ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 663 เลือดผสมผู้ประสบความสำเร็จ
ดาราเพลิงกาฬเป็นสีแดงปลั่งไปทั้งเล่ม จิงชี่เลือดเนื้อเข้มข้นสาด ออกมาจากใบมีดคมกริบ
ในสายตาของจ้าวซานหลิง ดาราเพลิงกาฬที่เนี่ยเทียนถือไว้ในมือซึ่ง ได้รับปราณเลือดไร้ที่สิ้นสุดก็เหมือนกลายมาเป็นสัตว์ยักษ์กระหายเลือด ตัวหนึ่ง
“เคร้ง!”
ดาราเพลิงกาฬกระแทกลงบนกระดูกสัตว์กระแสทองท่อนหนึ่งจน แสงสีทองสาดกระจาย
มือข้างที่กำกระดูกสัตว์ของจี๋หลงพลันร่วงลง มิอาจต้านทานได้ไหว การโจมตีรุนแรงที่มาจากดาราเพลิงกาฬ ทำให้ในผิวหนังของเขามีแสงสี ทองเป็นประกายวูบวาบ
จิงชี่เข้มข้นจากยาร้อยหลอมพลันกรอกเทเข้าไปในเส้นเอ็นร้อยเส้น ของเขา ทำให้เส้นเอ็นใต้ผิวหนังของเขาปูดโปนขึ้นมา
จี๋หลงในเวลานี้คล้ายกลายมาเป็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่น่า หวาดกลัว เส้นเอ็นก็เหมือนไส้เดือนสีทองที่เลื้อยขยุกขยิก
พละกำลังรุนแรงระลอกหนึ่งไหลบ่าออกมาจนข้อมือของมืออีกข้าง ของเขาที่กำกระดูกสัตว์เอาไว้สั่นระริก
กระดูกสัตว์ท่อนนั้นมีเสียงร้องคำรามด้วยความเดือดดาลของสัตว์ กระแสทองดังลอยมา แสงสีทองเป็นจุดๆ ก็ถูกสาดออกมาจากในกระดูก
“ฟู่วๆ!”
แสงสีทองของพลังสีทองอันคมกริบปกคลุมร่างของเนี่ยเทียนไว้จนมิด เหมือนมีนางฟ้ามาโปรยดอกไม้
แสงสีทองที่เหมือนน้ำโลหะแต่กลับแหลมคมพากันร่วงกราวลงมาบน ร่างของเนี่ยเทียน
“เคร้งๆๆ!”
ทั่วร่างของเนี่ยเทียนมีเสียงปะทะกันของโลหะดังลอยมา แสงสีทอง เหมือนตะปูที่ตอกตรึงลงบนแผ่นโลหะทิ่มแทงลงมาบนร่างของเขา ทว่า กลับไม่ทำให้เขามีรอยขีดข่วนแม้แต่เสี้ยวเดียว
เนี่ยเทียนไม่มีแม้กระทั่งความรู้สึกเจ็บปวดด้วยซ้ำ
สำหรับเรือนกายอันแข็งแกร่งที่ผ่านการชุบหลอมจากเวทไม้สวรรค์ เกิดใหม่มาหลายรอบของเขา พลังการโจมตีระดับนี้แทบจะทำอะไรเขา ไม่ได้เลย
“อ่อนด้อยยิ่งนัก…”
เนี่ยเทียนพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค แล้วก็เลือกจะมองข้ามจี๋หลงที่ กำลังฉุนเฉียว เพียงขยับร่างหนึ่งที จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวที่ฝั่งซ้ายของผู้เฒ่า คนหนึ่งจากเขาสุขาวดี
มือข้างที่ว่างของเขากำเป็นหมัดแล้วต่อยลงไปยังคนผู้นั้น
ความโกรธแค้นบังเกิดขึ้นเต็มหัวใจ หมัดพิโรธที่บรรลุมาจากพื้นที่ ลึกลับถูกกระตุ้นออกมาโดยมีจิงชี่เลือดเนื้อของเขาเป็นพลังต้นกำเนิด
หมัดของเขารวบรวมจิงชี่เลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดาเอาไว้ ทำให้ความว่าง เปล่ามีเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ
ผู้เฒ่าคนนั้นของเขาสุขาวดีหน้าเปลี่ยนสี ในสายตาของเขา หมัดที่ ต่อยออกมากลับอัดแน่นเต็มความว่างเปล่า ทำให้เขาเกิดความรู้สึก หวาดกลัวเหมือนความว่างเปล่าจะแหลกสลาย
ไม่มีเวลาให้คิดมาก เสื้อเกราะหนังสัตว์บนร่างของเขาที่คล้ายคลึงกับ ของจ้าวซานหลิงพลันมีแสงสีเลือดตัดสลับกัน
ภาพลวดลายงดงามภาพแล้วภาพเล่าลอยขึ้นมาบนพื้นผิวของเสื้อ หนังสัตว์อย่างต่อเนื่อง ภาพประณีตงดงามจำนวนมากรวมรวบปราณ เลือดที่เหลืออยู่ของเสื้อเกราะหนังสัตว์เอาไว้ เมื่อมองอย่างละเอียดก็ คล้ายกับหงส์เพลิงตัวหนึ่งที่สยายปีกบิน
“ตูม!”
หมัดนั้นของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนแสงเลือดที่ตัดสลับกันอย่างแรง
แสงเลือดพลันแตกดับ อานุภาพของหมัดไม่ลดน้อยลง กลับยังคง พกพาเอาความเดือดแค้นเหมือนต้องการกำจัดทุกสรรพชีวิตพุ่งลงมา กระแทกบนหงส์เพลิงที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาพสลักงดงามจำนวน มาก
หงส์เพลิงตัวนั้นเหมือนภาพมายาในน้ำที่พอมีหินก้อนใหญ่ร่วงลงมาก็ หายวับไปกับตา
“กร๊อบๆๆ!”
หน้าอกผู้เฒ่าของเขาสุขาวดีระเบิดกระจัดกระจาย อวัยวะภายใน แหลกสลาย ร่างถอยกรูดไปข้างหลังหลายสิบก้าว ยังไม่ทันล้มลงก็ขาดใจ ตายไปเสียก่อน
“ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณ…” เนี่ยเทียนส่ายหัว หัวเราะพรืด “น่า เสียดายที่อยู่ผิดที่ผิดทาง หากอยู่ข้างนอก แม้แต่เข้าใกล้เจ้าข้าก็ยังไม่กล้า แต่เมื่ออยู่ที่นี่ เจ้าก็เป็นเหมือนมดตัวหนึ่งเท่านั้น”
และเวลานี้เอง กระดูกสัตว์สองท่อนในมือของจี๋หลงก็ฉวยโอกาส กระแทกลงมาบนไหล่ทั้งคู่ของเนี่ยเทียนยามที่เขาโจมตีปลิดชีวิตผู้เฒ่าคน นั้นของเขาสุขาวดี
“ปังๆ!”
ไหล่ของเนี่ยเทียนถูกโจมตีอย่างหนัก ทว่าเขากลับไม่กระดุกกระดิก แม้แต่น้อย ทั้งยังหันไปหัวเราะเยาะใส่จี๋หลงอีกด้วย
แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากในกระดูกสัตว์กระแสทองถือโอกาสไหลเข้า มาเหมือนยุงและแมลงสีทองตัวน้อยที่คิดจะกัดกินเลือดเนื้อของเขา
“ไม่มีประโยชน์หรอก”
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ไม่สนใจจี๋หลงแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่ แยแสกระดูกสัตว์สองท่อนนั้นด้วย เพียงหันไปกระโจนใส่ผู้เฒ่าคนที่สอง ของเขาสุขาวดี
ผู้เฒ่าคนนั้นพอเห็นเนี่ยเทียนสังหารสหายไปคนหนึ่งแล้วย้าย เป้าหมายมาที่เขา เขาก็รีบถอยกรูดหลบเลี่ยง
ทว่าเพราะเขาไม่ได้ฝึกวิชาเรือนกาย พอพลังวิญญาณแห้งขอด อยู่ที่นี่ เขาก็แค่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดานิดหน่อยเท่านั้น
“เพื่อนของเจ้าไปรอเจ้าอยู่ในปรโลกแล้ว ข้าจะส่งเจ้าไปพบเขาเอง”
เนี่ยเทียนกรอกเทจิงชี่เลือดเนื้อส่วนหนึ่งเข้าไปในดาราเพลิงกาฬอีก ครั้ง ก่อนดาราเพลิงกาฬที่เล็งยังหัวใจด้านหลังของเขาจะขว้างไล่ตามคน ผู้นั้นที่กำลังหนีเตลิดไปติดๆ
“ฟิ้ว!”
ดาราเพลิงกาฬประหนึ่งทวนเลือดที่หลุดออกจากมือแล้วแทงทะลุไป ยังหัวใจด้านหลังของคนผู้นั้น ปักตรึงร่างของเขาเอาไว้บนพื้น
“สวบๆๆ!”
เวลานี้เอง แสงสีเลือดที่สาดออกมาจากในกระดูกสัตว์ของจี๋หลงก็ เหมือนฝนสีทองที่เทลงมา
เนี่ยเทียนเลือกจะมองเมิน หัวเราะยาวๆ พร้อมย้ายร่างไปอยู่ข้างศพ ของคนผู้นั้น ก่อนจะกระชากดึงดาราเพลิงกาฬออกมาจากร่างของอีกฝ่าย
“จี๋หลง! สำนักมองเห็นเจ้าเป็นคนสำคัญ เหตุใดเจ้าถึงไร้ประโยชน์ เช่นนี้!” หันชื่อกุ่ยจากเขาสุขาวดีตะคอกเสียงหลง บัดนี้เขามีแต่ความ หวาดกลัวเต็มหัวใจ
ผู้เฒ่าอีกสองคนของเขาสุขาวดีก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พยายามแยก ย้ายกันหนีสุดกำลัง
จ้าวซานหลิงที่อยู่ห่างเจดีย์ซวีหลิงระยะหนึ่งมีสีหน้าเหยเกเล็กน้อย เขาก้มหน้าลงมองเสื้อหนังสัตว์ที่ตัวเองสวม มองกระดูกสัตว์ที่แขวนอยู่ ทั่วเสื้อแล้วแอบวิเคราะห์กับตัวเองว่า เสื้อหนังสัตว์ที่ทำมาจากหนังงู หลามลายเลือดบวกกับกระดูกสัตว์วายุตัวนี้ของตนจะต้านทานการโจมตี ครั้งหนึ่งของเนี่ยเทียนได้หรือไม่?
ผู้เฒ่าสองคนของเขาสุขาวดีที่ถูกเนี่ยเทียนฆ่าทิ้งอย่างง่ายดายเหมือน ผักปลาต่างก็เตรียมการมาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน
คนทั้งสองต่างก็เคยมาที่นี่ รู้ดีถึงความลี้ลับของที่แห่งนี้ ใน สถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ พวกเขาต่างก็ต้องอาศัยหนัง สัตว์และกระดูกสัตว์ระดับสูงเพื่อมาทำเป็นเสื้อเกราะคุ้มกันเรือนกาย
ทว่าเมื่อเจอกับการโจมตีจากเนี่ยเทียน สองคนนั้นกลับตายอนาถไป ในพริบตา
“เจ้าเด็กนี่ใช่คนหรือไม่? เหตุใดจิงชี่เลือดเนื้อของเขาถึงได้แข็งแกร่ง ขนาดนี้?” สายตาของจ้าวซานหลิงซับซ้อน “เกรงว่าอานุภาพของเลือด เนื้อที่สัตว์วิเศษและชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่ปลดปล่อยออกมาก็ยังสู้ เขาไม่ได้ ต่อให้เผ่ามนุษย์ฝึกวิชาเรือนกายอย่างยากลำบากก็ยังมีพื้นฐานสู้ ชนต่างเผ่าไม่ได้ แล้วก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างชนต่างเผ่า”
“ทว่าไอ้หมอนี่…”
พลังการต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อที่เนี่ยเทียนแสดงออกมาพลิกกลับความรู้ ของเขาอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อ
“พี่จ้าว เจ้าเด็กคนนี้ที่ท่านพามา ท่านสร้างเขาด้วยวิธีการเช่นไร?” จิ้วจิ่วโจวเองก็หน้าเปลี่ยนสี “ข้าหาเด็กสิบกว่าคนที่เกิดมาก็มีเรือนกาย แข็งแกร่ง ก่อนจะใช้กระดูกสัตว์ เอ็นสัตว์มาเชื่อมต่อกับร่างกายพวกเขา ทว่าสุดท้ายคนที่รอดชีวิตมีเพียงเหลียงฮ่าว เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กที่ชื่อเนี่ย เทียนนั้นสภาพต่างจากเหลียงฮ่าวอย่างสิ้นเชิง แต่เหตุใดเขาถึงได้ แข็งแกร่งขนาดนี้?”
จ้าวซานหลิงหัวเราะเบาๆ หนึ่งที “วิธีการของข้าไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะ จินตนาการได้หรอก”
จิ้วจิ่วโจวสีหน้าเคร่งเครียด “ดูท่าอาณาจักรดวงดาวที่พี่จ้าวจากมาคง แข็งแกร่งยิ่งกว่าดินแดนปราการดวงดาวของพวกเรามากนัก และก็มี เพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงสามารถสร้างหุ่นเชิดที่ไม่ธรรมดาเช่นเนี่ยเทียนออกมา ได้!”
ในสายตาของเขา เหลียงฮ่าวก็เป็นแค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น
บุคคลเช่นเหลียงฮ่าว เขาเลือกมาหลายสิบคน ซึ่งทุกคนถูกเลือกมา เพื่อช่วงชิงโบราณสถานของซวีหลิงจื่อเท่านั้น ทว่ามีเพียงเหลียงฮ่าวที่ยืน หยัดอดทนจนเขาสามารถใช้กระดูกและเส้นเอ็นของสัตว์มาเชื่อมต่อร่าง ได้สำเร็จ
เด็กหนุ่มสาวของเขาสุขาวดีที่ผ่านการฝึกฝนเรือนกายอย่าง ยากลำบากก็มีสภาพการณ์เช่นเดียวกับเหลียงฮ่าว ต่างก็ถูกพวกเขามอง เป็นหุ่นเชิด
หลังจากจบเรื่อง ไม่ว่าเหลียงฮ่าวหรือเด็กหนุ่มสาวของเขาสุขาวดี เหล่านั้นต่างก็ต้องถูกทอดทิ้ง
เขาจึงคิดไปว่าเนี่ยเทียนเป็นเหมือนพวกเหลียงฮ่าวที่ถูกจ้าวซานหลิง ปลูกฝังขึ้นมาอย่างยากลำบาก เป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีไว้เพื่อช่วงชิง โบราณสถานของซวีหลิงจื่อเท่านั้น
“ถูกต้อง อาณาจักรดวงดาวที่ข้าจากมามีพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวนั่งบัญชาการณ์ มีหรือที่ดินแดนปราการดวงดาวของพวกเจ้าจะ เทียบเคียงได้?” จ้าวซานหลิงกล่าวอย่างโอหัง
“เป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย!” จิ้วจิ่วโจวมีสีหน้าตกใจ รีบพูด “พี่จ้าว หาก พวกเราช่วงชิงโบราณสถานของซวีหลิงจื่อมาได้ ข้าจะให้ท่านเลือกก่อน เลย พวกเราขอส่วนแบ่งแค่หน่อยเดียวก็พอแล้ว”
“หลังจบเรื่อง หวังว่าสำนักสามกระบี่ของพวกเราจะได้ผูกมิตรกับพี่ จ้าว”
“สำนักสามกระบี่ยินดีต้อนรับพี่จ้าวไปที่ดินแดนปราการดวงดาว พวกเราจะต้องต้อนรับขับสู้ท่านเฉกเช่นแขกที่มีเกียรติสูงสุด!”
“ได้เลยๆ!” จ้าวซานหลิงกล่าวกลั้วหัวเราะอย่างแฝงความหมายลึกล้ำ
“พี่จ้าว ขอละลาบละล้วงถามอีกสักคำ เนี่ยเทียนผู้นั้น…น่าจะเป็น เลือดผสมที่ประสบความสำเร็จกระมัง?” จิ้วจิ่วโจวเอ่ยถามอย่าง ระมัดระวัง
จ้าวซานหลิงนิ่วหน้า
“เป็นอย่างนี้จริงๆ ด้วย! และก็มีเพียงเลือดผสมที่ประสบความสำเร็จ เท่านั้นถึงจะสืบทอดสายเลือดที่แข็งแกร่งได้!” ใบหน้าจิ้วจิ่วโจวเต็มไป ด้วยความอิจฉา เอ่ยพึมพำกับตัวเองต่อไป “ว่ากันว่าสำนักที่แข็งแกร่ง ที่สุดล้วนมีวิธีการทำเลือดผสมให้สำเร็จ พวกเขาจะลอบเอาสายเลือดของ ชนต่างเผ่าที่ยิ่งใหญ่มาปลูกฝังลูกศิษย์อันเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วเปลี่ยน เลือดเนื้อเผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอของพวกเขาให้แข็งแกร่ง ทำลายข้อเสียจาก การที่อายุขัยไม่เพียงพอให้หมดไป”
“น่าเสียดายที่สำนักในดินแดนปราการดวงดาวของพวกเราทำไม่ได้ถึง ระดับนี้”
“สำนักมากมายในดินแดนปราการดวงดาวต่างก็พยายามทดลอง แต่งงานกับชนต่างเผ่า คิดจะช่วงชิงสายเลือดยิ่งใหญ่มาจากชนต่างเผ่า ทว่าผู้ที่ทำสำเร็จอย่างแท้จริง ในหนึ่งพันคนจะมีแค่คนสองคนเท่านั้น พวกเลือดผสมส่วนใหญ่ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถปลุกสายเลือดชนต่างเผ่า ให้ตื่นได้ การฝึกบำเพ็ญตบะของพวกเขาเองก็ยังได้รับขีดจำกัด เหนื่อย เปล่าไปทั้งชีวิต”
คำพูดประโยคนี้ของจิ้วจิ่วโจวสร้างคลื่นลูกยักษ์ถาโถมขึ้นมาในใจจ้าว ซานหลิง
เขามีสีหน้านิ่งเฉย ทว่าในใจกลับเหมือนมีลูกคลื่นซัดสาด สายตามอง เนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำ นัยน์ตาก็เริ่มเผยความหมายลึกซึ้ง แอบพูดกับ ตัวเองว่า “หรือเจ้าเด็กนี่ก็คือเลือดผสมที่ประสบความสำเร็จ? ไม่มี อายุขัยจำกัด เกิดมาก็เลือดเนื้อแข็งแกร่ง ทั้งยังปลุกสายเลือดของชนต่าง เผ่าได้สำเร็จด้วย?”
พอคิดอย่างนี้ ดวงตาของเขาก็ค่อยๆ เป็นประกาย เริ่มรู้สึกว่าในที่สุด ม่านลึกลับที่ปิดบังร่างของเนี่ยเทียนไว้ก็ถูกเลิกออกมามุมหนึ่ง
——