ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 649 งานฉลองแห่งชัยชนะที่ภูเขาสายฟ้า
อาณาจักรคุนหลัว ภูเขาสายฟูา
ภูเขาสายฟูานับเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดที่เก่าแก่ที่สุดของดินแดนดาวตก ที่ตั้งของสำนักไม่ใช่แค่ยอดเขาลูกเดียวเท่านั้น
ตลอดทั้งเทือกเขาสายฟูาสวรรค์ล้วนเป็นที่ตั้งของสำนักภูเขาสายฟูา เทือกเขาสายฟูาสวรรค์ประกอบจากยอดเขาที่ตั้งตระหง่านหลายลูก ภูเขาสายฟูาเป็นเพียงหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดเท่านั้น
ชนต่างเผ่าบุกเข้ามาได้ไม่นาน ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียน ของอาณาจักรคุนหลัวก็ทยอยกันเสียการปูองกัน
เขตสามัญ เขตลี้ลับของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนทั้งหมด ต่างก็บาดเจ็บและล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก และมีเพียงคนบางส่วนที่ รอดพ้นไปถึงโลกลับได้
เหลยเจิ้นอวี่จากภูเขาสายฟูา ตี๋หรูอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนล้วน เป็นผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณ ก่อนหน้าที่พวกเขาจะหนีไปยัง อาณาจักรเสวียนเทียนก็ได้ทำลายค่ายกลนำส่งสองหลังในภูเขาสายฟูา และสำนักเทียนเหยียนทิ้งไปแล้ว
หลังจากนั้น รอจนสถานการณ์ในอาณาจักรเสวียนเทียนมั่นคง ภูเขา สายฟูาและสำนักเทียนเหยียนถึงได้ไปหาพรรคคิชกูฏ อาศัยค่ายกลลับ ของพรรคคิชกูฏถึงได้ย้อนกลับคืนมาอาณาจักรคุนหลัว
ค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นในลานกว้างใหญ่ยักษ์ของ เทือกเขาสายฟูาสวรรค์
“ฟิ้วๆๆ!”
ในค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังใหม่มีผู้ฝึกลมปราณจากสำนักต่างๆ ใน ดินแดนดาวตกทยอยกันปรากฏตัว
เนี่ยเทียน หลีเหย่ หลี่หลางเฟิงและต่งลี่ก็เดินออกมาจากค่ายกลนำส่ง หลังนั้น
ชนต่างเผ่าถูกสังหารจนสิ้นซาก งานฉลองชัยชนะที่แต่ละสำนัก ร่วมกันจัดตั้งไม่ได้จัดขั้นในอาณาจักรเสวียนเทียน แต่เลือกมาจัดที่ภูเขา สายฟูาในอาณาจักรคุนหลัว
เนี่ยเทียนเดินออกมาจากในค่ายกลนำส่ง พอเงยหน้ามองก็เห็นลาน กว้างขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่กลางเทือกเขา
ภูเขาหินสีเทาซีดหลายลูกที่สูงหลายพันเมตรตั้งตระหง่านดุจกระบี่ ยักษ์ที่แทงทะลุเข้าไปในชั้นฟูา เคร่งขรึมโอ่อ่า
ปราณวิญญาณฟูาดินที่เข้มข้นปะปนอยู่กับธาตุสายฟูาซึ่งแผ่กระจาย ไปแปดทิศ
จุดลึกของชั้นเมฆสีขาวนวลมีสายฟูาแลบแปลบปลาบ ผสานมาด้วย เสียงฟูาร้องดังอื้ออึง
“ไม่นึกว่าจะเลือกจัดงานฉลองชัยชนะที่ภูเขาสายฟูา เจ้าคนพวกนั้น …” ต่งลี่พึมพำ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะ“ตามความเห็นข้า ที่วิมานสวรรค์ไม่
เลือกจัดงานในอาณาจักรเสวียนเทียนก็เพราะนอกจากสำนักวิมานสวรรค์ จะถูกทำลายแล้ว ยังมีสาเหตุที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง”
“วิมานสวรรค์กลัววิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้” หลี่เหย่หัวเราะร่าเสียงดัง “ขอแค่ยอดเขาทั้งสามแห่งของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวไม่ล้มลง ข้าว่าจ้าวลั่วเฟิงแห่งวิมานสวรรค์ก็คงหวาด ผวาอยู่ตลอดเวลา บางทีวิมานสวรรค์คงต้องพิจารณาแล้วว่าจะย้ายสำนัก ใหม่ไปตั้งอยู่นอกอาณาจักรเสวียนเทียนหรือไม่”
“อาณาจักรเสวียนเทียนพื้นที่กว้างขวาง ปราณวิญญาณเปี่ยมล้น หากวิมานสวรรค์จะย้ายถิ่นฐาน ก็ไม่รู้ว่ามีสำนักอีกมากน้อยแค่ไหน อยากจะย้ายเข้าไปแทนที่” ต่งลี่พูดหยอก ก่อนจะใช้ไหล่บางชนกระแทก เนี่ยเทียน “ถึงเวลานั้น สำนักที่ย้ายไปยังอาณาจักรเสวียนเทียนคงต้อง ประจบเอาใจนายน้อยเนี่ยอย่างเจ้าน่าดู”
เนี่ยเทียนยิ้มรับ ไม่เอ่ยคำใด
เขาเองก็รู้ดีว่าที่ทุกฝุายเลือกมาจัดงานฉลองชัยชนะที่อาณาจักรคุน หลัวก็ต้องเป็นเพราะหวาดกลัววิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง เอาไว้
ขอแค่ยอดเขาทั้งสามลูกนั้นไม่ล้มลง ไม่ว่าสำนักใดหรือผู้แข็งแกร่งคน ใดก็ตามที่ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียนก็ล้วนไม่สามารถกิน อิ่มนอนหลับได้อย่างเป็นสุข
ยอดเขาทั้งสามนั้นสามารถระเบิดทำลายเรือรบทางช้างเผือกของเผ่า อสูรกายได้ในเสี้ยวนาที ทำให้ปาซือทัวแหลกลาญไปทั้งร่าง ใครบ้างจะไม่ กลัว?
เกรงว่าต่อให้ผู้เฒ่าประหลาดของวิมานสวรรค์เลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้ สำเร็จก็ยังไม่น่าจะต้านทานได้ไหว เพราะนั่นคือการโจมตีที่น่าหวาดกลัว ซึ่งสามารถดับทำลายฟูาดินได้เลยทีเดียว
“ทุกท่านมาจากที่ใดกันบ้าง?”
ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งของภูเขาสายฟูายืนอยู่ข้างค่ายกลนำส่งมา นาน พอได้ยินเสียงพวกเขาพูดคุยกันจึงรีบเดินรุดหน้าเข้ามาหา
“ตระกูลต่ง” ต่งลี่กล่าว
ผู้ฝึกลมปราณคนนั้นมีเขตสามัญช่วงต้น พอได้ยินต่งลี่พูดมาว่าจาก ตระกูลต่งก็มองประเมินต่งลี่อย่างละเอียดอยู่หลายทีแล้วกล่าวว่า “ใช่ คุณหนูต่งลี่จากตระกูลต่งหรือไม่?”
ต่งลี่พยักหน้ารับเบาๆ
“เชิญทางด้านนี้” คนผู้นั้นมีท่าทางนอบน้อมขึ้นมาทันใด เขายื่นมือชี้ ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “คนของตระกูลต่งที่มาเยือน ภูเขาสายฟูา ของพวกเราจัดให้ไปอยู่ตรงนั้น”
“เดี๋ยวก่อน คนของพรรคคิชกูฏอยู่ที่ไหน?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
เขามาคราวนี้ นอกจากจะมาเข้าร่วมงานฉลองชัยชนะแล้ว ยัง อยากจะมาเจอหัวมู่ด้วย
“อยู่ทางด้านนั้นเหมือนกัน” คนผู้นั้นยิ้มบางๆ
เนี่ยเทียนไม่ถามอะไรมากอีก ครั้นจึงเดินตามคนผู้นั้นออกไปข้างนอก
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่ไกล ต่งลี่พลันหยุดชะงักฝีเท้า มองไปยังมุมหนึ่ง ของลานขนาดใหญ่ซึ่งจัดวางเวทีหินยาวๆ เอาไว้ บนเวทีนั้นวางแหวนห้วง มิติที่เห็นได้ชัดว่าเป็นของชนต่างเผ่าเอาไว้ นางถามขึ้นว่า “ของพวกนี้ คือ?”
คนผู้นั้นรีบเอ่ยแนะนำ “ล้วนเป็นผลเก็บเกี่ยวของเหล่าผู้แข็งแกร่งเขต วิญญาณที่ไปร่วมรบในอาณาจักรเสวียนเทียน สิ่งเหล่านั้นชนต่างเผ่า เรียกว่าแหวนห้วงมิติ คล้ายคลึงกับแหวนเก็บของของพวกเรา ด้านในเก็บ วัตถุดิบหายากที่ดินแดนดาวตกไม่มีไว้มากมาย นอกจากนี้แล้ว ศพของ ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหก ระดับเจ็ดหลายคน อาวุธ และเวทลับ สายเลือดในการฝึกตนของพวกเขาต่างก็อยู่ในนั้นด้วย”
เนี่ยเทียนมองปราดๆ ก็เห็นว่าแหวนห้วงมิติที่วางไว้บนเวทีมีมากถึง ร้อยกว่าวง ดวงตาของเขาจึงเป็นประกายน้อยๆ
“ของสะสมของชนต่างเผ่าทั้งหมดที่ถูกสังหารล้วนอยู่ที่นี่รึ?” หลี่เหย่ ถามอย่างอยากรู้
“ศพ อาวุธ วัตถุดิบและคัมภีร์ของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับ หก ระดับเจ็ดส่วนใหญ่ล้วนอยู่ตรงนี้” คนผู้นั้นบอกตามตรง “ส่วน สายเลือดระดับห้าที่เนื่องจากมีพลังปกติ มูลค่าของสิ่งของมีจำกัด จึง ไม่ได้รวมอยู่ที่นี่ สิ่งของที่พวกสายเลือดระดับห้าเหล่านั้นเก็บเอาไว้จึงตก เป็นของผู้ที่สังหารได้”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” ต่งลี่พยักหน้า สีหน้าของนางฮึกเหิม “ดูท่า คราวนี้เจ้าคงได้กวาดทรัพย์แน่” นางชม้ายตามองเนี่ยเทียนอย่างมีเสน่ห์
ในสายตาของนาง ในเมื่อเป็นการจัดสรรของรางวัลตามคุณความชอบ ใครยังจะมีคุณูปการมากไปกว่าเนี่ยเทียนได้อีก?
หากไม่เป็นเพราะเนี่ยเทียน หายนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถยุติลง เผ่ามนุษย์อาจจะยังถูกชนต่างเผ่าสังหารจนสิ้นซากไปเลยก็เป็นได้
ในเมื่อเนี่ยเทียนเป็นคนใช้วิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ แค่การกระทำเดียวของเขาก็ทำให้เผ่ามนุษย์คว้าชัยชนะ ถ้าเช่นนั้นอาวุธ และวัตถุดิบวิเศษมากมายที่เก็บไว้ในแหวนห้วงมิติของชนต่างเผ่า มีหรือที่ เนี่ยเทียนจะไม่สามารถเลือกไปได้ตามใจชอบ?
“หวังว่าเจ้าพวกนั้นคงไม่สร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
หลังจากนั้นพวกเขาสี่คนก็ไปจากลานกว้างแห่งนี้ภายใต้การนำทาง ของผู้ฝึกลมปราณของภูเขาสายฟูาคนนั้น
มุมหนึ่งของลานกว้าง สตรีผู้หนึ่งที่สวมชุดของสำนักเทียนเหยียนก็ ช่วยจัดการเป็นธุระอยู่ในภูเขาสายฟูาแห่งนี้ นางเหลือบมองมาทางนี้โดย บังเอิญ พอเห็นเนี่ยเทียน เรือนกายอรชรของนางก็พลันสั่นสะท้าน
“ศิษย์น้องอวี๋ เจ้าเหม่ออะไร?” เหลยเจ๋อแห่งภูเขาสายฟูาขมวดคิ้ว น้อยๆ เอ่ยถามเสียงเบา
เหลยเจ๋อคือหลานของเหลยเจิ้นอวี่ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของภูเขา สายฟูา มีตบะเขตสามัญช่วงต้นเนื่องจากภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเห
ยียนผูกมิตรไมตรีกันมาทุกรุ่นทุกสมัย และยังมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ กัน ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงดีมาก
อวี๋เวยก็คือว่าที่ภรรยาซึ่งภูเขาสายฟูาเลือกไว้ให้กับเหลยเจ๋อ
“พี่ใหญ่เหลย คนผู้นั้น…” อวี๋เวยชี้ไปยังทิศทางที่เนี่ยเทียนจาก ไป นัยน์ตามีความเจ็บปวดและหวาดกลัว “คนผู้นั้นก็คือเนี่ยเทียน! ข้า เคยเจอเขาในอาณาจักรเลี่ยคง เขาบอกว่าเขามองพี่ชายข้าถูกชนต่างเผ่า ฆ่าไปต่อหน้าต่อตาตัวเอง ที่ข้าแค้นก็คือ ตอนนี้ตำแหน่งของเขาสูงส่งเกิน ผู้ใดจะเทียบเคียง ข้าไม่สามารถทำอะไรเขาได้”
“ที่แท้เขาก็คือเนี่ยเทียนนี่เอง!” เหลยเจ๋อมองตามทิศทางที่เนี่ยเทียน จากไปด้วยสายตาเย็นชา แค่นเสียงในลำคอ “เจ้าเด็กนี่ชาติกำเนิดต่ำต้อย หากไม่เป็นเพราะช่วงชิงตราประทับสะเก็ดดาวมาจากในประตูสวรรค์ ฟูา ดินแห่งนี้จะมีที่ใดให้เขาได้พักพิง? ศิษย์น้องอวี๋ เจ้าอย่าเพิ่งไปหาเรื่องเขา เขากำเริบเสิบสานได้ไม่นานหรอก!”
อวี๋เวยตะลึงงัน “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เขากำลังมีหน้ามีตา แถมยังเข้า มาแทนที่หนิงหยาง กลายมาเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในเด็กรุ่นเล็กของ ดินแดนดาวตก พรรคคิชกูฏ หอหันปิง สำนัก อาวุธ สำนักหยิน สำนักหยาง และแต่ละฝุายของอาณาจักรปุายจั้นต่างก็ ให้การปกปูองเขาอย่างเต็มกำลัง แถมเขายังมีหุ่นเชิดเลือดที่น่าหวาดกลัว อยู่ตนหนึ่ง ทั้งยังสามารถกระตุ้นใช้การโจมตีที่พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวทิ้งเอาไว้…”
“สิ่งเหล่านี้ที่เจ้าพูดถึง ล้วนเป็นแค่พลังภายนอกเท่านั้น” สีหน้า น้ำเสียงของเหลยเจ๋อเต็มไปด้วยความดูหมิ่น “ขอบเขตของเขาก็แค่ต้น สวรรค์เท่านั้น ศักยภาพของตัวเองไม่มากพอ ทุกอย่างจึงเป็นแค่ภาพ มายา นอกจากนี้ เขายังมีเรื่องกับคนมากมาย คนบางคน…ไม่ใช่สิ่งที่เขา สามารถจินตนาการได้”
อวี๋เหวยตะลึง พลันกดเสียงต่ำด้วยความปิติยินดี “พี่ใหญ่เหลย ท่าน จะบอกว่า…มีคนจะเล่นงานเขา?”
“เรื่องบางเรื่อง ข้าไม่สะดวกพูดมาก” เหลยเจ๋อเห็นว่าพวกเนี่ยเทียน หายไปจากเส้นสายตาแล้วถึงได้พูดด้วยเสียงแผ่วต่ำ “เจ้ารู้แค่ว่าดินแดน ดาวตกของพวกเรา มีเพียงวิมานสวรรค์เท่านั้นที่ยังเป็นผู้ตัดสินทุก สิ่ง ภูเขาสายฟูาของพวกเรา สำนักเทียนเหยียนของพวกเจ้า ต่างก็ยืนอยู่ ฝั่งเดียวกับวิมานสวรรค์”
“รอให้ท่านผู้นั้นของวิมานสวรรค์เลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้ สำเร็จ ดินแดนดาวตกต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟูาพลิกดิน แน่นอน!”
“ถึงเวลานั้น ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาเนี่ยเทียนจะยังทำตัวอิสระเสรีแบบ นี้ได้อีก!”
พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ อวี๋เวยก็พลันฮึกเหิม พึมพำในใจ เบาๆ ว่า “ท่านพี่ เนี่ยเทียนคนนี้ สักวันต้องกลายมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวย ท่าน!”
……
ภูเขาลูกหนึ่งที่ล้อมอยู่ด้านนอกของลานกว้างใหญ่
ครึ่งหนึ่งของภูเขามีช่องโหว่คล้ายรังผึ้งอยู่เป็นจำนวนมาก ในรูโหว่ เหล่านั้นทุกรูมีเงาร่างของผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
คนผู้นั้นนำเนี่ยเทียนสี่คนเดินมาหยุดอยู่ใต้ตีนเขาแล้วบอกกับต่งลี่ ว่า “ด้านในภูเขาลูกนี้ถูกแบ่งออกเป็นห้องหินจำนวนมาก คนจากตระกูล ต่ง พรรคคิชกูฏ หอหันปิง สำนักอาวุธ สำนักหยิน สำนักหยางต่างก็ถูกจัด ให้มาอยู่ที่นี่ ข้ามาส่งถึงตรงนี้ พวกเจ้าตามสบาย”
กล่าวจบคนผู้นั้นก็หมุนกายจากไปทางลานกว้างอีกครั้ง
“เสี่ยวลี่ เจ้าเองก็มาด้วยหรือ?” ปากถ้ำแห่งหนึ่ง ฉินแยนจากองค์กร การค้าสุ่ยเยว่โบกมือด้วยรอยยิ้ม ข้างกายของนางมีผู้เฒ่าขององค์กร การค้าสุ่ยเยว่ยืนอยู่หลายคน
“พี่ใหญ่เนี่ย! ข้าอยู่นี่!” ฉีอีเหรินจากสำนักอาวุธก็ยืนอยู่ตรงปากถ้ำ แห่งหนึ่ง นางโบกมืออย่างตื่นเต้นบอกเป็นนัยให้เนี่ยเทียนเดินไปหา
เสียงเรียกว่าพี่ใหญ่เนี่ยของนางทำให้คนมากมายตกตะลึง ปากถ้ำ หลายแห่งจึงมีคนโผล่หัวออกมา
ในบรรดานั้นก็มีสาวงามจำนวนไม่น้อยที่เคยไปยังปุาไผ่เขียว เพราะ เนี่ยเทียนมัวไปทำความเข้าใจกับความลี้ลับของสายเลือดกับอูจี้อยู่ นาน บวกกับงานฉลองชัยชนะกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทุกคนจึงมารวมตัวกัน อยู่ที่นี่
พอสาวงามเหล่านั้นได้ยินว่าเนี่ยเทียนมาต่างก็พากันหันมามอง
“เนี่ยเทียน มาทางนี้” ต่งหวังหลิงจากตระกูลต่งพลันโผล่หัวออกมา จากปากถ้ำแห่งหนึ่งด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด
ข้างกายเขายังมีพวกจงเจิง หลี่มู่หยางที่ต่างก็พากันขมวดคิ้วน้อยๆ เหมือนว่าเมื่อครู่นี้กำลังประชุมลับอะไรกันอยู่
เนี่ยเทียนใจกระตุก ก่อนจะเดินดิ่งไปหาต่งหวังหลิงทันที
——