ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 647 เจิดจ้าสะดุดตา
“นังหนูนี่ใจกล้าไม่เบา”
หลินเหอจากสำนักโลหิตเดินมาพร้อมกับอวี๋ถง ก่อนจะเอ่ยชื่นชม ความใจกล้าที่ยอมเปิดเผยความในใจอย่างโจ่งแจ้งของฉีอีเหรินจากสำนัก อาวุธ
ทั้งยังเอ่ยเบาๆ ว่า “ศิษย์น้อง หากปีนั้นเจ้าเป็นเหมือนนังหนูสำนัก อาวุธผู้นี้ บางทีความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับเนี่ยเทียนอาจมีการพัฒนาไป นานแล้วก็เป็นได้”
อวี๋ถงทำเสียงหึในลำคอเบาๆ ไม่แสดงความเห็นใดๆ
เนี่ยเทียนยิ้มหวานมองอีเหริน แค่รู้สึกว่านางน่าสนใจ “นังหนู ตอนนี้ ข้ายังไม่คิดจะแต่งเมีย ต่อไปหากจะแต่งงานกับใครจริงๆ จะรับเจ้าไว้ พิจารณาแน่นอน” เขาแค่หยอกฉีอีเหรินเล่นเท่านั้น
“ตกลง! ถ้าอย่างนั้นรอวันใดที่เจ้าจะแต่งงาน เจ้าค่อยมาหา ข้า อย่างไรซะข้าก็อายุยังน้อย รอเจ้าได้” ฉีอีเหรินกล่าวอย่างใจป้า
“เสวียนเยว่จากหอหันปิง คารวะพี่เนี่ย” หญิงสาวท่าทางเรียบร้อยนิ่ง สงบราวน้ำค้างแข็งผู้หนึ่งเดินขึ้นหน้ามาหนึ่งก้าวแล้วกุมมือคารวะเนี่ย เทียนน้อยๆ “ขอบคุณที่ตอนอยู่ในโลกลึกลับ ท่านช่วยดูแลศิษย์พี่ศิษย์ น้องจากหอหันปิงของข้า ทุกครั้งที่พี่ชายข้าพูดถึงท่านก็ล้วนเอ่ยชมไม่ขาด ปาก น้องหญิงใคร่รู้ว่าท่านเป็นคนเช่นไรถึงได้บากหน้ามาพบท่านในปุาไผ่ เขียวครั้งนี้”
เสวียนเยว่หน้าตาคล้ายคลึงกับเสวียนเข่อถึงห้าหกส่วน นางสวมชุด ศึกสีขาวสะอาดสะอ้าน ไม่ผัดแปูงประทินโฉม ทว่าดวงหน้าของนางกลับ เปล่งปลั่งราวหยกเนื้อดี
“เกรงใจแล้ว” เนี่ยเทียนคารวะกลับ พูดพร้อมอมยิ้มน้อยๆ “พี่ เสวียนเข่อคือบุคลไม่ธรรมดาจำนวนน้อยนิดที่ข้าได้พบเจอในชีวิต ปีนั้น ตอนที่อยู่ในประตูสวรรค์ข้าก็จดจำเขาได้อย่างแม่นยำ แต่ไรไหนมาข้า ล้วนมองพี่ชายของเจ้าเป็นศัตรูตัวฉกาจ”
“สามารถถูกท่านมองเป็นศัตรูตัวฉกาจ นับเป็นเกียรติของพี่ชายข้า” เสวียนเยว่กล่าว
“ข้าชื่อเฉาเฟยเฟย เฉาชิวสุ่ยคือพี่ชายของข้า คารวะพี่ใหญ่เนี่ย…”
“ข้ามาจากหอโอสถ ชื่อว่า…”
หลังจากฉีอีเหรินและเสวียนเยว่เอ่ยทักทาย พวกหญิงสาวที่มารวมตัว กันก็ทยอยกันแนะนำตัวเองหวังว่าจะสร้างความประทับใจไว้ให้กับเนี่ย เทียน
เนี่ยเทียนพยักหน้าพร้อมอมยิ้มแล้วตอบกลับทุกคนไปอย่างมีมารยาท
และเขาก็ได้เข้าใจว่าสาวงามจากสำนักใหญ่ๆ เหล่านี้ไม่ได้มาเพียงแค่ เพราะทำตามคำสั่งของสำนักอย่างเดียวเท่านั้น
บรรดาพวกนางมีหลายคนที่แค่อยากรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไรถึงได้มา พบหน้า
แน่นอนว่าก่อนหน้าที่พวกนางจะมาที่นี่ เหล่าผู้อาวุโสในสำนักย่อม กำชับมาก่อนแล้ว ทั้งยังต้องบอกเป็นนัยให้รู้ว่าเนี่ยเทียนต่างหากถึงจะ เป็นผู้ทรงเกียรติที่โด่งดังที่สุดในดินแดนดาวตก หากได้รับความสนใจจาก เนี่ยเทียน ทางสำนักก็ย่อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
หญิงสาวที่มีใจเย่อหยิ่งรักในศักดิ์ศรีบางส่วนอาจมีความคิดเช่นนี้อยู่ จริง ทว่าก็ยังมีบางส่วนที่แค่เลื่อมใสในตัวเขาและอยากรู้จักอย่างบริสุทธิ์ ใจเท่านั้น
“ข้าชื่อหลี่เหย่ วันหน้าข้าต้องกลายมาเป็นอาจารย์หลอมอาวุธที่โดด เด่นที่สุดในดินแดนดาวตกแน่นอน!” เจ้าอ้วนน้อยที่พอถูกฉีอีเหรินผลัก ออกก็ได้ไปปะปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มสาวงาม ยามนี้เขากำลังใช้ท่วงท่าที่ ตัวเองคิดว่าสง่างามที่สุดแนะนำตัวให้เหล่าหญิงสาวได้รู้จัก
ทว่าสาวงามเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนไม่มีใครสนใจเขา น้อยคนนักที่จะ หันมาพูดคุยกับเขา
สายตาของหญิงสาวมากมายยังหยุดอยู่บนร่างของเนี่ยเทียน ยังคงเอา แต่ห้อมล้อมเนี่ยเทียนเท่านั้น
เนี่ยเทียนรับมือกับหญิงสาวเหล่านั้นอยู่พักหนึ่งก็ให้รู้สึกปวดหัว พอ เงยหน้ามองทิศไกลก็เห็นต่งลี่ผู้งามเป็นเอกยืนอยู่บนเรือนไม้ไผ่หลัง หนึ่ง ในมือของนางถือองุ่นพวงหนึ่งเอาไว้ กำลังยืนเคียงไหล่กับเนี่ยเฉี่ยน ท่านปูาของเขา นางพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกพลางชี้ไม้ชี้มือมาที่เขาไม่หยุด และในดวงตาของนางก็ฉายแววยั่วเย้าชัดเจน
“ผู้หญิงบ้านี่…” เนี่ยเทียนก่นด่าอยู่ในใจ
เมื่อถอนสายตากลับมา เขาก็สังเกตเห็นพี่น้องอันซืออี๋และอันอิ่งจาก ตระกูลอันที่ยืนอยู่เบื้องหลังสาวงามจากอาณาจักรอื่นๆ พวกนางมีท่าที ลังเลว่าควรจะเดินเข้ามาหาเขาดีหรือไม่
เขามองออกว่าพี่น้องตระกูลอันมีท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งอยากเข้ามา หา แต่ก็คล้ายว่าจะกังวลอะไรบางอย่าง
ต่อให้อยู่ในอาณาจักรหลีเทียน ตระกูลอันก็ยังเป็นเพียงแค่ตระกูล เล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น ทั้งยังเกือบจะถูกหอหลิงเปุาลบชื่อทิ้งไปด้วยซ้ำ
เมื่อเทียบกับตระกูลและสำนักใหญ่ๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในดินแดนดาว ตกมาหลายพันหลายหมื่นปีอย่างหอหันปิง สำนักอาวุธ ตระกูลเฉา ฯลฯ แน่นอนว่าย่อมเทียบกันไม่ติด
บางทีอาจด้วยเหตุนี้ พี่น้องตระกูลอันถึงได้มีท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ ชัด
เนี่ยเทียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เดิมทีเขาคิดจะไปพบเนี่ยตงไห่ท่านตาของ เขาก่อน เพราะด้วยขอบเขตของเขาในตอนนี้ แค่แผ่กระแสจิตออกไปก็รู้ แล้วว่าเนี่ยตงไห่อยู่ที่ไหน
และก่อนหน้านี้เขาก็สังเกตเห็นแล้วว่าหน้าต่างเรือนที่พักของเนี่ยตง ไห่ได้แง้มเปิดออก ก่อนจะปิดลงอย่างรวดเร็ว
“เห็นชัดๆ ว่าท่านตารำคาญความวุ่นวายของผู้หญิงพวกนี้ถึงได้ หลีกเลี่ยงไม่ยอมมาพบ” เขาเข้าใจความคิดของเนี่ยตงไห่ได้ทันทีเลยแอบ ยิ้มเจื่อนอยู่กับตัวเอง ครั้นจึงทำตามที่เนี่ยตงไห่ปรารถนา โดยไม่ได้รีบ ร้อนไปพบเขา
ขณะที่เดินผ่านกลุ่มสาวงามไปหาพี่น้องตระกูลอัน เขาก็ สังเกตเห็นอวี๋ถงที่อยู่ในกลุ่มคน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เขาพยักหน้าเบาๆ ให้อวี๋ถงแล้วพูด ว่า “ยินดีด้วย เจ้าเองก็เลื่อนสู่เขตต้นสวรรค์แล้ว”
อวี๋ถงนับว่าสงบนิ่งไม่น้อย นางตอบกลับไปเบาๆ “ก็ยังคงสู้เจ้าไม่ได้ อยู่ดี”
หลินเหอที่อยู่ข้างกันมีสีหน้าดีใจที่ได้รับความเมตตา รีบชิงพูดออกไป ว่า “เนี่ยเทียน ศิษย์น้องอวี๋มองเจ้าเป็นเปูาหมายที่นางต้องไล่ตามมาโดย ตลอดเลยนะ”
“พอแล้ว หยุดพูดเถอะ” อวี๋ถงกระชากแขนนางให้หยุดพูด
เนี่ยเทียนแค่ชะงักฝีเท้าไม่กี่วินาทีก็เดินผ่านร่างของอวี๋ถงกับหลิน เหอมา เขาตรงดิ่งไปหาพี่น้องตระกูลอันที่ห่างออกไป รอจนมาหยุดอยู่ เบื้องหน้าอันซืออี๋แล้ว เขาถึงได้ยิ้มปากกว้างสดใสอย่างแท้จริง “พี่หญิง อัน น้องหญิงอัน พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? คราวก่อนที่ข้ากลับมาเป็น เพราะมีธุระเร่งด่วน แถมพวกเจ้าก็ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรหลีเทียน เลย ไม่ได้ไปหาพวกเจ้า”
“ตอนนี้เจ้ามีกิจธุระรัดตัว ยังจำพวกเราได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว จะกล้า ให้เจ้ามาหาได้อย่างไร” อันอิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา
แต่เมื่อนางเห็นว่าเนี่ยเทียนทิ้งหญิงสาวผู้โดดเด่นทั้งหลายมาหาพวก นาง สีหน้าของนางก็แสดงความดีใจไม่น้อย
อันซืออี๋มองเขาด้วยสายตาลึกล้ำอยู่พักหนึ่งถึงได้พูดพร้อมแย้มยิ้มราว บุปผาผลิบาน “เนี่ยเทียน เจ้า…โตแล้วจริงๆ ไม่ใช่เด็กน้อยตระกูลเนี่ยที่ ใจกล้าบ้าบิ่นคนนั้นอีกแล้ว”
พอนางเอ่ยปาก เนี่ยเทียนก็ไพล่นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งได้พบกับ นางครั้งแรกจนหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ไหว
หลังจากนั้นเขากับพี่น้องตระกูลอันก็เริ่มพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ คุย เรื่องราวในอดีตตอนอยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น อีกทั้งเมื่อพี่น้องตระกูลอัน ซักถามด้วยความสนใจ เขาก็ยังเล่าเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นตอนที่เขาไป ซ่อนตัวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงให้กับทั้งสองคนฟังด้วย
หญิงสาวที่มาจากอาณาจักรต่างๆ ก็มีท่าทางสนใจเขาอย่างมาก พอ เห็นว่าเขาพูดคุยอยู่กับพี่น้องตระกูลอัน พวกนางเองก็แอบขยับเข้ามาใกล้ แล้วรับฟังเงียบๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งท้องฟูาค่อยๆ มืดลง เนี่ยเทียนถึง ได้แยกจากพี่น้องตระกูลอันไปยังที่พักของเนี่ยเฉี่ยน
“เจ้าเด็กบ้า ในที่สุดก็มาสักทีนะ” เนี่ยเฉี่ยนยืนอยู่บนหอเรือน รับ ผลไม้ลูกหนึ่งที่ปอกเรียบร้อยแล้วมาจากมือของต่งลี่ เพราะกลัวว่าต่งลี่จะ ไม่พอใจ นางยังพูดจาหวานหูปลอบใจอีกฝุายด้วยว่า “ลี่ลี่ พี่น้องตระกูล อันกับตระกูลเนี่ยของพวกเรารู้จักกันมานานหลายปี ปีนั้นที่พวกเรา ประสบภัย ตระกูลอันก็เคยออกหน้าให้การช่วยเหลือ”
“นังหนูอันซืออี๋นั่นคือพี่สาวบุญธรรมที่เจ้าเด็กบ้านี่นับญาติด้วย แล้วก็ ไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว ดังนั้น…”
เนี่ยเฉี่ยนไปสืบความจนรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าต่งลี่จากอาณาจักร ปุายจั้นต่างหากถึงจะเป็นสตรีคู่ใจเนี่ยเทียนอย่างแท้จริง แล้วก็รู้ด้วยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ต่งลี่คอยยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนมาโดย ตลอด ทั้งยังมีแต่ความดีมอบให้เนี่ยเทียนอย่างไม่มีกั๊ก
“ท่านปูาไม่ต้องอธิบาย ข้าย่อมรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนอย่างไร” ต่งลี่ หัวเราะเบาๆ “การเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนนับว่าเป็นคุณธรรมที่ ดีมากข้อหนึ่ง พวกคนที่สละทิ้งทุกอย่างในอดีตจะเข้าตาคนอย่างข้าต่งลี่ ได้อย่างไร?”
“เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว” เนี่ยเฉี่ยนกล่าวด้วยร้อยยิ้ม
หลังจากบอกลากับพี่น้องตระกูลอัน เนี่ยเทียนก็เดินหน้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามาใกล้เรือนไม้ไผ่ของเนี่ยเฉี่ยนถึงสังเกตเห็นว่าบนระเบียงที่ เปิดกว้างแห่งหนึ่งมีหญิงสาวสองคนกำลังนั่งเล่นหมากรุกกันอยู่
หญิงสาวสองคนนั้นคือเย่ฉินจากสำนักหยินและฉินแยนจากองค์กร การค้าสุ่ยเยว่
แม้ว่าเย่ฉินและฉินแยนต่างก็มาที่ปุาไผ่เขียว ทว่าเป็นเพราะรู้จัก กับเนี่ยเทียนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วจึงไม่ได้ปะปนอยู่ในกลุ่มสาวงาม และไม่ได้รีบร้อนไปพบเขา
รอจนเนี่ยเทียนผ่านทางมา หญิงสาวทั้งสองคนถึงได้หันมามองเขา พร้อมส่งยิ้มให้พร้อมกัน
เนี่ยเทียนพยักหน้าตอบรับ นับว่าเป็นการทักทาย แล้วจึงไปยังเรือน ไม้ไผ่ของเนี่ยเฉี่ยน
“แม่นางฉิน เจ้ามาที่ปุาไผ่เขียวเพราะคิดอะไรอยู่กันแน่?” เย่ฉินวาง หมากสีขาวลงไป ก่อนจะเงยหน้ามองฉินแยน “ต่งลี่คือเพื่อนรักของเจ้า นะ”
“ข้าแค่มาเข้าร่วมด้วยเท่านั้น เจ้าอย่าได้คิดมาก” ฉินแยนเลิกคิ้ว วาง หมากสีดำลงแล้วพูดว่า “แต่เจ้านั่นแหละ ตัวเป็นถึงศิษย์ผู้ทรงเกียรติของ สำนักหยิน ทั้งสำนักหยินเองก็ผูกไมตรีกับเนี่ยเทียนมานานแล้วนับว่าได้ โอกาสก่อนใครเลยนี่นา”
“ข้ามาเพราะมีธุระอย่างอื่น เปูาหมายไม่เหมือนกับหญิงสาวพวกนั้น” เย่ฉินยิ้มบางๆ
“เจ้าและข้าต่างก็ช้าไปก้าวหนึ่ง…” ฉินแยนถอนหายใจเบาๆ พึมพำ ขึ้นมาว่า “หากว่ากันด้วยเรื่องของสายตา ข้าสู้ต่งลี่ไม่ได้หรอก ตอนที่เนี่ย เทียนยังไม่เผยความสามารถ นางก็ลงทุนก้อนโตข้างเนี่ยเทียนแล้วข้า กำลังคิดอยู่ว่า ต่อให้ข้ารู้จักเนี่ยเทียนก่อนนาง ข้าก็คงไม่จับเนี่ยเทียนไว้ อย่างอยู่หมัดเช่นนาง”
“คุณหนูตระกูลต่งร้ายกาจอย่างแท้จริง เห็นทีจะไม่ยอมแพ้ไม่ได้” เย่ ฉินกล่าว
ขณะที่สองสาวพูดคุยกันเบาๆ ในที่สุดเนี่ยเทียนก็เดินขึ้นมาบนเรือน ไม้ไผ่ และได้พบกับท่านปูาของเขาที่ไม่ได้เจอกันมานาน
“เจ้าเด็กบ้า ในที่สุดก็ยอมมาเสียทีนะ” เนี่ยเฉี่ยนถลึงตามองเขา “ผู้หญิงพวกนั้นทำเอาใจเจ้าวุ่นวายจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครไปแล้วหรือ ไง?”
“ฮะแฮ่ม ข้าล้วนไม่รู้จักพวกนาง” เนี่ยเทียนรีบกล่าว
“ความสำเร็จของเจ้าในวันนี้ หากแม่เจ้ายังอยู่ เกรงว่าคงดีใจเสียยิ่ง กว่าข้า” เนี่ยเฉี่ยนตาแดงก่ำ ปลงอนิจจังจนเกือบจะหลุดเสียงร้องไห้
หลายปีมานี้ นางเผชิญกับความยากลำบากมากมาย แต่ก็ยังรับมือกับ พวกมันมาได้อย่างเข้มแข็ง
แต่พอวันนี้ที่ฟื้นกลับมามีฐานะและความสามารถ เมื่อย้อนนึกไปถึง น้องสาวของนางที่ลาจากโลกไปเร็ว นางก็พลันหลั่งน้ำตาอย่างมิอาจ ควบคุมตัวเองได้
——