ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 657 ศพที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าตัวเองติดตามจ้าวซานหลิงล่องลอยอยู่ในพื้นที่ห้วงมิติ ปั่นปุวนแห่งนี้มานานแค่ไหนแล้ว และจู่ๆ วันนี้จ้าวซานหลิงก็พลันหยุดลง
“ถึงแล้ว”
จ้าวซานหลิงมองไปยังทิศไกลด้วยสีหน้าที่เริ่มตึงเครียด “ผิดปกติ…”
เนี่ยเทียนเพ่งสายตามองก็เห็นว่าเส้นสายตาของจ้าวซานหลิงไป รวมอยู่บนร่างของศพเผ่ามนุษย์หลายศพที่ลอยอยู่
ท่ามกลางศพที่ลอยตัวเหล่านั้นมีกลุ่มแสงสีดำขนาดมหึมาราวดวง อาทิตย์สีดำ ทว่ากลับแผ่ปราณเย็นเยียบน่าสะพรึงกลัว
กลุ่มแสงสีดำไม่ได้ลอยอยู่นิ่ง แต่ล่องลอยไปอย่างเชื่องช้า
กลุ่มแสงนั้นขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง บางคราวก็หดเล็ก คล้ายไม่มี สภาพที่แน่นอน
ขณะที่ขยับเข้าไปใกล้กลุ่มแสงสีดำ เนี่ยเทียนลองรับสัมผัสดูก็พบว่า ศพของเผ่ามนุษย์ที่ล่องลอยอยู่ใกล้กับกลุ่มแสงยังคงมีปราณเลือดที่อ่อน จางลอยออกมา
ปราณเลือดของเผ่ามนุษย์อ่อนด้อยกว่าชนต่างเผ่าอยู่หลายเท่า และ เมื่อตายไป ปราณเลือดก็ยิ่งไหลหายไปเร็วยิ่งขึ้น
เมื่ออยู่ที่นี่ ต่อให้เป็นชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่ง หากตายไปเมื่อไหร่ ปราณเลือดเนื้อมหาศาลในร่างของพวกเขาก็ยังไหลหายไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งแห้งขอด
ศพเผ่ามนุษย์ที่ลอยอยู่ เดิมทีก็มีปราณเลือดอ่อนจางอยู่แล้ว ทว่ายาม นี้กลับยังคงมีปราณเลือดหลงเหลืออยู่หลายเสี้ยว นี่จึงดูผิดปกติอย่างเห็น ได้ชัด
“พวกเขาเพิ่งจะตายไปเมื่อไม่นาน” จ้าวซานหลิงสีหน้าเคร่งขรึม มอง ไปยังกลุ่มแสงสีดำด้วยดวงตาลึกล้ำ แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “เกรงว่าคงมีคน ค้นพบสถานที่แห่งนี้แล้ว บางทีด้านในอาจมีคนมาถึงก่อนข้า ศพที่ลอยอยู่ เหล่านั้นก็น่าจะเกิดจากการต่อสู้ของบรรดาคนที่เข้ามา”
“ศพทั้งหกนั้น มีสามศพที่อยู่ในเขตลี้ลับ อีกสองคือเขตสามัญ และ อีกหนึ่งคือเขตต้นสวรรค์”
“ทว่าหลังจากที่ตายไป ศพของเด็กต้นสวรรค์กลับมีปราณเลือด เข้มข้นที่สุด นี่หมายความว่าเด็กนั่นต้องแตกต่างจากผู้ฝึกลมปราณทั่วไป แน่นอน เขาต้องมีร่างกายที่ผ่านการชุบหลอมให้แข็งแกร่งมากเป็น พิเศษ”
“ก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มาจากที่ไหน ถึงได้ตามหาที่แห่งนี้เจอ”
เนี่ยเทียนฟังเขาพึมพำเบาๆ ในสมองก็คิดภาพตามคำพูดของเขา อย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกลมปราณส่วนหนึ่งมารวมตัวกันที่นี่ ก่อนหน้าที่จะเข้าไปยังจุดที่มี กลุ่มแสงสีดำได้มีการต่อสู้เกิดขึ้นก่อน และหกคนที่ตายไปนี้ก็น่าจะเป็น ฝุายที่พ่ายแพ้
ผู้ชนะได้เข้าไปข้างในแล้ว กลุ่มแสงสีดำนั้นก็คือจุดที่เชื่อมโยงไปยัง พื้นที่แห่งการสำรวจ
“ผู้อาวุโสจ้าว กลุ่มแสงสีดำเชื่อมโยงไปยังสถานที่ใด นี่มันเรื่องอะไร กันแน่?” เนี่ยเทียนซักถาม
“สถานที่ที่กลุ่มแสงสีดำเชื่อมโยงไปถึงก็คือสถานที่ฝังร่างของ ผู้เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติคนหนึ่งขอบเขตของคนผู้นั้นสูงล้ำกว่าข้าหลาย เท่า ฝึกเวทลับห้วงมิติเช่นกัน เขาคือยอดฝีมือ ข้าต้องการไปตามหาของ บางอย่างเพื่อเตรียมสำหรับการฝุาสู่เขตดินแดน”
“และก็เพราะเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ เขาถึงได้สร้างฟูาดินที่พิเศษ แห่งหนึ่งในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน และฟูาดินแห่งนั้นก็ลึกลับมาก”
“ขอแค่พวกเราเข้าไปที่นั่น พลังวิญญาณต่างๆ ในมหาสมุทรวิญญาณ จุดตันเถียนก็จะไหลหายไปอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าตอนนี้อีกเป็นสิบเท่า!”
“ปีนั้นข้าอยู่ในนั้นแค่ครึ่งเค่อ พลังวิญญาณทั้งร่างก็หายเกลี้ยงจน จำต้องถอยออกมา”
“เมื่ออยู่ข้างในนั้น ต่อให้เจ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง และพยายามใช้หิน วิเศษมากฟื้นพลังแค่ไหนก็ยังไม่ทันกับความเร็วในการไหลหายไปของ มัน ยิ่งขอบเขตสูง พลังวิญญาณก็ยิ่งหายไปเร็วเท่านั้น”
จ้าวซานหลิงอธิบายพลางหันไปมองยังศพเหล่านั้นด้วยท่าทางลังเลใจ อย่างเห็นได้ชัด
หากไม่มีคนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เขาจะพาเนี่ยเทียนเข้าไปทันทีโดย ไม่มีทางลังเลแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้ในเมื่อรู้ว่าข้างในอาจมีคนอื่นอยู่ แถมเขายังไม่แน่ใจใน ขอบเขตและฝีมือของอีกฝุาย เขาจึงเป็นกังวลเล็กน้อย
“ขอแค่ผู้ที่เข้าไปเป็นเผ่ามนุษย์ ไม่ว่าจะขอบเขตสูงแค่ไหน เขตลี้ลับก็ ดี เขตวิญญาณก็ช่าง ในระยะเวลาสั้นๆ พลังของพวกเขาก็ล้วนลดลงมา เป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่มีพลังวิญญาณให้ใช้แม้แต่เสี้ยวเดียว” เขานิ่ง คิดไปครู่ก็หันมามองเนี่ยเทียน “มีเพียงผู้ที่เรือนกายแข็งแกร่งเท่านั้นถึง จะมีความมั่นใจต่อให้ไม่ใช้พลังวิญญาณ”
ดวงตาเนี่ยเทียนเป็นประกาย “แล้วยังต้องกังวลอะไรอีก? ไม่ว่าข้าง ในจะเป็นใคร ในเมื่อพลังวิญญาณทุกคนต้องถูกเผาผลาญจนสิ้น พวกเรา ยังต้องกลัวไปทำไม?”
“เจ้าไม่สังเกตเห็นหรือ? แม้ว่าขอบเขตของเจ้าเด็กต้นสวรรค์คนนั้น จะต่ำ แต่เขาก็ฝึกเวทลับชุบหลอมเรือนกายให้แข็งแกร่ง ต่อให้ตายไปแล้ว ก็ยังมีปราณเลือดเหลืออยู่อีกไม่น้อย” จ้าวซานหลิงขมวดคิ้ว “เจ้าเด็กนั่น น่าจะเป็นคนที่อีกห้าคนพึ่งพิงยามที่เข้าไปข้างใน หาไม่แล้วด้วยขอบเขต ของเขาคงไม่ถูกพามาที่นี่”
“ห้าคนนั้นจำเป็นต้องอาศัยเขาเข้าไปข้างใน หลังจากที่พลังวิญญาณ ของพวกเขาหมดลงก็ได้อาศัยให้เด็กที่เรือนกายแข็งแกร่งคนนั้นเป็นคน จัดการเรื่องราว”
เนี่ยเทียนมีท่าทีนิ่งเฉย “ข้าคิดว่าความแข็งแกร่งของโครงกระดูก ปีศาจเลือดเกินผู้ใดทัดเทียม หากเจอกับศัตรูจริงๆ โครงกระดูกปีศาจ เลือดก็น่าจะรับมือได้ไหว”
“โครงกระดูกปีศาจเลือดที่มีพลังการต่อสู้เทียบเท่าเขตวิญญาณช่วง ท้าย เมื่อไปข้างในนั้นก็น่าจะแข็งแกร่งมากอย่างแท้จริง” จ้าวซานหลิงคิด อยู่ครู่ก็เห็นด้วยกับความคิดของเขาจึงเอื้อมมือมาคว้าเนี่ยเทียนไว้ “ไปกัน เถอะ”
ขณะที่กลุ่มแสงสีดำขยายขึ้นอีกครั้ง เขาก็พาเนี่ยเทียนบินเข้าไปข้าง ใน
ครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็มาโผล่อยู่ในฟูาดินอีกแห่ง
นี่คือฟูาดินที่แตกต่างจากข้างนอก เมื่อคนทั้งสองเข้ามา เท้าของพวก เขาก็ได้เหยียบลงบนพื้นดิน
เนี่ยเทียนและจ้าวซานหลิงล่องลอยอยู่ในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนนาน เท่าไหร่ไม่รู้ได้ ทว่าพวกเขากลับไม่เคยพบแผ่นดินสักผืนเดียว ไม่มีทั้ง ภูเขา หรือหินสักก้อนก็ยังไม่มี
พื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนมีเพียงลำแสงที่พุ่งผ่าน มีบ้างบางครั้งที่จะพบจุด แสงซึ่งไม่รู้ว่าเชื่อมโยงไปยังที่ใด
ทว่าฟูาดินที่ห้วงมิติยังคงปั่นปุวน แต่ตั้งตนเป็นอิสระแห่งนี้กลับมีผืน ดินให้เหยียบ
พอเข้ามา เนี่ยเทียนก็รีบหมุนตัวกลับไปมอง แล้วก็พบว่าด้านหลังเขา กับจ้าวซานหลิง จุดแสงสีดำนั้นยังคงหุบเข้าบานออกดังเดิม ดูเหมือนว่า นั่นจะเป็นทางเข้าออกของที่นี่
เพิ่งจะก้าวเข้ามาเขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณต่างธาตุใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนไหลหายไปอย่างรวดเร็วจริงๆ
เวลาสั้นๆ แค่สิบกว่าวินาที พลังวิญญาณทั้งร่างของเขาก็หายไปแล้ว ไม่น้อย
เมื่อเงยหน้ามองจึงเห็นว่าท้องฟูามีห้าแสงหกสี ทว่าพอมองอย่าง ละเอียดกลับพบว่าห้าแสงหกสีที่ว่านั้นก็คือลำแสงจำนวนมากที่พุ่งผ่านไป อย่างเร็ว
ลำแสงหลายเส้นพุ่งฉิวอยู่กลางอากาศอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหาย วับไป
แต่ชั่วขณะถัดมาก็มีห้าแสงหกสีที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนโผล่ขึ้นกะทันหัน อาบย้อมสีสันรูปแบบใหม่ให้กับท้องฟูา
พื้นดินใต้ฝุาเท้าเป็นสีดำสนิท มองไปข้างหน้ามีเพียงความว่าง เปล่า ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นแม้แต่ต้นเดียว ไม่มีเทือกเขาสายน้ำ มีเพียง พื้นดินโล่งๆ สีดำ
เขาทดลองกระโดดเบาๆ หนึ่งที ร่างก็ทะยานขึ้นไปท้องฟูา และเขาก็ ค้นพบทันทีว่าถึงแม้ที่นี่จะมีแรงโน้มถ่วงอยู่ ทว่าแรงโน้มถ่วงนั้นกลับน้อย นิดจนมองข้ามไปได้เลย
“กลับมา!”
จ้าวซานหลิงหน้าเปลี่ยนสีทันที ฉวยโอกาสตอนที่พลังวิญญาณยังไม่ หายไปหมดกระชากตัวเนี่ยเทียนลงมา
“อย่าไปโดนลำแสงบนท้องฟูาพวกนั้นเด็ดขาด แสงทุกเส้นล้วนคร่า ชีวิตของเจ้าได้!” หลังจากกระชากเนี่ยเทียนลงมาแล้ว จ้าวซานหลิงก็มีสี หน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด “ต่อให้เป็นข้าที่ตอนนี้ยังมีพลังเหลือหากกล้า บินขึ้นไปบนฟูา แล้วถูกลำแสงโจมตีเข้าก็อาจตายในเสี้ยววินาที เจ้า อย่าได้ทำตัวเหลวไหลอีก”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ
ลำดับถัดมา จ้าวซานหลิงก็พาเขาเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
ไม่นานนักพวกเขาก็พบศพอีกสองศพที่ศีรษะถูกมีดแทงทะลุ นอน กองอยู่บนพื้นดินสีดำ
ทั้งสองคนนั้นสวมอาภรณ์คล้ายคลึงกับหกศพที่อยู่ข้างนอก ตรงหน้า อกปักเป็นรูปภาพอย่างหนึ่งภาพนั้นก็คือกระบี่สามเล่มที่ห้อยกลับหัว
เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้มาจากขั้วอิทธิพลเดียวกันกับหกคนข้างนอก
“น่าจะเป็นผู้ฝึกลมปราณจากดินแดนอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับดินแดนดาว ตก” จ้าวซานหลิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ยังนึกไม่ออกว่าสำนักใดในดินแดน
ดาวตกมีสัญลักษณ์เช่นนี้ “ดูท่าคนจากสำนักนี้ก็บุกเข้ามาที่นี่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ถูกฆ่าตายไปกลางทางเสียก่อน”
พอเขากล่าวจบ เนี่ยเทียนก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า “พลังวิญญาณใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของข้าไหลหายไปหมดแล้ว”
น้ำวนพลังวิญญาณทั้งเก้าแห้งขอด น้ำวนเปลวเพลิง น้ำวนดวงดาว และน้ำวนพืชหญ้าก็เป็นเช่นเดียวกัน
เขาไม่มีพลังวิญญาณให้ใช้อีกแม้แต่เสี้ยวเดียว นอกเสียจากเดิน ออกไปจากฟูาดินแห่งนี้แล้วใช้หินวิเศษมาฟื้นคืนพลังในพื้นที่ห้วงมิติ ปั่นปุวน พลังวิญญาณเหล่านั้นถึงจะกลับคืนมา
และเขาเองก็สัมผัสได้ว่าเนื่องจากพลังวิญญาณไหลหายเร็วเกินไป ต่อ ให้เขาใช้หินวิเศษรวบรวมพลังวิญญาณขึ้นมาใหม่ มันก็ยังไหลหายไปเร็ว อยู่ดี
หากอยู่ที่นี่แล้วคิดจะใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลัง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ เลย
แต่ถึงแม้จะไม่มีปราณวิญญาณให้ใช้ ทว่าเมื่อจิงชี่เลือดเนื้อทั่วร่างของ เขายังไม่เกิดความเสียหาย นี่ก็พอจะทำให้เขามีความมั่นใจได้บ้าง
“พลังวิญญาณของข้าก็ใกล้หมดแล้วเหมือนกัน” จ้าวซานหลิงถอน หายใจเบาๆ “หลังจากนี้หากเจออันตรายอะไรก็ได้แต่อาศัยหุ่นเชิดเลือด ตนนั้นของเจ้าแล้ว ข้าในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาคนหนึ่ง…”
“วางใจเถอะ ให้ข้าจัดการเอง” เนี่ยเทียนมีเรือนกายที่ผ่านการชุบ หลอมจากเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาหลายรอบ เขาจึงไม่ค่อยกังวลมาก เท่าไหร่นัก
คนทั้งสองเดินหน้าไปได้อีกพักหนึ่งก็พลันได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจาก ทิศไกล
“มีคนอยู่จริงๆ ด้วย!” จ้าวซานหลิงหน้าเปลี่ยนสี ตวาดขึ้นว่า “รีบ เรียกหุ่นเชิดเลือดออกมาเร็วเข้า ให้มันเตรียมรับศึกตลอดเวลา!”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนลงมือทำตามทันที เมื่อความคิดเคลื่อนไหว โครง กระดูกปีศาจเลือดก็ถูกเรียกออกมาจากในแหวนเก็บของ
เรือนกายใหญ่มหึมาของโครงกระดูกปีศาจเลือดเพิ่งจะเหยียบลงบน พื้นดิน คนที่พูดคุยอยู่ไกลพลันสัมผัสได้จึงตะคอกเสียงดัง “ไอ้พวกสำนัก สามกระบี่มารนหาที่ตายอีกแล้ว!”
“ฟิ้วๆๆ!”
พอโครงกระดูกปีศาจเลือดปรากฏตัว ลำแสงห้าสีหลายเส้นที่เดิมที่พุ่ง ฉิวอยู่กลางอากาศสูงกลับพุ่งลงมาหามันอย่างรวดเร็วราวสายฟูาแลบ
จ้าวซานหลิงหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน รีบตะโกนดังลั่น “เก็บมันเข้าไป!”
เนี่ยเทียนเองก็หน้าไร้สีเลือด รีบดึงโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับเข้าไป ในแหวนเก็บของอีกครั้ง
พอโครงกระดูกปีศาจเลือดหายไป ลำแสงที่พุ่งลงมาจึงเปลี่ยนทิศทาง กลับคืนไปยังท้องฟูา
“สมควรตายนัก! ไม่นึกเลยว่าหุ่นเชิดเลือดจะไปกระตุ้นตรา ผนึก!” จ้าวซานหลิงตวาดกร้าว ตัดสินใจได้อย่างว่องไว “เนี่ย เทียน! สถานที่นี้อยู่นานไม่ได้ พวกเรารีบย้อนกลับไปทางเก่า ไปจากที่ บ้าๆ แห่งนี้โดยเร็วที่สุด!”
——