ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 643 ชื่อเสียงระบือไกล
เจินฮุ่ยหลันนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะพลันพูดขึ้นว่า “เนี่ยเทียน เจ้า กับฉีฉีไปที่อื่นก่อน ข้าและศิษย์พี่รองมีเรื่องจะคุยกันเป็นการส่วนตัว”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับแล้วจากไปตามคำสั่ง
ไม่นานเขาและเผยฉีฉีสองคนก็มาถึงพื้นที่อีกแห่งหนึ่งของเทือกเขาฮ ว้านคง
เผยฉีฉีที่สีหน้าเฉยเมยเป็นฝุายหยุดเดินก่อน
“ศิษย์พี่หญิงเผย เจ้า…มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง?” เนี่ยเทียนถาม อย่างห่วงใย
เขารู้มาโดยตลอดว่าเผยฉีฉีได้รับปราณเลือดลึกลับเส้นหนึ่งที่แฝงเร้น ความลี้ลับของพลังห้วงมิติจากฟูาดินลึกลับแห่งนั้น และนางเองก็ต่อสู้กับ ปราณเลือดเส้นนั้นอยู่ตลอดเวลา
“สบายดีมาก” เผยฉีฉีเหลือบมองเขาหนึ่งที “ปราณเลือดที่ซุกซ่อน ความลับของห้วงมิติเส้นนั้น ข้าสามารถชุบหลอมได้สำเร็จแล้ว มันช่วยให้ ข้าเลื่อนสู่เขตสามัญ หลังจากนี้ก็คงไม่น่าจะต้องปวดหัวเพราะมันอีก”
“เขตสามัญ!” เนี่ยเทียนสีหน้าฮึกเหิม รีบพูดทันทีว่า “ยินดีกับศิษย์พี่ หญิงเผยด้วย”
“ข้าได้ยินมาว่าตอนอยู่อาณาจักรปุายจั้น เจ้าเคยรับปากพวกผู้อาวุโส จงเจิงว่าในอนาคต เจ้ามีความสามารถที่จะพาพวกเขาเดินออกไปจาก
ดินแดนดาวตก” ดวงตาของเผยฉีฉีพลันเปล่งประกาย ฉายความสนใจ อย่างเห็นได้ชัด
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ พยักหน้า ไม่ปฏิเสธ “ผู้อาวุโสจ้าวช่วยเหลือข้า หลายครั้งก็เพราะเรื่องนี้”
“เจ้าทำได้จริงๆ รึ?” เผยฉีฉีกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้ยังไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่เมื่อข้าฝุาทะลุขอบเขต ต้องสามารถ หาทางได้อย่างแน่นอน” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อาศัยพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสินะ?” เผยฉีฉีพูด
“อืม ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่แล้ว”
“เนี่ยเทียน ถ้าหาก…ถ้าหากมีวันนั้นจริงๆ เจ้าพาข้าไปด้วยได้ไหม?”
“หา? เจ้าก็อยากไปจากดินแดนดาวตกเหมือนกันหรือ?”
จบคำพูดของเขา เผยฉีฉีพลันเงียบงัน ไม่พูดอยู่เป็นนาน
เนิ่นนานหลังจากนั้น นางถึงได้ก้มหน้าลงต่ำ กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่ “เดิมทีข้าคิดว่าสถานที่ที่พวกเราไปเยือนก่อนหน้านี้คือสถานที่ที่ซวีเฉิง ย้ายไปเมื่อปีนั้น พอไปแล้วถึงได้เข้าใจว่า ที่นั่น…ไม่ใช่อาณาจักรที่ซวีเฉิง ค้นพบ หากญาติของข้ายังอยู่ ญาติของข้าก็น่าจะอยู่ในฟูาดินที่ซวีเฉิง ค้นหาเจอ”
“นอกจากนี้ ข้าเองก็อยากหาที่มาของสายเลือดพิเศษในกายข้าด้วย”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนเข้าใจได้ทันที “ตกลง หากข้ามี ความสามารถนั้นจริงๆ และหาทางออกเจอ ข้าจะบอกให้เจ้ารู้”
“ขอบคุณ”
คนทั้งสองพูดคุยกันเรื่องแล้วเรื่องเล่า เนี่ยเทียนได้รู้จากปากเผยฉีฉีว่า หลังจากที่นางและเจินฮุ่ยหลันสองคนไปจากอาณาจักรเลี่ยคงก็ได้ไปที่ สำนักอาวุธในอาณาจักรต้าฮวาง
ภายหลังตอนที่วิมานสวรรค์เชื้อเชิญทุกฝุาย ฉีป๋ายลู่ก็ได้พาเขตสามัญ และเขตลี้ลับของสำนักอาวุธเดินทางมายังอาณาจักรเสวียนเทียน
เจินฮุ่ยหลันและเผยฉีฉีสองคนไม่ได้เข้าร่วมด้วย แต่เรื่องราวทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรเสวียนเทียน ไม่ว่าจะเป็นหัวมู่ธาตุไฟเข้าแทรก การ เยื้องกรายมาถึงของเรือรบทางช้างเผือกเผ่าอสูรกาย เนี่ยเทียนเชื่อมโยง ยอดเขาทั้งสามลูกของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเพื่อโจมตีเรือรบทาง ช้างเผือกจนปาซือทัวตายอนาถ เจินฮุ่ยหลันและนางต่างก็รู้เรื่องราวอย่าง ชัดเจน
หลังจากสถานการณ์ในอาณาจักรเสวียนเทียนมั่นคง เจินฮุ่ยหลันก็พา นางกลับมาแล้วบอกข่าวไปทั่ว ให้คนของกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและ เดือนดับไม่ต้องซ่อนตัวอีกต่อไป
คนทั้งสองคุยกันไปคุยกันมา ในที่สุดเจินฮุ่ยหลันก็ตามมาหา
“เนี่ยเทียน กลับไปที่เมืองโพ่เมี่ยกับข้าก่อนเถอะ” พอเจินฮุ่ยหลันมา ถึงก็กล่าวขึ้นทันที “ค่ายกลนำส่งของเมืองโพ่เมี่ยถูกข้าสร้างขึ้นมาใหม่ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้ว ถึงเวลานั้นไม่ว่าเจ้าจะไปอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรปุายจั้นก็ล้วนเดินทางไปถึงได้โดยตรง”
“ผู้อาวุโสจ้าวล่ะขอรับ?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ต้องสนใจเขา เขาจำเป็นต้องใช้เวลาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติทั้ง หกเส้นนั้น” เจินฮุ่ยหลันสีหน้าเคร่งเครียด “รอยแยกห้วงมิติทั้งหกเส้น ไม่ใช่เล็กๆ ต่อให้เป็นเขาเองก็ยังไม่ง่ายนัก ในระยะเวลาสั้นๆ เขายังไม่ อาจไปจากเทือกเขาฮว้านคง แต่ก่อนหน้านี้เขาได้บอกกับข้าว่า รอจนเขา จัดการเรื่องในเทือกเขาฮว้านคงเสร็จจะไปตามหาเจ้าเอง”
“เขาตอบรับท่านได้อย่างไร?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
จากที่เขารู้จักจ้าวซานหลิงมา นอกเสียจากว่าจะมีผลประโยชน์และ ค่าตอบแทนที่มากพอ หาไม่แล้วคนผู้นี้ก็ไม่มีทางยื่นมือช่วยเหลือใคร เด็ดขาด
และก็เห็นได้ชัดว่าการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติทั้งหกเส้นนั้นไม่ใช่เรื่อง ง่าย ไม่เพียงแต่ทำให้จ้าวซานหลิงต้องเสียเวลามาก เขายังต้องจ่าย ค่าตอบแทนไม่น้อย เจินฮุ่ยหลันใช้วิธีการใดกันแน่ถึงเกลี้ยกล่อมเขาได้?
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องสนใจหรอก” เจินฮุ่ยหลันถอนหายใจหนึ่งที ก่อน จะกล่าวว่า “เจ้าจงจำไว้ว่า ยามที่ไปมาหาสู่กับเขา ต้องระวังตัวให้มาก ที่ ตอนนี้เขาช่วยเจ้าทุกเรื่องก็เพราะบนร่างเจ้ายังมีสิ่งที่เขาสามารถยืมใช้ได้ แต่หากเจ้าหมดมูลค่าเมื่อไหร่ ขอแค่เขาอารมณ์ไม่ดี เขาก็อาจจะรู้สึกว่า เจ้าเป็นภัยคุกคาม และอาจถึงขั้นลงมือสังหารเจ้าอย่างไม่ลังเล”
“ข้ารู้จักเขาดี เขาไม่เหมือนหัวมู่ ในสายตาของเขาไม่มีคำว่าญาติมิตร ทั้งยังไม่มีทางมองเจ้าเป็นเด็กรุ่นหลังที่ต้องอบรมสั่งสอน”
“เจ้าต้องระวังเขาให้มาก”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี จดจำคำสอนของอีกฝุายไว้เงียบๆ ก่อนจะพูด ว่า “ขอบคุณท่านมากที่เตือนข้า ข้าจะระวังตัวให้มาก พยายามไม่ให้เขา หาโอกาสสังหารข้าได้”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ดี พวกเรากลับเมืองโพ่เมี่ยกันเถอะ” เจินฮุ่ยหลันก ล่าว
ทันใดนั้นนางก็ยื่นมือไปแหวกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งแล้วพาเนี่ย เทียนกับเผยฉีฉีมาปรากฏตัวอยู่ที่เมืองโพ่เมี่ย
สถานที่ที่คนทั้งสามเยื้องกรายมาถึงก็คือที่พักซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขา เคยอยู่อาศัยในเมืองโพ่เมี่ย พอมาถึง เจินฮุ่ยหลันก็ทิ้งเนี่ยเทียนและเผย ฉีฉีไว้ที่นี่ ส่วนตัวนางเดินทางไปยังจุดศูนย์กลางของเมืองโพ่เมี่ยเพื่อสร้าง ค่ายกลนำส่งที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรอื่นๆ
“เนี่ยเทียน! ในที่สุดก็ได้เจอกับเจ้าเสียที!”
หลี่เหย่ที่หายตัวไปนานเดินออกมาจากห้องหลอมอาวุธของเขาด้วยสี หน้ากระตือรือร้น “ตอนนั้นพรรคคิชกูฏสมควรตายนั่นดันหลอกข้าว่าจะ พาไปที่เทือกเขาฮว้านคง แต่ดันข้าพาไปยังศูนย์บัญชาการของพรรคคิช กูฏที่อาณาจักรปิงเฟิงเสียได้ ต้องให้ข้าไปอยู่ที่บ้าๆ นั่นเสียนาน เดิมทีข้าก็ ควรจะได้ไปที่สถานที่ลึกลับแล้วร่วมต่อสู้กับเจ้าและศิษย์พี่หญิงสิ!”
“นี่เจ้าถึงกับ ถึงกับเลื่อนสู่เขตสามัญแล้วรึนี่?” เนี่ยเทียนตะลึงงาน
“นายท่านอย่างข้ามีพรสวรรค์เลิศล้ำไม่เป็นรองใคร ตอนอยู่ใน พรรคคิชกูฏที่จืดชืดน่าเบื่อแห่งนั้น ข้าว่างงานไม่มีอะไรทำเลยตั้งใจฝึกตน อยู่เงียบๆ” หลี่เหย่กล่าวอย่างลำพองใจ พูดโอ้อวดตนต่อไปว่า “เจ้าต้องรู้
นะว่าสำหรับข้าแล้ว อันที่จริงการฝุาทะลุขั้นนั้นง่ายดายมาก ในสายตา ของข้า พวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติของดินแดนดาวตกล้วนเทียบไม่ได้แม้แต่ ผายลม หากข้าตั้งใจฝึกตนกว่านี้ ปีนั้นก็ไม่มีหนิงหยางที่สูงส่งเป็นอันดับ หนึ่งในเก้าอาณาจักรแล้ว!”
หลี่เหย่อ้วนกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ขณะที่พูดเนื้อไขมันทั่วร่างจึง กระเพื่อมไหวไม่หยุด
คราวก่อนเนื่องจากรอยแยกห้วงมิติหกเส้นเปิดออก อาณาจักรเลี่ยคง โกลาหลอย่างหนัก เจินฮุ่ยหลันจึงสั่งให้หูหรงจากพรรคคิชกูฏหลอกหลี่เห ย่ไปอยู่ที่อื่น
ที่ทำอย่างนี้ก็เพราะว่าถึงแม้เจินฮุ่ยหลันจะรู้ว่าหลี่เหย่มีพรสวรรค์โดด เด่นแค่ไหน แต่แท้จริงแล้วเขาไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้ เขาแค่ลุ่มหลงอยู่กับ การหลอมอาวุธเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าอาณาจักรเลี่ยคงวุ่นวายจนอยู่ต่อไปไม่ได้ เจินฮุ่ยหลันที่ ต้องพาเผยฉีฉีไปสำรวจฟูาดินลึกลับกลัวว่าจะดูแลเขาไม่ทั่วถึงจึงส่งตัวเขา ไปอยู่ที่อื่น
คิดไม่ถึงว่าถึงแม้ไอ้หมอนี่จะไม่ผ่านการขัดเกลาจากการต่อสู้ใดๆ ลำพังเพียงแค่ตั้งใจฝึกตนช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาศัยวิถีทางแห่งการหลอม อาวุธ กลับเลื่อนสู่เขตสามัญได้แล้ว
ขนาดเผยฉีฉีที่เจอกับความมหัศจรรย์มากมาย ได้รับปราณเลือดที่ นาบประทับความลี้ลับของพลังห้วงมิติมาจากแผ่นดินเบื้องบน ผ่าน
ประสบการณ์เสี่ยงภัยมานับไม่ถ้วน เจอกับการขัดเกลาที่ยากลำบากก็ยัง มีขอบเขตเทียบเท่ากับเขาเท่านั้น
ความเร็วในการเติบโตที่ผิดปกติของหลี่เหย่ทำให้เนี่ยเทียนที่ ภาคภูมิใจในตัวเองมาโดยตลอดพลันรู้สึกว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรม
หากไอ้หมอนี่ไม่หลงรักการหลอมอาวุธ แต่เป็นเหมือนเซี่ยอี้เทพเพลิง ที่ศึกษาวิถีแห่งการเข่นฆ่าจากเปลวเพลิง หากมุมานะกว่านี้อีกนิด ความสำเร็จในวันหน้าของเขาเกรงว่าคงมีแต่จะสูงกว่าเซี่ยอี้
ในชีวิตเจินฮุ่ยหลันที่รับลูกศิษย์เพียงสองคน แต่ละคนช่างผิดปกติดั่ง มารไม่น้อยหน้ากันจริงๆ
“เนี่ยเทียน ตอนนี้เส้นทางการหลอมอาวุธของนายท่านหลี่อย่างข้าได้ ฝุาทะลุไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว” หลี่เหย่โคลงศีรษะโอ้อวดตน “เจ้าคิดจะหลอม อาวุธไหม? ขอแค่ในมือเจ้ามีวัตถุดิบมีค่ามากพอ นำมามอบให้ข้า ข้า สามารถหลอมอาวุธที่ดีกว่าดาราเพลิงกาฬให้เจ้าได้! ด้วยความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าและข้า ข้าลดราคาให้ได้ จะเก็บหินวิเศษจากเจ้าน้อยกว่าคน อื่น”
“เจ้าอย่าบอกข้านะว่าเจ้าหลอมอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณได้แล้ว?” เนี่ย เทียนหรี่ตาพูด
“เอ่อ คือว่า นอกจากอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณแล้ว อย่างอื่นล้วนหลอม ได้หมด” หลี่เหย่รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “อาวุธระดับเชื่อมโยง วิญญาณ ข้ายังไม่เคยลองมาก่อน กลัวก็แต่…กลัวก็แต่จะไม่สำเร็จ แต่ว่า นะ อาวุธระดับสูงขั้นเจ็ด ตอนนี้ข้ามั่นใจแล้วว่าหลอมได้ ขอแค่มีวัตถุดิบ
ที่เหมาะสมมากพอ ข้าก็สามารถหลอมอาวุธที่พิเศษเฉพาะตัวให้กับคนคน หนึ่งได้!”
“ขนาดอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณเขายังมีแล้ว จะยังต้องการเจ้าไปอีก ทำไม?” เผยฉีฉีเอ่ยแทรกเสียงเย็น ก่อนจะหันไปพูดกับเนี่ยเทียน “ผู้นำ ของกะโหลกเลือดพาสมาชิกของกะโหลกเลือดกลับมายังเมืองโพ่เมี่ยแล้ว หากเจ้าต้องการฝึกบำเพ็ญตนก็ไปที่ห้องฝึกตนในศูนย์บัญชาการของ กะโหลกเลือดได้ พวกเขายินดีให้เจ้าใช้โดยไม่คิดใช้จ่าย”
“อย่าว่าแต่กะโหลกเลือดเลย ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในอาณาจักรเลี่ย คง เนี่ยเทียนผู้นี้ก็สามารถไปได้ทั่ว” หลี่เหย่อิจฉาอย่างมาก “ทางฝุาย เดือนดับ เปลวอัคคี ขอแค่เจ้าไปเยือนก็ย่อมได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดี ขนาดวิมานสวรรค์เจ้ายังกล้าฉีกหน้า หรือแม้แต่เซี่ยอี้ก็ยังไม่กล้ารับเกราะ มังกรเพลิง แล้วใครยังจะทำอะไรเจ้าได้อีก?”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอาณาจักรเสวียนเทียนได้แพร่ไปทั่วอย่างเงียบ เชียบ ชื่อของเนี่ยเทียนก็ระบือเลื่องลือไปทั่วทุกมุมในเก้าอาณาจักร เช่นกัน!
——