ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 653 กวาดเรียบ!
“วิมานสวรรค์และสำนักเทียนเหยียนร่วมมือกันแลกเอาปืนใหญ่ผลึก แหวกนภามาครอง!”
ลู่ย่วนซีหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ คล้ายคาดไม่ถึงว่าวิมานสวรรค์และสำนัก เทียนเหยียนจะทำเช่นนี้
ก่อนหน้านี้พวกเขาแต่ละฝุายได้พูดคุยกันมาก่อนแล้ว แต่กลับนึกไม่ ถึงว่าจะมีสองสำนักร่วมมือกันแลกวัตถุสิ่งหนึ่ง
เพราะว่าปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามีมูลค่าหนึ่งล้านห้าแสนอัตรา แลกเปลี่ยน นอกจากเนี่ยเทียนแล้วก็ไม่มีฝุายไหนที่สามารถซื้อได้เพียง ลำพัง ลู่ย่วนซีจึงรู้สึกว่าปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเป็นหมูในอวย
คาดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งจะเริ่มต้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเสียแล้ว
“เจ้าสำนักจ้าว ก่อนหน้านี้เหมือนว่าพวกเราจะไม่เคยคุยกันมาก่อน ว่าหลายฝุายสามารถร่วมมือกันแลกเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาได้” จง เจิงจากหอหันปิงเอ่ยเสียงหนัก
“ในเมื่อวิมานสวรรค์ทำเช่นนี้ พวกเราก็ทำได้เหมือนกัน” ต่งหวังหลิง แค่นเสียงอยู่ในลำคอ “พวกเราอาณาจักรปุายจั้นก็ต้องการร่วมมือกัน แลกเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาเหมือนกัน!”
“พรรคคิชกูฏและหอหันปิงร่วมมือกันก็สามารถแลกปืนใหญ่ผลึก แหวกนภามาได้!” จงเจิงแสดงท่าที
“สำนักหยินและสำนักหยางก็ยินดีใช้อัตราแลกเปลี่ยนในมือมาแลก ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาเช่นกัน!” หลี่มู่หยางกล่าว
พริบตาเดียวทุกคนต่างก็ส่งเสียงโหวกเหวกเพราะล้วนปรารถนาใน ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา
แม้แต่ผู้เฒ่าประหลาดสองคนจากลัทธิอูตู๋และวังวิญญาณก็ยังหันมา มองหน้ากันเพราะเกิดความมาดหมายอย่างใหม่ ก่อนจะเอะอะว่าพวก เขาเองก็ต้องการแลกเอาปืนใหญ่ผลึกแหวกนภามาครอง
เจตจำนงเดิมของลัทธิอูตู๋และวังวิญญาณเพียงแค่ต้องการศพ อาวุธ วิเศษ และคัมภีร์ของเผ่าทมิฬกับอสูรกายเท่านั้น ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ พวกเขามีอยู่ในมือ เดิมทีก็ไม่มีความหวังต่อปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาอยู่ แล้ว
พอเห็นว่าวิมานสวรรค์และสำนักเทียนเหยียนแหกกฎ ใช้วิธีการ ร่วมมือกันหมายช่วงชิงปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา พวกเขาเองก็ไม่ยอมแพ้ เหมือนกัน
ในลานกว้างพลันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเอ็ดอึง แต่ละสำนักรีบแสดง ท่าทีว่าจะร่วมมือกัน สายตาแต่ละเส้นล้วนไปรวมกันอยู่บนแหวนห้วงมิติ ที่วางไว้บนเวทีหินแถวแรก ทุกคนต่างก็อยากได้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา มาเป็นของตัว
“หากทุกคนล้วนต้องการ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องจับสลากเลือกแล้ว ล่ะ” จ้าวลั่วเฟิงหรี่ตาคล้ายคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ “ลองคำนวณดูว่ามีกี่ฝุายที่ต้องการปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา อีกเดี๋ยว พวกเราจับสลากกัน ฝุายไหนได้ไปก็เป็นของฝุายนั้น ดีไหม?”
“ก็คงต้องเป็นแบบนี้กระมัง” ลู่ย่วนซีเอ่ยอย่างจนใจ
เขาพลันตระหนักได้ว่าที่วิมานสวรรค์และสำนักเทียนเหยียนเลือก ร่วมมือกันก็เพราะไม่ต้องการให้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาตกเป็นของเนี่ย เทียนคนเดียว
หากไม่สามารถร่วมมือกัน ในบรรดาทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็มีเพียงเนี่ยเทียน คนเดียวเท่านั้นที่มีอัตราแลกเปลี่ยนมากพอให้แลกเอาปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาไปครอง ซึ่งก็หมายความว่าวัตถุชิ้นนี้ต้องเป็นของเนี่ยเทียนอย่างไม่ ต้องสงสัย
การจับสลากทำให้วิมานสวรรค์ สำนักเทียนเหยียน และอีกหลายฝุาย มีโอกาส
ด้วยรากฐานและความแข็งแกร่งของวิมานสวรรค์ ขอแค่สำนักอย่าง วิมานสวรรค์ ภูเขาสายฟูา ลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณและสำนักเทียนเหยียนได้ ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาไป พวกเขาต้องคิดหาวิธีมาไขความลับของมันได้ แน่นอน
ขณะที่ทุกคนพูดคุยกันเพื่อเตรียมจะใช้การจับสลากมาแบ่งปืนใหญ่ ผลึกแหวกนภา
ทว่าสลากยังไม่ทันเตรียมเสร็จเรียบร้อย น้ำเสียงอึมครึมชวนขนหัวลุก ก็พลันดังมาจากทิศไกล
“งานฉลองชัยชนะยิ่งใหญ่ขนาดนี้กลับไม่มีใครเชิญข้าให้เข้าร่วม” เสียงเพิ่งขาดคำ คนผู้หนึ่งพลันปรากฏกายแล้วตรงดิ่งมาที่กลางลานกว้าง ทันที
เขาดิ่งมายังจุดที่ตั้งเวทีหินหลายแถวซึ่งวางแหวนห้วงมิติเอาไว้ ก่อน จะใช้สายตาดูหมิ่นมองไปยังผู้แข็งแกร่งของแต่ละฝุาย “หรือว่าข้าไม่มี สิทธิ์ที่จะได้แบ่งของเชลยศึก?”
“จ้าวซานหลิง!”
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ต่างก็หน้าเปลี่ยนสี นัยน์ตา ฉายแววซับซ้อน
ในขณะที่แบ่งสรรอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นทางฝุายของวิมาน สวรรค์ พรรคคิชกูฏ หรือจงเจิงจากหอหันปิงต่างก็จงใจมองข้ามจ้าว ซานหลิง
ในสายตาของพวกเขาหลายคน แม้ว่าจ้าวซานหลิงจะออกแรงก็จริง แต่อีกฝุายก็มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝงมาโดยตลอด
บวกกับที่เขาไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน ร่องรอยไม่แน่ชัด ไม่ได้แสดงท่าทีว่า จะเข้าร่วมด้วย ดังนั้นทุกฝุายจึงเลือกที่จะเมินเฉย ไม่คิดจะมอบอัตรา แลกเปลี่ยนให้กับเขา แล้วก็ไม่ได้ใครไปตามหาเขาเพื่อบอกกล่าวถึงงาน ฉลองชัยชนะที่จัดขึ้นในภูเขาสายฟูา
นึกไม่ถึงว่าวันที่งานฉลองชัยชนะเพิ่งจะเริ่มต้น เขากลับมาเยือนด้วย ตัวเอง
“ก่อนหน้านั้นคนผู้นี้คลี่คลายวิกฤตของอาณาจักรหลีเทียน ทั้งยังปิด ผนึกในอาณาจักรปุายจั้น ทำให้อาณาจักรปุายจั้นได้รับชัยชนะครั้งใหญ่” มีคนบางคนพึมพำ “หากอาณาจักรปุายจั้นไม่ได้รับชัยชนะ ชนต่างเผ่า ระดับเจ็ดหลายคนไม่ได้ตายอนาถ ก็ใช่ว่าจะบีบให้ชนต่างเผ่าทั้งหมดมา รวมตัวกันที่วิมานสวรรค์ได้”
“เป็นอย่างนี้จริง หากพูดกันถึงคุณูปการ เขามีความดีความชอบอย่าง ใหญ่หลวงต่อสงครามครั้งนี้แทบไม่เป็นรองเนี่ยเทียนเลย”
“ทว่าเขารับปากว่าจะลงมือก็เป็นเพราะฉีป๋ายลู่จากสำนักอาวุธยอม อ่อนข้อให้ไม่ใช่หรือ? ฉีป๋ายลู่ถึงขั้นยอมยกตำแหน่งเจ้าสำนักอาวุธให้เขา แล้ว เขายังมีอะไรให้ไม่พอใจอีก?”
“เขามาที่นี่เพราะคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ เขตลี้ลับหลายคนที่อยู่รอบนอกของลาน กว้างต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยสายตาก็เปล่งประกายวาบไหว
เมื่อเห็นจ้าวซานหลิงปรากฏตัว จ้าวลั่วเฟิงจากวิมานสวรรค์ก็ขมวด คิ้วเป็นปมคล้ายว่าเขาเองก็ไม่มีหนทางรับมือกับน้องชายคนนี้ของตัวเอง เหมือนกัน
เขตวิญญาณคนอื่นๆ ล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าจ้าวซานหลิงได้มีส่วนช่วยใน สงครามครั้งนี้มากแค่ไหน พวกเขาไม่ได้เชิญจ้าวซานหลิง ไม่นับจ้าวซานห ลิงให้ได้รับการแบ่งสรรทรัพยากรจึงรู้สึกผิดอยู่ไม่มากก็น้อย ทุกคนจึงได้ แต่เงียบงันไม่เอ่ยคำใด
จ้าวซานหลิงหัวเราะหึหึ ก่อนจะก้าวเข้ามากลางลานกว้าง ยืนอยู่ ท่ามกลางเวทีหินหลายแถว “รอยแยกห้วงมิติอาณาจักรหลีเทียนถูกปิด ผนึกเพราะข้า อาณาจักรปุายจั้นก็เช่นกัน หากอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรปุายจั้นเสียการพิทักษ์ ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดยังไม่ตาย เกรงว่าอาณาจักรอื่นๆ คงไม่ผ่อนคลายขนาดนั้นกระมัง?”
“หากไม่เพราะข้าสามารถปิดรอยแยกห้วงมิติ ทำให้ชนต่างเผ่ากริ่ง เกรง พวกมันเองก็คงไม่กรูกันเข้ามาในอาณาจักรเสวียนเทียน”
“หรือหากพูดอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่เป็นเพราะรอยแยกห้วงมิติของ อาณาจักรเสวียนเทียนที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรเลี่ยคงถูกข้าปิดผนึกจน พวกเจ้าสามารถจับตะพาบในอ่าง พวกเจ้าหรือจะมีปัญญาไล่สังหารชน ต่างเผ่าที่เหลือได้?”
“หากพวกมันอาศัยรอยแยกห้วงมิติหนีไปยังอาณาจักรเลี่ยคง แล้ว ย้อนกลับไปทางรอยแยกห้วงมิติหกเส้น พวกเจ้าจะทำอะไรได้?”
จ้าวซานหลิงพูดถึงคุณความดีของเขาออกมาอย่างละเอียด ทุกคนที่ ได้ยินคำพูดของเขา ไม่ว่าจะรังเกียจเขาแค่ไหนก็จำต้องยอมรับว่าศึก นี้ เขามีคุณูปการสูงสุดในการคลี่คลายหายนะอย่างแท้จริง
“ข้ามาช้าเพราะมัวปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติหกเส้นในอาณาจักรเลี่ย คงที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรภายนอก” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่างไม่รีบไม่ ร้อน “รอยแยกห้วงมิติหกเส้นนั้นถูกปิดลง สามารถตัดขาดความเป็นไป ได้ที่ชนต่างเผ่าจะเข้ามาอีกครั้ง ทั้งยังทำให้พวกมันบาดเจ็บอย่างสาหัส
ต่อให้ใช้เวลาฟื้นคืนพลังต้นกำเนิดไปอีกหลายร้อยปีก็ยังไม่สามารถรุกราน เข้ามาได้อีก”
“แต่ว่าในเมื่อปิดได้ ข้าก็เปิดมันได้เช่นกัน!”
หัวมู่หน้าเปลี่ยนสี รีบกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “พี่จ้าว เจ้าคิดจะทำอะไร กันแน่?”
คนอื่นๆ ที่พอได้ยินว่ารอยแยกห้วงมิติหกเส้นนั้นสามารถเปิดออกได้ อีกครั้งก็พากันหน้าเปลี่ยนสีครั้งใหญ่
พวกเขารู้ดีว่าจ้าวซานหลิงทำได้ทุกเรื่อง หากเขาทำตัวเหลวไหล ขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าคงนำภัยพิบัติครั้งใหญ่มาสู่ดินแดนดาวตก ไม่ว่าใครก็ อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข
“ข้าคิดจะทำอะไร?” จ้าวซานหลิงหัวเราะร่า สะบัดปลายแขนเสื้อ หนึ่งครั้ง ก่อนจะเก็บเอาแหวนห้วงมิติบนเวทีแถวที่หนึ่ง แถวที่สอง และ แถวที่สามเข้าไปในชายแขนเสื้อตัวเองจนหมด
“จ้าวซานหลิง! เจ้ากล้ารึ!” เหลยเจิ้นอวี่จากภูเขาสายฟูาคำรามอย่าง เดือดดาล
“เจ้าเอาไปมากเกินไปแล้ว!” ตี๋หรูอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนก็พูด อย่างเกรี้ยวกราดไม่ต่างกัน
“วางลงซะ!” จ้าวลั่วเฟิงพี่ชายแท้ๆ ของเขาร้อนใจอย่างยิ่ง
พวกหัวมู่ ต่งหวังหลิงและจงเจิงที่พอเห็นจ้าวซานหลิงสะบัดปลาย แขนเสื้อหอบเอาของลำดับที่หนึ่งลำดับที่สอง ลำดับที่สามไปจนหมดก็นิ่ง เฉยไม่ไหวอีกต่อไป
“พวกเราไปล่ะนะ” มืออีกข้างหนึ่งของจ้าวซานหลิงโบกสะบัดหนึ่ง ครั้ง เนี่ยเทียนก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกลับที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว “ของ ที่ข้าเอามา ข้าจะค่อยๆ แบ่งกับเนี่ยเทียนสองคน พวกเจ้าทุกคนล้วนไม่มี สิทธิ์มาชี้ไม้ชี้มือสั่งข้า อัตราแลกเปลี่ยนที่พวกเราสองคนควรจะได้รับ มากพอให้ข้ากวาดของทั้งหมดไป”
“ไม่มีข้ากับเนี่ยเทียน พวกเจ้าอาจกลายเป็นซากศพกันไปนาน แล้ว ยังจะกล้ามาแย่งกับข้าอีกรึ?”
“สวบ!”
รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งพลันถูกเขาแหวกออก ก่อนที่โลกลับของเขา จะลอดเข้าไปในรอยแยกเส้นนั้น
จ้าวซานหลิงยืนอยู่ตรงรอยแยกเส้นนั้น ใช้สายตาเหยียดหยันมองไป ยังทุกคนที่เป็นเดือดเป็นแค้นแล้วเอ่ยเสียดสี “จะว่าไปแล้ว นับว่าข้ายัง ทำตามกฎนะ เซี่ยอี้ผู้นั้นชิงดวงตาสัตว์เพลิงฟูาไป พวกเจ้าทำอะไรเขาได้ บ้าง? เซี่ยอี้แทบไม่ลงแรงอะไรในศึกนี้เลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมา ครอบครองดวงตาสัตว์เพลิงฟูา?”
“แต่ข้าและเนี่ยเทียนต่างหากถึงจะเป็นคนกำหนดชัยชนะของศึกครั้ง นี้อย่างแท้จริง พวกเรากวาดเอาของไป ย่อมสมเหตุสมผลดีแล้ว”
กล่าวจบ ร่างของเขาและเนี่ยเทียนก็หายวับไปในรอยแยกห้วงมิติ
รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นก็ประสานตัวปิดแล้วหายไปจากลานกว้าง อย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ซึ่งตั้งใจมาร่วมงานฉลองชัยชนะ เตรียมจะใช้ อัตราแลกเปลี่ยนมาแลกสิ่งของที่ต้องการ ต่างก็ยืนบื้อใบ้อยู่ที่เดิม
ใครก็คาดไม่ถึงว่า จ้าวซานหลิงที่ปรากฏตัวกะทันหันจะยื่นมือเข้า แทรกแล้วกวาดเอาวัตถุดิบราคาสูงสุดพวกนั้นไปจนเกลี้ยง
ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา ศพของชนต่างเผ่าระดับ เจ็ด อาวุธ คัมภีร์ วัตถุดิบวิเศษอีกมากมายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนใน ดินแดนดาวตกต่างก็ถูกจ้าวซานหลิงหอบเอาไปหมด
——