ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 67 เงายักษ์ในความว่างเปล่า!
ในด้วงตาของหยวนเฟิงและอวิ๋นซง เนี่ยเทียนคือบทบาท ต่ำาต้อยที่ไม่เพียงพอให้หวาด้กลัว ด้ังนั้นตอนที่พวกเขาต่อสู้กับเนี่ย เทียนจึงประเมินเขาต่ำาตั้งแต่แรกเริ่ม
ทว่าอวี๋ถงนั้นต่างออกไป
หลังจากที่นางเหยียบย่างเข้ามาในโลกมายามรกตกมเคย เสียเปรียบแค่เนี่ยเทียนเท่านั้น นางจึงมองเนี่ยเทียนเป็นด้ั่งศัตรูที่อยู่ ในระด้ับเด้ียวกับอันอิ่ง หยวนเฟิง
โด้ยเฉพาะหลังจากที่นางมาถึงแล้วพบว่าหยวนเฟิง อ วิ๋นซงสองคนล้วนตายด้้วยน้ำามือของเนี่ยเทียน
นางจึงมองเนี่ยเทียนเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด้ของสี่สำานักใน โลกมายามรกตแห่งนี้!
ด้้วยเหตุนี้เมื่อนางลงมือจึงใช้เวทลับของสำานักโลหิต ทันที—เงาโลหิตทับซ้อน
เงาโลหิตที่เกิด้จากการก่อตัวของเลือด้สด้ในกายของหยวน เฟิง อวิ๋นซงดุ้จด้ั่งวิญญาณเลือด้ชั่วร้าย เปล่งเสียงโหยหวนเสียด้แทง แก้วหู พกพาเอากลิ่นคาวเลือด้แสบจมูกกระโจนเข้าใส่
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง กล่าว: “นางมาร ได้้ยินว่า เจ้าฝ่าทะลุขอบเขตท้ายสวรรค์ในโลกมายามรกตแล้วรึ?”
ระหว่างที่พูด้เขากมแอบปล่อยพลังจิตออกไปสัมผัสกับ ปราณของเงาโลหิตทั้งสองร่างนั้น
บนร่างของเงาโลหิตทั้งสอง เขาสัมผัสได้้เพียงปราณเลือด้ ที่เข้มข้น ไม่สัมผัสถึงคลื่นวิญญาณใด้ๆ หมายความว่าเงาโลหิตสอง ร่างนี้ไม่มีจิตสำานึกเป็นของตัวเอง แค่จำาแลงมาจากปราณเลือด้เนื้อที่ บริสุทธิ์เท่านั้น
ตอนที่เงาโลหิตพุ่งเข้ามาโจมตี เขาจึงเหวี่ยงแขนแล้วต่อย โครมลงไปยังเงาโลหิตทั้งสองอย่างรุนแรง
“ตูมๆ!”
เงาโลหิตทั้งสองแตกสลายไปตามเสียงที่ด้ัง เลือด้สาด้ กระเซมนไปทั่วดุ้จห่าฝนที่ร่วงโรยลงบนเมมด้ทราย ทว่าเมื่อถูกเวทลับ สำานักโลหิตของอวี๋ถงชักนำาอีกครั้งกลับก่อตัวขึ้นมาใหม่
“อู้!”
เงาโลหิตล่องลอยขึ้นมารวมตัวกันใหม่กลางอากาศ พุ่งเข้า ใส่เนี่ยเทียนอีกครั้ง
ทว่าเงาโลหิตที่ระเบิด้ออกไปแล้วครั้งหนึ่ง ปราณเลือด้ที่ แฝงอยู่ในกายจึงอ่อนลงไปหนึ่งขั้นอย่างเหมนได้้ชัด้
ความเรมวของเงาโลหิตที่พุ่งเข้ามา รวมไปถึงกลิ่นคาวเลือด้ เข้มข้นล้วนอ่อนกำาลังกว่าก่อนหน้านี้มากมายนัก
“ตูมๆ!”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้มประหลาด้ ควงหมัด้ต่อเนื่อง ต่อย เงาโลหิตสองร่างนั้นติด้ต่อกันจนแตกละเอียด้
เงาโลหิตที่แตกละเอียด้ได้้รับอิทธิพลจากเวทลับของอวี๋ถง จึงยังเกาะตัวเข้าหากันอย่างรวด้เรมวแล้วกระโจนเข้าใส่เช่นเคย
ทว่าทุกครั้งที่ระเบิด้ออก พลังปราณเลือด้ที่แฝงเร้นอยู่ใน กายเงาโลหิตกมจะลด้น้อยลงไปหลายส่วน
แต่อวี๋ถงที่สวมชุด้แด้งสด้กลับยังคงหยุด้ยืนอยู่ที่เด้ิม ด้วงตาเยมนชาเปล่งแสงสีเลือด้ชั่วร้าย เอาแต่ก่อร่างเงาโลหิตซ้ำาไปซ้ำา มา
ไม่นานเนี่ยเทียนกมตระหนักได้้ว่าอวี๋ถงที่ควบคุมเงาโลหิต ใช้วิธีการเช่นนี้มาต่อสู้ คล้ายจะสูญเสียพละกำาลังไปเลมกน้อยเท่านั้น
ส่วนเขาที่ต่อยเงาโลหิตครั้งแล้วครั้งเล่า พลังวิญญาณที่ใช้ ไปนั้นมากเกินกว่าอวี๋ถงหลายเท่า
เหมนได้้ชัด้ว่าอวี๋ถงคิด้ใช้เลือด้สด้ของหยวนเฟิงและอวิ๋นซ งมาเผาผลาญพลังของเขา ทำาให้ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้้เปิด้ศึกอย่าง จริงจัง พลังวิญญาณในร่างของเขากมลด้หายไปแล้วส่วนหนึ่ง
เมื่อจุด้เลือด้ที่สาด้กระเซมนของเงาโลหิตสองร่างกลับเข้ามา รวมร่างกันอีกครั้ง ในที่สุด้เนี่ยเทียนกมไม่ได้้เอาชนะเงาโลหิตทั้งสอง นั่นอีกต่อไป
เขาเลือกพุ่งเข้าใส่อวี๋ถงอย่างฉับพลัน!
“เวทต้องห้ามโลหิต—เลือด้ไหลย้อนกลับ!”
ด้วงตาสีแด้งของอวี๋ถงพลันเปล่งประกายแสงสีเลือด้ คลื่น เลือด้ลมที่ไม่ปกติระลอกหนึ่งแผ่ซ่านออกมาโด้ยมีนางเป็น จุด้ศูนย์กลาง
เนี่ยเทียนที่พุ่งเข้ามาหานางอย่างบ้าคลั่ง เรือนร่างที่ แขมงแกร่งพลันสั่นเยือกกลางทาง
และเวลานี้เอง อวี๋ถงที่ยืนนิ่งมาโด้ยตลอด้กมกลายร่างเป็น แสงสีเลือด้ดุ้ด้ันเส้นหนึ่ง
วินาทีถัด้มาเนี่ยเทียนกมองเหมนว่า แสงสีเลือด้แด้งฉาน มากมายหลายเส้นราวกับธารน้ำาสีเลือด้ที่ไหลรินกลางอากาศ กำาลัง ไหลกรากเข้ามาหาเขา
พริบตาเด้ียว สี่ด้้านแปด้ทิศรอบกายเขากมเตมไปด้้วยแสง โลหิตแด้งเด้ือด้
ตลอด้ทั้งฟอาด้ินคล้ายถูกแสงโลหิตแด้งสด้นั้นอาบย้อมจน เขามองไม่เหมนอวี๋ถงอีก
ธารเส้นเลมกสีเลือด้มากมายที่ลอยตัวอยู่ทำาให้ความว่าง เปล่าบิด้เบือนเปลี่ยนแปลง ยิ่งไหลรินกมยิ่งยาว พิลึกพิลั่นทว่า สวยงาม
เนี่ยเทียนที่ถูกธารน้ำาเส้นเลมกสีเลือด้เหล่านั้นโอบล้อมเอาไว้ ตั้งสติมั่น พยายามระงับความเปลี่ยนแปลงของกระแสเลือด้ใน ร่างกายอย่างสุด้ความสามารถ
เขาสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่า เลือด้สด้ที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง ของเขาคล้ายจะค่อยๆ ได้้รับอิทธิพลจากรอบด้้าน เลือด้ของเขา ปรารถนาที่จะบินออกไปจากร่าง เพื่อหลอมรวมเข้ากับกระแสธารสี เลือด้เหล่านั้น
“เวทลับสำานักโลหิตไม่ธรรมด้าจริงๆ เสียด้้วย!”
เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า อวี๋ถงน่าจะหวาด้กลัวหมัด้ พิโรธรูปแบบที่หนึ่งของเขา ด้ังนั้นถึงได้้จงใจหลบเลี่ยงการเผชิญหน้า กับเขาโด้ยตรง แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้
การต่อสู้ครั้งก่อน ภายใต้การโจมตีเด้ียวของเขาทำาให้เงา โลหิตทั้งเจมด้แตกสลายในพริบตา ส่วนตัวอวี๋ถงเองกมได้้รับบาด้เจมบ
พลานุภาพของหมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่ง สำาหรับอวี๋ถงแล้ว ถือว่าร้ายแรงมากจนมิอาจละเลยได้้ ต่อให้ตอนนี้นางเหยียบย่างเข้าสู่ ขอบเขตท้ายสวรรค์แล้ว นางกมไม่คิด้จะให้เนี่ยเทียนร่ายวิชาหมัด้ พิโรธนั่นออกมา
“หานางไม่เจอกมไม่สามารถใช้หมัด้พิโรธโจมตีนางให้พ่าย แพ้ได้้ และเลือด้สด้ในกายของข้ากมยิ่งคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ จน แทบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว”
เนี่ยเทียนที่พยายามระงับความผิด้ปกติของกระแสเลือด้ เริ่มร้อนใจขึ้นทุกขณะ พลังจิตของเขาที่ปลด้ปล่อยออกไปกมยังไม่ สามารถฝ่าทะลุสีเลือด้ที่ล้อมรอบกาย ไม่สามารถหาตัวอวี๋ถงเจอ
“สวบๆ!”
และเวลานี้เอง เงาโลหิตสองร่างที่ถูกเขาโจมตีให้แตก ทลายอย่างต่อเนื่องพลันปรากฏกายออกมาจากในกระแสธารสีเลือด้ เหล่านั้น
ตามหลักแล้ว เงาโลหิตที่ระเบิด้ออกหลายครั้งติด้ต่อกัน กำาลังของเลือด้ลมที่แฝงเร้นไว้ในร่างกายเหลือน้อยนิด้จนไม่สามารถ ทำาให้เขาบาด้เจมบได้้แล้ว
แต่ไม่รู้ว่าทำาไม พอเงาโลหิตสองร่างนั้นโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง บนร่างกลับมีปราณของเลือด้ลมที่น่าหวาด้กลัวสุด้จะเปรียบแผ่ขยาย ออกมา
เขามองอย่างตั้งใจ พบว่าแม่น้ำาสีเลือด้มากมายหลายเส้นที่ ล้อมกายเขากำาลังเข้าไปรวมตัวกับเงาโลหิตทั้งสองนั่น
เงาโลหิตที่เด้ิมทีมีขนาด้เท่าตัวคนปกติพลันขยายขนาด้ ออกอย่างรวด้เรมว ความเรมวนั้นเหมนได้้ด้้วยตาเปล่าว่ามันกลายมาเป็น ปีศาจสีเลือด้ขนาด้ยักษ์สองตน!
พลังงานปราณมหาศาลไร้ที่สิ้นสุด้กระเพื่อมออกมาจากใน ร่างของปีศาจยักษ์สีเลือด้สองตนนั่น ทำาให้เนี่ยเทียนใจหายวาบ
ปีศาจยักษ์สีเลือด้หนึ่งในนั้น พลันยกมือยักษ์ที่มีแสงสีเลือด้ เปล่งประกายขึ้นมาหมายคว้าจับเขา
ปีศาจยักษ์สีเลือด้อีกตนหนึ่งคำารามเสียงด้ังสะท้านฟอา สะเทือนด้ิน ปลด้ปล่อยปราณเลือด้ตลอด้ร่างที่โหมซัด้สาด้ออกมา แล้วกระโจนเข้าใส่เขาอย่างดุ้ร้ายเช่นกัน
อวี๋ถงที่หายตัวไปนานพลันเผยกายโด้ยการนั่งอยู่บนไหล่ ปีศาจยักษ์สีเลือด้ที่กำาลังคำารามตัวนั้น ริมฝีปากอิ่มตึงของนางเป็นสี แด้งสด้ราวกับเลือด้ที่หยด้ย้อย
ด้วงตาของนางคล้ายถูกเลือด้สด้ทาให้กลายเป็นสีแด้ง บน ร่างของนางในเวลานี้ปล่อยปราณอันตรายอย่างถึงที่สุด้ออกมา
มือซ้ายของนางกำาไข่มุกที่เหมือนด้วงตาสีเลือด้เอาไว้เมมด้ หนึ่ง ไข่มุกเมมด้นั้นปลด้ปล่อยแสงสีเลือด้ระยิบระยับ
“อาวุธวิเศษ!”
แค่มองครั้งเด้ียวเนี่ยเทียนกมตระหนักรู้โด้ยพลันว่า ไข่มุก โลหิตในมือของอวี๋ถงคืออาวุธวิเศษที่ไม่ธรรมด้าชิ้นหนึ่ง
เขาแอบรู้สึกว่าการก่อตัวของกระแสธารเส้นเลมกสีเลือด้ มากมาย การรวมตัวกันของธารโลหิตและปีศาจยักษ์สีเลือด้ หรือ แม้แต่การกระทำาทุกอย่างของปีศาจยักษ์สีเลือด้ทั้งสองตน ล้วนได้้รับ อิทธิพลมาจากไข่มุกโลหิตเมมด้นั้น
อวี๋ถงน่าจะใช้ไข่มุกโลหิตนั่น ถึงร่ายเวทลึกลับพิสด้ารของ สำานักโลหิตออกมาได้้
“ปีศาจโลหิตก่อร่างสำาเรมจ ข้าว่าครั้งนี้เจ้า…” อวี๋ถงเลียริม ฝีปากแด้งสด้ ใบหน้าเตมไปด้้วยความมั่นใจในชัยชนะ คล้ายว่าใน ที่สุด้กมีอารมณ์เอ่ยประโยคเย้ยหยันออกมา
ทว่านางเพิ่งพูด้ได้้เพียงครึ่งประโยคกมต้องหยุด้ชะงักกลาง คัน นัยน์ตาแสด้งถึงความแปลกใจเด้่นชัด้
เพราะว่าเนี่ยเทียนที่จ้องนางเขมมง บัด้นี้หน้าอกของเขามี เสียงหัวใจเต้นรุนแรงทรงพลังด้ังลอยมา
เสียงหัวใจเต้นนั้นถี่กระชั้นด้ังกังวานอย่างยิ่ง ทำาให้นางที่ อยู่ห่างจากเนี่ยเทียนช่วงหนึ่งได้้ยินอย่างชัด้เจน
อีกทั้งนับตั้งแต่วินาทีที่เสียงหัวใจในร่างของเนี่ยเทียนด้ัง ขึ้นมานั้นเอง นางพลันค้นพบว่าเวทต้องห้ามโลหิต—เลือด้ไหลย้อน กลับที่นางร่ายออกไป มิอาจส่งผลกระทบใด้ๆ ต่อเนี่ยเทียนได้้อีกแล้ว
“ข้ากมจะยังใช้วิธีการเด้ิมทำาให้เจ้าบาด้เจมบหนัก!”
เนี่ยเทียนแผด้เสียงคำาราม ร่างกายดุ้จด้ั่งลูกธนูแหลมคมที่ พุ่งตรงออกมา
ความโกรธแค้นไร้ที่สิ้นสุด้ระลอกหนึ่งก่อกำาเนิด้ขึ้นกลางใจ ของเขา พริบตาเด้ียวกมไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำาให้เลือด้ทุกหยด้ รูขุม ขนทุกจุด้ของเขา คล้ายกำาลังปลด้ปล่อยเพลิงพิโรธเกรี้ยวกราด้ออก มา!”
“นี่มันอะไรกัน!” อวี๋ถงตะลึงพรึงเพริด้
บัด้นี้ นางสัมผัสได้้ว่าท่ามกลางความว่างเปล่าบนศีรษะ ของเนี่ยเทียนคล้ายมีเงายักษ์สูงเทียมฟอาที่มองไม่เหมนด้้วยตาเปล่าเงา หนึ่งด้ำารงอยู่
นางหลับตาลงทันใด้ ใช้จิตไปรับสัมผัสแล้วกมต้องค้นพบว่า ท่ามกลางความว่างเปล่า ภายใต้ความโกรธเคืองเด้ือด้ด้าลของเนี่ย เทียนนั้น บนศีรษะของเขาได้้เรียกให้มารยักษ์น่าหวาด้กลัวตนหนึ่ง ปรากฏตัวออกมา!
บนร่างของมารยักษ์ที่ต้องใช้จิตวิญญาณเท่านั้นถึงจะ สัมผัสได้้กมีความโกรธแค้นตลบอบอวลแผ่กระจายออกมาเช่นกัน เพียงแค่ความโกรธเกรี้ยวนี้กมากพอที่จะด้ับทำาลายตลอด้ทั้งโลก มายามรกตได้้!
ปีศาจยักษ์สีเลือด้สองตนที่นางใช้เวทลับสำานักโลหิตก่อ ร่างขึ้นมานั้น เมื่อเปรียบเทียบกับมารยักษ์ที่จิตวิญญาณของนาง สัมผัสถึง กมเป็นด้ั่งแค่แมลงต่ำาต้อยตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้กล่าวถึง แม้แต่นิด้
จิตใจของอวี๋ถงสั่นคลอนรุนแรง
ทว่าแค่ชั่วประเด้ี๋ยวเด้ียวเท่านั้น นางกมพบว่ามารยักษ์ตน นั้นคล้ายจะถูกขวางกั้นไว้ด้้วยความว่างเปล่าอันแสนห่างไกล จึง ทำาได้้เพียงมาเผยกายในโลกมายามรกตครู่เด้ียวเท่านั้น
มารยักษ์น่าหวาด้กลัวที่มองไม่เหมนด้้วยตาเปล่าด้ำารงอยู่ เพียงชั่วขณะเด้ียวกมหายวับไป
“โฮก!”
ทว่าปีศาจยักษ์สีเลือด้ที่นางนั่งอยู่ และปีศาจยักษ์สีเลือด้ อีกตนหนึ่งกลับลงไปคลานอยู่กับพื้นนานแล้ว เริ่มบ้าคลั่งโด้ยที่นางมิ อาจควบคุมได้้
เมื่อนางตระหนักได้้ว่าท่าไม่ด้ี หมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งของ เนี่ยเทียนพลันซัด้เข้ามาใส่
“โล่โลหิต!” อวี๋ถงกรีด้ร้องเสียงหลง
ปีศาจยักษ์สีเลือด้สองตนที่หมอบคลานอยู่กับพื้น ร้อง คำารามอย่างคลุ้มคลั่งพลันกลายร่างมาเป็นแสงสีเลือด้ขนาด้ยักษ์สอง เส้นแล้วเกาะตัวเข้าหากันเป็นโล่แด้งฉานขนาด้มโหฬารเบื้องหน้า นาง
“ตูม!”
หมัด้ของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนโล่โลหิต โล่โลหิตที่เพิ่งจะ ก่อตัวเข้าหากันถูกกระแทกจนทะลุเป็นรูโหว่!
หมัด้ของเขาแหวกผ่านโล่โลหิต พละกำาลังที่ยังหลงเหลือ จึงตกกระทบลงบนหน้าอกที่ชูชันของอวี๋ถง
“พรวด้!”
อวี๋ถงกระอักเลือด้สด้ออกมาหนึ่งคำา เรือนร่างอรชรของ นางกระเด้มนขึ้นไปกลางอากาศ แล้วร่วงตูมลงบนพื้นอย่างรุนแรง