ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 650 วิกฤตซ่อนแฝง
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนได้รับเชื้อเชิญจากต่งหวังหลิงให้เข้าไปในห้อง หิน ชายหนุ่มผู้มากความสามารถมากมายที่ยืนอยู่ตรงปากถ้าต่างก็เผยสี หน้าอิจฉา
ขนาดต่งลี่ที่มาจากตระกูลต่งซึ่งพอเห็นท่าทางบอกเป็นนัยจากบรรพ บุรุษต่งหวังหลิงก็ยังต้องหยุดฝีเท้าอยู่ที่หน้าปากถ้า
หลี่เหย่และหลี่หลางเฟิงก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปข้างใน
เมล็ดพันธ์ผู้กล้าจากส้านักต่างๆ ล้วนรู้ดีว่าในห้องหินแห่งนั้นได้ รวบรวมผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของแต่ละส้านักเอาไว้
ราวกับว่าในสายตาของเหล่าผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณ เหล่านั้น เด็กรุ่นเล็กมีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ฟังการสนทนาของ พวกเขา
คนอื่นๆ ที่เหลือล้วนไม่ได้รับเชิญ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน
ดูจากจุดนี้ แม้เนี่ยเทียนจะขอบเขตไม่สูง ทั้งยังอายุพอๆ กันกับพวก เขา ทว่าตัวตนและต้าแหน่งของเขากลับมากพอจะเคียงบ่ากับผู้แข็งแกร่ง เขตวิญญาณได้
นี่คือการให้การยอมรับอย่างหนึ่ง!
ในห้องหินที่กว้างขวาง มีหินย้อยลงมาจากผนังด้านบน และมีเบาะนั่ง กระจายอยู่ทั่วทุกมุม
บนเบาะนั่งทั้งหมดล้วนมีบุคคลของดินแดนดาวตกที่สามารถเรียกลม เรียกฝนได้ ไม่ว่าจะเป็นจงเจิง ลู่ย่วนซี หลี่มู่หยาง ต่งหวังหลิง ฯลฯ และ ทุกคนต่างก็สีหน้าเคร่งเครียด
หลังจากที่เนี่ยเทียนมาถึง จงเจิงก็ชี้นิ้วไปที่ปากถ้า เสียง “ครืด” ดัง ขึ้น ปราการผนึกคล้ายน้าแข็งแวววาวชั้นหนึ่งก็พลันปิดปากถ้าเอาไว้อย่าง แน่นหนา
ในผลึกใสดุจน้าแข็งนั้นมีภาพค่ายกลถี่ยิบราวใยแมงมุม สามารถกัก เสียง ขัดขวางการแทรกซึมเข้ามาของพลังจิตวิญญาณ
“คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างนอบน้อม
เขากวาดตามองหนึ่งครั้งก็สังเกตเห็นว่านอกจากหัวมู่และผู้แข็งแกร่ง เขตวิญญาณอีกคนหนึ่งของพรรคคิชกูฏแล้ว พวกผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ ที่ค่อนข้างสนิทสนมกับเขาต่างก็มากันครบ
หลี่มู่หยางจากส้านักหยางยิ้มเจิดจ้าประหนึ่งเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ “ท้าไมจ้าวซานหลิงไม่มากับเจ้าด้วยเล่า?”
“เขาอยู่ที่อาณาจักรเลี่ยคง ก้าลังพยายามปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติหก เส้น” เนี่ยเทียนตอบรับหนึ่งประโยค ก่อนจะหันไปมองทางฉีป๋ายลู่จาก ส้านักอาวุธ “หลังจากที่ผู้อาวุโสเจินพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวเขาถึงได้ ตอบรับว่าจะลงมือลองท้าดู”
“เจ้าศิษย์ทรยศผู้นั้น คราวนี้ก็ถือว่าท้าเพื่อดินแดนดาวตกเต็ม ความสามารถแล้วจริงๆ” ฉีป๋ายลู่สีหน้าซับซ้อน
“ผู้อาวุโสทุกท่าน…” เนี่ยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ดู เหมือนว่าพวกท่านต่างก็อารมณ์ไม่ดีกันนัก ไม่ทราบว่ากลัดกลุ้มด้วยเรื่อง อันใด?”
ภัยคุกคามจากชนต่างเผ่าคลี่คลายไปได้ เผ่ามนุษย์ต่างก็ได้ผลเก็บ เกี่ยวมหาศาลมาจากในอาณาจักรเสวียนเทียน ตามหลักแล้วทุกคนควร จะดีใจถึงจะถูก ทว่าเนี่ยเทียนกลับเห็นว่าพวกเขาทุกคนต่างก็มีท่าทาง เป็นกังวล นี่ท้าให้เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“วิมานสวรรค์เลือกมาจัดงานฉลองชัยชนะที่ภูเขาสายฟูา ช่างท้าให้ คนเป็นกังวลยิ่งนัก” ต่งหวังหลิงถอนหายใจ
“หมายความว่าไง?” เนี่ยเทียนตะลึง
“ค่ายกลอสนีทลายฟูาของภูเขาสายฟูาคือค่ายกลใหญ่พิทักษ์ส้านักที่ เป็นรองแค่ค่ายกลวาสนาห้าธาตุ” ลู่ย่วนซีจากพรรคคิชกูฏสีหน้าหนักใจ เขาเอ่ยเนิบช้า “ค่ายกลอสนีทลายฟูามีความลี้ลับไร้ที่สิ้นสุด ทั้งยังมีพลัง การโจมตีที่แข็งแกร่ง ดูจากข่าวที่พรรคคิชกูฏได้รับมา แม้ว่าชนต่างเผ่าจะ ท้าลายค่ายกลอสนีทลายฟูาได้ส้าเร็จ ทว่าพวกมันก็เสียหายอย่างสาหัส”
“ค่ายกลอสนีทลายฟูาใช้ภูเขายักษ์แต่ละลูกของเทือกเขาสายฟูา สวรรค์เป็นรากฐาน สามารถเชื่อมโยงไปยังบ่อเก้าอสนี ซึ่งสามารถเรียก การโจมตีจากสายฟูาได้ดั่งทัณฑ์สวรรค์”
“ค่ายกลนี้เดิมทีเป็นตัวพิชิตอสูรกาย วิญญาณ ผีร้ายทั้งหมดที่กล้าเข้า มาเคลื่อนไหวในเทือกเขาสายฟูาสวรรค์ต่างก็สลายกลายเป็นเพียงฝุนผง”
“พวกชนต่างเผ่าที่โจมตีภูเขาสายฟูา แม้จะได้ชัยชนะไปจากที่นี่ แต่ก็ ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่แสนสาหัสเช่นกัน”
“ภูเขาสายฟูาก็คือหนึ่งในบรรดาส้านักใหญ่ที่อาศัยค่ายกลพิทักษ์ ส้านักมาโจมตีชนต่างเผ่ากลับไปอย่างดุเดือด”
ต่งหวังหลิงเอ่ยแทรก “ตอนแรก ค่ายกลอสนีทลายฟูาของภูเขา สายฟูาถูกท้าลายอย่างหนัก แต่คาดไม่ถึงว่าในระยะเวลาสั้นๆ กลับถูก ซ่อมแซมกลับคืนมาดังเดิมอีกครั้ง ตามความเห็นข้า ล้าพังเพียงแค่ รากฐานของภูเขาสายฟูา เกรงว่าคงไม่สามารถซ่อมค่ายกลอสนีทลายฟูา กลับคืนมาได้ใหม่อีกครั้ง”
ลู่ย่วนซีพยักหน้า “ค่ายกลอสนีทลายฟูาคือค่ายกลที่มีพลังการโจมตีที่ แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนดาวตก งานฉลองชัยชนะของวิมานสวรรค์จัด ขึ้นที่ภูเขาสายฟูา นี่เป็นเพราะพวกเขาต้องการจะแสดงอ้านาจให้พวกเรา เห็น”
หลี่มู่หยางจากส้านักหยางขมวดคิ้ว กล่าวว่า “ของจากชนต่างเผ่ามี ประโยชน์อย่างยิ่งต่อวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ พวกเราต่างก็รู้ดีว่าวัง วิญญาณมีความเกี่ยวข้องกับอสูรกายอยู่เล็กน้อย เวทลับทางจิตวิญญาณ ที่พวกเขาฝึกฝน ส่วนใหญ่ล้วนเรียนรู้มาจากความลี้ลับของเผ่าอสูรกาย”
“ลัทธิอูตู๋ก็เป็นเช่นเดียวกัน วิชาพิษร้ายของพวกเขาก็เกี่ยวข้องกับเผ่า ทมิฬ”
“คราวนี้หลิวหมินฮวางและจางจ้งฉือจากลัทธิอูตู๋ต่างก็ได้รับของที่ อสูรกายและเผ่าทมิฬสายเลือดระดับห้า ระดับหกสะสมเอาไว้ ซึ่งของ
หลายอย่างคือเวทลับทางสายเลือดของชนต่างเผ่าที่ช่วยส้านักพวกเขา ได้มาก”
“คนทั้งสองปุาวประกาศแล้วว่าเมื่องานฉลองชัยชนะสิ้นสุดลงจะปิด ด่าน เพื่อฝุาสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย”
“ดูท่าคัมภีร์บางส่วนของอสูรกายและเผ่าทมิฬจะท้าให้พวกเขาได้รับ ผลประโยชน์ไม่น้อย จึงคล้าทางโอกาสที่จะฝุาทะลุขั้นได้ วังวิญญาณและ ลัทธิอูตู๋ก็ได้สะสมพละก้าลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นเพราะศึกนี้ บางทีวิชาและ เวทลับในส้านักของพวกเขาเองก็อาจจะมีการฝุาทะลุขั้นครั้งใหญ่”
จงเจิงจากหอหันปิงเอ่ยขึ้นเบาๆ “แม้ว่าพลังต้นก้าเนิดของวิมาน สวรรค์จะถูกท้าลายอย่างหนัก แต่หากผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นฝุาแดนได้ ส้าเร็จ ทุกอย่างก็ล้วนสามารถชดเชยได้ ขอแค่เขาเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้ ส้าเร็จ วิมานสวรรค์ก็ยังคงเป็นผู้พิชิตดินแดนดาวตกอยู่ดี ใครก็ยากจะ เขย่าคลอนต้าแหน่งสูงส่งของวิมานสวรรค์ได้”
“เทพเพลิงเซี่ยอี้คือเขตวิญญาณขั้นท้ายคนที่สอง คนผู้นี้ก็รับมือยาก เช่นกัน” เฉาโหมวเต้าจากตระกูลเฉาเอ่ยขึ้น
เขตวิญญาณทั้งกลุ่มต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์พูดคุยกันโดยไม่คิดจะ ปิดบังเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนนั่งอยู่บนเบาะใบหนึ่ง รับฟังพวกเขาพูดคุยกัน และก็ติด บรรยากาศเคร่งเครียดตามไปด้วย อารมณ์ที่เดิมทีผ่อนคลายเริ่มค่อยๆ ห่างไกลเขาไปทีละนิด
เขามองออกว่าหลังจากที่ปัญหาของชนต่างเผ่าคลี่คลายไป พวกผู้ อาวุโสและส้านักที่ผูกไมตรีกับเขาต่างก็ก้าลังวางแผนรับมือส้าหรับวัน ข้างหน้า
เขาฟังออกว่าพวกเขาต่างก็กริ่งเกรงส้านักอย่างวิมานสวรรค์ ต้าหนัก เทพเพลิง ลัทธิอูตู๋และวังวิญญาณอยู่ไม่น้อย และดูเหมือนว่าพวกเขา ก้าลังกังวลกับอะไรบางอย่าง
“น่าเสียดาย น่าเสียดายที่วิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ มีอยู่แค่ในอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเชียนแจว๋และอาณาจักรเสวียน เทียนเท่านั้น” ผ่านไปพักใหญ่ ต่งหวังหลิงก็ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะ พูดน้าเสียงหงุดหงิด “หากทุกพื้นที่ในดินแดนดาวตกต่างก็มีของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอยู่ พวกเราก็คงผ่อนคลายยิ่งกว่านี้”
“นั่นสิ และก็เพราะหวาดกลัวสิ่งของที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งเอาไว้ วิมานสวรรค์ถึงได้เลือกย้ายจากอาณาจักรเสวียนเทียนมาอยู่ ที่นี่” หลี่มู่หยางขมวดคิ้ว “แต่ขอแค่ยอดเขาที่มีรอยแยกห้วงมิติทั้งสาม เส้นยังคงอยู่ วิมานสวรรค์ก็ไม่มีทางได้อยู่อย่างเป็นสุข”
กล่าวจบเขาก็มองไปยังเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้า “วิมานสวรรค์ต้อง หาทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาข้อนี้ ส้าหรับวิมานสวรรค์แล้ว ยอดเขาทั้ง สามก็เหมือนก้างปลาที่ติดอยู่ในล้าคอ ขอแค่มันยังอยู่ วิมานสวรรค์ก็ไม่ กล้าสร้างส้านักขึ้นมาใหม่ในอาณาจักรเสวียนเทียน นั่นคือสถานที่ที่ ปราณวิญญาณฟูาดินเข้มข้นที่สุดในดินแดนดาวตก เป็นอาณาจักรที่ เหมาะสมกับผู้ฝึกลมปราณมากที่สุด วิมานสวรรค์ไม่มีทางทิ้งไปแน่”
เนี่ยเทียนลูบคล้าปลายคาง เริ่มเข้าใจได้ถึงความหมายจากค้าพูดพวก เขา “ผู้อาวุโสหลี่ ความหมายของท่านก็คือ…วิมานสวรรค์จะมาหาเรื่อง ข้า?”
“นี่เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว” หลี่มู่หยางสีหน้าเคร่งเครียด” เนี่ย เทียน! ก่อนหน้าที่ผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นยังไม่เลื่อนสู่แดนว่างเปล่า บางที วิมานสวรรค์อาจจะยังไม่กล้ากระท้าการบุ่มบ่าม แต่หากเขาท้าส้าเร็จ เมื่อไหร่ วิมานสวรรค์ต้องไม่มีทางอดทนต่อไปแน่!”
“ต่อให้ท่านผู้นั้นไม่เลื่อนสู่เขตดินแดน ขอแค่จ้าวลั่วเฟิงไม่ได้อยู่ใน อาณาจักรเสวียนเทียน เขาก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใด” จงเจิงกล่าว
“เนี่ยเทียน ช่วงนี้เจ้าต้องระวังตัวให้มาก” ลู่ย่วนซีจากพรรคคิชกูฏ กล่าวด้วยน้าเสียงเอาจริงเอาจัง “หุ่นเชิดเลือดตนนั้นของเจ้ายังไม่ สามารถปกปูองจิตวิญญาณของเจ้าไว้ได้ตลอดเวลา หากมีผู้ร่ายเวทลับจิต วิญญาณมาโจมตีเจ้า เจ้าก็จะ…”
“ข้าเข้าใจแล้ว และจะระวังตัวให้มาก” เนี่ยเทียนกล่าว
เขาฟังออกว่าเขตวิญญาณเหล่านี้กังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดกับเขา กลัวว่าเขาจะถูกผู้แข็งแกร่งร่ายเวทลับทางจิตวิญญาณสังหารอย่างเงียบ เชียบโดยไม่ทันระวัง
“ช่วงนี้ ทางที่ดีเจ้าควรอยู่ที่นี่ อย่าไปไหนมั่วซั่ว” ลู่ย่วนซีรู้ว่าเขาไม่ โง่ “อีกสองวันหัวมู่ก็จะมาถึง งานฉลองชัยชนะจะเริ่มขึ้นอีกในเจ็ดวันให้ หลัง เอ้า นี่คือใบรายการ เจ้าเอาไปดูก่อน ด้านบนนั้นมีวัตถุดิบและอาวุธ วิเศษทั้งหมดที่ได้มาจากมือของชนต่างเผ่า”
“หากในนี้มีสิ่งที่เจ้าต้องการ เจ้าก็บอกมาก่อนได้เลย พวกเราจะ พยายามไปเอามาให้”
กล่าวจบลู่ย่วนซีก็ส่งใบรายการหนึ่งมาให้เนี่ยเทียน เนี่ยเทียนรับมา แค่ปราดตามองหนึ่งครั้งก็กล่าวอย่างตกตะลึง “ ปืนใหญ่ผลึกแหวก นภา!”
อันดับที่หนึ่งซึ่งเขียนอยู่บนใบรายการนั้นก็คือปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ด้านหลังยังมีหมายเหตุเขียนไว้ว่าพังแล้ว
“ถูกต้อง! ในบรรดาทรัพยากรของชนต่างเผ่า ได้ผ่านการวิเคราะห์ จากพรรคคิชกูฏของพวกเรามาแล้ว ของที่มีค่ามากที่สุดก็คือปืนใหญ่ผลึก แหวกนภา ต่อให้มันจะแตกออกเป็นสามท่อนก็ตาม” ลู่ย่วนซีสูดลม หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “อานุภาพของปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาน่ากลัว เกินไป แค่โจมตีทีเดียวก็ท้าให้ค่ายกลวาสนาห้าธาตุของวิมานสวรรค์แตก กระจุยกระจาย ท้าให้ต้าหนักโอ่อ่ากลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน เขตสามัญ เขต ลี้ลับของวิมานสวรรค์ต่างก็มอดม้วย”
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาคือสุดยอดอาวุธของอสูรกาย แสดงให้เห็นถึง สติปัญญาของอสูรกาย แม้ว่าจะหักออกเป็นสามท่อน บางทีอาจจะไม่ สามารถซ่อมแซมกลับมาได้ใหม่ แต่วัตถุชิ้นนี้ร้ายกาจอย่างยิ่ง จึงจัดให้มัน อยู่อันดับที่หนึ่ง”
“ต่อให้เผ่ามนุษย์ของพวกเราซ่อมปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาไม่ได้ แต่ ล้าพังเพียงแค่ส้ารวจหาความลี้ลับของมันก็มีประโยชน์มหาศาลต่อวิถีการ หลอมอาวุธของเผ่ามนุษย์เรา”
“ต้องรู้ว่าขนาดปาซือทัวก็ยังจิตวิญญาณแหลกสลาย เรือรบทาง ช้างเผือกก็ระเบิดเป็นจุลเพราะการโจมตีครั้งเดียวจากพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว ทว่าปืนใหญ่ผลึกแหวกนภากลับแค่แตกหัก เห็นได้ชัดว่าวัตถุ ชิ้นนี้ไม่ธรรมดาขนาดไหน!”
พอได้ยินเขาพูดถึงปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ดวงตาของฉีป๋ายลู่จาก ส้านักอาวุธก็พลันเปล่งประกายน่าตกใจ
ในฐานะที่เป็นเจ้าส้านักอาวุธ ทั้งยังเป็นอาจารย์หลอมอาวุธที่โดดเด่น ที่สุดในดินแดนดาวตก เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามี ความหมายว่าอย่างไร
“นอกจากปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ยังมีศพของชนต่างเผ่าระดับเจ็ดอีก แปดศพ และมีทรัพยากรมากมายที่เปี่ยมล้น วัตถุดิบหลายอย่างล้วนไม่ เคยปรากฏในดินแดนดาวตกมาก่อน แม้แต่พรรคคิชกูฏของพวกเราก็ยัง ไม่รู้ว่าต้องใช้อย่างไร” ลู่ย่วนซียิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ฮึกเหิมไม่น้อย “เนี่ยเทียน เจ้าลองดูอย่างละเอียด แล้วระบุของที่เจ้าต้องการมา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอข้าดูก่อนแล้วกัน” พูดจบเนี่ยเทียนก็เดินออกมาจาก ห้องลับทันที
——