ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 651 ของหายากนับไม่ถ้วน
บนยอดเขาแห่งนี้ ด้านในถูกขุดเจาะให้เป็นห้องหินหลายร้อยห้อง
พอเนี่ยเทียนเดินออกมา ตรงปากถ้าก็มีคนน้าทางเขาไปยังห้องหิน ว่างเปล่าแห่งหนึ่งที่ห่างออกไปไม่ไกล
เมื่อเดินเข้ามาข้างในเขาก็นั่งลงไปบนเบาะทรงกลมทันที ก่อนจะหยิบ ใบรายการที่ลู่ย่วนซีมอบให้ออกมาแล้วอ่านรายการวัตถุดิบและอาวุธ วิเศษที่เขียนไว้บนนั้น
วัตถุที่อยู่ในใบรายการแบ่งออกเป็นห้าระดับ ระดับหนึ่งมีแค่วัตถุ อย่างเดียว นั่นก็คือปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาที่พังไปแล้ว
ล้าดับที่สองคือซากศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดเก้าศพ บวกกับ อาวุธวิเศษของชนต่างเผ่าหกชิ้นที่ผ่านการประเมินจากพรรคคิชกูฏว่า เทียบเคียงได้กับอาวุธล้าค่าเชื่อมโยงวิญญาณของเผ่ามนุษย์ และยังมีของ กระจุกกระจิกอีกหลายอย่าง
ล้าดับที่สามคือพวกคัมภีร์ที่มีค่า หัวใจของสัตว์วิเศษระดับสูง ซากศพ และอาวุธของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับหก และยังมีวัตถุดิบหายากอีกไม่ น้อยที่หายสาบสูญไปจากดินแดนดาวตกนานแล้ว
ล้าดับที่สี่คือวัตถุดิบวิเศษหลากหลายชนิด ในบรรดานั้นมีไม่น้อยที่ใน ดินแดนดาวตกก็มี และมีบางส่วนที่ถูกหมายเหตุไว้โดยเฉพาะ เนื่องจาก พรรคคิชกูฏเองก็ประเมินไม่ออก
ซากศพ อาวุธ คัมภีร์ วัตถุดิบวิเศษ พืชหญ้าที่อยู่ในรายการมีมากนับ พันชิ้น
เนี่ยเทียนไล่อ่านอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบสามรอบ ก่อนจะหยิบ เอาใบรายการที่อูจี้มอบให้ออกมาเทียบดู แล้วก็พบว่าของที่อูจี้ต้องการมี อยู่หลายชิ้นที่มีอยู่ในใบรายการของลู่ย่วนซีจริงๆ
วางใบรายการทั้งสองแผ่นลง เนี่ยเทียนก็เริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก
บนใบรายการที่ลู่ย่วนซีมอบให้มีของหลายชิ้นที่เขาสนใจมาก
ที่ท้าให้เขาสนใจที่สุดไม่ใช่ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา แล้วก็ไม่ใช่อาวุธ ของชนต่างเผ่า แต่เป็นซากศพของชนต่างเผ่า
ซากศพของชนต่างเผ่ามีจิงชี่เลือดเนื้อที่มหาศาลหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะ น้ามาฝึกเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ หรือเต็มเติมความต้องการของปราณเลือด สีเขียวก็ล้วนเป็นที่ต้องการของเขาทั้งสิ้น
นอกจากนี้หากโครงกระดูกปีศาจเลือดคิดจะเพิ่มพละก้าลังให้ แข็งแกร่งมากขึ้นก็จ้าเป็นต้องอาศัยชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสูงเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เปูาหมายแรกของเขาก็คือศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด เก้าตนนั้น
บนใบรายการนั้นยังมีของหลายอย่างที่อูจี้ต้องการ ซึ่งเขาเองก็ได้ หมายเหตุไว้เป็นพิเศษเพราะเตรียมจะเก็บรวบรวมไปให้อาจารย์ของเขา
นอกจากของพวกนี้แล้วยังมีวัตถุดิบวิเศษหายากอีกสองชนิดที่เขา ค่อนข้างสนใจ
วัตถุดิบวิเศษสองชนิดนั้นถูกพรรคคิชกูฏประเมินให้อยู่ในล้าดับที่ สอง อันดับแรกก็คือดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา
สัตว์เพลิงฟูาเหมือนสัตว์เพลิงพิภพ ต่างก็เป็นสัตว์วิเศษธาตุไฟ
สัตว์เพลิงพิภพมักจะอาศัยอยู่ใจกลางภูเขาไฟ ใช้แก่นเพลิงพิภพใน การฝึกตน
ส่วนสัตว์เพลิงฟูาได้หายสาบสูญไปจากดินแดนดาวตกนานแล้ว ว่ากัน ว่าสัตว์ชนิดนี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าสัตว์เพลิงพิภพเสียอีก สัตว์เพลิงฟูาที่โต เต็มวัยจะสามารถฝุาปราการขอบเขต และเก็บเกี่ยวแก่นเพลิงฟูาในจุดลึก ของทางช้างเผือกมาด้าเนินชีวิตได้
ตามที่พรรคคิชกูฏระบุเอาไว้ ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูานี้เป็นของสัตว์ เพลิงฟูาระดับที่แปด
สัตว์เพลิงฟูาระดับแปดนับว่าโตเต็มที่แล้ว มันสามารถโบยบินอยู่ ในทางช้างเผือก ดวงตาของมันคือวัตถุดิบธาตุไฟชั้นเยี่ยม ไม่เพียงแต่ สามารถน้ามาท้าเป็นอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณ ยังสามารถใช้ดวงตาของ สัตว์เพลิงฟูามาท้าความเข้าใจกับสัจธรรมของพลังเปลวเพลิงได้อีกด้วย
ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูาหนึ่งข้างมีมูลค่าสูงยิ่งกว่าศพของชนต่างเผ่า ระดับเจ็ดทุกตน
“ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูาระดับแปดที่โตเต็มวัย มันเคยอยู่ในจุดลึก ของทางช้างเผือก เก็บเอาแก่นเพลิงฟูามาฝึกตน ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา ข้างนี้ต้องช่วยการฝึกวิชาธาตุเพลิงของข้าได้มากอย่างแน่นอน ไม่เพียง
เท่านี้ เกราะมังกรเพลิง…ก็อาจจะปรารถนาในดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา อย่างถึงที่สุด”
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็หยิบเอาพู่กันออกมาวาดวงกลมลงไปบนดวงตา สัตว์เพลิงฟูาที่อยู่ในใบรายการ
ท้าทุกอย่างนี้เสร็จ สายตาของเขาก็ไปตกอยู่ที่รายชื่อด้านล่างดวงตา สัตว์เพลิงฟูาโดยอัตโนมัติ วัตถุชิ้นหนึ่งที่อยู่ในล้าดับสาม—บุปผาเก้าดารา
บุปผาเก้าดาราอยู่ในอันดับแรกของระดับที่สาม ดูจากหมายเหตุที่ เขียนเอาไว้ ตอนที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ยึดครองดินแดนดาวตก ผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเคยออกค้นหาดอกไม้ชนิดนี้ มาก่อน
วัตถุชิ้นนี้เหมือนจะมีประโยชน์ที่มหัศจรรย์ต่อผู้แข็งแกร่งของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
น่าเสียดายที่บุปผาเก้าดาราไม่เคยปรากฏในดินแดนดาวตกมาก่อน ที่ พรรคคิชกูฏรู้ที่มาของบุปผาเก้าดาราก็เพราะไขอักขระที่ชนต่างเผ่าสลัก ไว้บนภาชนะบรรจุบุปผาเก้าดาราได้ จึงรู้ว่านั่นคือบุปผาเก้าดาราที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเคยตามหา
บุปผาเก้าดารานี้ได้มาจากในแหวนห้วงมิติของเผ่าทมิฬสายเลือด ระดับเจ็ดตนหนึ่ง
พรรคคิชกูฏเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามูลค่าที่แท้จริงของบุปผาเก้าดารา คือเท่าไหร่ เพียงแต่รู้สึกว่าวัตถุชิ้นนี้น่าจะมีประโยชน์กับเนี่ยเทียน ถึงได้ จงใจลดระดับของมันให้ต่้าลงมาอยู่ระดับสาม
“บุปผาเก้าดารา ในเมื่อพรรคคิชกูฏระบุไว้ว่าพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวเคยตามหาวัตถุชิ้นนี้มาก่อน ข้าก็น่าจะเอามาใช้ได้” เนี่ยเทียน พึมพ้าเบาๆ ก่อนจะวาดวงกลมลงไปบนบุปผาเก้าดารา
นอกจากศพของชนต่างเผ่า ดวงตาสัตว์เพลิงฟูา และบุปผาเก้าดารา แล้ว วัตถุดิบ อาวุธที่เหลือชิ้นอื่นๆ ล้วนไม่ได้รับความสนใจจากเนี่ยเทียน
เขานั่งอยู่ในห้องหิน ฝึกบ้าเพ็ญตนพลางรอให้งานฉลองชัยชนะเริ่มต้น ขึ้น ทว่ากลับถูกคนมารบกวนติดๆ กันหลายครั้ง
วันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในห้องหิน เจินฮุ่ยหลันก็มาหา หวังให้เขาช่วย เก็บปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาไว้ให้
ตามหลังเจินฮุ่ยหลันก็คือลู่ย่วนซีจากพรรคคิชกูฏที่มาหาเขาอย่าง เงียบเชียบ โดยแสดงเจตจ้านงเดียวกัน—เขาต้องการปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาเช่นกัน
แม้แต่ต่งลี่จากตระกูลต่งเองก็ได้รับค้าสั่งจากต่งหวังหลิงบรรพบุรุษ ตระกูลของนางให้แอบมาหาเขาแล้วแสดงท่าทีว่าตระกูลต่งคาดหวังต่อ ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเพียงใด
ตามที่ลู่ย่วนซีบอกไว้ หลายวันมานี้พวกเขากับพวกจ้าวลั่วเฟิงจาก วิมานสวรรค์ก้าลังประเมินคุณความชอบของแต่ละฝุายเพื่อจัดสรรส่วน แบ่ง
พวกเขาตัดสินใจว่า วัตถุดิบวิเศษ อาวุธ ศพชนต่างเผ่าที่มีอยู่มากมาย นั้นจะต้องวัดด้วยการดูจากอัตราแลกเปลี่ยน
ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเองก็ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเหมือนกัน
เพราะเขาใช้วิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ท้าลายเรือ รบของอสูรกายให้แหลกลาญ ท้าให้ปาซือทัวตายอนาถ อัตราแลกเปลี่ยน ของเขาก็ย่อมต้องสูงมาก
อัตราแลกเปลี่ยนของส้านักอาวุธที่เจินฮุ่ยหลันเป็นตัวแทน รวมถึงที่ ตระกูลต่งและพรรคคิชกูฏมีอยู่ย่อมไม่พอให้แลกปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา
ต่อให้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนของฝุายใดฝุายหนึ่งอย่างวิมานสวรรค์ ต้าหนักเทพเพลิง ลัทธิอูตู๋ ก็ไม่มีทางเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาไปได้
มีเพียงเขาเท่านั้นที่เนื่องจากสร้างคุณความชอบใหญ่หลวง อัตรา แลกเปลี่ยนของเขาคนเดียว บางทีก็อาจจะเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามา ครองได้ง่ายๆ
ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามีเพียงอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้นถึงจะแลกได้ หากอัตราแลกเปลี่ยนไม่พอ ก็ไม่สามารถใช้หินวิเศษ วัตถุดิบวิเศษของแต่ ละส้านักมาชดเชย ดังนั้นเมื่อดูจากจุดนี้ เขาจึงกลายมาเป็นผู้ที่มีสิทธิ์มาก ที่สุด
ส้านักที่แข็งแกร่งทั้งหมดต่างก็มีความปรารถนาสูงสุดต่อปืนใหญ่ผลึก แหวกนภาที่แตกออกเป็นสามท่อน
วัตถุชิ้นนี้มีอานุภาพสะท้านฟูาดิน ท้าให้ค่ายกลวาสนาห้าธาตุของ วิมานสวรรค์หายวับไปในพริบตา ท้าให้ต้าหนักของวิมานสวรรค์ที่โออ่าซึ่ง ตั้งตระหง่านอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียนมาหลายพันปีแตกกระจาย ออกเป็นเสี่ยงๆ
ต่อให้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาพังลงแล้วก็ยังท้าให้ทุกส้านักเลือกมอง มันเป็นอันดับหนึ่งได้อยู่ดี และทุกฝุายต่างก็พยายามเค้นสมองคิด เพื่อที่จะได้มันมาครอง
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา พรรคคิชกูฏ ส้านักอาวุธและตระกูลต่งต่างก็ อยากได้ เมื่องานนี้จบลง พวกเขายินดีให้จ่ายหินวิเศษและวัตถุดิบ มากมายเพื่อชดเชยความเสียหายของข้า” เนี่ยเทียนลูบคล้าปลายคาง แอบปวดหัว ไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร
ทั้งสามฝุายต่างก็แสดงท่าทีว่าวัตถุดิบชิ้นใดก็ตามที่เขาให้ความส้าคัญ พวกเขายินดีใช้อัตราการแลกเปลี่ยนของตัวเองมาแลกให้
ขอแค่เขาช่วยเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาให้ พวกเขาไม่เพียงแต่จะ มอบของที่เขาต้องการ ยังจะพยายามตอบสนองความต้องการของเขา ไม่ ว่าจะเป็นวัตถุดิบ อาวุธวิเศษ หรือคาถาวิเศษใดๆ ก็ตามที่เหมาะสมกับ เขา เขาสามารถเลือกไปได้ตามใจชอบ
พรรคคิชกูฏ เจินฮุ่ยหลันจากส้านักอาวุธ ตระกูลต่ง สามฝุายนี้ต่างก็มี ความสัมพันธ์อันดีกับเขา นี่ท้าให้เขาปวดหัวอย่างยิ่ง
“หากไม่ได้จริงๆ ยังมีอีกวิธีหนึ่ง ในเมื่อปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาขาด ออกเป็นสามท่อน หากข้าเอามาได้ก็มอบให้พวกเขาคนละท่อน ให้พวก เขาไปหาทางแบ่งเอาเองก็แล้วกัน” สุดท้ายเขาก็คิดวิธีแก้ปัญหาแบบขาย ผ้าเอาหน้ารอด
กลางดึกของคืนวันที่สามที่เนี่ยเทียนมาถึง
เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจพลันดังมาจากลานกว้างที่ห่างออกไป ไกล
พวกผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในถ้าหินต่างก็พากันเดินออกมาจากถ้า
เนี่ยเทียนเองก็อยู่ในกลุ่มคนด้วย
“ไปดูกัน!” ลู่ย่วนซีคว้าจับเนี่ยเทียนให้ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศแล้ว ตรงดิ่งไปยังลานกว้างใหญ่แห่งนั้น
ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณคนอื่นๆ และยังมีเขตลี้ลับอีกหลายคนก็พากัน บินขึ้นฟูาไปเช่นกัน
ผู้ที่มีขอบเขตต่้ากว่านั้นต่างหยิบเอาอาวุธวิเศษประเภทบิน ออกมา แล้วพุ่งตัวไปด้วยความอยากรู้
ไม่นาน เนี่ยเทียนที่ถูกลู่ย่วนซีจากพรรคคิชกูฏพาตัวมาด้วยก็มาปราฏ ตัวอยู่เหนืออากาศสูงบนลานกว้าง
พอเขามาถึงก็เห็นสายตาไม่พอใจของคนไม่น้อยที่ไปรวมอยู่บนร่าง ของคนคนหนึ่ง
คนผู้นั้นศีรษะล้านโล่ง ทั่วร่างมีเปลวเพลิงล้อมวน นั่นก็คือเซี่ยอี้จาก ต้าหนักเทพเพลิง
“ผู้อาวุโสเทพเพลิง เจ้าท้าแบบนี้หมายความว่าไง?” หญิงชราผู้หนึ่ง ของภูเขาสายฟูาตวาดกร้าวอย่างเดือดดาล “ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา ได้มาจากมือของชนต่างเผ่า ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนมาแลกเอาไป ตอนนี้
อัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละฝุายยังอยู่ในขั้นตอนการค้านวณ เจ้าแย่ง ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูาไปอย่างนี้หมายความว่าไง?”
“พี่เซี่ย เจ้าอย่าได้ท้าตัวเหลวไหล!” เหลยเจิ้นอวี่จากภูเขาสายฟูา ตะคอกเสียงหนัก เหนือศีรษะมีสายฟูาแลบปลาบเหมือนมังกรสายฟูาที่ ทะยานสู่นภากาศแล้วสื่อสารกับบ่อเก้าอสนี
แม้แต่จ้าวลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์ก็ยังมีสีหน้าไม่น่ามอง “เทพ เพลิง! ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องท้าตามกฎ!”
“ตามกฎ?” เซี่ยอี้แสยะปากหัวเราะหึหึ ในมือก้าดวงตาสัตว์ข้างหนึ่ง เอาไว้ ดวงตานั้นมีประกายไฟวูบวาบคล้ายนาบประทับสัจธรรมของเปลว เพลิง “ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา ในเมื่อข้าได้มาแล้ว มันก็ต้องเป็นของ ข้า ตอนนี้ลูกศิษย์ของต้าหนักเทพเพลิงทุกคนอยู่ในโลกลับ ข้าตัวคน เดียว อิสระเสรี ไม่จ้าเป็นต้องค้านึงถึงสิ่งใด”
“ใครไม่พอใจ คิดจะยึดดวงตาของสัตว์เพลิงฟูากลับไป ก็มาหาข้าที่ อาณาจักรอั้นหมิงได้ตลอดเวลา!”
กล่าวจบเซี่ยอี้ก็เปิดค่ายกลน้าส่ง พริบตาเดียวก็หายไปจากอาณาจักร คุนหลัว กลับไปยังอาณาจักรอั้นหมิงอันเป็นฐานก้าลังของเขา
“ศึกในอาณาจักรเสวียนเทียน เซี่ยอี้ไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย เดิมที เขาก็ไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนอะไร แต่นี่กลับมาชิงดวงตาของสัตว์เพลิงฟูา ไป!”
“เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะท้าตามกฎที่พวกเราแต่ละฝุายตั้งเอาไว้ คน ผู้นี้ช่างไร้ศีลธรรม! อาศัยว่าตัวเองเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย คิดจะท้า อะไรก็ได้!!
“ยกทัพไปต้าหนักเทพเพลิง! ให้เขาเอาดวงตาของสัตว์เพลิงฟูาคืน มา!”
“เซี่ยอี้เผด็จการเกินไปแล้ว เขาท้าแบบนี้เท่ากับไม่เห็นหัวพวกเรา แม้แต่คนเดียว!”
ผู้ฝึกลมปราณมากมายของภูเขาสายฟูา ส้านักเทียนเหยียน ลัทธิอูตู๋ และวิมานสวรรค์ต่างก็เดือดดาลกันสุดขีด แสร้งท้าท่าขึงขังเดือดดาล
มีเพียงวังวิญญาณที่มาจากอาณาจักรเดียวกันกับต้าหนักเทพเพลิง เท่านั้นที่เงียบงัน ไม่เอ่ยอะไรแม้แต่ค้าเดียว
“ดวงตาสัตว์เพลิงฟูา!”
เนี่ยเทียนเห็นท่าทางก้าเริบเสิบสานของเซี่ยอี้ซึ่งช่วงชิงดวงตาของ สัตว์เพลิงฟูาที่เขาถูกใจไปหน้าด้านๆ ไฟโทสะก็ท่วมท้นเต็มหัวใจ
——