ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 65 หยวนเฟิงตัวจริงตัวปลอม!
หลังจากวินาทีที่อวิ๋นซงถูกเนี่ยเทียนฆ่าตาย หยวนเฟิงที่ เด้ิมทีร้อนใจคิด้จะลงมือกมพลันสงบนิ่ง
เขาหยุด้อยู่ด้้านหน้าเนี่ยเทียนในระยะห้าเมตร สีหน้า เคร่งขรึม แอบประเมินความสามารถที่แท้จริงของเนี่ยเทียน
ทว่าเขาที่เพิ่งจะสงบลงได้้ พอได้้ยินว่าเนี่ยเทียนกมเหมนเขา เป็นส่วนหนึ่งในแผนการ หมายมาด้จะฆ่าเขาปิด้ปากด้้วย เขาจึงไม่ สามารถอยู่เฉยได้้อีก
“เจ้ายังคิด้จะฆ่าข้าด้้วยหรือ?” หยวนเฟิงไม่โกรธกลับ หัวเราะ
เผชิญหน้ากับความสงสัยของเขา เนี่ยเทียนพยักหน้าอย่าง จริงจัง กล่าวอย่างมีเหตุมีผล “หากเจ้ามีชีวิตเด้ินออกไปจากโลก มายามรกต กมไม่เท่ากับว่าเรื่องที่ข้าสังหารอวิ๋นซงต้องถูกแฉออกไป หรอกหรือ? หึ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พูด้อะไรกมล้วนไม่มีประโยชน์ หาก
ไม่ใช่ข้าตาย กมเป็นเจ้าที่ต้องตาย แน่นอนว่าคนที่ข้าต้องการให้ตาย ย่อมเป็นเจ้า”
เพิ่งพูด้จบ เนี่ยเทียนกมรวบรวมพลังจิตที่แขมงแกร่งอีกครั้ง ทันที
ด้วงตาของเขาที่มองไปยังหยวนเฟิง ดุ้จด้ั่งด้วงด้าวใน ราตรีกาลมืด้มิด้ที่เปล่งแสงวาบขึ้นกะทันหัน
การแทรกซึมของพลังจิต รวด้เรมวมากยิ่งกว่าความเรมวของ กล้ามเนื้อและการแผ่พลังวิญญาณมากหลายเท่านัก!
พริบตาเด้ียวคมมีด้ที่ก่อตัวขึ้นจากพลังจิตของเขากมพุ่งเข้า ใส่สมองของหยวนเฟิง
“ตูม!”
ร่างของหยวนเฟิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง สีหน้า บูด้เบี้ยว นัยน์ตาเตมไปด้้วยความตะลึงพรึงเพริด้
“ช่างเป็นพลังจิตที่แขมงแกร่งนัก!”
บัด้นี้ในที่สุด้เขากมเข้าใจแล้วว่าเหตุใด้อวิ๋นซงถึงได้้ถูกเนี่ย เทียนสังหารในพริบตา
อวิ๋นซงที่อยู่ในขั้นหลอมลมปราณเจมด้ ในด้้านขอบเขตแค่ ด้้อยกว่าเนี่ยเทียนนิด้หน่อยเท่านั้น ตามหลักแล้วไม่ควรจะสู้ไม่ได้้ถึง ขนาด้นั้น
ทว่าเมื่อครู่นี้ การโจมตีครั้งแรกของเนี่ยเทียนพลาด้เปอา ตอนโจมตีครั้งที่สองกลับทำาให้อวิ๋นซงตายอนาถในชั่วพริบตาเด้ียว เหมนได้้ชัด้ว่านี่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก
และกมเพราะมีใจสงสัย ไม่รู้ว่าเหตุใด้อวิ๋นซงถึงได้้ตายอย่าง แปลกประหลาด้เช่นนั้น ด้ังนั้นตอนที่หยวนเฟิงเด้ินเข้ามาใกล้จึงไม่ กล้าลงมือบุ่มบ่าม
แท้จริงแล้วเขากมหวาด้กลัววิธีการลึกลับนั้นของเนี่ยเทียน เช่นกัน
เมื่อพลังจิตอันแขมงแกร่งของเนี่ยเทียนกลายร่างเป็นมีด้ คมกริบเล่มแล้วเล่มเล่าทิ่มแทงเข้ามาในสมองของเขา เขาจึง ตระหนักรู้ในบัด้ด้ล
—เนี่ยเทียนมีพลังจิตมหาศาลเหนือล้ำาเกินกว่าคนทั่วไป!
“คาถารวมวิญญาณ!”
หยวนเฟิงแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง ร่ายเวทลับของหุบเขา เทาออกมาทันที ตั้งใจเด้มด้เด้ี่ยวดุ้จหินผา
มีด้คมกริบที่เกิด้จากพลังจิตแขมงแกร่งของเนี่ยเทียน หลัง จากโจมตีเข้าไปในสมองของหยวนเฟิงแล้วพบว่าสมองของหยวน เฟิงพลันเปลี่ยนมาเป็นแขมงแกร่งมั่นคงดุ้จเหลมกกล้า
มีด้คมกริบเหล่านั้นราวกับฟันลงไปบนหินผาที่แขมงทนทาน ไม่สามารถโจมตีจิตวิญญาณของหยวนเฟิงได้้
พอเหมนว่าการโจมตีทางพลังจิตไม่ได้้ผลอย่างที่ควร เขาจึง เกมบเอาพลังจิตที่ปล่อยออกไปกลับคืนมาอย่างรวด้เรมว
“ผู้ที่ถนัด้ในการใช้พลังจิตโจมตีมากที่สุด้กมคือลูกศิษย์ สำานักภูติผี หุบเขาเทาของเราต่อสู้กับสำานักภูติเป็นประจำา เจ้านึกว่า พวกเราจะไม่มีวิธีรับมือเชียวหรือ?”
หลังจากที่หยวนเฟิงรู้ว่าเนี่ยเทียนใช้วิธีการใด้ถึงสังหารอ วิ๋นซงได้้อย่างฉับพลัน เขากลับวางใจลงได้้
เขาใช้ “คาถารวมวิญญาณ” ซึ่งเป็นเวทลับของหุบเขา เทามาปกปองจิตวิญญาณให้มั่นคง แล้วจึงเด้ินเข้าหาเนี่ยเทียนอย่าง เชื่องช้า
คลื่นพลังวิญญาณที่ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นแขมงแกร่งแผ่ออก มาจากในร่างของเขา เมื่อเขาเข้ามาใกล้มันกมพลันไต่ระด้ับขึ้นสูง
สีหน้าเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด้
อยู่ๆ เขากมตระหนักได้้ว่าหยวนเฟิงที่สามารถถูกหุบเขาเทา มองเป็น “เมลมด้พันธ์” นั้น แตกต่างจากอวิ๋นซงจริงๆ
อวิ๋นซงอยู่แค่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นเจมด้ ยังอยู่ห่าง ไกลกับระด้ับที่จะถูกหุบเขาเทารับไว้เป็นศิษย์มากนัก อีกทั้งด้้วย พรสวรรค์ในการบำาเพมญตบะของอวิ๋นซง ต่อให้ถูกหุบเขาเทารับตัว ไปอย่างเป็นทางการกมไม่มีทางเป็น “เมลมด้พันธ์” ของหุบเขาเทาได้้ อย่างแน่นอน
อวิ๋นซงที่ไม่ได้้เข้าไปอยู่ในหุบเขาเทา ยังไม่ทันได้้สัมผัสกับ คาถาวิเศษมหัศจรรย์ของหุบเขาเทา ไม่ได้้ถูกถ่ายทอด้วิชา “คาถา รวมวิญญาณ” ด้ังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีทางพลังจิตของเขา จึงพ่ายแพ้ยับเยิน
เขามาลองย้อนคิด้ดู้กมตระหนักรู้ว่าที่ตู้คุนของสำานักภูติผีถูก พลังจิตของเขาโจมตีแล้วหมด้ท่าทันทีนั้น เป็นเพราะก่อนหน้านี้ตู้คุน ถูกพลังโจมตีย้อนกลับมาก่อน
หากไม่เป็นเพราะการตายของผีร้ายเจมด้ตัวทำาให้พลังโจมตี กลับ หลังจากที่ตู้คุนแห่งสำานักภูติผีถูกพลังจิตของเขาเข้ารุกราน กม คงไม่ตายอนาถขนาด้นั้น
เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุ เขาจึงรู้ว่าพลังจิตมากมหาศาลของ เขา แท้จริงแล้วใช่ว่าจะนำามาใช้ได้้อย่างราบรื่นไปซะทุกอย่าง
เขาปรับลมหายใจ ให้ตัวเองนิ่งสงบขึ้น ไม่กล้าดู้ถูกหยวน เฟิงอีก แอบตั้งท่าพร้อมสู้ตาย
“เวทเงาสีเทา!”
และเวลานี้เอง หยวนเฟิงตวาด้เบาๆ หนึ่งครั้ง ในร่างของ เขาที่มีคลื่นพลังวิญญาณไหลทะลักเชี่ยวกรากนั้นพลันมีเงาร่างสีเทา บินออกมาสองร่าง
เงาสีเทาพร่ามัวสองร่างนี้คล้ายจะก่อตัวขึ้นมาจากพลัง วิญญาณ พอหลุด้ออกจากร่างของเขาได้้กมกระโจนเข้าใส่อย่าง รวด้เรมวทันที
เวลาเด้ียวกันนั้น หยวนเฟิงแสยะยิ้ม หยิบเอาธงสีน้ำาตาล อ่อนออกมาผืนหนึ่ง
ธงผืนนี้กางสะบัด้รับลม บนธงปรากฏเป็นลวด้ลายแปลก ประหลาด้บิด้เบี้ยว ลวด้ลายที่เลื้อยขยุกขยิกราวกับไส้เด้ือนคล้ายถูก กรอกพลังวิญญาณเข้มข้นเข้าไปในชั่วพริบตา
เงาสีเทาพร่าเลือนสองร่างที่พุ่งกระโจนเข้าใส่เนี่ย เทียน หลังจากที่ธงผืนนั้นปรากฏขึ้นกมพลันเปลี่ยนมาเป็นชัด้เจน อย่างถึงที่สุด้
“หยวนเฟิงสองคน!”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เขามองเหมนว่าเงาสีเทาสอง ร่างนั้นที่ก่อนหน้านี้ยังพร่าเลือน ชั่วประเด้ี๋ยวเด้ียวกลับกลายร่างมา เป็นหยวนเฟิง
อีกทั้งเมื่อเขาใช้พลังจิตรับสัมผัสกลับพบว่าบนร่างของ หยวนเฟิงสองคนนั้นมีพลังวิญญาณและคลื่นชีวิตอย่างชัด้เจน!
หยวนเฟิงสองคนที่เหมนๆ อยู่ว่าไม่มีเลือด้เนื้อ แต่กลับ เหมือนได้้รับจิตวิญญาณและพลังชีวิตจากธงผืนนั้นจึงทำาให้เขายาก ที่จะแยกแยะได้้ มิอาจแน่ใจได้้ว่าหยวนเฟิงสองคนนั้นเป็นเพียง ภาพลวงตาหรือว่าเป็นความจริงกันแน่
“อาวุธวิเศษ! เขาใช้อาวุธวิเศษ!”
ไม่มีเวลาให้คิด้มาก เขารีบแฉลบตัวหลบเลี่ยง ไม่ได้้วู่วาม ที่จะฝืนไปสัมผัสกับหยวนเฟิงสองคนนั้น
เพราะว่าเวลานี้เอง หยวนเฟิงที่ถือธงอยู่ในมือพลันเกมบธง กลับไปกะทันหัน แล้วบินออกมาด้้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
พริบตาเด้ียว หยวนเฟิงคนนั้นได้้เปลี่ยนตำาแหน่งกับหยวน เฟิงที่แปลงร่างออกมา สลับตัวกันมั่วไปหมด้
บนร่างหยวนเฟิงสามคนล้วนมีปราณชีวิตและเลือด้เนื้อ ต่างกมสวมอาภรณ์สีเทา ต่างกมีสีหน้าแบบเด้ียวกัน ยากจะแยกแยะ ตัวจริงตัวปลอม
แต่เขากลับเข้าใจว่า หยวนเฟิงตัวจริงต่างหากถึงจะเป็น กุญแจสำาคัญ!
ขอแค่ฆ่าหยวนเฟิงตัวจริงได้้ หยวนเฟิงตัวปลอมอีกสอง คนกมจะหายไปทันที ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามใด้ๆ ให้เขาได้้อีก
หยวนเฟิงที่รวมตัวอยู่ด้้วยกัน ไม่ได้้พูด้อะไรอีก คอย เปลี่ยนตำาแหน่งอย่างต่อเนื่อง ลงมือกับเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาใช้พลังจิตไปสัมผัสกมยังไม่สามารถหาหยวนเฟิงตัวจริง ได้้เจอ ทำาได้้เพียงหลบเลี่ยงเป็นระยะ รอจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้้ อีกแล้วเขาจึงฝืนพุ่งเข้าสู่
“ตูม!”
หมัด้หนึ่งของเขากระแทกลงบนหน้าอกของหยวนเฟิงคน หนึ่ง ทว่าหยวนเฟิงคนนั้นกลับเป็นเหมือนอากาศ ทั้งที่ต่อยลงไปบน ร่างของหยวนเฟิงคนนั้น แต่กลับไม่มีความรู้สึกถึงกำาลังใด้ๆ
เขาเข้าใจทันทีว่าหยวนเฟิงที่ถูกหมัด้นั้นกระแทกใส่กมคือ ภาพมายาที่เกิด้จากเวทของหุบเขาเทา
เมื่อหมัด้หนึ่งกระแทกลง ขณะที่เขาแอบร้องกับตัวเองว่า ซวยแล้ว ด้้านหลังกมพลันเกิด้ความรู้สึกเจมบปวด้มหาศาล
ร่างของเขาถูกหมัด้หนึ่งต่อยลงมาจนโซซัด้โซเซถลาไปข้าง หน้า
เมื่อหันกลับมาเขากมเหมนว่าหยวนเฟิงอีกคนหนึ่งแสยะปาก ยิ้มเหี้ยม แล้วกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง
เขารีบกำาหมัด้ขึ้นรับอย่างลนลาน
“ตูม!”
หมัด้นั้นของเขาชนเข้ากับฝ่ามือของหยวนเฟิงผู้นั้น แต่ กลับเหมือนต่อยลงไปบนอากาศ
เพราะหมัด้นี้หวืด้ออกไป ร่างของเขาจึงสูญเสียสมดุ้ล ถลา ไปด้้านหน้า
และเวลานี้เอง พลังมหาศาลอีกระลอกหนึ่งกมกระแทกใส่ หลังของเขาอย่างแรง
เขากระอักเลือด้ออกมาหนึ่งคำาทันที
และเขากมตระหนักได้้ทันใด้ว่าวินาทีที่เขาหันตัวกลับไปนั้น หยวนเฟิงที่ลอบโจมตีเขาจากด้้านหลังได้้สลับที่กับหยวนเฟิงตัว ปลอมอีกคนหนึ่งอย่างรวด้เรมวราวสายฟอาแลบ
ที่เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากมคือหยวนเฟิงตัวปลอมอีกคนที่ ถูกเปลี่ยนตำาแหน่งมาแล้ว!
หยวนเฟิงตัวจริงกลับใช้วิธีการเช่นเด้ิมลอบโจมตีเขาอีก ครั้งเมื่อเขาหมุนตัวไปรับมือกับหยวนเฟิงตัวปลอม
หลังจากที่โจมตีสำาเรมจสองครั้ง หยวนเฟิงสามคนจึงทิ้ง ระยะห่างกับเขาช่วงหนึ่ง
หยวนเฟิงตัวจริงกำาลังเผชิญหน้ากับเขา ส่ายหัวไปมา คล้ายรู้สึกผิด้หวังเลมกน้อย
“น่าเสียด้าย น่าเสียด้ายจริงๆ เจ้ามีพลังจิตที่แขมงแกร่ง แต่ กลับไม่มีเวทลับที่เหมาะสม ไม่สามารถนำาพลังจิตที่โด้ด้เด้่นของเจ้า เปลี่ยนมาเป็นพลังโจมตีที่แขมงแกร่งยิ่งกว่าเด้ิมได้้”
“อีกอย่างเนื่องจากไม่ได้้ถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับขึ้นเขา จึง ไม่มีกระบวนท่าวิเศษและคาถาวิเศษในการแสด้งศักยภาพของพลัง วิญญาณ”
“สุด้ท้าย ในมือเจ้ายังไม่มีแม้แต่ของวิเศษที่เข้าท่าสักชิ้น”
“ไม่สามารถแสด้งศักยภาพของพลังจิต ไม่มีกระบวนท่า วิเศษที่เหมาะสมในการนำาพลังวิญญาณในร่างมาใช้อย่างยอด้เยี่ยม และกมไม่มีอาวุธวิเศษแม้แต่ชิ้นเด้ียว”
“เจ้าที่เป็นแบบนี้ เสียแรงเปล่าที่มีพลังจิตไม่ธรรมด้าและมี พลังวิญญาณที่ไม่เลว สุด้ท้ายแล้วกมทำาได้้เพียงรอความตาย”
“จะโทษกมโทษที่พรสวรรค์ในการฝึกบำาเพมญเพียรของเจ้ามี ไม่มากพอแต่ด้ันรีบเข้ามาในโลกมายามรกต แล้วกมรีบมาเจอกับข้า”
“มิฉะนั้นรอจนเจ้าถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับตัวขึ้นเขาไปแล้ว ได้้ฝึกกระบวนท่าและคาถาวิเศษที่ลึกล้ำา ได้้รับอาวุธวิเศษแขมงแกร่ง เจ้ากมอาจจะกลายมาเป็นตัวหายนะสำาหรับข้าได้้จริงๆ”
“แต่ว่าตอนนี้ เจ้าคงทำาได้้เพียงตายเท่านั้นแล้วล่ะ”
หลังจากกล่าวอธิบายจบ หยวนเฟิงกมไม่พูด้มากอีก เงาร่าง ทั้งสามพลันสลับตำาแหน่งอย่างรวด้เรมวอีกครั้ง
เมื่อเปลี่ยนตำาแหน่งกัน เนี่ยเทียนจึงไม่สามารถแยกแยะได้้ อีกว่าหยวนเฟิงตัวจริงคือคนใด้กันแน่