ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 654 แบ่งของเชลยศึก
อาณาจักรต้าฮวาง
ใจกลางภูเขาไฟที่มอดดับ จุดที่ก้อนหินกองระเกะระกะ ค่ายกลนำส่ง แห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากจุดลึกของพื้นดินอย่างเงียบเชียบ
“ฟิ้วๆ!”
จ้าวซานหลิงพาเนี่ยเทียนเดินออกมาจากค่ายกลนำส่งแห่งมิติ
“วัตถุของชนต่างเผ่าพวกนี้เจ้าเลือกก่อนเลย ที่เหลือค่อยเป็นของ ข้า” จ้าวซานหลิงสะบัดปลายแขนเสื้อหนึ่งครั้ง แหวนห้วงมิติหลายวงก็ บินออกมาเรียงตามลำดับหนึ่งถึงสาม
แหวนห้วงมิติทั้งหมดล้วนหล่นลงมาบนพื้นดินแล้วจัดเรียงตามลำดับ
จ้าวซานหลิงทิ้งประโยคนั้นไว้ แล้วหันตัวจากไปยังกองหินประหลาด กองหนึ่ง ก่อนจะยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น”
“คนผู้นี้ทำอะไรไม่สามารถใช้หลักการทั่วไปมาวัดได้จริงๆ” เนี่ยเทียน ถอนหายใจอยู่ในใจ
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่างานฉลองชัยชนะที่แต่ละสำนักร่วมสำนัก จัดขึ้นมา กลับถูกจ้าวซานหลิงยื่นมือเข้าแทรกในช่วงเวลาที่เป็นกุญแจ สำคัญเช่นนี้ แถมอีกฝุายยังหอบเอาแหวนห้วงมิติระดับสูงมาจนเกลี้ยง
วิมานสวรรค์ พรรคคิชกูฏ หอหันปิง ภูเขาสายฟูาต้องเสียเวลา คำนวณอยู่หลายวันถึงจะจัดสรรอัตราแลกเปลี่ยน และวัดมูลค่าของวิเศษ มากมายให้กับทุกฝุายได้
แผนการลับระหว่างจ้าวลั่วเฟิงและตี๋หรูอวิ๋นที่คิดจะร่วมมือกันช่วงชิง ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา พรรคคิชกูฏ สำนักอาวุธ ตระกูลต่งต่างก็แอบ บอกเป็นนัยกับเขา…
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตอนนี้กลายมาเป็นเพียงเรื่องตลก
จ้าวซานหลิงปรากฏตัวกะทันหัน ทำลายแผนการและความปรารถนา ที่แต่ละฝุายมีต่อวัตถุดิบวิเศษให้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทั้งยังหอบเอาวัตถุดิบที่ ล้ำค่าสามลำดับแรกมาหมด
เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ แล้วเขาก็ เพิ่งได้เห็นว่ารอบกายมีคลื่นห้วงมิติที่ยากจะใช้สายตาสังเกตได้
เขาจึงรู้ทันที สถานที่แห่งนี้น่าจะถูกจ้าวซานหลิงร่ายตราผนึกห้วงมิติ ด้วยวิธีการเฉพาะตัวเอาไว้ คนนอกยากจะจับสังเกตได้
จ้าวซานหลิงที่หอบเอาวัตถุดิบมากมายกลับมา เดิมทีควรจะอารมณ์ ฮึกเหิมตื่นเต้น ทว่าพอมาถึงที่นี่ เขากลับทิ้งของทั้งหมดเอาไว้บนพื้นราว กับไม่ได้แยแสพวกมันเท่าไหร่นัก
แผ่นหลังของจ้าวซานหลิงที่ยืนอยู่หน้ากองหินประหลาดซึ่งเขาเห็น ในตอนนี้เผยความเจ็บปวดออกมาน้อยๆ
เนี่ยเทียนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก เขาจ้องกองหินประหลาดนั้นอย่าง ละเอียดถึงได้พบว่าในหินประหลาดแต่ละก้อนมีปูายหินปูายหนึ่งตั้ง ตระหง่านอยู่
บนปูายหินใช้อักขระที่โบราณและเรียบง่ายสลักตัวอักษรบรรทัดหนึ่ง เอาไว้—สุสานอาจารย์ผู้มีพระคุณ ซวี่อิงหลง
“ซวี่อิงหลง…”
เนี่ยเทียนเคยได้ยินมาบ้างว่าเจ้าสำนักอาวุธคนก่อนชื่อว่าซวี่อิงหลง คนผู้นี้ก็คืออาจารย์ของฉีป๋ายลู่ จ้าวซานหลิงและเจินฮุ่ยหลัน เชี่ยวชาญ การหลอมอาวุธ ทั้งยังเป็นผู้ที่ทมีพลังเวทลับห้วงมิติแข็งแกร่งที่สุดใน ดินแดนดาวตก
ว่ากันว่าเนื่องจากจ้าวซานหลิงสร้างหายนะครั้งใหญ่ในอาณาจักรต้าฮ วาง ซวี่อิงหลงถึงได้ลงมืออย่างเหี้ยมหาญโดยการนำเขาไปปล่อยยัง อาณาจักรที่ห้วงมิติปั่นปุวน
ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุใด หลังจากที่ซวี่อิงหลงกลับมาได้ไม่นานก็เสียชีวิต ลง
พวกผู้อาวุโสในสำนักอาวุธ รวมถึงเจินฮุ่ยหลันต่างก็พูดว่าจ้าวซานห ลิงเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิต ฉีป๋ายลู่และสำนักอาวุธไม่อาจอภัยให้จ้าวซานห ลิงได้ก็เพราะเรื่องนี้
สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นฐานที่ตั้งลับของจ้าวซานหลิงในอาณาจักรต้าฮ วาง คาดไม่ถึงว่าเขาจะตั้งปูายวิญญาณให้กับซวี่อิงหลิงที่นี่
ยืนอยู่หน้าปูายหิน จ้าวซานหลิงทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ โดยไม่เอ่ยคำใด
ในใจเขาคิดอะไรอยู่ เนี่ยเทียนไม่อาจรู้ได้ เพียงแต่รู้สึกว่าคนบ้าอย่าง จ้าวซานหลิงผู้นี้น่าจะเต็มไปด้วยความละอายใจต่อซวี่อิงหลงอาจารย์ของ เขา
ไม่นานเนี่ยเทียนก็ถอนสายตากลับคืนมา ก่อนจะย้ายเส้นสายตาไปยัง แหวนห้วงมิติของชนต่างเผ่าที่จัดวางกันเป็นแถวๆ อยู่ตรงหน้าตัวเอง
เขาหยิบแหวนแต่ละอันขึ้นมาแล้วปลดปล่อยกระแสจิตให้เขาไป ตรวจสอบอย่างละเอียด
แหวนห้วงมิติแต่ละวงถูกเขาเลือกมาวางแยกไว้อีกด้านหนึ่ง ในบรรดา แหวนห้วงมิติที่ถูกเขาเลือกมีปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาที่แตกออกเป็นสาม ท่อน มีซากศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดเก้าตน แล้วก็บุปผาเก้า ดาราหนึ่งต้น
ของอื่นๆ เขาไม่คิดจะแตะต้อง
“เลือกเสร็จแล้วรึ?” ผ่านไปพักใหญ่ จ้าวซานหลิงถึงได้หันกลับมา มอง “เลือกอะไรไปบ้าง?”
เนี่ยเทียนตอบรับไปตามจริง
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภานี่คงเอาไปให้พวกสำนักอย่างพรรคคิชกูฏ กระมัง?” จ้าวซานหลิงพูดครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง
“อืม ข้าไม่ต้องการปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา และข้าเองก็ไม่เข้าใจการ หลอมอาวุธ ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภาที่หักออกเป็นสามท่อน ข้าไม่มี
ความสามารถไปซ่อมแซมมัน แล้วก็ไม่มีวิธีไขความลับของมันด้วย” เนี่ย เทียนเองก็ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “ก่อนหน้าที่ท่านยังไม่มา พรรคคิชกูฏ ตระกูลต่ง และท่านเจินจากสำนักอาวุธต่างก็มาหาข้า พวก เขาล้วนอยากได้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา”
“งั้นก็ดี ในเมื่อเจ้าเลือกได้แล้ว ของที่เหลือก็เป็นของข้า” จ้าวซานห ลิงยื่นมือออกมากวักหนึ่งครั้ง แหวนเก็บของแต่ละวงก็เข้าไปอยู่ในมือเขา หมด “ในเมื่อข้าตัดสินใจจะไปจากดินแดนดาวตก จะอย่างไรก็ต้องเตรียม ค่าเดินทางไว้ให้ตัวเองยามที่เดินทางไปยังดินแดนอื่น ของเหล่านี้น่าจะ ช่วยให้ข้าแลกเปลี่ยนมาเป็นวัตถุดิบไม่น้อยที่เหมาะสมกับข้า”
“หากท่านไปแล้ว สำนักอาวุธเล่า…จะทำอย่างไร?” เนี่ยเทียนงงงัน
เงื่อนไขที่ทำให้จ้าวซานหลิงรับปากว่าจะช่วยคลี่คลายวิกฤตของ อาณาจักรปุายจั้นก็คือบีบให้ฉีป๋ายลู่ศิษย์พี่ของเขายอมอ่อนข้อโดยการ เป็นฝุายยกตำแหน่งสูงส่งอย่างเจ้าสำนักอาวุธให้กับเขา
คราวก่อนที่เขามาอาณาจักรต้าฮวาง ทั้งยังร่วมมือกับเทพเพลิงเซี่ยอี้ ก็เพราะปรารถนาในตำแหน่งของเจ้าสำนักอาวุธเช่นกัน
ทว่าตอนนี้เขากลับพูดว่าจะไปจากดินแดนดาวตก…
“สำนักอาวุธ?” ดวงตาของจ้าวซานหลิงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เจ้านึกจริงๆ หรือว่าข้าอยากได้ตำแหน่งนั้น? ข้าไปไหนมาไหนเพียง ลำพังชินแล้ว จะให้ข้าไปดูแลสำนักหนึ่ง ข้าทำไม่ได้หรอก ตำแหน่งนั้น หมายถึงความรับผิดชอบ สำหรับข้าแล้วมันก็คือห่วงผูกคอและภาระ อย่างหนึ่ง ข้าคร้านจะสนใจ”
“ปีนั้นที่ข้าแข่งขันชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก ความตั้งใจเดิมก็ไม่ใช่เพราะ อยากได้ตำแหน่งนั้น แต่เพราะต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าในบรรดา ศิษย์ทั้งสามคน ข้าต่างหากถึงจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุด”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน “แล้วทำไมท่านถึงต้องบีบให้ผู้อาวุโสฉียกตำแหน่ง ให้?”
“ข้าแค่ต้องการได้ยินคำพูดนั้นก็เท่านั้น” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงเย็น “ข้าไม่คิดจะแบกสำนักอาวุธนี่ให้เป็นภาระตัวเองหรอก ข้าใช้ชีวิตคน เดียวไม่สบายกว่าหรือไง? คิดจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบ! หากมีภาระ อย่างสำนักอาวุธอยู่ ไม่เท่ากับว่าข้าหาเรื่องใส่ตัว จำกัดอิสระของตัวเอง หรอกหรือ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ก็จริง”
และก็เพราะจ้าวซานหลิงมีพลังห้วงมิติที่ยอดเยี่ยม เขาอยู่ลำพังเพียง ผู้เดียว สามารถเดินทางไปได้ทั่วตามใจชอบ ใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้
หากเขาเป็นเจ้าสำนักอาวุธ หากก่อเรื่องเดือดร้อน พอเขาจาก ไป สำนักอาวุธก็ต้องรับเคราะห์ ถูกหลายฝุายเล่นงามตามเขาไป
พอใคร่ครวญถึงนิสัยของคนผู้นี้อย่างละเอียด เนี่ยเทียนก็เข้าใจว่าเขา ไม่รับตำแหน่งนี้ นับเป็นการกระทำที่ฉลาดแล้ว
“เจ้าเรียกเอาหุ่นเชิดเลือดเผ่าโครงกระดูกตัวนั้นออกมาแล้วเอาพวก ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดพวกนี้มาใช้ซะ จำไว้ว่าศพของเผ่าทมิฬอย่า เอามาใช้มั่วซั่ว” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าสามารถนำศพ ของชนต่างเผ่ามาเพิ่มความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดเลือดได้?”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง?” จ้าวซานหลิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ตอนที่อยู่อาณาจักรปุายจั้น เจ้าขอศพของสายเลือดระดับเจ็ดแล้ว ตามต่งหวังหลิงไป พอได้เจอเจ้าอีกครั้ง พลังในการต่อสู้ของหุ่นเชิดเลือด ตนนั้นก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างเด่นชัด ไม่ต้องคิดข้าก็รู้แล้วว่าพลังการต่อสู้ที่ เพิ่มขึ้นของหุ่นชิดเลือดก็เพราะอาศัยศพของชนต่างเผ่า”
“เอ่อ…” เนี่ยเทียนอับจนคำพูด
“พวกเรายังมีเวลา เจ้าสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของหุ่นเชิดเลือดได้ ตามสบาย ให้มันมีเรือนกายแข็งแกร่งมากขึ้นถึงจะช่วยข้าได้” จ้าวซานห ลิงหัวเราะหึหึ “เรื่องที่เจ้ารับปากข้า เจ้าต้องทำให้เป็นจริง จะพูดไปแล้ว ระหว่างเจ้าและข้า…นับว่ามีวาสนาต่อกันไม่น้อย เจ้าได้ซากศพของเผ่า โครงกระดูกที่แข็งแกร่งมาตนหนึ่ง ส่วนข้าก็หลอมเขตแห่งความตาย ออกมาได้เพราะเผ่าโครงกระดูก”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน “เขตแห่งความตายของท่านเกี่ยวข้องกับเผ่าโครง กระดูกรึ?”
“เหลวไหล!” จ้าวซานหลิงใช้สายตามองคนปัญญาอ่อนปราดมองเขา อย่างเย็นชา “อาณาจักรต้าฮวางคือสถานที่แบบใด? ตอนที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวยังไม่เยื้องกรายมาเยือน ที่แห่งนี้ก็คือถิ่นของเผ่าโครง กระดูก! และความลี้ลับในสายเลือดของเผ่าโครงกระดูกก็คือพลังแห่ง ความตาย! เขตแห่งความตายของข้าก่อกำเนิดขึ้นมาได้ก็เพราะได้รับของ
สิ่งหนึ่งมาจากโบราณสถานของเผ่าโครงกระดูก เมื่อผ่านการชุบหลอม จากข้า และเพิ่มเติมวัตถุดิบบางอย่างเข้าไป สุดท้ายถึงได้กลายมาเป็นเขต แห่งความตาย”
“จุดลึกของเขตแห่งความตาย พลังต้นกำเนิดของมันก็คือพลังแห่ง ความตายของเผ่าโครงกระดูก”
“ดังนั้นเจ้ากับข้านับว่ามีวาสนาต่อกันไม่น้อย ข้าได้ของของเผ่าโครง กระดูกมาสร้างเขตแห่งความตายส่วนเจ้าก็อาศัยศพของเผ่าโครงกระดูก มาทำเป็นหุ่นเชิด สร้างชื่อเสียงระบือไปทั่วใต้หล้า ทำให้ตัวเจ้ามีสิทธิ์ใน การพูดคุยกับผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณ”
“อาณาจักรต้าฮวางเป็นสถานที่มหัศจรรย์อย่างแท้จริง พื้นที่แห่งนี้ไม่ มีต้นไม้ขึ้นแม้แต่ต้นเดียว หมื่นสรรพสิ่งเหี่ยวเฉาโรยรา จึงถูกเผ่าโครง กระดูกมองเป็นพื้นที่วิเศษ”
“ทว่าพื้นที่ที่แห้งแล้งจนนกยังไม่แวะมาขี้แห่งนี้กลับมีตำนานของ ผลไม้แห่งชีวิต เป็นสถานที่แห่งความตายแต่กลับมีผลไม้แห่งชีวิตงอกงาม มันไม่ประหลาดหรอกหรือ?”
เนี่ยเทียนคิดตามก็ให้รู้สึกสงสัยอย่างยิ่งจึงพูดคล้อยตาม “ประหลาด จริงๆ ด้วย”
“เจ้ายิ่งประหลาดมากกว่าอีก” จ้าวซานหลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “หลายล้านปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่ามีคนที่อายุขัยใกล้จะหมดกี่คนที่เดินทาง มายังอาณาจักรต้าฮวางเพื่อตามหาผลไม้แห่งชีวิต ทว่าก็ไม่เคยได้ยินว่า
ใครทำสำเร็จ แต่เจ้ากลับร้ายกาจยิ่งนัก เพิ่งจะมาครั้งแรกก็เก็บเอาผลไม้ แห่งชีวิตกลับไปหลายลูก มีฝีมือมีฝีมือจริงๆ”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นคนหา ผลไม้แห่งชีวิตเจอ?”
“หากต่งลี่ไม่ได้มากับเจ้า นางจะมีปัญญาเอาผลไม้แห่งชีวิตไปมอบ ให้ต่งหวังหลิงได้อย่างไร? อูจี้อาจารย์ของเจ้า และหัวมู่ต่างก็ปวดหัวอยู่ กับปัญหาอายุขัยไม่พอตั้งนานปีมาแล้ว ทว่าตอนนี้พวกเขาแต่ละคนกลับ มีพลังชีวิตเปี่ยมล้น หากไม่ใช่ความดีของผลไม้แห่งชีวิต จะยังเป็นอะไรได้ อีก?” จ้าวซานหลิงกล่าวเสียดสี
“เรื่องนี้…” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น พลันรู้สึกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าว ซานหลิงก็เหมือนว่าตนจะไม่สามารถเก็บความลับใดๆ ไว้ได้เลย
“วางใจเถอะ เจ้าหาผลไม้แห่งชีวิตเจอได้อย่างไรนั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้า ข้าเองก็ไม่สนใจอยากจะรู้ด้วย” จ้าวซานหลิงโบกมือ “เจ้ารีบเพิ่มพลังใน การต่อสู้ให้กับหุ่นเชิดเลือดตัวนั้นเถอะ พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่นานนัก ยิ่งหุ่น เชิดเลือดของเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งช่วยข้าได้มากเท่านั้น เจ้า จงรีบลงมือเสีย”
——