ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 665 แสร้งอ่อนแอเพื่อล่อลวง
“สวบ!”
แสงสีเลือดของดาราเพลิงกาฬระเบิดออก สังหารหญิงสาวที่เรือนกาย เล็กอรชรคนนั้นให้ตายในมีดเดียว
เมื่อหันกลับมา เนี่ยเทียนปรายตามองจี๋หลงหนึ่งที มุมปากยกยิ้มเย้ย หยัน
ยามนี้คนห้าคนที่ล้อมโจมตีเขา เหลือแค่จี๋หลงคนเดียวเท่านั้น
ในสายตาของเนี่ยเทียน จี๋หลงที่กินยาโลหิตพ่ายเข้าไปแล้วยาออก ฤทธิ์ก็เป็นเหมือนสัตว์ปุาที่เสียสติปัญญาตัวหนึ่งเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านี้ เนี่ยเทียนยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจี๋หลงไม่สามารถ แบกรับอานุภาพของยาโลหิตพ่ายได้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้อวัยวะและ หลอดเลือดบางส่วนของเขาได้พากันระเบิดออกแล้ว
เขาไม่รีบร้อนต่อสู้กับจี๋หลง กลับคอยหลบเลี่ยงอย่างสบายใจ บีบให้จี๋ หลงไล่ตามพร้อมด้วยอาการหอบฮักๆ
ผ่านไปพักหนึ่ง รอจนเขาพบว่าเลือดลมของจี๋หลงเริ่มเสื่อมถอย เนี่ย เทียนก็ยิ่งสงบใจได้
ผ่านไปครึ่งเค่อ ปราณเลือดทั่วร่างของจี๋หลงก็คล้ายจะหายไปทีละนิด ย่างก้าวที่ไล่ตามเนี่ยเทียนมาเปลี่ยนมาเป็นหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรง
เวลานี้ เนี่ยเทียนพลันขยับเข้ามาใกล้ ย้ายมาอยู่ด้านหลังจี๋หลง แล้ว ยกมือขึ้นตบลงไปที่กะโหลกด้านหลังของเขา
“กร๊อบ!”
กะโหลกของจี๋หลงแตกร้าว พลังงานขุมหนึ่งที่เหมือนกับการระเบิด ปั่นสมองของเขาให้กลายเป็นของเหลว
ในที่สุดจี๋หลงก็ล้มตึงลงไปบนพื้น ไม่เหลือลมหายใจอีกแม้แต่เสี้ยว เดียว
“ก็เป็นคนที่น่าสงสารเหมือนกัน…”
เนี่ยเทียนถอนหายใจหนึ่งที เขารู้ดีว่าหลังจากที่กินยาร้อยหลอมและ ยาโลหิตพ่ายเข้าไปติดต่อกัน ต่อให้เขาไม่ได้ลงมือ เกรงว่าพวกจี๋หลงก็คง แบกรับไม่ไหวแล้วทยอยกันตายอยู่ดี
การดำรงอยู่ของเขาก็แค่ช่วยให้พวกจี๋หลงตายเร็วขึ้นเท่านั้น
เด็กรุ่นเดียวกันที่ถูกเขาสุขาวดีปลูกฝังออกมาเพื่อให้ช่วงชิง โบราณสถานของซวีหลิงจื่อ นอกจากจี๋หลงแล้ว ชะตาชีวิตของคนอื่นๆ ก็ ถูกกำหนดไว้นานแล้ว
ต่อให้เป็นจี๋หลงเอง เมื่อหันชื่อกุ่ยผู้นั้นถูกบีบให้จนตรอก ก็ยังเลือกจะ ทอดทิ้งเขา
หลังจากที่จี๋หลงตายไป ทางฝุายของเจดีย์ซวีหลิงจึงไม่มีใครที่มีชีวิต อยู่
เนี่ยเทียนมองศพของพวกจี๋หลง ลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้การ สูบดึงพลังชีวิตดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อที่เหลืออยู่ของพวกเขามา
—เขามีทางเลือกที่ดีกว่านั้น
เขาหยิบเอาศพของชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดตนหนึ่งออกมาจาก ในแหวนเก็บของ ก่อนจะใช้การสูบดึงพลังชีวิตดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อในศพ นั้นออกมาอย่างรวดเร็ว
ไม่นานพลังเลือดเนื้อของเขาที่เผาผลาญไปตอนต่อสู้กับพวกจี๋หลงฟื้น คืนกลับมา
ผ่านไปครู่เดียวเขาก็สัมผัสได้ว่าปราณของจ้าวซานหลิงค่อยๆ ขยับเข้า มาใกล้
เขารีบเก็บเอาศพของชนต่างเผ่ากลับไปไว้ในแหวนเก็บของทันที แต่ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้จ้าวซานหลิงจับพิรุธได้
จ้าวซานหลิงย้อนกลับมา แล้วก็เริ่มทยอยเก็บแหวนเก็บของของผู้เฒ่า สี่คนจากเขาสุขาวดี ครั้นจึงทอดถอนใจ “สี่คนนี้ต่างก็มีตบะเขตวิญญาณ หากไปอยู่ในดินแดนดาวตก พวกเขาสี่คนร่วมกันจัดตั้งสำนักหนึ่ง เกรงว่า ก็คงต้านทานวิมานสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย”
“น่าเสียดายก็คือเพื่อช่วงชิงโบราณสถานของซวีหลิงจื่อแล้ว ทุกคน กลับต้องมาตายอยู่ที่นี่”
“ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ เมื่อมาอยู่ที่นี่กลับไร้ค่า ไร้กำลังได้ขนาดนี้”
เนี่ยเทียนหัวเราะ “ในเมื่อดินแดนปราการดวงดาวมีแดนว่างเปล่าอยู่ ถ้าเช่นนั้นเขตวิญญาณก็ยิ่งต้องเยอะกว่า เขตวิญญาณของที่นั่นเกรงว่าคง เท่ากับเขตลี้ลับของดินแดนดาวตก มีมากเหมือนขนวัว ในแต่ละสำนักคง มีอยู่ไม่น้อย”
“เป็นเช่นนี้จริง” จ้าวซานหลิงพยักหน้า ถือแหวนเก็บของสี่วงเอาไว้ เดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเขาแล้วเอ่ยถาม “สภาพของเจ้าเป็นอย่างไร บ้าง?”
เนี่ยเทียนที่เพิ่งจะใช้การสูบดึงพลังชีวิตมาดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อส่วน หนึ่งไป ยังไม่ทันได้ใช้ปราณเลือดอันเข้มข้นมาฟื้นฟูบาดแผล
ในสายตาของจ้าวซานหลิง ตอนนี้ร่างของเนี่ยเทียนจึงเต็มไปด้วยรอย แผล ผิวเนื้อปริแตก สภาพน่าเป็นห่วงอย่างมาก
แต่เนี่ยเทียนรู้ดีว่าบาดแผลที่เขาได้รับมาเป็นเพียงแค่แผลภายนอก ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล
ขอแค่ใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่ดูดซับก่อนหน้านี้มารักษาตัวโดยวิธีของเวทไม้ สวรรค์เกิดใหม่ รอยแผลปริแตกนั้นก็จะประสานตัวอย่างรวดเร็ว และไม่ นานก็จะมองไม่เห็นร่องรอยอีกแม้แต่นิดเดียว
“ไม่เป็นไร แค่แผลภายนอกเท่านั้น” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง ตรงไปตรงมา
“บาดแผลภายนอก…” จ้าวซานหลิงหรี่ตาลง นิ่งคิดไปครู่ก็สอบถาม อย่างจริงจัง “เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าจะสังหารเหลียงฮ่าวผู้นั้นได้?”
“ไม่น่าจะมีปัญหามากนัก” เนี่ยเทียนตอบกลับอย่างมาดมั่น
จ้าวซานหลิงดวงตาเป็นประกาย หัวเราะหึหึ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้า อย่างนั้นบาดแผลของเจ้าก็คงไม่ต้องรีบร้อนจัดการ จิ้วจิ่วโจวและเหลียง ฮ่าวสองคนต้องสามารถไล่ฆ่าหันชื่อกุ่ยจากเขาสุขาวดีได้แน่นอน รอจน พวกเขากลับมา ข้าหวังให้พวกเขาเห็นสภาพเจ้าที่บาดเจ็บสาหัส”
“จะทำแบบนั้นไปทำไม?” เนี่ยเทียนงงงัน
จ้าวซานหลิงลูบคลำปลายคาง กล่าวด้วยความหมายลึกล้ำ “ข้าแค่ อยากรู้ว่าพอจิ้วจิ่วโจวเห็นสภาพเจ้าเป็นเช่นนั้น เขาจะทำอะไร”
เนี่ยเทียนตะลึง “ท่านรู้สึกว่าจิ้วจิ่วโจวจะฉวยโอกาสที่ข้าบาดเจ็บ สาหัสลงมือกับพวกเรา? คำพูดที่ท่านพูดคุยกับเขา ข้าเองก็พอจะได้ยินมา บ้าง ท่านหลอกเขาว่าท่านมาจากอาณาจักรดวงดาวระดับสูงยิ่งกว่า ดู เหมือนว่าเขาจะมีใจอยากผูกมิตรกับท่าน คงไม่ทำตัวเหลวไหลกระมัง?”
“ไอ้หนู เจ้ายังอ่อนต่อโลกเกินไป คำพูดปะเหลาะของพวกเขาเจ้าก็ เชื่อด้วยหรือ?” จ้าวซานหลิงแค่นเสียงพูด “หากเจ้าแสดงความแข็งแกร่ง ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขามองไม่ออก บางทีเขาก็อาจจะแสร้งทำเป็น ผูกมิตรกับพวกเรา ไม่กล้าเหลวไหล แต่หากเจ้าทำท่าว่าบาดเจ็บสาหัสสู้ ไม่ได้ เขาก็ไม่น่าจะคิดอย่างนั้นอีกแล้ว”
เนี่ยเทียนคิดตามคำพูดของเขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลไม่น้อย “ดูท่า ท่าน คงคิดจะล่อให้จิ้วจิ่วโจวลงมือสินะ”
“ถูกต้อง อย่างไรก็ต้องหาข้ออ้างฆ่าไอ้หมอนั่นให้ได้” จ้าวซานหลิงไม่ อำพรางเจตนาของตัวเองแม้แต่น้อย “ประตูใหญ่สีเงินนั่น ข้ามั่นใจว่าจะ
เปิดออกได้ ในเมื่อพวกเราเข้ามาในโบราณสถานของซวีหลิงจื่อแล้ว อีก ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะได้ครอบครอง ทำไมจะต้องแบ่งให้กับสำนัก สามกระบี่ด้วย?”
“ก็ได้” เนี่ยเทียนเองก็เห็นด้วยกับเขา
เขาไม่เพียงแต่ไม่รีบร้อนใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่ได้รับก่อนหน้านี้มา ซ่อมแซมบาดแผลภายนอกของตัวเอง ยังกระตุ้นพรสวรรค์การอำพราง ของสายเลือดแห่งชีวิตด้วย
การอำพรางพลังชีวิตสามารถทำให้เขาปกปิดพลังชีวิตได้ตามใจ ปรารถนา
เขาอาศัยพรสวรรค์ทางสายเลือดที่มหัศจรรย์นี้มาลดระดับปราณ เลือดที่เข้มข้นในร่างอย่างต่อเนื่อง พอลดต่ำไปจนถึงระดับที่สูงกว่าคน ทั่วไปเล็กน้อย เขาถึงได้หยุดลง
จ้าวซานหลิงมองเขาอย่างพิจารณา ไม่นานก็ค้นพบว่าพลังชีวิตที่พลุ่ง พล่านของเขาค่อยๆ ถูกอำพรางไป
ขณะที่อำพรางพลังชีวิต จิงชี่เสินของเนี่ยเทียนก็ลดระดับอ่อนด้อยลง ไปส่วนหนึ่ง ผิวหนังไม่เป็นประกายแวววาวอีกต่อไป ดวงตาไร้แสง ตลอด ทั้งร่างเผยปราณที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความผิดปกติที่ตาเปล่ามองเห็นเท่านั้น
บวกกับรอยแผลที่ปริแตกจำนวนมากบนร่างของเนี่ยเทียน สภาพ อเนจอนาถที่มีเลือดไหลโชกนั้นก็ยิ่งดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
“เยี่ยม! ประเสริฐยิ่ง!” ดวงตาทั้งคู่ของจ้าวซานหลิงเป็นประกาย “ไม่ นึกเลยว่าเจ้าจะมีวิธีลดระดับปราณเลือดเนื้อที่เข้มข้นให้ต่ำลงได้! หึหึ ขนาดข้าก็ยังมองไม่ออก ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจิ้วจิ่วโยวผู้นั้นจะไม่หลงกล! ข้าอยากรู้นักว่ารอจนหุ่นเชิดตัวนั้นของเขากลับมา เห็นสภาพที่น่าอนาถ นั้นของเจ้า มีหรือจะไม่คิดอยากสังหาร!”
คนทั้งสองนั่งอยู่หน้าเจดีย์ซวีหลิง รอคอยอย่างอดทน รอให้จิ้วจิ่วโจว และเหลียงฮ่าวกลับมา
ครึ่งชั่วยามผ่านไป จิ้วจิ่วโยวที่หอบฮักๆ ก็พาเหลียงฮ่าวกลับมาดัง คาด
พอจิ้วจิ่วโยวโผล่หน้ามาก็หันมาคารวะจ้าวซานหลิง แล้วหัวเราะร่า “พี่จ้าว ข้าไม่ได้ทำให้ท่านผิดหวัง หันชื่อกุ่ยถูกเหลียงฮ่าวสังหารจนตาย ไปแล้ว เอ้า นี่คือแหวนเก็บของของเขา”
จ้าวซานหลิงผ่อนลมหายใจ “โชคดีที่มีเจ้า หาไม่แล้วลำพังแค่พวกเรา สองคน หากคิดจะต้านทานกับเขาสุขาวดี เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้มากนัก หากหันชื่อกุ่ยผู้นั้นหนีรอดไปได้ แล้วไปดักอยู่ตรงทางเข้า ต่อให้พวกเรา ได้โบราณสถานของซวีหลิงจื่อไปครอง ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไป ได้”
“ก็นั่นนะสิ” จิ้วจิ่วโจวเองก็ถอนหายใจอย่างปลงๆ “บางครั้งคนเราก็ ไม่ควรจะเลอะเลือนนัก ดูอย่างเขาสุขาวดีนี่ประไร หลังจากที่พวกเรา ค้นพบโบราณสถานของซวีหลิงจื่อ พวกเราก็เคยแสดงความเป็นมิตรต่อ เขาสุขาวดีอยู่หลายครั้ง เพื่อปรึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกัน”
“ทว่าเขาสุขาวดีกลับไม่ยอมเห็นแก่หน้าพวกเรา คิดแต่จะฮุบกลืนคน เดียว ผลลัพธ์…ท่านก็ได้เห็นแล้ว”
จ้าวซานหลิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ร่วมมือกันล้วนได้ประโยชน์ทั้ง สองฝุาย หากพวกเราไม่ได้ร่วมมือกันก็จัดการเขาสุขาวดีไม่ได้”
“ข้าก็คิดว่าอย่างนี้แหละ” จิ้วจิ่วโจวแย้มยิ้ม พลันหันมามองเนี่ยเทียน แล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าน้องชายคนนี้สภาพจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก?”
“เขาคนเดียวฆ่าคนไปห้าคน จะไม่จ่ายค่าตอบแทนเสียเลยได้ อย่างไร?” จ้าวซานหลิงจนใจ “เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เกรงว่าคง ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งถึงจะฟื้นตัวกลับมาได้ แต่ก็ไม่รีบร้อน อย่างไรซะคน ของเขาสุขาวดีก็ไม่มีเหลือแล้ว รอให้เขาฟื้นพลังเมื่อไหร่ พวกเราก็มา ทดลองจัดการกับเจดีย์ซวีหลิงกันไปช้าๆ”
จิ้วจิ่วโจวดวงตาเป็นประกายวาบ ขมวดคิ้วคิดหนักอยู่ชั่วครู่แล้วพลัน พูดขึ้นว่า “พี่จ้าว ประตูใหญ่สีเงินนั่น ท่านไม่มีวิธีเปิดมันจริงๆ หรือ?”
จ้าวซานหลิงส่ายหน้า “ไม่มีจริงๆ”
“ไม่มีงั้นหรือ…” จิ้วจิ่วโจวถอนหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ช่วยไม่ได้แล้วเหมือนกัน”
“หมายความว่ายังไง?” จ้าวซานหลิงกล่าวน้ำเสียงงุนงง
จิ้วจิ่วโยวถอยห่างออกไปช้าๆ พอไปหยุดยืนอยู่ข้างกายเหลียงฮ่าวที่ ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำเป็นสีเลือดก็กล่าวด้วยน้ำเสียงขออภัย “หุ่นเชิดอย่างเห ลียงฮ่าวผู้นี้กินหัวใจสัตว์ระเบิดเข้าไป ตอนนี้พลังในการต่อสู้จึงยัง
หลงเหลืออยู่ แต่อีกไม่นานเท่าไหร่ เกรงว่าเขาคงถูกพลังโจมตีกลับ มีชีวิต อยู่ได้อีกไม่นานนัก”
“แม้ว่าตอนนี้น้องชายที่พี่จ้าวพามาจะบาดเจ็บสาหัส แต่หลังจบเรื่อง ก็น่าจะกลับมาเป็นปกติ สามารถฟื้นตัวได้สบายๆ”
“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็ไม่รู้จริงๆ ว่าพี่จ้าวจะยังพูดคุยกับข้าด้วยใจที่นิ่ง สงบแบบนี้ได้หรือไม่”
“แทนที่จะรอให้จบเรื่องแล้วถูกพี่จ้าวสั่งการให้เนี่ยเทียนมาสังหาร ก็ สู้ให้ข้าลงมือชิงความได้เปรียบก่อนจะดีกว่า”
——