ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 646 ร้อยบุปผาผลิบาน
“เนี่ยเทียน ที่นี่ก็คือที่พักซึ่งท่านเจ้าสำนักจัดไว้ให้ท่านผู้เฒ่าเนี่ย”
เฉินมู่เซิงยืนอยู่นอกปุาไผ่เขียวด้วยท่าทางนอบน้อม “นอกจากเขาหลิ งอวิ๋นและสถานที่ฝึกตนของอาจารย์เจ้าแล้ว ปราณวิญญาณฟูาดินของปุา ไผ่เขียวแห่งนี้เข้มข้นที่สุด ไม่เพียงเท่านี้ ที่นี่ยังเงียบสงบยิ่งกว่าที่อื่นๆ สภาพแวดล้อมก็งามสง่าไม่น้อย”
เนี่ยเทียนมองต้นไผ่เขียวขจีที่ตั้งตระหง่าน รวมไปถึงธารน้ำสองเส้นที่ ไหลเอื่อยๆ ด้านในมีเรือนที่พักซึ่งสร้างจากไม้ไผ่อย่างประณีตอยู่หลาย หลังก็พยักหน้ารับกับตัวเอง แสดงความพึงพอใจ
“ไม่มีธุระอย่างอื่นแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน” เฉินมู่เซิงเอ่ย
“รบกวนแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“มิกล้าๆ” เฉินมู่เซิงคลี่ยิ้มน้อยๆ ในที่สุดก็วางใจลงได้ มีประโยคนี้ ของเนี่ยเทียน เขาเชื่อว่าวันหน้าเนี่ยเทียนจะไม่คิดบัญชีกับเขาย้อนหลัง เพราะความผิดพลาดที่เขาเคยทำลงไป
หลายปีที่ผ่านมานี้ เมื่อได้รู้ว่าเนี่ยเทียนลุกผงาดขึ้นมาในอาณาจักรอื่น ทำให้สำนักใหญ่ๆ ทั้งหลายต่างจับตามอง ในใจเขาก็รู้สึกไม่สบายใจมา โดยตลอด
เขากังวลว่าสักวันหนึ่งเนี่ยเทียนจะมาหาเรื่องเพราะความแค้นครั้งเก่า
ตอนที่สำนักหลิงอวิ๋นอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงได้ถูกเนี่ยเทียนจงใจ มองข้าม นี่จึงทำให้เขารู้ว่าเนี่ยเทียนยังมีปมในใจ
เมื่อได้เห็นความสามารถของเนี่ยเทียน รวมไปถึงตำแหน่งอันมีเกียรติ ของเขา เขาก็ไม่มีความคิดที่จะมองเนี่ยเทียนเป็นศัตรูอีก คิดแต่จะชดเชย ความผิดพลาดให้ได้มากที่สุด เพื่อหวังได้รับการอภัยจากเนี่ยเทียน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เนี่ยเทียนพาโครงกระดูกปีศาจเลือดไปที่สำนักหลิ งอวิ๋น เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะผูกมิตรกับตระกูลเนี่ยโดยที่ต่อให้ต้องจ่าย ค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็จะไม่เสียดาย
ตอนที่เนี่ยเทียนจากไป เขาเองก็ยังเคยมาพูดคุยกับเนี่ยตงไห่อยู่หลาย ครั้ง
ทุกอย่างที่เขาทำลงไปก็ล้วนเพื่อชดเชยความผิดพลาดครั้งเก่าก่อน เนี่ยตงไห่เองก็เคยบอกเป็นนัยให้รู้ว่าเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยอีกแล้ว
วันนี้คำว่า “รบกวน” ของเนี่ยเทียนทำให้เขาวางใจได้ทันที รู้ว่าตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลกับข้อขัดแย้งระหว่างพวกเขากับตระกูลเนี่ยอีก ต่อไป
เฉินมู่เซิงพึงพอใจจึงยอมถอยไปแต่โดยดี
เขาจากไปได้ไม่นาน หลี่หลางเฟิงก็เผยกายขึ้นอย่างเงียบเชียบแล้ว เอ่ยอย่างนอบน้อม “นายน้อยเนี่ย”
“เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน
“หลี่หลางเฟิง!” หลี่เหย่เห็นคนผู้นี้ก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ ก่อนจะถอย ห่างจากหลี่หลางเฟิงโดยอัตโนมัติ
ชื่อเสียงความดุร้ายของหลี่หลางเฟิงในอาณาจักรเลี่ยคงเป็นที่ ประจักษ์ของคนมากมาย ต่อให้หลีเหย่รู้ว่าตอนนี้หลี่หลางเฟิงได้พึ่งพา เนี่ยเทียน เขาก็ยังกริ่งเกรงไม่หาย
เพราะอย่างไรซะ หลี่หลางเฟิงที่มีแต่พิษร้ายเต็มตัวก็มีความต่างจากผู้ ฝึกลมปราณทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
“นายน้อยเนี่ย หลังจากที่ท่านไปอาณาจักรเสวียนเทียนกับผู้อาวุโส จ้าว ข้าก็รออยู่ที่อาณาจักรปุายจั้น” หลี่หลางเฟิงอธิบาย “รอจนรู้ว่า สถานการณ์ของอาณาจักรเสวียนเทียนมั่นคงแล้ว คุณหนูตระกูลต่ง ต้องการมาหาท่านที่อาณาจักรหลีเทียน ข้าก็เลยตามนางมาด้วย”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวอย่างแปลกใจ “แล้วทำไม เจ้าไม่เข้าไปอยู่ในปุาไผ่เขียวแห่งนี้เล่า?”
หลี่หลางเฟิงลังเลไปครู่ก็ก้มหน้าพูด “ข้าเป็นคนอัปมงคล ฝึกวิชาพิษ ร้ายแรง กลัวว่าจะนำความเดือดร้อนมาสู่ปุาไผ่เขียว ก็เลย…”
และก็เพราะใจซาบซึ้งในตัวเนี่ยเทียน เขาถึงได้ไม่ยินดีให้พิษร้ายใน ร่างไปปะปนกับปราณฟูาดินของปุาไผ่เขียว กลัวว่าจะนำสิ่งไม่ดีมาติด ญาติของเนี่ยเทียน
“นึกไม่ถึงว่าคนโหดเหี้ยมอย่างเจ้าก็เชื่อเรื่องโชคเรื่องดวงกับเข้าด้วย” หลี่เหย่หัวเราะเสียงแปร่ง
“เข้าไปกับข้าเถอะ เจ้าไม่ใช่คนอัปมงคลอะไร เพียงแต่ว่าคนที่ได้พบ เจอก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนที่โชคดีก็เท่านั้น” เนี่ยเทียนมีสีหน้าเห็นใจ ก่อนจะ เดินนำเข้าไปในปุาไผ่เขียวก่อน
หลี่เหย่เองก็ติดตามไปทันที
ดวงตาของหลี่หลางเฟิงเต็มไปด้วยความตื้นตัน เงียบคิดไปครู่เขาก็ ระงับพิษร้ายทั่วร่างของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เมื่อแน่ใจแล้ว ว่าจะไม่มีพิษใดๆ รั่วไหลออกมาถึงได้เดินตามไปอย่างเงียบเชียบด้วย ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด
พอเข้ามาในปุาไผ่เขียว ยังไม่ทันสร้างทิพย์จักษุ เนี่ยเทียนก็ได้ยินเสียง หัวเราะคิกคักจากหญิงสาวมากมาย
สีหน้าของเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็นปั้นยากทันที
“ผู้หญิงเยอะมากเลย!” หลี่เหย่มองเข้าไปในจุดลึกของปุาไผ่เขียว ท่ามกลางเรือนไม้ไผ่หลายหลังมีหญิงสาวหน้าตางดงามมากมายที่สวม อาภรณ์สีสันสดใสเดินโฉบผ่านไปมา แล้วเขาก็ต้องตะลึงอึ้งงัน “เย่ฉินจาก สำนักหยิน ฉินแยนจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ เสวียนหมิงน้องสาวเสวียนเข่ อจากหอหันปิง ศิษย์น้องฉีอีเหรินจากสำนักอาวุธ เฉาเฟยเฟยจากตระกูล เฉา…”
ในดวงตาที่เล็กเท่าเมล็ดถั่วเหลืองของเจ้าอ้วนหลี่เหย่สาดประกาย ชวนขนลุก ปากก็เอ่ยชื่อสาวงามที่โดดเด่นของดินแดนดาวตกออกมาทีละ คนอย่างชัดเจน
เนื้อไขมันของเขากระเพื่อมไหวด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบหยิบเอา กระจกทองแดงออกมาแล้วเริ่มจัดทรงผมและเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้ารูป เข้ารอย
“อ๊า! พี่เนี่ยเทียน!”
และเวลานี้เอง สาวน้อยหน้าตาสดใสคนหนึ่งที่เห็นเนี่ยเทียนเป็นคน แรกก็ร้องอุทานด้วยความปิติยินดี
สาวน้อยคนนั้นก็คือเนี่ยโยว เวลาผ่านไปนานหลายปี นางเริ่มโตเป็น ดุรณีน้อยที่รูปร่างสะโอดสะอง หน้าตางามหมดจด
เนี่ยโยวกระโดดโลดเต้นเข้ามาหา ดวงตาที่เป็นประกายสดใสของนาง ทอประกายแสงแห่งความตื่นเต้นสุดขีด “พี่เนี่ยเทียน ในที่สุดท่านก็มา เสียที พี่สาวหลายคนกำลังรอท่านอยู่เลยนะ”
เสียงอุทานด้วยความตกใจของเนี่ยโยวทำให้ดวงตาคู่งามจำนวนนับไม่ ถ้วนในจุดลึกของปุาไผ่เขียวพากันมองหาเปูาหมาย จึงมารวมตัวกันอยู่บน ร่างของเนี่ยเทียน
เสียงพูดคุยหัวเราะอย่างเบิกบานใจก่อนหน้านี้พลันเงียบหายไป ไม่มี ใครพูดจา แต่พากันใช้สายตาที่ไม่ก็ใคร่รู้ ไม่ก็คาดหวัง ไม่ก็เต็มไปด้วย อารมณ์ลึกล้ำมองมายังเนี่ยเทียน
เพราะเสียงร้องอุทานด้วยความยินดีของเนี่ยโยวทำให้เนี่ยเทียน เหมือนกลายมาเป็นวัตถุล้ำค่าที่ถูกสาวงามขึ้นชื่อของดินแดนดาวตก หมายตาในชั่วพริบตาเดียว
“แย่แล้วๆ ข้ายังไม่ทันได้จัดการตัวเองให้อยู่ในสภาพที่ดูดีที่สุดเลย!” หลี่เหย่ร้อนใจจนมือไม้พันกันมั่วไปหมด
“เจ้าเลื่อนขั้นสู่เขตท้ายสวรรค์ช่วงกลางแล้วหรือนี่” เนี่ยเทียน หัวเราะเบาๆ มองมายังเนี่ยโยวที่พุ่งเข้ามาหา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะ ของนางด้วยความเอ็นดู
ตอนอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น เนี่ยโยวผู้นี้ชอบมัดผมแกละตั้งชี้ฟูา และนาง ก็เป็นคนในตระกูลในจำนวนไม่กี่คนที่มองเห็นเขาเป็นพี่ชาย
เนี่ยโยวในวันนี้เปลี่ยนผมแกละมาเป็นผมหางม้า เวลาเดินหางม้านั่นก็ สะบัดไปซ้ายทีขวาที ทำให้นางดูงดงามสมวัย
“ก็เพราะได้ความดีความชอบจากพี่เนี่ยเทียนอย่างไรเล่า” เนี่ยโยวหรี่ ตา ยิ้มตาหยีจนดวงตาเป็นพระจันทร์เสี้ยว “หากไม่เพราะพี่ชายมีชื่อเสียง โด่งดังไปทั่ว ทั้งยังช่วยเหลืออาณาจักรหลีเทียนเอาไว้หลายครั้ง ตระกูล เนี่ยของพวกเราจะมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร”
เนี่ยโยวไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในเมือง เฮยอวิ๋นและตระกูลเนี่ยตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางเองก็เคยได้ยินมาก่อน
นางรู้ดีว่าที่เนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยนสามารถเข้ามาอยู่ในปุาไผ่เขียวแห่งนี้ รวมไปถึงที่ตระกูลเนี่ยได้เดินทางไปในโลกลับเป็นคนกลุ่มแรกขณะที่ชน ต่างเผ่ากำลังจะรุกรานเข้ามาก็ล้วนเป็นเพราะแต่ละสำนักในอาณาจักร หลีเทียนเห็นแก่หน้าเนี่ยเทียน
“เฮอๆ” เนี่ยเทียนหัวเราะ ไม่เอ่ยคำใด
เวลานี้เอง เขาก็พลันสังเกตเห็นหญิงสาวจำนวนมากที่รูปร่างหน้าตา ต่างกัน แต่ความสวยงามไม่เป็นรองกันกำลังเดินจากจุดลึกในปุาไผ่เขียว มาหาเขา
บนเรือนไม้ไผ่สูงใหญ่แห่งหนึ่ง เนี่ยตงไห่ผลักหน้าต่างเปิดออก พอ เหลือบมาเห็นเนี่ยเทียน ร่างของเขาก็สั่นสะท้านเบาๆ
แต่ว่าเนี่ยตงไห่ไม่ได้รีบร้อนเดินเข้ามาหาเนี่ยเทียน
เขาแค่มองไกลๆ มาที่เนี่ยเทียน เผยยิ้มออกมาจากทั้งปากและดวงตา สีหน้าปลาบปลื้ม
“พวกนังหนูที่ชาติตระกูล ขอบเขต พรสวรรค์ และหน้าตาล้วนเป็นที่ โดดเด่นของดินแดนดาวตก คนแก่อย่างข้าล้วนไปยุ่งวุ่นวายด้วย ไม่ได้ ปล่อยให้คนหนุ่มอย่างเจ้าจัดการเองก็แล้วกัน” เขาหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะปิดหน้าต่างลงดังเดิม ตัดสินใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
“คุณหนูทุกท่าน ข้าชื่อหลี่เหย่ อาจารย์ของข้าคือท่านเจิน ปรมาจารย์ ด้านการหลอมอาวุธที่เก่งกาจที่สุดในดินแดนดาวตก ตัวข้าเองก็ได้รับการ ยอมรับจากสำนักอาวุธแล้วว่าเป็นอาจารย์หลอมอาวุธชั้นสูง! ดาราเพลิง กาฬที่อยู่ในมือของเจ้าเนี่ยเทียนผู้นี้ ข้าเป็นคนหลอมด้วยตัวเอง อีกอย่าง ขอบเขตของข้ายังสูงกว่าไอ้หมอนี่เล็กน้อย ข้าอยู่ในเขตสามัญ!”
ยังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนตั้งตัวได้ หลี่เหย่ก็เดินออกไปหนึ่งก้าว เรือน กายที่หนาใหญ่เต็มไปด้วยไขมันของเขาบดบังทางเบื้องหน้าเนี่ยเทียนไว้ จนมิด
เขาคนเดียวก็สามารถบดบังร่างของเนี่ยเทียนได้ ทำให้เส้นสายตาของ สาวงามเหล่านั้นจำต้องย้ายมาอยู่บนร่างของเขาไปโดยปริยาย
“เจ้าหมูนี่คือใคร?”
“หลี่เหย่ ไม่เห็นเคยได้ยินคนชื่อนี้มาก่อน? ท่านเจินจะมีลูกศิษย์โง่ๆ แบบนี้ได้ไง?”
“เจ้าโง่นี่กลับกล้ามาบังอยู่หน้าเนี่ยเทียน ช่างหน้าด้านเหลือทน!”
“…”
หญิงสาวหน้าตาไม่ธรรมดามากมาย บ้างก็ขมวดคิ้ว บ้างก็ก่นด่า เบาๆ อย่างเหยียดหยาม
“เจ้าอ้วน! รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าได้มาถ่วงเวลาที่คุณหนูอย่างข้า จะได้พบหน้าสามี!” สาวน้อยสวมชุดแดงสด รัศมีไม่ธรรมดาผู้หนึ่งพุ่งขึ้น หน้ามาก่อนใคร พอมาถึงก็ผลักหลี่เหย่ออกให้พ้นทาง
“ศิษย์น้องฉี…” หลี่เหย่ที่ถูกผลักไปไว้อีกฝั่งหนึ่งสีหน้ากระอัก กระอ่วน กล่าวว่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
สาวน้อยคนนี้ก็คือฉีอีเหริน นางคือหลานสาวของฉีป๋ายลู่ มีตบะต้น สวรรค์ช่วงกลาง ฝึกคาถาธาตุเปลวเพลิง แต่กลับไม่มีใจรักในด้านการ หลอมอาวุธ และรู้จักกับหลี่เหย่มานานแล้ว
ฉีป๋ายลู่และเจินฮุ่ยหลันคือศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน ฉีอีเหรินคือหลานสาว ของฉีป๋ายลู่ ชาติกำเนิดของนางไม่ด้อยกว่าหลี่เหย่แม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่พบหน้ากัน นางก็มักจะเรียกขานหลี่เหย่ว่าเจ้าอ้วนทุกครั้ง ไม่คิด
จะเรียกเขาว่าศิษย์พี่แม้แต่ครั้งเดียว หลี่เหย่เองก็เอือมระอากับนางไม่ น้อย
“ข้ามาก็เพราะต้องการมาพบหน้าสามีในอนาคตของข้าน่ะสิ!” ฉีอีเห รินถลึงตาใส่เขา ก่อนจะเหลือบมองไปยังเนี่ยเทียนแล้วพลันเก็บเอาความ ก้าวร้าวกลับไป แทนที่มาด้วยท่าทางอ่อนโยน ใบหน้าเล็กๆ ของนางแดง ก่ำ เอ่ยเบาๆ ว่า “เนี่ยเทียน ข้าชื่อฉีอีเหริน ท่านปูุของข้าคือเจ้าสำนัก อาวุธ ในใจของข้า มีเพียงบุคคลเช่นเจ้าเท่านั้นถึงจะคู่ควรกับข้า”
“ที่ข้ามาในคราวนี้ก็เพราะอยากมาพบหน้าเจ้า ท่านปูุของข้าเตรียม สินสอดไว้ให้ข้าเรียบร้อยแล้วขอแค่เจ้าสู่ขอข้า ตระกูลเนี่ยของเจ้าก็ไม่ ต้องเป็นกังวลเรื่องอาวุธวิเศษและวัตถุดิบวิเศษไปตลอดชีวิต”
——