ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 652 โต้เถียง
ทุกคนสบถด่า ประนามเซี่ยอี้เทพเพลิงกันเสียงขรม แต่กลับไม่มีใคร บุกเข้าไปอาณาจักรอั้นหมิงเพื่อทวงความยุติธรรมจากเขาแม้แต่คนเดียว
เนี่ยเทียนแอบสังเกตการณ์ก็เห็นว่าพวกจ้าวลั่วเฟิง หลิงตงจากวิมาน สวรรค์ต่างก็มีสีหน้าย่ำแย่ ดูท่าแล้วคงไม่ได้นัดหมายกับเซี่ยอี้มาก่อน
เซี่ยอี้ลงมือชิงดวงตาสัตว์เพลิงฟูากะทันหัน ดูเหมือนว่าก่อนเกิดเรื่อง จะไม่ได้บอกกล่าวให้วิมานสวรรค์รับรู้
ดวงตาของสัตว์เพลิงฟูาข้างนั้น เดิมทีเนี่ยเทียนคิดอยากจะขอเอาไว้ ทว่าตอนนี้กลับจนใจเพราะทำอะไรไม่ได้
ต่อให้เขามีโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ยังไม่มั่นใจว่าจะบีบให้เซี่ยอี้ยอม คายดวงตาสัตว์เพลิงฟูาออกมาจากอาณาจักรอั้นหมิงได้
ในช่วงเวลาที่ผู้เฒ่าประหลาดของวิมานสวรรค์กำลังปิดด่านเพื่อฝุาขั้น อยู่นี้ เซี่ยอี้ที่มีเขตวิญญาณช่วงท้ายคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของดินแดน ดาวตก
ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดจะรีดไถดวงตาสัตว์เพลิงฟูามาจากมือเขา เกรงว่า คงเป็นไปได้ยาก
“เจ้าวิมานจ้าว เรื่องนี้…วิมานสวรรค์จะมีคำอธิบายว่าอย่างไร?” จง เจิงจากหอหันปิงที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศสูงจ้องมายังจ้าวลั่วเฟิงด้วย สายตาเย็นขา “วิมานสวรรค์ของพวกเจ้าเสนอเองว่าให้จัดงานงานฉลอง
ชัยชนะที่ภูเขาสายฟูา ทว่าระหว่างทางกลับมีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เกิดขึ้น วิมานสวรรค์ควรจะมีคำอธิบายให้กับทุกคนหรือไม่?”
ทุกคนต่างก็พากันหันไปมองยังจ้าวลั่วเฟิง
จ้าวลั่วเฟิงหัวเราะเจื่อนๆ หนึ่งที ก่อนจะพูดอย่างจนใจ “พวกเรามี ความรับผิดชอบก็จริง รอให้ท่านผู้นั้นของวิมานสวรรค์ข้าฝุาด่านได้สำเร็จ ย่อมต้องมีคำอธิบายให้กับทุกคน แต่ตอนนี้…” เขาส่ายหัว “ตอนนี้วิมาน สวรรค์เองก็ไม่มีความสามารถทวงคืนดวงตาสัตว์เพลิงฟูามาจากมือเซี่ยอี้ เหมือนกัน”
“หากใครรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถไปชิงดวงตาสัตว์เพลิงฟูามา จากมือของเซี่ยอี้ได้ ดวงตาสัตว์เพลิงฟูาก็จะตกเป็นของคนผู้นั้น แบบนี้ดี ไหม?” ผ้อาวุโสหลิงตงเอ่ยแทรก
ทุกคนพลันเงียบงัน
หลิวหมินฮวางที่มาจากอาณาจักรอั้นหมิงเหมือนกันนิ่งคิดไปครู่ก็พูด เกลี้ยกล่อมทุกคน “ช่างมันเถิด ยกทัพไปปราบเซี่ยอี้เพื่อดวงตาสัตว์เพลิง ฟูาข้างเดียว ไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดนัก เซี่ยอี้เองก็บอกแล้วว่าตอนนี้ลูก ศิษย์ทุกคนของตำหนักเทพเพลิงต่างก็ไปอยู่ในโลกลับ ซึ่งเขายังไม่คิดจะ เรียกกลับมา”
“ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เซี่ยอี้ตัวคนเดียว ไม่มีห่วงให้ต้องพะวง”
“ต่อให้ทุกฝุายร่วมมือกันก็ใช่ว่าจะจัดการเซี่ยอี้ได้ หากปล่อยให้เขา หลุดรอดมาแล้วฉวยโอกาสแก้แค้น สำนักใดจะต้านรับได้บ้าง?”
คำพูดนี้ดังจบ ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณของแต่ละสำนักพากัน ใคร่ครวญถึงผลที่จะตามมา ครั้นจึงเงียบเสียงกันไป
เนี่ยเทียนเองก็มองออกว่าต่อให้เซี่ยอี้ไม่ทำตามกฎ ลงมือแย่งชิง ดวงตาสัตว์เพลิงฟูา แต่เพราะตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป ทุกคนเองก็ทำอะไร เขาไม่ได้
เกรงว่าคงไม่ค่อยมีความเป็นไปได้ที่จะให้เซี่ยอี้มอบดวงตาสัตว์เพลิง ฟูาออกมา
ทุกคนที่มารวมตัวกันอยู่ตรงนั้นมีท่าทางหดหู่และระอาใจอย่างเห็นได้ ชัด ไม่มีใครพูดคุยกันต่อ ต่างคนต่างกลับไปยังที่พักชั่วคราวของตัวเอง
เมื่อวันที่ห้ามาถึง หัวมู่ก็เพิ่งจะมาถึง
พอหัวมู่มาถึงก็มาขอพบเนี่ยเทียนเป็นการส่วนตัวทันที และแสดง ท่าทีว่าต้องการปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเช่นเดียวกัน
“ท่านลุงหัว นอกจากพรรคคิชกูฏของพวกท่านแล้ว ท่านเจินและ ตระกูลต่งต่างก็มาหาข้า หมายให้ข้าช่วยเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามา ให้” เนี่ยเทียนบอกตามความจริง “ข้าไม่มีความคิดเห็นอะไรต่อปืนใหญ่ ผลึกแหวกนภา ข้าเองก็สามารถเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาให้พวกท่าน ได้ ทว่าจะแบ่งกันอย่างไรนั้น…”
“แบบนี้เองหรือ” หัวมู่นิ่งไปครู่ก็ยิ้มบางๆ กล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้ว กัน เจ้าพยายามเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภานั่นมาให้ได้ หลังจากจบเรื่อง พวกเรา สำนักอาวุธ และตระกูลต่งจะพิจารณาหาความลี้ลับที่อยู่ในนั้น ร่วมกัน หากได้รู้ความลี้ลับการหลอมอาวุธของชนต่างเผ่า สามารถซ่อม
ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาได้สำเร็จ ต้องทำให้อาจารย์หลอมอาวุธทั่วทั้ง ดินแดนดาวตกได้ผลประโยชน์แน่นอน!”
“เป็นแบบนี้ดีที่สุด” เนี่ยเทียนวางใจลงได้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเป็น ห่วง “ท่านลุงหัว พืชปีศาจต้นนั้นในกายท่าน เรื่องเป็นมาอย่างไรกัน แน่?”
หัวมู่ถอนหายใจหนึ่งที “ปีนั้นข้าเคยไปอาณาจักรปีศาจมาครั้งหนึ่ง เกือบตายกว่าจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้ พอปีนั้นข้าได้พืชปีศาจต้นนั้นมา ด้วยความไม่รู้จึงทดลองจะชุบหลอมมัน ผลคือพืชปีศาจต้นนั้นจมเข้าไป กลางหว่างคิ้วของข้า แล้วกลับเป็นฝุายผสานรวมเข้ามาในเลือดเนื้อของ ข้าเอง”
“พืชต้นนี้มีชื่อว่าเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์ อยู่อันดับที่สามในบรรดาพืช ปีศาจมากมาย แปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด”
“หลายปีที่ผ่านมานี้ข้าพยายามกำราบมันอยู่ตลอดเวลา แต่มันยังคง เติบโตอย่างช้าๆ ยิ่งขอบเขตของข้าสูงขึ้น ศักยภาพแข็งแกร่ง ขึ้น ความเร็วในการเติบโตของมันก็ยิ่งไวตามไปด้วย”
“สำหรับเถาวัลย์ปีศาจสวรรค์แล้ว ตอนนี้ข้าไม่มีหนทางใดแม้แต่อย่าง เดียว ได้แต่พยายามไม่ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ”
“หากข้าได้รับบาดเจ็บ จิตวิญญาณเสียการปูองกัน มันก็จะเข้ามา แทนที่ข้า กลายมาเป็นเจ้านายของร่างกายข้า หากมันกลายมาเป็น เจ้านาย จะเกิดหายนะแบบไหน เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี…”
เนี่ยเทียนกล่าวอย่างตะลึงระคนแปลกใจ “ไม่มีวิธีจริงๆ หรือ?”
“ตอนนี้ยังไม่มีวิธีที่ดีในการแก้ไขปัญหา” หัวมู่ยิ้มเจื่อน “ข้าถึงขั้น รู้สึกว่าชีวิตนี้ ข้าคงสลัดมันไม่พ้น มีเพียงตัวข้าแข็งแกร่งมากพอถึงจะ กำราบพืชชนิดนี้ไว้ได้ ไม่ให้มันออกมาจากในร่างของข้า หลังจากนี้หากได้ เดินออกไปนอกดินแดนดาวตก ไปยังดินแดนแห่งอื่น บางทีอาจจะพอมี ความหวังอยู่บ้าง”
กล่าวจบเขาก็ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังมองจ้องเนี่ยเทียน อย่างลึกล้ำ
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเขา ความหวังที่จะได้เดินออกไปจาก ดินแดนดาวตกล้วนฝากไว้ที่เนี่ยเทียน
คนทั้งสองพูดคุยกันอีกพักใหญ่ หัวมู่ถึงได้จากไป เขาไปพูดคุยกับลู่ย่ วนซี และไปบอกเจินฮุ่ยหลัน ฉีป๋ายลู่ รวมถึงต่งหวังหลิงถึงท่าทีที่พวกเขา มีต่อปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา
วันที่หก ภายใต้การร่วมมือกันคำนวณจากวิมานสวรรค์และแต่ละฝุาย อัตราการแลกเปลี่ยนของทุกฝุายก็คำนวณเสร็จสิ้นในที่สุด
นอกจากเนี่ยเทียนแล้ว สำนักใหญ่ต่างๆ อย่างวิมาน สวรรค์ สำนักหยาง สำนักหยิน พรรคคิชกูฏต่างก็มีอัตราการแลกเปลี่ยน ในจำนวนที่แตกต่างกัน
วัตถุวิเศษนับพันชนิดที่แต่ละฝุายร่วมมือกันประเมินราคาก็ถูกกำหนด มูลค่าที่แน่ชัดเช่นกัน
เนี่ยเทียนได้ใบรายการใหม่มาหนึ่งใบ บนใบราคานั้น ด้านหลังปืน ใหญ่ผลึกแหวกนภาเขียนอัตราการแลกเปลี่ยนเอาไว้ทั้งหมดที่หนึ่งล้านห้า แสน
เบื้องใต้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ศพชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดที่อยู่ ในลำดับที่สอง ระดับเจ็ดขั้นกลางมีมูลค่าการแลกเปลี่ยนสามแสน ศพ ของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดขั้นต้นมีอัตราการแลกเปลี่ยนแค่หนึ่ง แสนเท่านั้น
อาวุธวิเศษหลายชิ้นที่เทียบเคียงได้กับอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณ ของเผ่ามนุษย์ ถูกกำหนดราคาอัตราการแลกเปลี่ยนไว้ที่สามแสน สี่ แสน ห้าแสน ไม่เท่ากัน
คัมภีร์หลายชนิด วัตถุดิบวิเศษส่วนใหญ่ล้วนมีอัตราการแลกเปลี่ยน หลายหมื่น
ส่วนลำดับที่สาม วัตถุชิ้นหนึ่งที่เนี่ยเทียนหมายตาเอาไว้—บุปผาเก้า ดารา มีมูลค่าแค่ห้าหมื่นอัตราการแลกเปลี่ยนเท่านั้น
และเมื่อผ่านความพยายามจากพวกจงเจิง ลู่ย่วนซี เนี่ยเทียนก็มีอัตรา การแลกเปลี่ยนมากถึงสองล้าน ซึ่งมากพอจะแลกปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ไว้ได้สบายๆ ทั้งยังมีเหลืออีกถึงห้าแสน
สำนักใหญ่ๆ อย่างวิมานสวรรค์ พรรคคิชกูฏ หอหันปิง ฝุายที่ได้อัตรา การแลกเปลี่ยนมากที่สุดก็คือวิมานสวรรค์ นั่นคือหนึ่งล้าน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นที่วิมานสวรรค์ ค่ายกล วาสนาห้าธาตุต้องยืนหยัดอยู่นานมาก สำนักของพวกเขาเองก็พังทลาย เพราะถูกปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาโจมตี
อัตราการแลกเปลี่ยนหนึ่งล้าน ด้านหนึ่งก็เพราะวิมานสวรรค์ออกแรง มากอย่างแท้จริง อีกด้านหนึ่งก็เพราะต้องการชดเชยค่าเสียหายให้กับ วิมานสวรรค์
นอกจากวิมานสวรรค์แล้ว อัตราการแลกเปลี่ยนที่สำนักอื่นๆ ได้รับก็ มีหลายแสน พรรคคิชกูฏได้แปดแสน สำนักอื่นๆ ลดหลั่นกันลงมา ประมาณหกเจ็ดแสน
ที่สำนักต่างๆ ได้รับอัตราการแลกเปลี่ยนเท่านี้ล้วนต้องผ่านการ โต้เถียงกันมาก่อน และสุดท้ายก็ได้รับการยอมรับจากทุกฝุาย ถึงได้ ข้อสรุป
หลังจากอัตราการแลกเปลี่ยนเผยออกมา ทุกคนจึงไม่มีความเห็น เท่าใดนัก ต่างก็นำเอารายการสิ่งของมาคำนวณแล้วเตรียมนำไปแลกเป็น วัตถุดิบที่เหมาะสมกับสำนักของตัวเอง
วังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ได้แสดงเจตจำนงแล้วว่าพวกเขาต้องการแค่ ศพของอสูรกาย เผ่าทมิฬ และคัมภีร์กับอาวุธบางส่วนเท่านั้น
เช้าตรู่วันที่เจ็ด
ผู้ฝึกลมปราณของสำนักใหญ่ที่ไม่ว่าจะกระจายตัวกันอยู่จุดไหนก็ ตาม พวกเขาต่างก็มารวมตัวกันอยู่ในลานที่สร้างขึ้นใหม่ให้กว้างใหญ่ อย่างถึงที่สุดแห่งนั้น
ตรงกลางลานกว้างจัดวางเวทีหินไว้ห้าแถว บนเวทีหินหลังแรกมีเพียง แหวนห้วงมิติหนึ่งวงวางเอาไว้ ด้านในก็คือปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา สะดุด ตาอย่างถึงที่สุด
เวทีหินแถวที่สองจัดวางแหวนห้วงมิติไว้สิบวง ด้านในคือวัตถุดิบ ซากศพและอาวุธที่อยู่ในลำดับที่สอง
นับตั้งแต่เวทีหินแถวที่สามเป็นต้นมา แหวนห้วงมิติก็เพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ แม้ว่าของด้านในจะไม่ถูกเอาออกมา ทว่าทุกคนต่างก็รู้ดีว่าสิ่ง เหล่านั้นล้วนเป็นของลำดับที่สาม
“เอาล่ะ สำนักใหญ่ทั้งหมดในดินแดนดาวตกต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แล้ว” จ้าวลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์ยืนอยู่บนเวทีหินแถวที่หนึ่ง น้ำเสียง ของเขาดังกังวานสะท้อนไปทั่วเทือกเขาสายฟูาสวรรค์ “ครั้งนี้ชนต่างเผ่า รุกรานเข้ามา เป็นทั้งหายนะของพวกเรา และเป็นทั้งโชควาสนาครั้งใหญ่ ของพวกเราเช่นกัน”
“เมื่อแต่ละฝุายได้พยายามร่วมกัน ในที่สุดก็สามารถโจมตีทำลายล้าง ชนต่างเผ่าไปได้ ทั้งยังได้รับผลเก็บเกี่ยวมหาศาล!”
“…”
จ้าวลั่วเฟิงสีหน้าจริงจัง บางครั้งก็ฮึกเหิม บางครั้งก็ปลงอนิจจัง เขา พูดเปิดงานด้วยถ้อยคำสวยหรูก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ให้กำลังใจทุก คน ก่อนจะประกาศเริ่มงานฉลองชัยชนะอย่างเป็นทางการ
“สำนักเทียนเหยียนของพวกเรายินดีร่วมกับวิมานสวรรค์แลกเปลี่ยน เป็นปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา!” หลังจากที่จ้าวลั่วเฟิงกล่าวจบ ตี๋หรูอวิ๋นผู้
เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณของสำนักเทียนเหยียนก็เอ่ยปากบอกความ ประสงค์ก่อนผู้ใด ทั้งยังชี้ชัดว่าเปูาหมายของเขาก็คือปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาที่อยู่ในอันดับที่หนึ่ง “วิมานสวรรค์มีอันตราการแลกเปลี่ยนหนึ่งล้าน คะแนน สำนักเทียนเหยียนของข้ามีหกหมื่น พวกเราสองฝุายรวมกัน แล้ว จะแลกเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาครอง!”
“นี่ก็เป็นความต้องการของวิมานสวรรค์เช่นกัน” จ้าวลั่วเฟิงกล่าว
ดูท่าวิมานสวรรค์และสำนักเทียนเหยียนคงจะตกลงกันเป็นการ ส่วนตัวว่าจะร่วมมือกันช่วงชิงปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาครองนานแล้ว
——