คือวันสิ้นโลกของเผ่ามนุษย์อย่างพวกเจ้า”
“พวกเจ้าควรรู้สึกเป็นเกียรติ เพราะเพียงแค่ดินแดนดาวตกกระจอกๆ แห่งหนึ่งกลับถึงขั้นต้องใช้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาทำลาย พวกเจ้าควร จะภาคภูมิใจในตัวเอง”
“นับล้านปีที่ผ่านมา ฟูาดินที่ถูกตระกูลใต้เท้าปาซือทัวใช้ปืนใหญ่ผลึก แหวกนภากำราบ มีที่ไหนบ้างที่เล็กกว่าดินแดนดาวตกของพวกเจ้า”
เขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ที่ได้ยินคำพูดเย้ยหยันอย่างเหิมเกริมของเขา ต่างก็จนด้วยคำพูด เถียงไม่ออก
การโจมตีของปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาทำให้ค่ายกลวาสนาห้าธาตุแตก กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้ตำหนักสูงใหญ่หลายพันเมตรกลายเป็น
ซากปรักหักพังไปในพริบตา อานุภาพค้ำฟูาหาได้ยากเช่นนี้เกรงว่าต่อให้ผู้ เฒ่าประหลาดคนนั้นเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้สำเร็จก็ยังไม่อาจต้านทานได้
เผชิญกับพลานุภาพสวรรค์เช่นนี้ ในดินแดนดาวตกจะยังมีใครทัดทาน มันได้บ้าง?
นอกจากความเงียบงัน นอกจากความสิ้นหวัง พวกเขายังจะทำอะไร ได้อีก?
“ผู้อาวุโสจ้าว โปรดข้าพาไปยังจุดรอยแยกห้วงมิติที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวกำราบเอาไว้!” เนี่ยเทียนคำรามเบาๆ
จ้าวซานหลิงแค่มองเขาปราดเดียวโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะแหวกรอย แยกห้วงมิติเส้นหนึ่งและพาเนี่ยเทียนข้ามผ่านไป
“จ้าวซานหลิงพาเนี่ยเทียนหนีไปแล้ว” หลิวหมินฮวางหน้าเปลี่ยนสี คล้ายพลันนึกถึงเรื่องน่าปวดหัวขึ้นมาได้ เขาจึงละล่ำละลักพูดขึ้นว่า “วิมานสวรรค์ระเบิดกระจาย ค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยัง อาณาจักรภายนอกน่าจะถูกทำลายไปหมดแล้ว มีเพียงจ้าวซานหลิง เท่านั้นที่ยังพอพาพวกเราไปจากอาณาจักรเสวียนเทียนได้!”
“จุดรอยแยกห้วงมิติที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวผนึกเอาไว้ก็คือ ประตูที่ชนต่างเผ่าเยื้องกรายเข้ามาในอาณาจักรเสวียนเทียน ที่นั่นเหมาะ ให้จ้าวซานหลิงสร้างค่ายกลนำส่งมากที่สุด! ค่ายกลนำส่งที่เขาซ่อนไว้ใน อาณาจักรเสวียนเทียนต้องอยู่ที่นั่นแน่!”
พอจบคำพูด เขตวิญญาณทั้งหมดที่ยังอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียน ต่างก็หน้าเปลี่ยนสี
ได้เห็นอานุภาพร้ายกาจของปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา พวกเขาต่างก็ไม่ เหลือความคาดหวังใดๆ ต่ออาณาจักรเสวียนเทียน รู้ดีว่าอาณาจักร เสวียนเทียนถึงคราวตกต่ำอย่างที่ไม่อาจหวนคืนได้อีกแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงไปจากอาณาจักรเสวียนเทียนเท่านั้น ถึงจะพอเหลือทางรอด
แม้ว่า ทางรอดนั้น…จะริบหรี่เต็มที แต่หากออกไปจากอาณาจักร เสวียนเทียนได้ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังพอมีลมหายใจให้ต่อชีวิต
“ไปทางนั้น!”
จ้าวลั่วเฟิงฝืนข่มกลั้นความเจ็บปวด มองตงหลิงปราดหนึ่งแล้วบินไป ยังตำแหน่งรอยแยกห้วงมิติที่ถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวผนึกเอาไว้
เพราะหลังจากที่จ้าวซานหลิงพาเนี่ยเทียนจากไป รอยแยกห้วงมิติ เส้นนั้นก็ปิดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆ จึงได้แต่บินไปตรงจุดนั้น ยัง ดีที่พื้นที่แห่งนั้นไม่ไกลมากเท่าไหร่ พวกเขาจึงยังพอมีความหวังกันอยู่ บ้าง
เพราะอย่างไรซะหัวมู่ที่ธาตุไฟแตกซ่านก็ยังอยู่ หากเป็นไปตามที่ คาดคิด การโจมตีครั้งที่สองของปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาก็ต้องเป็นหัวมู่ อย่างแน่นอน
“พวกเขาหนีแล้วรึ” เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดคนหนึ่งขมวดคิ้วพูด
“หนี? จะหนีไปที่ไหนได้?” ภูตผีปีศาจที่สายเลือดหวนคืนบรรพบุรุษ ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “มีเรือรบทางช้างเผือกอยู่ ในมีที่ใดในอาณาจักรทั้งเก้า
ของดินแดนดาวตกบ้างที่มันไปไม่ได้? แถมอาณาจักรพวกนี้ยังห่างกันไม่ มาก เวลาแค่ครึ่งเดือน เรือรบทางช้างเผือกก็ไปถึง พวกเราสามารถ จัดการไปได้ทีละแห่ง และฆ่าพวกเขาให้ตายกันให้หมด”
“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา รอให้ใต้เท้าปาซือทัวใช้ปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาสังหารเจ้าคนที่ถูกเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ยึดร่างเสียก่อน พวกเรามี เวลาอีกมากให้เล่นแมวจับหนูกับเจ้าคนพวกนี้”
“หึ สันดานชั่วช้าของเผ่ามนุษย์ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ” ผู้แข็งแกร่ง เผ่าทมิฬแสยะปากหัวเราะเสียงหยัน “ผู้แข็งแกร่งทั้งหมดของพวกเขามา รวมตัวกันอยู่ที่นี่ กลับไม่ยอมสู้ตาย แต่เลือกจะหนีกันไปคนละทิศละทาง รอจนพวกเขากระจายตัวกันไปแล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องใช้ปืนใหญ่ผลึก แหวกนภาก็สามารถสังหารพวกเขาไปทีละคนได้”
ผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ของชนต่างเผ่าต่างก็มองพวกจ้าวลั่วตงจากไปโดย ไร้ซึ่งความกังวล
……
“เนี่ยเทียน! เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ตรงกลางของยอดเขาใหญ่โตทั้งสามลูก จ้าวซานหลิงสีหน้าหนักอึ้ง สายตามีความร้อนรนน้อยๆ
“ยังมีโอกาส ยังมีโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์!” เนี่ยเทียนสูดลม หายใจเข้าลึก ก่อนจะฉีกกระชากสาบเสื้อตรงหน้าอกออกจากกัน ทันใด นั้นตราประทับสะเก็ดดาวที่โบราณสามดวงซึ่งส่องแสงราวดวงดาวเจิดจ้า
ก็พลันบินออกมาคล้ายดาวตกที่พุ่งเข้าไปยังใจกลางของภูเขายักษ์ทั้งสาม ลูก
“นี่คือ?” จ้าวซานหลิงตัวสั่นสะท้าน
“วินาทีที่เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศ ของอาณาจักรเสวียนเทียน ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่นาบอยู่ใน ร่างของข้าก็มีปฏิกิริยาตอบสนองแล้ว” จุดลึกในดวงตาของเนี่ยเทียนมี สะเก็ดดาวเก้าดวงพร่างพราว “หากข้าเดาไม่ผิด พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวต้องทิ้งวิธีรับมือไว้ในอาณาจักรเสวียนเทียน และหากเรือรบ ทางช้างเผือกจากนอกโลกเยื้องกรายมาถึงที่นี่เมื่อไหร่ก็จะไปกระตุ้นวิธี รับมือที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้!”
“วิธีรับมือที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้?!” จ้าวซานหลิง ร้องอุทานด้วยความตกใจ
“ถูกต้อง!”
——