ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 645 ป่าไผ่
ระหว่างเขาหลิงอวิ๋นและเขาลูกเล็กเตี้ยมีปุาไผ่เขียวขจีอยู่แห่งหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้มีเรือนไม้ไผ่ที่งดงามประณีตตั้งอยู่หลายหลัง ธารน้ำใส กระจ่างจนเห็นก้นสองสายตัดสลับผ่านปุาไผ่เขียว ทั้งเงียบทั้งสงบ ที่นี่ นับเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดของสำนักหลิงอวิ๋น
ก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้เป็นของผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักหลิ งอวิ๋น ตอนนี้ได้ถูกแบ่งให้คนตระกูลเนี่ยเข้าพักเพื่อการณ์พิเศษ
หลังจากแบ่งให้ตระกูลเนี่ยพักแล้ว เจียงจือซูเจ้าสำนักหลิงอวิ๋นยังร่าย เวทด้วยตัวเองโดยใช้ไผ่เขียวเป็นรากฐาน เขาสร้างค่ายกลลึกลับแห่งหนึ่ง ขึ้นมาเพื่อให้มันดึงดูดปราณวิญญาณฟูาดินมาโดยเฉพาะ
เดิมทีในปุาไผ่เขียวแห่งนี้ก็มีปราณวิญญาณที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว พอ ค่ายกลนั้นก่อตัว ปราณวิญญาณฟูาดินรอบด้านจำนวนมากกว่าเดิมก็มา รวมตัวกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะสมกับการฝึกตนมากที่สุด
หลังจากที่เนี่ยต่งไห่กลับมาจากโลกลับก็พาเนี่ยเฉี่ยนและต้นกล้าดีๆ ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกตนของตระกูลเนี่ยหลายคนมาพักอาศัยอยู่ในปุาไผ่ เขียวแห่งนี้
ครึ่งเดือนมานี้ปุาไผ่เขียวที่เงียบสงบพลันกลายมาเป็นสถานที่ที่ ครึกครื้นที่สุดของสำนักหลิงอวิ๋นและอาณาจักรหลีเทียน
ทุกวันจะต้องมีผู้แข็งแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ลับหลายคนจาก อาณาจักรต่างๆ เดินทางมาพบเนี่ยตงไห่
คนเหล่านั้นไม่มีใครมามือเปล่า ทุกคนต่างพกเอาของขวัญชิ้นใหญ่มา ด้วย มีทั้งอาวุธที่เหมาะสมกับเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน มีทั้งวัตถุดิบวิเศษและมี ทั้งยาวิเศษ ซึ่งในบรรดานั้นล้วนเป็นของดีที่มีระดับสูงทั้งสิ้น
ไม่ว่าเนี่ยตงไห่จะปฏิเสธเช่นไร คนเหล่านั้นก็ยืนกรานว่าจะทิ้งวัตถุดิบ วิเศษไว้ให้ บอกว่านี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขา
พวกผู้คนที่มาเยือน พอเห็นว่าเด็กๆ ของตระกูลเนี่ยมีพรสวรรค์ไม่ ธรรมดา ยังยื่นข้อเสนอกับเนี่ยตงไห่ว่ายินดีรับเด็กๆ เหล่านั้นของตระกูล เนี่ยให้ไปฝึกตนที่สำนักของพวกเขา
ผู้แข็งแกร่งเขตสามัญหลายคนของหอหันปิง ตระกูล ต่ง สำนักหยิน สำนักหยาง รวมไปถึงสำนักอาวุธต่างก็แสดงท่าทีทำนอง เดียวกัน
เนี่ยตงไห่ปฏิเสธไปก่อนชั่วคราวโดยใช้เหตุผลว่าจำเป็นต้องพิจารณา ให้ถี่ถ้วน
ทว่าก่อนหน้าที่คนพวกนั้นจะจากไปต่างก็ทิ้งวัตถุดิบวิเศษและของ แทนกายที่เหมาะสมกับเด็กหนุ่มสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีของตระกูลเนี่ย เอาไว้ให้พวกเขา
ขอแค่เนี่ยตงไห่เอ่ยปาก เด็กหนุ่มสาวตระกูลเนี่ยเหล่านั้นก็สามารถ นำของแทนกายไปฝึกตนในสำนักพวกเขา และกลายมาเป็นลูกศิษย์ของ พวกเขาได้โดยตรง
หลังจากที่ส่งคนอีกกลุ่มจากไป มองแหวนเก็บของที่อยู่กลางฝุามือ ของตัวเอง เนี่ยตงไห่ที่ยืนอยู่ตรงปากทางเข้าปุาไผ่เขียวก็มีสีหน้าปลาบ ปลื้มใจ
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตระกูลเนี่ยยังเป็นแค่ตระกูลผู้พึ่งพาสำนักหลิงอวิ๋น ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นเท่านั้น
ตอนนั้นหากเด็กหนุ่มสาวของตระกูลเนี่ยคิดจะเป็นลูกศิษย์สำนักหลิ งอวิ๋นก็จำเป็นต้องเลื่อนสู่หลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้าให้ได้ภายในอายุสิบ ห้าปี
หากพลาดอายุช่วงสำคัญนี้ไป ต่อให้ตระกูลเนี่ยจะขุดเหมืองแร่เพื่อ สำนักหลิงอวิ๋นอย่างยากลำบากไปนานหลายปีก็ยังไม่ถูกรับเข้าสำนัก
ใครจะไปคาดคิดว่าเวลาสั้นๆ เพียงสิบกว่าปีจะมีสำนักที่รากฐาน เหนือกว่าสำนักหลิงอวิ๋นมาเยือนปุาไผ่เขียวเพื่อมาพบหน้าเขาโดยเฉพาะ ทั้งยังทิ้งของแทนกายไว้ให้เด็กหนุ่มสาวของตระกูลเนี่ย ขอแค่พวกเขามี พรสวรรค์เล็กๆ น้อยๆ ก็ยินดีที่จะรับพวกเขาให้เข้าไปอยู่ในสำนักแล้ว ตั้งใจอบรมปลูกฝังทันที
ต่อให้เป็นในความฝัน เนี่ยตงไห่เองก็ยังไม่กล้าคาดคิดว่าวันหนึ่ง ตระกูลเนี่ยจะได้รับเกียรติยศสูงส่งเช่นนี้
ตัวเขาที่อยู่ในปุาไผ่เขียว ได้ร่วมกับเนี่ยเฉี่ยนอบรมปลูกฝังเด็กๆ กลุ่ม หนึ่งของตระกูลเนี่ย
น้องชายทั้งสองของเขาและผู้อาวุโสบางส่วนของตระกูลเนี่ยยังคงอยู่ ในเมืองเฮยอวิ๋นดังเดิม
น้องชายที่ก่อนหน้านี้แย่งชิงตำแหน่งประมุขกับเขา มาตอนนี้แทบจะ คุกเข่ากราบกราน วิงวอนให้เขาหวนคืนไปยังเมืองเฮยอวิ๋น
ผู้อาวุโสหลายคนในตระกูลเนี่ย ทุกครั้งที่มาพบเขาก็ล้วนจะนำ เด็กๆ ของตระกูลเนี่ยที่คิดว่ามีพรสวรรค์มาด้วย และท่าทางของพวกเขา ก็นอบน้อมระมัดระวัง เกรงว่าว่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่เขา
ตัวเขาไม่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น ทว่าคนตระกูลเนี่ยทุกคนในเมืองเฮ ยอวิ๋นต่างก็พยายามคิดหาวิธีปรับความสัมพันธ์กับเขา
เด็กตระกูลเนี่ยทุกคนที่ถูกส่งมาจากเมืองเฮยอวิ๋น พอมาถึงปุาไผ่เขียว ต่างก็ได้รับอาวุธวิเศษ คาถาวิเศษและยาไปจากมือของเขา และได้สร้าง รากฐานการฝึกตนที่มั่นคงตั้งแต่เนิ่นๆ
สิ่งที่อยู่ในมือเขาล้วนได้รับมาจากเนี่ยเทียน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบวิเศษ อาวุธวิเศษหรือยาที่มีครบถ้วนทุกรูปแบบ
เด็กตระกูลเนี่ยทุกคนที่มาถึงต่างก็ได้รับวัตถุดิบที่เหมาะกับการฝึกตน ของตัวเอง บวกกับสถานที่พิเศษอย่างปุาไผ่เขียวแห่งนี้ การฝึกตนและ เลื่อนขั้นของเด็กๆ ตระกูลเนี่ยจึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
แม้แต่คนมากมายจากสำนักหลิงอวิ๋นก็ยังรู้สึกอิจฉาพวกเขา เพราะ วัตถุดิบและคาถาวิเศษที่เนี่ยตงไห่มอบให้เด็กตระกูลเนี่ย มีหลายอย่างที่ แม้จะเป็นสำนักหลิงอวิ๋นเองก็ยังหามาไม่ได้
คราวนี้ของขวัญชิ้นโตที่เขตสามัญและเขตลี้ลับของแต่ละอาณาจักร เอามาส่งให้ก็ยิ่งมีปริมาณมากจนยากจะคำนวณ
ในความรู้สึกของเนี่ยตงไห่ ผลพวงที่เขาได้รับคราวนี้ทำให้ทรัพยากรที่ อยู่ในมือของเขาน่าจะมากกว่าการสะสมมาตลอดหลายร้อยหลายพันปี ของสำนักหลิงอวิ๋นเสียอีก
“นับแต่นี้ไป ตระกูลเนี่ยจะรุ่งเรืองแล้ว!” ดวงตาของเนี่ยตงไห่มีน้ำตา เอ่อคลอด้วยความตื้นตัน
เวลานี้เขาพลันได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักดังลอยมาจากจุดลึก ของปุาไผ่เขียว ซึ่งที่นั่นเป็นที่พักของเนี่ยเฉี่ยน ใบหน้าของเขายิ่งฉาย ความปลื้มปริ่มยินดี “ตระกูลเนี่ยไม่ต้องกังวลว่าจะไร้ผู้สืบทอดแล้ว!”
จุดลึกของปุาไผ่เขียว
เรือนไม้ไผ่สูงห้าชั้นอันเป็นที่พักของเนี่ยเฉี่ยนมีหญิงสาวหน้าตางดงาม หลายคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ในบรรดาหญิงสาวเหล่านั้นมีทั้งเย่ฉินจากสำนักหยิน ฉินแยนจาก องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ และยังมีพี่น้องอันซืออี๋ อันอิ่งจากตระกูลอัน อวี๋ถง จากสำนักโลหิต และยังมีหญิงสาวหน้าตาหมดจดอีกมากมายที่เนี่ยเทียน ไม่รู้จัก
ดรุณีหน้าตาสวยสดงดงามเหล่านี้บ้างก็จับมือของเด็กตระกูลเนี่ยแล้ว คุยเล่นกับพวกเขา บ้างก็ล้อมอยู่รอบกายเนี่ยเฉี่ยน พูดคุยแย้มยิ้ม สอบถามเรื่องราวในอดีตของเนี่ยเทียน
มุมหนึ่งของเรือนไม้ไผ่ อันซืออี๋ที่มีสีหน้าอิจฉาเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง ไปยังหน้าต่างซึ่งเวลานี้ต่งลี่กำลังหยอกเย้าเนี่ยเฉี่ยนด้วยรอยยิ้มหวาน หยด
ต่งลี่ที่มาจากอาณาจักรปุายจั้น พอมาถึงที่นี่ก็เข้ามาอยู่ในปุาไผ่เขียว แห่งนี้ทันที
ดูเหมือนว่าใช้เวลาแค่วันเดียวต่งลี่ก็ชนะใจเนี่ยเฉี่ยนได้อย่างง่ายดาย อ้าปากแต่ละทีก็เรียกเนี่ยเฉี่ยนอย่างสนิทสนมว่าท่านปูาอย่างนั้น ท่านปูา อย่างนี้
ต่งลี่ผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง ขอบเขตไม่ธรรมดา โฉมสะคราญงามล้ำ รู้จักพูดจาเอาอกเอาใจผู้อื่น ไม่ว่าเนี่ยเฉี่ยนจะมองอย่างไรก็ให้พอใจนาง ไปหมด
นางได้จัดการให้ต่งลี่มาอยู่อาศัยที่เรือนไม้ไผ่ชั้นล่างที่พักเดียวกับนาง นี่คือการปฏิบัติที่พิเศษซึ่งคนอื่นๆ ไม่เคยได้รับ
ขนาดพี่น้องอันซืออี๋ อันอิ่งที่เพราะมาช้าไปก้าวหนึ่งก็ยังได้แค่อาศัย อยู่หอเรือนขนาดเล็กข้างที่พักของเนี่ยเฉี่ยนเท่านั้น ทุกครั้งที่พวกนางมา พบเนี่ยเฉี่ยนก็จะต้องเห็นต่งลี่อยู่ข้างกายอีกฝุายเสมอ และทุกครั้งต่งลี่ จะต้องมองพวกนางสองพี่น้องด้วยรอยยิ้มเบิกบาน นี่ทำให้ทั้งอันซืออี๋และ อันอิ่งต่างก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
“ผู้หญิงคนนั้นใจกล้าซะจริง” อันอิ่งแค่นเสียงในลำคอด้วยความขุ่น เคือง “พี่หญิง ชื่อเสียงด้านความงามของหญิงสาวคนนั้นเลื่องลือไป ไกล แต่ก็ได้ข่าวว่าตัวนางเองไม่ใช่คนสำรวมกิริยาไม่ใช่หรือ? เหตุใด…เหตุ ใดนางถึงยังสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ?”
อันอิ่งไปสืบข่าวมาจนรู้แน่ชัดแล้วว่าพอต่งลี่มาถึงได้ไม่นานก็ใช้วิธีการ บางอย่างพิสูจน์ให้เนี่ยเฉี่ยนรู้ว่าตัวนางยังสะอาดบริสุทธิ์ เพื่อขจัดความ กังวลใจของเนี่ยเฉี่ยนทิ้งไป
รอจนเนี่ยเฉี่ยนรู้ว่าข่าวลือมากมายเกี่ยวกับต่งลี่ล้วนเป็นข่าวโคมลอย ไม่เป็นความจริง ทั้งต่งลี่ยังครองความบริสุทธิ์ไว้ได้ นางก็ยิ่งชื่นชม มองต่ง ลี่ในมุมมองที่ต่างไปจากทุกคน
ความงาม ชาติกำเนิด ขอบเขต ความรู้กาลเทศะของต่งลี่ล้วนทำให้ เนี่ยเฉี่ยนพอใจจนพอใจไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ในสายตาของเนี่ยเฉี่ยน ต่งลี่ก็คือคู่ครองที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ของเนี่ย เทียน บวกกับที่ต่งลี่จงใจประจบเอาใจนาง เนี่ยเฉี่ยนคิดจะหาข้อตำหนิ ของนางจึงเป็นเรื่องยาก
“อย่าพูดเหลวไหล!” อันซืออี๋ถลึงตาใส่น้องสาวของตัวเองแล้วเอ่ย ตำหนิเบาๆ “คุณหนูตระกูลต่งคือคู่สร้างคู่สมของเสี่ยวเทียน พวกเราควร จะดีใจแทนเสี่ยวเทียนถึงจะถูก”
“พี่หญิง ท่าน…ท่านไม่รู้สึกอะไรสักนิดจริงๆ หรือ?” อันอิ่งพูดกระซิบ “ความต้องการของท่านปูุ ท่านน่าจะรู้ชัดเจนดี อีกอย่าง ผู้อาวุโสหลีของ สำนักโลหิตเองก็ค่อนข้างจะสนับสนุนท่าน แม้ว่านางจะไม่ได้พูดออกมา อย่างโจ่งแจ้ง ทว่าเจ้าสำนักหลีก็หวังว่าท่านจะได้อยู่เคียงคู่กับเนี่ยเทียน”
“ต่อไปไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว” อันซืออี๋แค่นเสียงเย็น “เสี่ยวเทียน แค่นับข้าเป็นพี่สาวเท่านั้น ข้าที่เป็นพี่สาวของเขาจะคิดเหลวไหลได้ อย่างไร?”
“นี่คือความคิดจริงๆ ของท่านงั้นหรือ?” อันอิ่งไม่เชื่อ
“ใช่!” อันซืออี๋กล่าวอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ ทว่าในดวงตาของนาง กลับมีความจนใจวาบผ่าน
ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร ตรงธารน้ำสายหนึ่ง
อวี๋ถงจากสำนักโลหิตนั่งอยู่บนก้อนหินก้อนหนึ่ง มือทั้งคู่ของนางเท้า คาง เหม่อลอยอยู่เงียบๆ
ขาเรียวเล็กที่ขาวราวหยกชั้นดีของนางจุ่มลงไปในน้ำและแกว่งเบาๆ
หญิงสาวคนหนึ่งที่มาจากสำนักโลหิตเหมือนกันซึ่งหน้าตาสวยงามไม่ น้อยเดินมาถึงอย่างเงียบเชียบ พอเห็นว่านางนั่งเหม่อ ก็พูดเบาๆ ด้วย น้ำเสียงไม่ได้ดั่งใจ “ศิษย์น้อง ทำไมเจ้ายังมาอยู่ตรงนี้อีกเล่า? นับตั้งแต่ที่ เจ้ามาถึงปุาไผ่เขียว เจ้าเคยได้ไปพบเนี่ยเฉี่ยนบ้างหรือยัง?”
“ศิษย์พี่หลินเหอ ทำไมข้าต้องไปพบนางด้วยเล่า?” อวี๋ถงกล่าวเสียง เรียบ
หลินเหอถลึงตามองนางแล้วเอ่ยตำหนิ “สำนักหลิงอวิ๋นกว้างใหญ่ ขนาดนั้น แต่พอเจ้าสำนักพาพวกเรามาถึงกลับบอกให้เจ้ามาอยู่ที่ปุาไผ่ เขียวนี่ เจ้ายังไม่เข้าใจความต้องการของเจ้าสำนักอีกหรือ?”
“ไม่เข้าใจ” อวี๋ถงกล่าว
“เจ้าแกล้งไขสือชัดๆ!” หลินเหอแค่นเสียงเบา “ตอนนี้เจ้าเด็กเนี่ย เทียนนั่นคือคนดังของดินแดนดาวตก เจ้าดูปุาไผ่เขียวตอนนี้สิ สาวงามที่ โดดเด่นแทบทั้งหมดในดินแดนดาวตกล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ หญิงสาว
เหล่านั้นและคนที่อยู่เบื้องหลังพวกนางคิดอะไรอยู่ มีหรือที่เจ้าจะไม่ เข้าใจ?”
“ทั้งๆ ที่เจ้าได้เปรียบคนอื่น เหตุใดถึงไม่เห็นค่าในสิ่งที่ตัวเองมี? หาก เจ้าคิดจะไต่ไปบนไม้ใหญ่อย่างเนี่ยเทียน วันหน้าเจ้าไม่เพียงแต่อาจจะได้ กลายเป็นเจ้าสำนักโลหิต ตลอดทั้งสำนักโลหิตก็อาจจะเจริญรุ่งเรือง ขึ้นมาเพราะเจ้า”
หลินเหอหยุดไปครู่ก็พูดเกลี้ยกล่อมหลอกล่อนางต่อ “ศิษย์น้อง เจ้า ฟังที่ข้าพูดเถอะ ก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนผู้นั้นเคยล่วงเกินเจ้าหลายครั้ง ข้าว่า เขาต้องคิดอะไรกับเจ้าแน่นอน ขอแค่เจ้าได้รับการยอมรับจากตระกูลเนี่ย บวกกับที่เจ้าเด็กเนี่ยเทียนมีความรู้สึกอันดีต่อเจ้า ความหวังของเจ้าก็มี อีกไม่น้อย”
“เลิกพูดได้แล้ว!” อวี๋ถงแอบโกรธเคือง “เรื่องแบบนี้จะเอามา อวดอ้างได้อย่างไร? นี่คือความอัปยศในชีวิตของข้า!”
“ความอัปยศ?” หลินเหอส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับนาง “หากคนที่เนี่ยเทียนล่วงเกินคือข้า ข้าคงเอาไปโพนทะนา มองเป็น เกียรติยศของข้านานแล้ว ในสายตาของข้า นี่ไม่มีทางเป็นความอัปยศ แน่นอน แต่เป็นความมีเกียรติสูงสุด! หากเจ้าเด็กเนี่ยเทียนนั่นยินดี ข้ายัง ยอมเป็นฝุายให้เขาล่วงเกินข้าเลยด้วยซ้ำ!”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปเองสิ เขาหื่นกามขนาดนั้น ไม่แน่ว่าอาจสนใจเจ้าก็ ได้” อวี๋ถงแค่นเสียงเย็นหนึ่งที แล้วจู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา “ศิษย์พี่ ข้า เข้าใจความหมายของเจ้า แต่พวกเรากับเขาไม่ใช่คนในโลกใบ
เดียวกัน ก่อนหน้านี้ข้ายังมองเขาเป็นเปูาหมาย มองเขาเป็นคู่ต่อสู้ไปชั่ว ชีวิต ทว่าตอนนี้…ข้าไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว”
“ระยะห่างระหว่างพวกเราและเขามีมากเกินไป มากจนไม่ว่าข้าจะ พยายามอย่างไรก็มิอาจขยับเข้าไปใกล้เขาได้”
พอได้ยินนางพูดแบบนี้ หลินเหอก็ถอนหายใจหนักๆ หนึ่งที แล้วก็ รู้สึกหมดอาลัยตายอยากจนไม่คิดจะพูดเกลี้ยกล่อมอวี๋ถงอีกต่อไป “นั่นสิ ใครจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่งเจ้าเด็กนั่นจะโบยบินขึ้นสู่ฟูา มีตำแหน่งอย่าง ทุกวันนี้ได้? มองเห็นผู้แข็งแกร่งของสำนักใหญ่ๆ ทยอยกันมาที่ปุาไผ่เขียว และไปขอพบผู้เฒ่าเนี่ย ข้าเองก็รู้สึกพวกเรา…อยู่ห่างไกลกับเขามาก จริงๆ”
“ไกลจนมิอาจเอื้อมถึง” อวี๋ถงเอ่ยเสริม
——