ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 648 บรรลุความรู้ทางสายเลือด
เนี่ยเทียนอยู่ในปุาไผ่เขียวมาได้สองวันแล้ว
สองวันมานี้ เนี่ยเทียนได้ไปพบเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน ต่งลี่เพื่อพูดคุย เรื่องสัพเพเหระ
ส่วนพวกสาวงามผู้โดดเด่นที่ดึงดันจะอยู่ในปุาไผ่เขียวด้วย วัตถุประสงค์ที่ต่างกัน นอกจากคนที่สนิทไม่กี่คนแล้ว เนี่ยเทียนก็ไม่ยอม ไปพบใครแม้แต่คนเดียว
ผ่านไปได้สองวัน เขาก็ไปที่ภูเขาด้านหลังสำนักหลิงอวิ๋นเพียงลำพัง เพื่อไปพบอูจี้
บนยอดเขาที่เกลียวเมฆล้อมวน อูจี้นั่งนิ่งอยู่ในกระท่อมคล้ายร่างเขา อยู่ในอีกห้วงมิติหนึ่ง แค่เนี่ยเทียนเข้าไปใกล้เขาก็จะรู้สึกเหมือนเวลาหมุน ย้อนกลับ ในสมองก็มีภาพมายามากมายปรากฏขึ้นไม่หยุด
วิญญาณของอูจี้เหมือนล่องลอยอยู่ข้างนอก รอจนเนี่ยเทียนมายืนรอ อยู่พักใหญ่ วิญญาณของอีกฝุายถึงได้กลับเข้าร่าง
“กลับมาแล้วหรือ?” อูจี้ลืมตาแล้วยิ้มบางๆ “เรื่องของอาณาจักร เสวียนเทียน ข้าเองก็ได้ยินมาแล้ว นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายยังเป็นเจ้าที่ใช้ตรา ประทับสะเก็ดดาวมาเปิดใช้ค่ายกลโบราณที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งเอาไว้ ทำให้พวกชนต่างเผ่าพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า”
“อาจารย์ ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว หายสาบสูญไปหลายปี ทว่ากลับยังคงแอบให้การปกปูองอาณาจักร เสวียนเทียนอย่างลับๆ” เนี่ยเทียนกล่าว
“เอ้า หนังสือเล่มนี้ข้าตั้งใจเรียบเรียงมาให้เจ้า น่าจะมีประโยชน์ต่อ เจ้าไม่น้อย” อูจี้หยิบเอาสมุดเล็กเล่มบางๆ ออกมาจากสาบเสื้อตรง หน้าอกแล้วยื่นส่งให้เขา “ช่วงนี้เจ้าไม่ต้องกลับไปที่ปุาไผ่เขียวแล้ว อยู่ที่นี่ แหละ มีเรื่องอะไรไม่เข้าใจ เดี๋ยวข้าช่วยอธิบายให้เอง”
“อาจารย์ ตอนที่ข้าอยู่อาณาจักรปุายจั้น แก่นเลือดหลายหยดของข้า ทำให้โซ่ผลึกสายเลือดในหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งเคยระเบิด แตกประสานตัวเข้าด้วยกันอีกครั้ง” เนี่ยเทียนรับสมุดเล่มเล็กนั้นมา แต่ ไม่ได้รีบร้อนศึกษา “ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าแก่นเลือดที่มาจากข้า จะมีประโยชน์มหัศจรรย์ได้ขนาดนี้”
ดวงตาอูจี้พลันเป็นประกาย “ในแก่นเลือดของเจ้าประทับความ มหัศจรรย์แห่งชีวิตที่ลึกลับเอาไว้ สายเลือดที่หาได้ยากเช่นนี้ ข้าเองก็ยัง รู้จักไม่มาก วันหน้าสายเลือดแห่งชีวิตของเจ้าจะมีพรสวรรค์อะไรเกิดขึ้น เจ้าจะอาศัยสายเลือดนี้เลื่อนสู่เขตที่มหัศจรรย์ บรรลุความลับที่อยู่ใน สายเลือด บรรลุเวทลับในสายเลือดได้หรือไม่ ข้าเองก็ไม่กล้ารับประกัน”
“ทุกอย่างในตัวเจ้ายังจำเป็นต้องให้เจ้าใช้ใจไปทำความรู้จักกับมัน”
“สมุดเล่มเล็กที่ข้ามอบให้เจ้านี้แค่บันทึกความพิเศษทางสายเลือด ของชนต่างเผ่าที่พบเห็นได้บ่อยเอาไว้”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับแสดงว่าเข้าใจ
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ซักถามอะไรอีก แต่เริ่มศึกษาคัมภีร์ที่อูจี้อาจารย์ ของเขาเป็นผู้เขียนอยู่บนยอดเขาด้านหลัง
อูจี้บอกกับเจียงจือซูเจ้าสำนักหลิงอวิ๋นว่าช่วงเวลานี้ ภูเขาด้านหลัง ของเขาไม่ต้อนรับใครทั้งสิ้น
อาจารย์และศิษย์สองคนต่างก็ต้องการเวลาที่เงียบสงบเพื่ออยู่กันตาม ลำพัง
เจียงจือซูรู้ใจจึงปุาวประกาศให้แต่ละฝุายทราบว่าเนี่ยเทียนกำลัง ตั้งใจฝึกตน จึงจำต้องขอปฏิเสธผู้แข็งแกร่งของทุกฝุายที่เดินทางมายัง สำนักหลิงอวิ๋นเพื่อหมายผูกมิตรกับเนี่ยเทียน
และเนี่ยเทียนก็คอยศึกษาคัมภีร์เล่มบางที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ สายเลือดของชนต่างเผ่าอย่างมุมานะ
หนังสือเล่มนั้นมีแค่สิบกว่าหน้า ทว่าความรู้กลับลึกล้ำ มันบันทึก ความรู้ที่อูจี้มีต่อสายเลือดชนต่างเผ่าเอาไว้ ทำให้เนี่ยเทียนได้เปิดโลก กว้าง
จากคำบอกของอูจี้ ชนต่างเผ่าที่สายเลือดพิเศษ การเลื่อนขั้นและการ เติบโตเกี่ยวของพวกมันข้องอย่างแนบแน่นกับระดับการชุบหลอมทาง เลือดเนื้อของตัวชนต่างเผ่าเอง ไม่ค่อยเหมือนกับมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของเผ่ามนุษย์เท่าใดนัก
ขอแค่เรือนกายที่มีเลือดเนื้อแข็งแกร่งมากพอ การเลื่อนขั้นทาง สายเลือดและการเติบโตของชนต่างเผ่าก็จะรวดเร็วตามไปด้วย
ทุกครั้งที่สายเลือดฟื้นตื่น พรสวรรค์อย่างใหม่ที่ปรากฏขึ้นก็ล้วนอาศัย การชุบหลอมเลือดเนื้อทั้งสิ้น
เช่นเดียวกัน รอจนพรสวรรค์ทางสายอย่างใหม่ฟื้นตื่นขึ้นมา ชนต่าง เผ่าก็จะสามารถเลี้ยงตัวเองโดยใช้พลังที่พิเศษของสายเลือดมาชุบหลอม เรือนกายอีกครั้ง
และก็ด้วยเหตุนี้ ชนต่างเผ่าส่วนใหญ่ถึงได้มีเรือนกายที่แข็งแกร่งกว่า มนุษย์มากมายนัก
จุดที่ชนต่างเผ่าให้ความสำคัญคือสายเลือด ระดับความแข็งแกร่งของ เลือดเนื้อและความรู้ด้านจิตวิญญาณ ส่วนมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน นั้น พวกเขาไม่สนใจแม้แต่น้อย
สายเลือดที่พิเศษ นอกจากจะมีพรสวรรค์ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว เวทลับ ต่างๆ ทางสายเลือดส่วนใหญ่ล้วนมาจากการได้รับสืบทอดจากผู้อาวุโสใน ตระกูล
มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เนื่องจากมีโชควาสนาถึงได้เข้าไปในพื้นที่ ลึกลับบางแห่ง จากนั้นจึงหาเวทลับทางสายเลือดที่พวกต้าจุนในชนเผ่าทิ้ง ไว้เจอ
สายเลือดของชนต่างเผ่าสามารถอาศัยการกระตุ้นจากวัตถุ บางอย่าง แต่อาวุธมากมายที่เหมาะสมกับเผ่ามนุษย์นั้นยากจะใช้พลัง สายเลือดของชนต่างเผ่าระเบิดศักยภาพออกมาได้
อูจี้บอกกับเขาว่าอาวุธวิเศษทั้งหมดที่มาจากเผ่ามนุษย์ซึ่งเขา ครอบครองอยู่ในมือล้วนไม่สามารถสำแดงความได้เปรียบทางสายเลือด ของเขาออกมาได้
แต่เกราะมังกรเพลิงคือข้อยกเว้น…
เนี่ยเทียนแอบทดลองอยู่กับตัวเองก็พบว่านอกจากเกราะมังกรเพลิง จะสามารถดึงพลังธาตุเปลวเพลิงของเขาออกมาได้จริงๆ แล้ว มันยังมี ความต้องการที่มากมหาศาลต่อจิงชี่เลือดเนื้อของเขาด้วย
ยิ่งจิงชี่เลือดเนื้อที่เขากรอกเทให้กับเกราะมังกรเพลิงเข้มข้นมาก เท่าไหร่ ความเชื่อมโยงระหว่างเขาและเกราะมังกรเพลิงก็ยิ่งแนบแน่น มากเท่านั้น พลานุภาพที่สำแดงออกมาก็ยิ่งมีมาก
ด้วยเหตุนี้เขาจึงสงสัยว่า ต่อให้เกราะมังกรเพลิง…จะมาจากฝีมือการ หลอมของปรมาจารย์หลอมอาวุธเผ่ามนุษย์ ทว่าปรมาจารย์หลอมอาวุธผู้ นั้นกลับมีความรู้ต่อสายเลือดของชนต่างเผ่าอย่างลึกซึ้งเหมือนกัน
หรืออาจถึงขั้นเป็นไปได้ว่า เกราะมังกรเพลิงไม่ได้เกิดจากฝีมือของ ปรมาจารย์หลอมอาวุธเผ่ามนุษย์!
เมื่อศึกษาตามทิศทางที่อูจี้บอกไว้ให้ เขาก็ค้นพบอีกว่ากิ่งไม้เจ็บสอง กิ่งก็สามารถดูดซับจิงชี่เลือดเนื้อของเขา และเมื่อนำมาประสานกับเวท หนามไม้สวรรค์ก็จะทำให้เขาแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา
แม้แต่หมัดพิโรธที่เขาได้มาจากเทพยักษ์ค้ำฟูา หากอาศัยแค่พลังงาน จากจิงชี่เลือดเนื้อของเขาอย่างเดียวก็ยังมีอานุภาพที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
กิ่งไม้เจ็ดสิบสองกิ่ง เวทหนามไม้สวรรค์ หมัดพิโรธ ทุกอย่างล้วนมา จากชนต่างเผ่า
อาวุธและเวทลับของชนต่างเผ่าเหล่านี้ล้วนสามารถร่ายใช้พร้อมกับ จิงชี่เลือดเนื้อที่ซุกซ่อนความลี้ลับของชีวิตเอาไว้
คัมภีร์เล่มนั้นยังบันทึกเวทลับของแก่นเลือดเอาไว้ มันบอกกับเขาว่า แก่นเลือดของเขาคือการก่อตัวเป็นผลึกของจิงชี่เลือดเนื้อ สามารถผสาน รวมจิตวิญญาณและพรสวรรค์ทางสายเลือด ทำให้มันกลายมาเป็นเวทลับ ทางสายเลือดที่แตกต่างกัน
เพียงแต่ว่าเขาได้ทดลองทำตามเวทลับทั่วไปของอสูรกายและภูตผี ปีศาจที่อูจี้เขียนไว้ในหนังสือ แต่กลับไม่สามารถใช้ได้
เขาจึงคาดเดาว่าบางทีสายเลือดแห่งชีวิตของเขาอาจไม่เหมือนกับ อสูรกายและภูตผีปีศาจ ดังนั้นต่อให้เขาสร้างแก่นเลือดขึ้นมา ทว่าเพราะ ธาตุที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงจึงไม่สามารถร่ายใช้เวทลับของอสูรกายและ ภูตผีปีศาจได้
แนวทางที่อูจี้แนะนำให้เขาก็คือต้องให้ความสำคัญกับการชุบหลอม เรือนกาย และอาศัยจิงชี่เลือดเนื้อมาบำรุงอาวุธที่สามารถใช้พลังของ เลือดเนื้ออย่างเกราะมังกรเพลิงไปอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง
อูจี้บอกกับเขาว่ารอจนวันหนึ่งที่สายเลือดของเขาเติบโตจนถึงระดับ หนึ่งแล้ว บางทีเขาอาจจะบรรลุถึงต้นกำเนิดของสายเลือด ตามหาเวทลับ ทางสายเลือดหลายชนิดที่เหมาะสมกับเขาได้เจอ
ความลี้ลับทางสายเลือดหลายอย่างที่อยู่ในคัมภีร์เล่มนั้นถูกเขาเอามา อ่านทวนซ้ำหลายสิบรอบ พอจดจำได้อย่างลึกล้ำอยู่ในจิตวิญญาณแล้ว เขาก็เผาคัมภีร์เล่มนั้นทิ้งไปทันที
ช่วงเวลาหลังจากนั้นเขาก็อาศัยอยู่บนยอดเขาด้านหลังตลอดเวลา ใช้ กิ่งไม้เจ็ดสิบสองกิ่งมาสร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ใช้ค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณมาชุบหลอมอวัยวะของตัวเองต่อไป
ในแหวนเก็บของของเขายังมีซากศพของอสูรกายระดับเจ็ดอยู่ตนหนึ่ง ซากศพนั้นแค่ถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดดูดเลือดสดไปจนเกลี้ยง เท่านั้น ยังคงหลงเหลือจิงชี่เลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดาเอาไว้
ศพของอสูรกายตนนั้นจึงกลายมาเป็นต้นกำเนิดพลังงานเลือดเนื้อที่ เขาใช้ชุบหลอมเรือนกายของตัวเอง
เขาคอยใช้การสูบพลังชีวิตมาดึงเอาพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในร่างของ อสูรกาย อาศัยค่ายกลกำเนิดไม้โบราณและเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาชุบ หลอมอวัยวะภายในทั้งวันคืนอย่างไม่ย่อท้อ
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้วสองเดือน สองเดือนมานี้ อสูรกาย สายเลือดระดับเจ็ดตนนั้นก็ถูกเขาดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้ออกมาจนเกลี้ยง
ขั้นที่สองของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่อย่างอวัยวะซ่อนแฝงก็ฝึกได้สำเร็จ ในที่สุด
แต่ว่าเขากลับไม่ได้ลงมือฝึกเลื่อนเขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย ทางด้านนี้ ของเขาจึงไม่มีการพัฒนาไปมากเท่าไหร่นัก
แต่ว่าหลังจากที่การฝึกอวัยวะซ่อนแฝงขั้นที่สองของเวทไม้สวรรค์เกิด ใหม่ได้สิ้นสุดลง อวัยวะภายในของเขาก็คล้ายจะเกิดการแปรสภาพ บางอย่าง เลือดสดในร่างไหลเร็วขึ้น เวลาที่เขายกมือขยับเท้าก็คล้ายจะ สามารถชักนำพลังของอวัยวะและกระดูกผลึกใส สามารถลอดทะลวง ทำลายหินใหญ่ให้กลายเป็นเศษหินได้โดยไม่ต้องใช้พลังวิญญาณแม้แต่ เสี้ยวเดียวโดยไม่ต่างไปจากสัตว์วิเศษ
“ระดับความแข็งแกร่งของเรือนกายนี้ของเจ้า เกรงว่าคงใกล้จะ เทียบเคียงกับสัตว์วิเศษสายเลือดระดับสี่ระดับห้าได้แล้ว” เมื่อเห็นว่า ก้อนหินขนาดใหญ่ยักษ์ก้อนหนึ่งที่อยู่บนภูเขาด้านหลังถูกนิ้วมือทั้งห้าของ เนี่ยเทียนลอดทะลุไปได้อย่างง่ายดาย อูจี้ก็เอ่ยปากชมเปราะ “นี่ หมายความว่าต่อไปหากยามที่ต่อสู้แล้วมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนข องเจ้าแห้งขอด ไม่มีพลังวิญญาณให้ใช้แม้แต่เสี้ยวเดียว ก็ใช่ว่าเจ้าจะหมด พลังในการต่อสู้เสมอไป”
“เจ้าอาจไม่จำเป็นต้องสวมเกราะมังกรเพลิง ลำพังแค่เรือนกายนี้ก็ สามารถต้านทานการโจมตีจากคนส่วนใหญ่ได้แล้ว”
“เสี่ยวเทียน สำนักใหญ่ๆ ในดินแดนดาวตกล้วนสังหารชนต่างเผ่า ทั้งหมดในอาณาจักรเสวียนเทียนเสร็จแล้ว แต่ละสำนักต่างก็ได้ทรัพยากร ของชนต่างเผ่ามากมายเท่ากองภูเขา ตอนนี้พวกเขาจึงกำลังพูดถึงเรื่อง การแบ่งของรางวัล เตรียมจะจัดสรรทรัพยากรเหล่านั้น วัตถุดิบวิเศษ หลายอย่างที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในดินแดนดาวตก”
“พวกเขาเองก็ตั้งใจมาเชิญให้เจ้าไปที่นั่น และก็ได้เวลาที่เจ้าควรจะ ออกไปข้างนอกบ้างได้แล้ว”
“อาจารย์ ท่านไปหรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าว
อูจี้ยิ้มบางๆ ส่ายหัวแล้วตอบว่า “ข้าไม่ไปหรอก หัวมู่ส่งคนของ พรรคคิชกูฏมาบอกเจียงจือซูโดยหวังว่าเจ้าจะไปที่นั่นสักครั้ง ศึกนี้ เจ้า ออกแรงไปไม่น้อย ของที่ควรเป็นของเจ้า เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” เนี่ยเทียนพยักหน้าแล้วถามอีกครั้ง “อาจารย์ ท่านมีวัตถุดิบวิเศษอะไรที่ต้องการเป็นพิเศษหรือไม่? ข้าจะช่วยเอามาให้ ท่าน”
“เฮอๆ ข้าเตรียมไว้นานแล้ว” อูจี้ยิ้ม ก่อนจะส่งใบรายการมาให้เขา “หากมีวัตถุดิบอย่างที่เขียนไว้ ช่วยเอากลับมาให้ข้าหน่อย มันช่วยในการ ฝุาทะลุขอบเขตของข้าในอนาคต”
“รับทราบขอรับ”
——