ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 644 คนมาเยี่ยมเยียนจากแปดทิศ
ค่ายกลนำส่งในเมืองโพ่เมี่ยยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างของเจินฮุ่ยหลัน จึงยังไม่ถูกเปิดใช้
เนี่ยเทียนไม่สามารถหวนกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนเพื่อไปพบอูจี้ อาจารย์ของเขาได้ทันที จึงได้แต่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยไปก่อนชั่วคราว
สงครามนองเลือดในอาณาจักรเสวียนเทียนยังคงดำเนินต่อไป ศึกนั้น ได้มาถึงช่วงท้ายแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้แข็งแกร่งเขตสามัญ เขตลี้ลับต่างก็ เริ่มเก็บเกี่ยวผลจากชัยชนะหลังจากสังหารชนต่างเผ่าจนสิ้นซาก
ศึกนี้ผู้ฝึกลมปราณทุกฝุายในอาณาจักรเลี่ยคงต่างก็ได้ยินข่าว
ทว่าต่อให้ค่ายกลนำส่งจะสามารถใช้งานได้ ด้วยความสามารถของ พวกเขาก็ไม่มีทางเข้าร่วมกับศึกนั้นแน่นอน
กระนั้นพอเจินฮุ่ยหลันกลับมา เรื่องลับๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน อาณาจักรเสวียนเทียนก็ยังแพร่ไปทั่วทุกมุมในอาณาจักรเลี่ยคง พวก ผู้รอดชีวิตของเปลวอัคคี กะโหลกเลือดและเดือนดับที่หนีไปซ่อนตัวยังจุด ที่ห่างไกลต่างก็ทยอยกันหวนคืนกลับมา
รอจนข่าวที่เนี่ยเทียนปรากฏตัวในเมืองโพ่เมี่ยถูกหลี่เหย่แพร่ออกไป ได้ไม่นาน ไฉ่หลันผู้นำของกะโหลกเลือดก็พาบุตรชายบุตรสาวของเขา อย่างไฉ่โยวและไฉ่เยว่ให้มาพบเนี่ยเทียนโดยเฉพาะ
พอไฉ่หลันมาถึงก็มอบแหวนเก็บของวงหนึ่งที่บรรจุวัตถุดิบวิเศษและ หินวิเศษไว้เต็มแน่นให้กับเนี่ยเทียน บอกว่านี่คือน้ำใจที่กะโหลกเลือดมี ให้แก่เขา
เนี่ยเทียนใช้พลังจิตตรวจสอบก็เห็นว่าวัตถุดิบเหล่านั้นล้วนเป็นธาตุไม้ และธาตุไฟ และยังมีหินดวงดาวอีกเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าไฉ่หลันรู้ว่าเนี่ยเทียนต้องการอะไร ก่อนจะมาจึงได้ เลือกสรรมาให้เป็นอย่างดี
ตามความหมายของไฉ่หลัน ขอแค่เนี่ยเทียนยอมรับว่าเขาคือขุนนาง ต่างถิ่นของกะโหลกเลือดต่อไปทุกปี กะโหลกเลือดจะนำสามส่วนของ รายได้ทั้งหมดมาแบ่งให้เป็นค่าตอบแทนเนี่ยเทียน
อาณาจักรเลี่ยคงเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ไฉ่ห ลันตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่าหากกะโหลกเลือดไม่มีผู้แข็งแกร่งเขต วิญญาณนั่งบัญชาการณ์ ทุกอย่างที่พวกเขาสร้างขึ้นมาในเมืองโพ่เมี่ยก็จะ กลายเป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
หากอาณาจักรเลี่ยคงเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง หรือมีผู้แข็งแกร่งของ สำนักใหญ่ๆ เยื้องกรายมาเยือน เมืองโพ่เมี่ยก็จะเป็นเปูาหมายที่ถูกทุกคน รังแกอย่างก่อนหน้านี้
และในสายตาของไฉ่หลัน เนี่ยเทียนก็คือที่พึงพิงอันแข็งแกร่งที่สุด อย่างไม่ต้องสงสัย
ขอแค่เนี่ยเทียนยังเป็นขุนนางต่างถิ่นของกะโหลกเลือด และเขาปุาว ประกาศออกไป ต่อให้เนี่ยเทียนไม่ได้อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยก็ยังสามารถใช้ชื่อ
ของเขาสยบแต่ละฝุาย ให้พวกคนต่ำช้าที่คิดจะลงมือกับกะโหลกเลือด หรือเมืองโพ่เมี่ยไม่กล้าลงมือง่ายๆ อีก
ไฉ่โยวที่เคยสนิทสนมกับเนี่ยเทียน และไฉ่เยว่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ชอบ ขี้หน้าเนี่ยเทียนเท่าใดนัก พอได้มาเจอกับเนี่ยเทียนอีกครั้งต่างก็มีท่าที ระมัดระวังตัวอย่างเห็นได้ชัด
ครานั้นไฉ่โยวและไฉ่เยว่ต่างก็ถูกผู้นำของกะโหลกเลือดจัดการส่งตัว ให้ไปอยู่พรรคคิชกูฏอย่างลับๆ ไม่ต่างจากหลี่เหย่
และพวกเขาก็กลับมาพร้อมกับหลี่เหย่
ไฉ่โยวมองเนี่ยเทียนด้วยความปลงอนิจจัง พลันรู้สึกว่าการที่ปีนั้นเขา เชื้อเชิญให้เนี่ยเทียนเข้ามาอยู่ในกะโหลกเลือด ทั้งยังมอบปูายขุนนางต่าง ถิ่นให้อีกฝุาย เกรงว่าคงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตของเขา
ไฉ่เยว่ที่แต่ไรไหนมาเกลียดขี้หน้าเนี่ยเทียน ทั้งยังเคยแย่งห้องฝึกตน กับเขา มาวันนี้สายตาของนางที่มองเนี่ยเทียนกลับเต็มไปด้วยความ เลื่อมใสและเคารพจากใจจริง
วันนี้เวลานี้ เนี่ยเทียนไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ และไม่จำเป็นต้อง สวมหน้ากากดำรงชีวิตอีกต่อไป
แม้แต่วิมานสวรรค์ รวมไปถึงเซี่ยอี้จากตำหนักเทพเพลิงก็ยังมิอาจทำ อะไรเนี่ยเทียนได้ แล้วในดินแดนดาวตกยังจะมีใครที่จำเป็นให้เนี่ยเทียน ต้องซ่อนตัวอีก?
หลังจากแสดงท่าทีพร้อมเอ่ยขอบคุณเนี่ยเทียนเรียบร้อย ผู้นำของ กะโหลกเลือดก็พาบุตรชายหญิงจากไป
เขาจากไปได้ไม่นาน ผู้นำของเดือนดับและเปลวอัคคีก็พาลูกน้องมา หา
ไม่ต่างจากไฉ่หลัน คนทั้งสองที่พอมาถึงต่างก็ส่งของขวัญพบ หน้า แสดงความขอบคุณ
ของที่บรรจุอยู่ในแหวนเก็บของซึ่งพวกเขามอบให้เนี่ยเทียนมีแต่จะ มากกว่าไฉ่หลัน ไม่มีน้อยกว่า
ตามคำพูดของพวกเขา หากไม่เพราะเนี่ยเทียนลงมือช่วยเหลือ อาณาจักรเสวียนเทียน ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังต้องหดหัวซ่อนตัวอยู่ใน พื้นที่ห่างไกลซึ่งสัตว์วิเศษแปรสภาพเป็นผู้ครอบครอง ไม่กล้าออกมา
มีชนต่างเผ่าอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง พวกเขาก็จะไม่มีทางมีชีวิตที่สงบ สุข คงได้แต่รอคอยด้วยความยากลำบาก
เนี่ยเทียนแก้ไขปัญหาของอาณาจักรเสวียนเทียน ก็เท่ากับช่วยแก้ไข ปัญหาให้กับพวกเขาไปพร้อมกันด้วย
หูหันและฝูุเหิงจากเปลวอัคคีก็ตั้งใจมาแสดงความขอบคุณเนี่ยเทียน เป็นพิเศษ
หากไม่มีหินวิเศษที่เนี่ยเทียนทิ้งไว้ให้ พวกเขาก็อาจจะอยู่ไม่ได้จนถึง ตอนนี้
ตอนที่หูหันมาถึง เผยฉีฉีและหลี่เหย่ต่างก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตร ทว่า พวกหูหันกลับเอ่ยคำขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่า วางตัวนอบน้อมอย่างถึง ที่สุด เผยฉีฉีและหลี่เหย่เองก็ไม่ได้คิดบัญชีย้อนหลัง แต่กลับไม่ทำสีหน้า ดีๆ ให้นางเห็น
ตอนที่หูหันจะจากไปก็คอยทำท่าบอกเป็นนัยตลอดเวลาว่าหากเนี่ย เทียนต้องการ นางก็ยินดีจะมอบกายให้เขาทุกเมื่อ
แต่เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจนาง แค่โบกมือบอกให้นางจากไปโดยที่ไม่ แสดงความสนใจออกมาแม้แต่เสี้ยวเดียว
หลายวันหลังจากนั้นก็มีผู้ฝึกตนอิสระอีกหลายคนที่ทยอยกันมาเยือน ไม่ขาดสาย หมายจะพบหน้าเนี่ยเทียนเพราะอยากผูกมิตรด้วย
คนเหล่านี้เนี่ยเทียนต่างก็ไม่ยอมพบหน้าโดยอ้างว่าจำเป็นต้องฝึกตน
ผ่านไปอีกหลายวัน เนี่ยเทียนอาศัยหินดวงดาวจนได้ฟื้นคืนพลัง ดวงดาวทั้งหมดที่สูญเสียไปตอนอยู่อาณาจักรเสวียนเทียน ส่วนเจินฮุ่ยห ลันก็ช่วยกะโหลกเลือดสร้างค่ายกลนำส่งข้ามมิติหลังใหม่ได้สำเร็จ
เนี่ยเทียนไม่คิดจะอยู่ต่ออีก เขาเตรียมจะอาศัยค่ายกลนำส่งหลังนั้น เดินทางไปยังอาณาจักรหลีเทียน
เวลานี้หลี่เหย่ยืนกรานว่าจะตามเขาไปด้วย บอกว่าต่อให้เนี่ยเทียนไม่ ต้องการให้เขาหลอมอาวุธให้ เขาก็ยินดีจะติดตามอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน เพื่อไปช่วยหลอมอาวุธวิเศษที่เหมาะสมให้กับญาติของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าบางทีท่านตาและท่านปูาของเขาอาจ ต้องการอาวุธวิเศษอย่างที่ว่านี้ จึงพาหลี่เหย่ไปด้วย
ดังนั้นคนทั้งสองจึงใช้ค่ายกลที่สร้างเสร็จใหม่เดินทางตรงไปยัง อาณาจักรหลีเทียน พริบตาเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างประตูสำนักหลิ งอวิ๋น
สำนักหลิงอวิ๋น
ผู้ที่นั่งเฝูาอยู่ข้างค่ายกลนำส่งห้วงมิติก็คือผู้อาวุโสเฉินมู่เซิง คนผู้นี้ ก่อนหน้านั้นเย็นชากับตระกูลเนี่ยมาโดยตลอด ตอนที่ตระกูลเนี่ยเผชิญ หายนะ เขาก็เลือกที่จะมองข้ามและไม่ให้ความช่วยเหลือ
ยามนี้รอจนได้เห็นว่าเนี่ยเทียนและหลี่เหย่สองคนปรากฏตัวในค่าย กลนำส่ง เฉินมู่เซิงก็พลันลุกขึ้นยืน
“เนี่ยเทียน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เฉินมู่เซิงลุกขึ้นยืน ก่อนจะโค้ง ตัวน้อยๆ ภายใต้สายตาสงสัยจากพวกลูกศิษย์สำนักหลิงอวิ๋นที่จับจ้อง มองมา เขาก้มหน้าพูดว่า “ก่อนหน้านี้เพราะข้าผู้อาวุโสหูตามืดบอด ขอ เจ้าโปรดอย่าได้ถือสาคนแก่อย่างข้า”
เนี่ยเทียนปรายตามองเขาแวบหนึ่งก็โบกมือ เดินออกมาข้างนอก พลางพูดว่า “ท่านตาข้าอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในสำนักหลิงอวิ๋นพอดี ข้าผู้อาวุโสจะนำทางเจ้าเอง” เฉินมู่เซิงรีบ พูด ก่อนจะเดินนำทางอยู่หน้าเนี่ยเทียน ทั้งยังกล่าวว่า “คือว่า…คือว่า ช่วงนี้คนมากมายต่างก็มาที่สำนักหลิงอวิ๋น หลังจากที่สำนักหลิงอวิ๋นของ พวกเราเปิดค่ายกลนำส่งหลังนี้ก็เริ่มมีคนมาวุ่นวายไม่หยุด”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน จากนั้นจึงปลดปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัส เล็กน้อย
เขาพลันสัมผัสได้ว่าบนภูเขาที่ตั้งสำนักหลิงอวิ๋น และหุบเขาในบริเวณ ใกล้เคียงมีปราณของผู้แข็งแกร่งอยู่หลายคน
ปราณเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นของคนสำนักหลิงอวิ๋น หรืออาจถึงขั้นไม่ เกี่ยวข้องกับอาณาจักรหลีเทียนด้วยซ้ำ
ในบรรดานั้นมีปราณหลายขุมที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกคุ้นเคย เห็นได้ ชัดว่าเป็นคนที่เขาสนิทสนมด้วย
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
เฉินมู่เซิงหัวเราะแห้งๆ “ทุกอย่างที่เจ้าทำลงไปในอาณาจักรเสวียน เทียนได้แพร่ไปทั่วเก้าอาณาจักรนานแล้ว ศึกในอาณาจักรเสวียนเทียนถึง ช่วงเวลาแห่งการเก็บกวาด อีกไม่นานก็จะยุติ หลายคนไม่รู้ว่าเจ้าไปอยู่ที่ ไหน ต่างก็นึกว่าเจ้ากลับมาอาณาจักรหลีเทียนแล้ว แน่นอนว่าย่อมมาหา เจ้าที่นี่”
“คุณหนูตระกูลต่งพาคนมากมายของตระกูลมารออยู่นานแล้ว”
“ทางฝุายของหอหันปิง เสวียนเข่อที่เป็นเมล็ดพันธ์คนสำคัญก็พาผู้ แข็งแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ลับทยอยกันมาถึง”
“สำนักหยินและสำนักหยาง ตระกูลเฉา ตระกูลกู่ หอโอสถ องค์กร การค้าสุ่ยเยว่ และยังมีคนบางส่วนจากสำนักอาวุธต่างก็ทยอยมาที่นี่”
“เอ่อ แม้แต่สำนักเทียนเหยียน ภูเขาสายฟูาและลัทธิอูตู๋ก็ยังมีคน ตั้งใจมาเป็นพิเศษด้วย”
“คนพวกนี้ต่างก็เอาของขวัญมาด้วยไม่น้อย พวกเขาอยากจะพบท่าน ตาของเจ้า แต่ด้วยคำสั่งของท่านอาจารย์อา ผู้เฒ่าเนี่ยจึงไม่ได้รับ ของขวัญจากพวกเขา และสำนักหลิงอวิ๋นก็เชิญให้พวกเขากลับไปแล้ว”
“ทางฝุายของวิมานสรรค์ก็ส่งคนมาเหมือนกัน บอกว่าหากผ่านช่วงนี้ ไปจะจัดงานฉลอง แล้วก็เชิญเจ้าไปร่วมด้วย”
“…”
เฉินมู่เซิงนำทางเนี่ยเทียนพลางเล่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นใน สำนักหลิงอวิ๋นช่วงที่ผ่านมาให้เขาฟังอย่างละเอียด
ตอนที่ค่ายกลนำส่งห้วงมิติของอาณาจักรเลี่ยคงยังสร้างไม่สำเร็จ เนี่ย เทียนจึงถูกกักตัวไว้ที่นั่นชั่วคราว สำนักหลิงอวิ๋นจึงเหมือนจะกลายมา เป็นจุดศูนย์กลางของดินแดนดาวตกกะทันหัน จึงดึงดูดให้ผู้แข็งแกร่งและ บุคคลยิ่งใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนให้มาเยือน
นอกจากตำหนักเทพเพลิงที่ไม่ได้มา สำนักใหญ่ๆ ทั้งหมดต่างก็ส่งคน มาไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังเอาของขวัญชิ้นโตมาด้วย
ในบรรดาคนเหล่านั้น สำนักเทียนเหยียน ภูเขาสายฟูาและลัทธิอูตู๋ ต่างก็ถูกสำนักหลิงอวิ๋นปฏิเสธ ทั้งยังเกลี้ยกล่อมอย่างละมุนละม่อมให้ พวกเขากลับไป
ส่วนคนจากตระกูลต่ง หอหันปิง สำนักหยินและสำนักหยางที่ก่อน หน้านี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าปกปูองเนี่ยเทียน สำนักหลิงอวิ๋นล้วนให้ การต้อนรับขับสู้อย่างกระตือรือร้น และอนุญาตให้พวกเขาอยู่ต่อเพื่อรอ เนี่ยเทียนกลับมา
“ช่างมากบารมียิ่งนัก เจ้านี่นับว่าเป็นคนดังอันดับหนึ่งของดินแดน ดาวตกตอนนี้จริงๆ” ใบหน้าหลี่เหย่เต็มไปด้วยความอิจฉา เขาแค่นเสียง หึในลำคอ “เฮ้อ ท่านอาจารย์นี่ก็จริงๆ เลย ท่านไม่ควรส่งข้าไปอยู่ที่ พรรคคิชกูฏ ทำให้ข้าพลาดโอกาสได้มีหน้ามีตา น่าเสียดายยิ่งนัก หาไม่ แล้วข้าหลี่เหย่ก็ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเก้าอาณาจักรนานแล้ว”
——