ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 655 บุปผาเก้าดารา
จ้าวซานหลิงทิ้งเนี่ยเทียนไว้ตรงนี้แล้วจากไปเพียงลำพังโดยใช้เหตุผล ว่าจำเป็นต้องเตรียมตัว
ก่อนจะไปเขาเอ่ยกำชับเนี่ยเทียนว่าห้ามเดินไปไหนมั่วซั่ว เพราะหาก หลุดพ้นออกไปจากขอบเขตที่เขาทิ้งตราผนึกไว้เมื่อไหร่ก็อาจจะเป็นการ เปิดเผยร่องรอยของตัวเขาเอง
เขาและเนี่ยเทียนสองคนกวาดเอาวัตถุดิบวิเศษที่ควรตกเป็นของแต่ ละสำนักมาจนเกลี้ยง เกรงว่าเรื่องนี้คงทำให้หลายสำนักไม่พอใจนัก
หากเนี่ยเทียนเปิดเผยร่องรอยโดยไม่ทันระวังแล้วถูกสำนักอย่างวิมาน สวรรค์ วังวิญญาณหมายหัว เกรงว่าคงมีปัญหาตามมา
“ออกมาเถอะ”
รอจนจ้าวซานหลิงหายตัวไปแล้ว เนี่ยเทียนถึงเรียกให้โครงกระดูก ปีศาจเลือดออกมาจากในแหวนเก็บของ
ศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดหลายศพก็ทยอยกันถูกเอา ออกมาจากในแหวนเก็บของของเขา แล้วนำมาวางไว้บนกองหิน ระเกะระกะข้างกาย
มีเพียงศพของเผ่าทมิฬเท่านั้นที่เพราะว่ามันค่อนข้างพิเศษ เนื่องจาก ทั่วร่างมีแต่พิษร้าย เขาเชื่อฟังคำแนะนำจากจ้าวซานหลิงจึงไม่ได้เอามัน ออกมา
เขาครุ่นคิดว่ารอให้เรื่องของจ้าวซานหลิงสิ้นสุดลงแล้ว และได้เจอ กับหลี่หลางเฟิงอีกครั้ง เขาจะมอบศพของเผ่าทมิฬให้หลี่หลางเฟิงไป จัดการ
หลี่หลางเฟิงที่ฝึกวิชาพิษร้ายน่าจะมีวิธีดึงเอาสิ่งของที่อยู่ในศพของ เผ่าทมิฬออกมาช่วยให้ตบะของเขาฝุาทะลุ และช่วยให้พลังอำนาจของ เขาแข็งแกร่งมากขึ้น
“เลือดสดของชนต่างเผ่าเหล่านี้ เจ้าสามารถดูดเอาไปได้หมด” เนี่ย เทียนปล่อยกระแสจิตออกไปกลุ่มหนึ่ง
ดวงตาสีเขียวอมเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดปล่อยประกายแสง แห่งความกระหายใคร่ ก่อนจะลงมือใช้เวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิต มาดึงเอาเลือดสดออกจากศพของชนต่างเผ่า
“บุปผาเก้าดารา…”
พอชี้นิ้วไปยังแหวนห้วงมิติ ภาชนะกระจกใสที่บรรจุบุปผาเก้าดาราก็ บินออกมาอย่างเงียบเชียบแล้วร่วงลงบนพื้นดิน
ในภาชนะกระจกใบนั้นมีบุปผาเก้าดาราอยู่หนึ่งต้น บุปผาเก้าดารามี ลำต้นเป็นสีเขียวขจี ผลิดอกทั้งหมดเก้าดอก แต่ละดอกล้วนมีกลีบเป็น ลักษณะเหมือนดาวห้าแฉก
บนดอกตูมเหล่านั้นมีประกายแสงดาวเล็กละเอียดเปล่งวูบวาบ มอง ปราดๆ ก็ราวกับว่าดอกตูมของบุปผาเก้าดาราได้ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยทะเล ดวงดาว
“แม้แต่ผู้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่เข้ามาใน ดินแดนดาวตกก็ยังตามหาบุปผาเก้าดารานี้ไปทั่ว วัตถุชิ้นนี้ต้องมี ประโยชน์ต่อผู้ฝึกลมปราณในดินแดนดาวตกแน่นอน”
“ดินแดนดาวตกไม่มีวัตถุสิ่งนี้ นึกไม่ถึงว่าในแหวนห้วงมิติของชนต่าง เผ่าจะมีอยู่ต้นหนึ่ง”
“มูลค่าของวัตถุชิ้นนี้…น่าจะไม่ได้อยู่แค่ลำดับที่สาม พรรคคิชกูฏให้ การประเมินวัตถุชิ้นนี้จึงรู้ว่ามีเพียงข้าเท่านั้นที่อยากได้มัน ดังนั้นถึงได้จง ใจลดระดับให้ต่ำลง”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็เปิดภาชนะแล้วหยิบเอาบุปผาเก้าดารา ออกมาจากด้านใน
ปลายนิ้วของเขาเพิ่งจะแตะโดนต้นของบุปผาเก้าดารา น้ำวนดวงดาว ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาก็เหมือนจะถูกกระตุ้น
ความเร็วในการหมุนวนของน้ำวนดวงดาวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังดวงดาวที่บริสุทธิ์เป็นกลุ่มๆ บินออกมาจากในน้ำวนแล้วตรงมา รวมอยู่ที่บุปผาเก้าดารา
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“บุปผาเก้าดารานี่กลับเป็นฝุายดึงดูดพลังดวงดาวออกไปจากร่างของ ข้าด้วยตัวเอง หรือว่า…ไม่ควรจะเป็นข้าที่ดึงพลังงานจากในบุปผาเก้า ดารามาสู่ตัวเองหรอกหรือ?”
ดอกไม้ตูมทั้งเก้าดอกส่องประกายสีเงินยวง พอได้รับพลังดวงดาวของ เขาเข้าไป แสงดาวเป็นจุดๆ ในดอกไม้ตูมก็พลันเจิดจ้า
เนี่ยเทียนอึ้งไปครู่ ก่อนจะทดลองใช้คาถาสะเก็ดดาว คิดจะดูดเอา พลังงานมาจากมันเหมือนที่ทำกับหินดวงดาว
“ฟิ้ว!”
ที่น่าแปลกก็คือบุปผาเก้าดาราต้นนั้นกลับกลายมาเป็นลำแสงเส้นหนึ่ง ที่บินเข้ามายังมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขา
เพียงแค่ครู่เดียว บุปผาเก้าดาราก็หายวับไป
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิตรวจสอบก็เห็นว่าบุปผาเก้าดาราที่หายไปพลันมา ปรากฏอยู่ก้นทะเลสาบดวงดาวในน้ำวนดวงดาวของเขา
ทะเลสาบดวงดาวก็คือจุดรวบรวมแก่นพลังที่ยอดเยี่ยมของพลัง ดวงดาว
ไม่ว่าเขาจะดูดซับพลังงานมาจากหินดวงดาวหรือชักนำแสงดาวจาก ท้องฟูา เมื่อผ่านการชุบหลอมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากน้ำวนดวงดาว พลัง เหล่านั้นก็จะค่อยๆ ตกตะกอนมาผสานรวมอยู่ในทะเลสาบดวงดาวที่เป็น เหมือนแอ่งน้ำเล็กๆ
บัดนี้บุปผาเก้าดาราได้ฝังรากลงไปในทะเลสาบดวงดาวของเขา
วินาทีที่มันหยั่งรากลงไป เนี่ยเทียนก็ค้นพบด้วยความแปลกใจว่าหยด ดาวในทะเลสาบดวงดาวได้หายไปทีละนิด ทะเลสาบดวงดาวเองก็ค่อยๆ แห้งขอด
พอบุปผาเก้าดาราต้นนั้นหยั่งรากลงไปในทะเลสาบดวงดาว มันก็ดึง เอาหยดดาวในทะเลสาบดวงดาวมารวมไว้ที่ตัวเองอย่างว่องไวเหมือนปลา กระดี่ได้น้ำ
ดอกตูมเก้าดอกส่องแสงพร่างพราว แสดงดาวที่ห่อหุ้มดอกตูมเอาไว้ก็ พลันเจิดจ้าบาดตา
ไม่เพียงเท่านี้ เนี่ยเทียนยังสังเกตเห็นว่า น้ำวนอีกลูกหนึ่งใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาก็เกิดความผิดปกติเช่นกัน
น้ำวนลูกนั้นคือน้ำวนพืชหญ้า
น้ำวนพืชหญ้าหมุนวนอย่างรวดเร็ว หยดพืชหญ้าที่อยู่เบื้องล่างน้ำวน ก็หายไปอย่างเงียบเชียบ
หยดพืชหญ้าเกิดจากการชุบหลอมของแก่นพืชหญ้า มีพลังชีวิตที่ เข้มข้นแฝงเร้น ตอนนี้หยดพืชหญ้าที่หายไปได้ไหลผ่านช่องทางลึกลับ บางอย่างในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน และใช้วิธีการที่เขามิอาจ สังเกตเห็นได้มาปรากฏพรวดอยู่ในทะเลสาบดวงดาวที่อยู่ก้นน้ำวน ดวงดาว
หยดสีเขียวจำนวนมากที่ลักษณะวาวใสดุจหยดน้ำซึ่งสามารถกระตุ้น ให้ต้นไม้ พืชพรรณ ดอกไม้เติบโตพลันลอยขึ้นมาตรงลำต้นของบุปผาเก้า ดารา
ลำต้นของบุปผาเก้าดาราดูดเอาหยดพืชหญ้าเหล่านั้นไปราวฟองน้ำที่ ดูดซับน้ำ
พอได้สารบำรุงจากหยดดาวและหยดพืชหญ้า บุปผาเก้าดาราต้นนั้นก็ เหมือนได้รับดินและปุ๋ยอย่างกะทันหัน ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน มัน เหมือนต้นไม้ที่เติบโตขึ้นมาใหม่
มองการเปลี่ยนแปลงของบุปผาเก้าดาราที่เกิดขึ้น ในใจเนี่ยเทียนพลัน คาดเดาว่าหลังจากที่บุปผาเก้าดาราต้นนี้ถูกเก็บมา แม้จะถูกเก็บไว้ใน ภาชนะอย่างดี ทว่ากลับยังคงมิอาจหยุดยั้งการแห้งเหี่ยวโรยราของมันได้
เมื่ออยู่ในภาชนะชิ้นนั้นก็เหมือนกับว่ามันไม่ได้รับสารบำรุงที่ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตจึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ และสักวันหนึ่งก็จะ เหี่ยวตายไปในที่สุด
ทว่ามหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขากลับทำให้มันฟื้นตัว กลับมาได้พอดี ทั้งยังทำให้มันได้รับสารบำรุงที่สำคัญที่สุดอีกสอง ชนิด หนึ่งคือแก่นพืชหญ้า และอีกหนึ่งคือหยดดวงดาว
สารบำรุงสองชนิดนี้คือสิ่งที่ทำให้มันเติบโตและผลิบานได้อีกครั้ง
ตอนนี้บุปผาเก้าดาราได้ใช้หยดดาวและหยดพืชหญ้าของเขา ทำให้ ค่อยๆ ฟื้นตัวมาจากอาการใกล้จะตาย
“ดอกไม้ประหลาดต้นนี้ ตอนนี้ข้ายังไม่รู้วิธีใช้มัน เดิมคิดว่าจะอาศัย พลังอันแข็งแกร่งของมัน แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นการเชิญมันกลับ มาตุภูมิเสียได้…” เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
บุปผาเก้าดาราดูดซับหยดดาวและหยดพืชหญ้าไปอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้พลังพืชหญ้าและพลังดวงดาวของเขาไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
การหายไปของพลังสองชนิดนี้ทำให้เขาที่อยู่ในเขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย ไม่สามารถขยายมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนไปได้อีก และไม่สามารถ เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองเพื่อเตรียมรากฐานอันแข็งแกร่งต่อการฝุา ทะลุสู่เขตสามัญ
และผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ ทะเลสาบดวงดาวตรงก้นน้ำวนดวงดาว ของเขาก็แห้งขอดอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เหลือหยดดาวให้ใช้อีกแม้แต่หยด เดียว
ส่วนหยดพืชหญ้าก็ยังคงไหลหายไปเพราะถูกบุปผาเก้าดาราดูดซับ
ด้วยความจนใจ เนี่ยเทียนก็ได้แต่หยิบเอาหินดวงดาวออกมาแล้วดึง พลังดวงดาวมาชุบหลอมหยดดาวเพิ่มขึ้นเพื่อให้บุปผาเก้าดาราได้ดูดซับ
ขณะที่ดึงพลังดวงดาวจากหินดวงดาว ในที่สุดเขาก็ค้นพบจุดที่ทำให้ เขาปลาบปลื้ม
เขาพบว่าหลังจากที่บุปผาเก้าดาราเข้ามาอยู่ในทะเลสาบดวงดาวของ เขา ความเร็วในการดึงพลังดวงดาวจากหินดวงดาวก็ได้เพิ่มขึ้นอีกหลาย เท่า
และนี่ก็เป็นข้อดีเดียวที่เขาค้นพบเมื่อบุปผาเก้าดาราเข้ามาอยู่ใน ทะเลสาบดวงดาว
เขาทดลองอาศัยวัตถุธาตุไม้มาฝึกตน ไม่นานก็ตระหนักได้ว่าเมื่อบุป ผาเก้าดาราเข้ามาอยู่ในร่าง มันไม่ได้ช่วยเพิ่มความเร็วในการรวบรวมพลัง ธาตุไม้เท่าไหร่นัก
ช่วงเวลาหลังจากนั้น นับตั้งแต่ที่จ้าวซานหลิงจากไป โครงกระดูก ปีศาจเลือดก็ใช้เวทลับหลอมเลือดมาดึงเอาเลือดสดของศพชนต่างเผ่า อย่างต่อเนื่อง
ส่วนเขาเองก็อาศัยหินดวงดาวมาสะสมพลังดวงดาว
หลังจากผ่านการชุบหลอม หยดดาวหลายหยดจึงมารวมกันอยู่ใน ทะเลสาบดวงดาว แต่กลับถูกบุปผาเก้าดาราดึงเอาไปหมด ทำให้เขา เหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจ
“เตรียมตัวสักหน่อย พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว”
วันนี้จ้าวซานหลิงได้หวนกลับมาอีกครั้ง แล้วบอกให้เขาหยุดการฝึก ตน เตรียมเดินทางทันที
เมื่อลืมตาขึ้น เนี่ยเทียนก็เห็นว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดดึงเอาเลือด สดในร่างของศพชนต่างเผ่าแปดศพไปหมดแล้ว
ปราณที่เหมือนกับปราณแห่งความตายในเขตแห่งความตายอย่างไม่มี ผิดเพี้ยนถูกปล่อยออกมาจากร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างเงียบ เชียบ มันเหมือนกลายมาเป็นโลกลับแห่งความตายที่หากเข้าไปใกล้ สิ่งมีชีวิตเมื่อไหร่ สิ่งมีชีวิตนั้นก็จะตายไปอย่างรวดเร็ว
“ในความรู้สึกของข้า หุ่นเชิดเลือดตัวนี้น่าจะมีพลังการต่อสู้เทียบเท่า ระดับสูงขั้นเจ็ด” จ้าวซานหลิงจ้องโครงกระดูกปีศาจเลือดเขม็ง เขาหรี่ตา รับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวว่า “ดูท่าแล้วเลือดสดของชนต่างเผ่าแปดศพก็ ยังไม่สามารถช่วยให้มันฟื้นคืนระดับสายเลือดเดิมได้ในเวลาสั้นๆ”
เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “ก่อนตายมันมีสายเลือดระดับแปด หากคิดจะใช้ เลือดของชนต่างเผ่าระดับเจ็ดแค่ไม่กี่ศพมาให้มันฟื้นพลังกลับเป็นดังเดิม เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้นัก”
“อืม อย่างไรซะลำพังเพียงแค่จิงชี่เลือดเนื้อที่อยู่ในเลือดสดก็มีจำกัด อยู่แล้ว บวกกับที่หลังจากไอ้พวกนั้นตายไป จิงชี่เลือดเนื้อก็ยังไหลหายไป ตามกาลเวลา จิงชี่เลือดเนื้อจำนวนมากกว่านั้นล้วนกระจายอยู่ตาม กระดูกและอวัยวะภายใน” จ้าวซานหลิงพยักหน้า “แต่ว่า ประมาณนี้ก็ น่าจะพอสมควรแล้ว น่าจะมากเกินกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้”
“ไปกับข้า”
รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งถูกเขาแหวกออกในขณะที่พูดคุยกับเนี่ย เทียน กล่าวจบเขาก็เดินเข้าไปข้างในแล้วบอกให้เนี่ยเทียนตามเข้าไป
เนี่ยเทียนเก็บเอาศพของชนต่างเผ่ามา ส่วนโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ กลับคืนที่เดิม และตัวเขาก็ยอมตามไปแต่โดยดี
ชั่วขณะถัดมา เขาและจ้าวซานหลิงสองคนก็มาปรากฏตัวอยู่ในจุดลึก ใจกลางภูเขาไฟที่ดับแล้วลูกหนึ่งในอาณาจักรต้าฮวาง
บ่อลาวาในใจกลางภูเขาไฟที่เดิมทีควรมีลาวาเปี่ยมล้น เนื่องจากไฟ ปะทะอยู่ชั่วนาตาปี ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่บ่อที่เว้าลึกลงไปใต้พื้นดิน
บ่อนั้นดำมืดแทบมองไม่เห็นก้น ด้านในมีเสียงพลังการบิดเบือนของ ห้วงมิติอันน่าหวาดกลัวดังออกมา
ยืนอยู่บนปากบ่อ เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองก็พบว่าบางครั้งจุดลึกในบ่อ ดำมืดก็มีลำแสงวาบผ่าน
ความรู้สึกแปลกประหลาดเหมือนห้วงอากาศบิดเบือน เหมือนห้วงมิติ ยุบยวบลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเย็นวาบไปทั้งสันหลัง “ห้วงอากาศปั่นปุวน! สถานที่ที่ท่านจะไปก็คือพื้นที่ที่ห้วงอากาศ ปั่นปุวน?!”
“ถูกต้อง!” จ้าวซานหลิงแสยะปากยิ้มแล้วผลักเนี่ยเทียนลงไป
——