ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 664 สู้ด้วยสติปัญญา สู้ด้วยความกล้า
ขณะที่จ้าวซานหลิงพูดคุยกับจิ้วจิ่วโจว ทางฝุายของเนี่ยเทียนก็ฆ่าคน สำเร็จไปอีกหนึ่งคน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เฒ่าห้าคนของเขาสุขาวดีที่มาที่นี่จึงเหลือแค่สองคน
สองคนที่เหลืออยู่ก็หนีไปด้วยสภาพกระเซอะกระเซิง แม้แต่เจดีย์ซวีห ลิงก็ยังไม่สนใจอีกต่อไป
จี๋หลงร้องคำรามไม่หยุด คอยไล่ตามเนี่ยเทียนอยู่ตลอดเวลา ฉวย โอกาสตอนที่เนี่ยเทียนลงมือสังหาร พยายามจะทำร้ายเนี่ยเทียนให้ได้ มากที่สุด
ทว่าเนี่ยเทียนไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย การโจมตีทุกรูปแบบของเขา ล้วนไม่สามารถสร้างภัยคุกคามที่แท้จริงให้กับเนี่ยเทียนได้
“พวกเจ้าจงกลับมาให้หมด สังหารไอ้เด็กนี่ให้ข้าก่อน!” หันชื่อกุ่ยลน ลานเสียแล้ว เขาหันไปร้องตะโกนโหวกเหวกใส่พวกลูกศิษย์ของเขา สุขาวดีที่ล้อมโจมตีเหลียงฮ่าว
ทางฝุายเหลียงฮ่าว ตอนนี้เหลือผู้รอดชีวิตแค่สี่คน
เหลียงฮ่าวที่เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ทั้งยังกินหัวใจสัตว์ระเบิดเข้าไปจึง แสดงความสามารถในการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดเช่นเดียวกัน
ลูกศิษย์เขาสุขาวดีสี่คนที่กินยาร้อยหลอมเข้าไปเพื่อกระตุ้นพลังแฝง เมื่อเผชิญหน้ากับเหลียงฮ่าวก็มีสภาพอเนจอนาถไม่ต่างกัน
ทว่าพอได้ยินเสียงตะโกนเอะอะจากหันชื่อกุ่ย พวกเขาก็ยังคงสละเหลี ยงฮ่าวทิ้งอย่างเด็ดขาด ก่อนจะตรงเข้าหาเนี่ยเทียน
“ศิษย์พี่จี๋หลง!” หญิงสาวเรือนกายเล็กอรชรคนหนึ่งรีบบินเข้ามาเอ่ย ถาม “คนผู้นี้มีฝีมือเป็นเช่นไร?”
“เขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเหลียงฮ่าวผู้นั้นอีก!” จี๋หลงสีหน้ามืดดำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหดหู่ “เขาสังหารผู้อาวุโสไปแล้วสามคน พวกเรา ร่วมมือกันฆ่าเขาให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน”
“อู้ๆ!”
หันชื่อกุ่ยและคนที่เหลืออีกหนึ่งคนหนีฝุาวงล้อมออกมาได้แล้วฉวย โอกาสมาแอบอยู่ด้านหลังจี๋หลงและคนทั้งสี่
“พวกเจ้ามันสวะไร้ค่า!” หันชื่อกุ่ยเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ คำรามเกรี้ยว กราด “ในเมื่อยาร้อยหลอมใช้ไม่ได้ผลก็จงกินยาโลหิตพ่ายเข้าไป หาก แม้แต่ยาโลหิตพ่ายก็ยังทำให้พวกเจ้าคว้าชัยชนะไม่ได้ พวกเจ้าตายไปก็ไม่ น่าเสียดายแล้ว!”
“ยาโลหิตพ่าย!” จิ้วจิ่วโยวหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “ดูท่าหันชื่อกุ่ยคงถูก บีบให้จนตรอกแล้ว ถึงได้ยอมใช้ยาโลหิตพ่าย”
จ้าวซานหลิงเองก็แอบตะลึง “ยาโลหิตพ่าย…”
คนห้าคนที่มีจี๋หลงเป็นผู้นำ เมื่อได้ยินว่าหันชื่อกุ่ยสั่งให้พวกเขากินยา โลหิตพ่ายเข้าไป ใบหน้าก็เผยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของหันชื่อกุ่ย ทุกคนต่างทยอยกันหยิบยา เม็ดใหม่ออกมาแล้วกลืนลงไป
หลังจากที่สังหารคนผู้หนึ่งได้ ขณะที่เนี่ยเทียนก้าวเดินเข้ามาก็พลัน เห็นว่าดวงตาของพวกจี๋หลงเหมือนถูกอาบย้อมด้วยสีเลือด
กระดูกของคนทั้งห้าส่งเสียงลั่นดังแจ๋ว ผิวพรรณก็เปลี่ยนมาเป็นสีแดง ฉานเหมือนเลือด พวกเขาต่างก็เป็นเหมือนเหลียงฮ่าวที่มีเลือดไหล ออกมาจากทวารทั้งเจ็ด สภาพเหมือนสัตว์กระหายเลือดที่ถูกกักตัว ให้ ความรู้สึกเหมือนไม่ใช่คน
คลื่นปราณเลือดระลอกแล้วระลอกเล่าก่อกำเนิดขึ้นมาจากในร่างของ พวกเขา ดวงตาของคนทั้งห้าเต็มไปด้วยความดิ้นรน สีหน้าเจ็บปวดอย่าง ถึงที่สุด
เนี่ยเทียนใช้จิงชี่เลือดเนื้อตรวจสอบเล็กน้อยก็สังเกตเห็นว่าห้าคนที่ กินยาโลหิตพ่ายเข้าไป หัวใจของพวกเขาเป็นอันดับแรกที่ต้านรับปราณ เลือดที่น่ากลัวของยาโลหิตพ่ายไม่ไหวจึงเกิดรอยปริแตกเล็กละเอียด
ดูเหมือนว่าจิงชี่เลือดเนื้อที่เกิดขึ้นจากยาโลหิตพ่ายเม็ดหนึ่งจะไม่เป็น รองหัวใจของสัตว์ระเบิดระดับห้าเลย
“ตูม!”
จี๋หลงที่ร่างเล็กกำยำถูกปราณเลือดน่าหวาดกลัวกระตุ้นเร้า ร่างจึง สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
จุดแสงสีทองในลูกตาดำที่แดงราวเลือดของเขายิ่งสาดประกายเจิดจ้า
เขาพลันส่งเสียงร้องคำรามราวกับไม่ใช่เสียงของคน ตลอดทั้งร่าง กลายมาเป็นเส้นสีทองประหนึ่งสัตว์กระแสทองที่พุ่งเข้าชนเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น ไม่แม้แต่จะขยับดาราเพลิงกาฬ เพียงยกมือ กำเป็นหมัด
หมัดนั้นมีแสงสีเลือดเป็นประกาย ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นเหมือน ดวงอาทิตย์สีเลือดที่กระแทกเข้าไปรับหน้าจี๋หลง
“ตึง!”
จี๋หลงที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดันถูกหมัดนั้นโจมตีจนเซถอยไปข้างหลัง
ทว่าแสงสีทองเล็กละเอียดจำนวนมากก็ยังฉวยโอกาสสาดลงไปบน ร่างของเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกเจ็บปวดในที่สุด
เขาก้มหน้ามองก็เห็นว่าผิวที่ถูกแสงสีทองสาดใส่มีร่องรอยบาดแผล เล็กละเอียดถี่ยิบ
“ในที่สุดก็มีบาดแผลสักที” เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ ไม่ยี่หระแม้แต่ น้อย
เมื่อเห็นว่าอีกสี่คนต่างก็ร่ายใช้พลังเลือดเนื้อ หรือไม่ก็ขว้างอาวุธที่ทำ มาจากกระดูกสัตว์ให้มาระเบิดใส่เขา เนี่ยเทียนก็พลันรวบรวมจิงชี่เลือด เนื้อที่มากไพศาลดุจมหาสมุทรให้เป็นหนึ่งเดียว
ลำแสงสีเลือดหลายเส้นสาดออกมาจากในร่างของเขา
แค่เขาไหวไหล่ทั้งสองข้างน้อยๆ ก็เลี่ยงการโจมตีของคนทั้งสี่ได้อย่าง ง่ายดาย ขณะที่ร่างของเขาหลบเลี่ยงไปด้านข้างอย่างต่อเนื่องราว
วิญญาณดวงหนึ่ง เขาก็ยังเหวี่ยงหมัดโจมตีออกไป หรือไม่ก็ใช้ดาราเพลิง กาฬฟาดฟันเข้าใส่ศัตรู
สิบกว่าวินาทีให้หลัง แม้เขาเองจะถูกโจมตีกลับมาจนบนร่างมี บาดแผลเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่กลับยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี
กลับเป็นคนทั้งสี่ที่ล้อมโจมตีเขาเสียอีกที่เลือดอาบไปทั้งร่างนานแล้ว สภาพย่ำแย่ถึงขีดสุด
“เหลียงฮ่าว!”
จิ้วจิ่วโยวแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งครั้ง ยื่นมือชี้ไกลๆ ไปยังชื่อหันกุ่ยและผู้ เฒ่าของเขาสุขาวดีที่เหลืออยู่
เหลียงฮ่าวไม่เหลือสติใดๆ อยู่อีกแล้ว เขาเพียงแต่ลงมือทำตามที่จิ้ว จิ่วโจวสั่งเท่านั้น
และก็ด้วยเหตุนี้ เมื่อคนทั้งสี่หนีเขาไปล้อมโจมตีเนี่ยเทียน เขาจึงยัง ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ไม่ได้เป็นฝุายลงมือโจมตี
ทว่าเมื่อได้ยินคำสั่งจากจิ้วจิ่วโจว เขาก็เหมือนถูกกระตุ้นให้มีชีวิตอีก ครั้ง จึงวิ่งดัง “ตึงๆๆ” เข้าไปหาหันชื่อกุ่ย
“อ๊าก!”
และเวลานี้เอง เสียงร้องโหยหวนก็ดึงดูดความสนใจจากจิ้วจิ่วโจวและ จ้าวซานหลิง
คนทั้งสองแบ่งสมาธิมองไปก็เห็นว่าลูกศิษย์เขาสุขาวดีคนที่หลีกเลี่ยง มีดแสงห้วงมิติไปยืนอยู่ตรงหน้าเจดีย์ได้อย่างยากลำบาก เวลานี้ล้มลงไป นอนหงายอยู่หน้าประตูแล้ว
หลังจากที่เขาร่วงลงพื้น เสื้อผ้าตรงหน้าอกของเขาก็ถูกย้อมไปด้วย เลือดที่ขยายเป็นวง
ดูเหมือนว่าชั่วขณะที่เขาผลักประตูสีเงินยวงหมายเข้าไปในเจดีย์หลัง นั้น มีดแสงห้วงมิติที่แน่นขนัดเต็มบานประตูก็พุ่งมาแทงทะลุร่างเขาจน ตาย
“โบราณสถานของซวีหลิงจื่อจะเอามาครอบครองได้ง่ายขนาดนั้นเสีย เมื่อไหร่?” จิ้วจิ่วโยวหัวเราะหยัน “พี่จ้าว ข้ามีวิธีให้เข้าไปถึงหน้าประตู เจดีย์ แต่ประตูบานนั้น…ตอนนี้ข้ายังไม่มีวิธีดีๆ ให้จัดการ”
จ้าวซานหลิงสุขุมผิดปกติ “ไม่รีบร้อน รอให้คนของเขาสุขาวดีถูก จัดการจนหมดก่อน พวกเราค่อยลงมือ”
“ข้าก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” จิ้วจิ่วโจวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นี่ ขนาดนี้ก็ยังเข้าไปไม่ได้อีกรึ!” หันชื่อกุ่ยร้องโหยหวนเสียงดัง เมื่อ เห็นว่าคนที่ถูกฝากความหวังเอาไว้ไม่สามารถผลักประตูเข้าไปได้ เขาก็ เหมือนจะสิ้นหวังเสียแล้ว
“ไป!”
ปากเขาโหวกเหวกให้รีบหนี ทว่าตอนที่เหลียงฮ่าวบุกมาหา เขากลับ ผลักให้ผู้เฒ่าคนที่อยู่ข้างกายให้รับหน้าอีกฝุาย
ส่วนตัวเขาเองกลับหยิบเอาเสื้อขนสัตว์ชิ้นหนึ่งออกมาสวม
เสื้อขนสัตว์นั้นทำมาจากขนเจ็ดสีของสัตว์ประเภทปีก หรูหราอย่างถึง ที่สุด ชั่วขณะที่เขาสวมมันลงไปบนร่าง ขนสัตว์แต่ละเส้นที่ประกอบขึ้นมา เป็นเสื้อตัวนั้นก็พลันปลดปล่อยแสงปราณเลือดห้าแสงหกสี
ร่างของหันชื่อกุ่ยถูกเสื้อขนสัตว์เจ็ดสีนำพาให้โบยบินอยู่ใต้ลำแสงบน ท้องฟูาคล้ายสัตว์ปีกตัวหนึ่ง แล้วก็พลันบินไปทางกลุ่มแสงสีดำ
“หันชื่อกุ่ย!”
ผู้เฒ่าของเขาสุขาวดีที่ถูกเขาผลักออกไปกรีดร้องคำรามอย่างเจ็บแค้น แล้วก็เผ่นหนีอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างกัน
ทว่าพอเหลียงฮ่าวมาถึงก็พบว่าหันชื่อกุ่ยอาศัยเสื้อขนสัตว์เจ็ดสีตัว หนึ่งพุ่งขึ้นฟูาไปแล้ว ความเร็วของเขามีมากอย่างถึงที่สุดจนกระทั่งค่อยๆ จากไปไกล แน่นอนว่าย่อมเห็นผู้เฒ่าคนนั้นเป็นเปูาหมาย
เหลียงฮ่าวที่ไอสังหารเดือดพล่านจ้องเขม็งไปยังคนผู้นั้นที่ร้องคำราม ไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าเตรียมจะสังหารเขา
“พี่จ้าว อย่าให้หันชื่อกุ่ยหนีไปได้!” จิ้วจิ่วโจวหน้าเปลี่ยนสี ตวาด กร้าว “หากหันชื่อกุ่ยออกไปจากที่นี่ได้ ข้างนอกต้องมีการซุ่มโจมตีอยู่ แน่นอน! หากเขาไปถึงที่พื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน ใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังการ ต่อสู้ ขอแค่พวกเราออกไปก็จะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากเขาทันที!”
“หันชื่อกุ่ยมีพลังการต่อสู้เขตวิญญาณช่วงท้าย เจ้าและข้าสองคนมี แค่เขตวิญญาณช่วงกลาง ต่อให้พวกเราช่วงชิงโบราณสถานของซวีห
ลิงจื่อมาได้ ชั่วขณะที่ออกไป เพราะยังไม่ได้ฟื้นคืนพลังวิญญาณเต็มที่ ก็ ย่อมไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขา”
จ้าวซานหลิงเองก็คิดได้ถึงกุญแจสำคัญข้อนี้ จึงพยักหน้า ไม่สนใจการ ต่อสู้เบื้องหน้าเจดีย์ซวีหลิง และไม่ได้มองเนี่ยเทียนอีก
เขาและจิ้วจิ่วโจวลงมือพร้อมกัน ไล่ตามหันชื่อกุ่ยของเขาสุขาวดีไป ทว่าหันชื่อกุ่ยสวมเสื้อขนสัตว์เจ็ดสี ไม่เพียงแต่สามารถโบยบินไปบน ท้องฟูา ความเร็วยังเหนือกว่าพวกเขา นี่จึงทำให้คนทั้งสองร้อนใจอย่าง มาก
“เหลียงฮ่าว! กลับมาเดี๋ยวนี้ ไล่ตามคนผู้นั้นไป!” จิ้วจิ่วโจวออกคำสั่ง อย่างต่อเนื่อง
เสียงของเขาดังขึ้นได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนก่อนตายดังมา จากทิศทางที่เหลียงฮ่าวตะบึงไป
เห็นได้ชัดว่าผู้เฒ่าของเขาสุขาวดีคนที่ถูกหันชื่อกุ่ยผลักออกมาได้ถูก เหลียงฮ่าวฆ่าตายแล้ว
เหลียงฮ่าวได้ยินอย่างนั้นก็ขยับตัวเข้าไปใกล้จิ้วจิ่วโจวอย่างเร็ว แม้ว่า จะไม่สามารถโบยบินไปกลางอากาศได้อย่างหันชื่อกุ่ย ทว่าความเร็วจาก การเคลื่อนที่บนพื้นดินของเขาก็ไม่ช้ากว่าหันชื่อกุ่ยที่บินอยู่บนฟูามาก เท่าไหร่นัก
“เจ้าหันชื่อกุ่ยหนีไม่พ้นหรอก เสื้อขนสัตว์เจ็ดสีชิ้นนั้นก็ใช้ปราณเลือด กระตุ้นเหมือนกัน หากปราณเลือดบนเสื้อขนสัตว์ตัวนี้เผาผลาญไปจน หมดก็จะทำให้เจ้าหันชื่อกุ่ยร่วงลงมาจากกลางอากาศ” จิ้วจิ่วโยวหัวเราะ
หยันด้วยน้ำเสียงน่าสะพรึงกลัว “รอจนเขาร่วงลงมาจากกลางอากาศ เมื่อไหร่ นั่นก็คือช่วงเวลาการตายของเจ้าหันชื่อกุ่ย!”
จ้าวซานหลิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม สีหน้าค่อยๆ ผ่อนคลาย “ข้าเอง ก็สังเกตเห็นเหมือนกันว่า ที่เขาไม่ได้ใช้เสื้อขนสัตว์ชิ้นนี้ตั้งแต่แรกก็เพราะ วัตถุชิ้นนี้เป็นวัตถุที่ใช้ได้ครั้งเดียว หากปราณเลือดหมดสิ้น เสื้อขนสัตว์ตัว นั้นก็ไร้ค่า ยากที่จะช่วยเขาได้อีก”
ขณะที่พูดจ้าวซานหลิงก็ผ่อนความเร็วลง รักษาระยะห่างกับเหลียง ฮ่าวคล้ายจงใจและทั้งคล้ายไม่จงใจ
——