ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 68 เวทรังไหมโลหิต
“ตูม!”
เนี่ยเทียนตกกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง เปลวเพลิงพิโรธ ในด้วงตากระเพื่อมหายไปไม่หลงเหลืออยู่อีก
เขาปรับลมหายใจ สีหน้าเยมนชาน่าสะพรึงจ้องเขมมงไปยังอ วี๋ถงที่อยู่ห่างจากเขาไปสิบกว่าเมตร แอบสำารวจสภาพของร่างกาย ตัวเอง
“ซวยแล้ว…”
เพียงแค่รับสัมผัสน้อยๆ เขากมต้องยิ้มเจื่อนอยู่ในใจ แอบร่ำา ร้องกับตัวเองว่าแย่แล้ว
เป็นอย่างที่เขาคิด้เอาไว้ หมัด้พิโรธรูปแบบที่หนึ่งด้ึงเอา พลังวิญญาณทั้งหมด้ในมหาสมุทรวิญญาณของเขาไปเสียเกลี้ยง
เขาในเวลานี้ ไม่เหลือพลังวิญญาณให้เอามาใช้อีกแม้แต่ เส้นเด้ียว!
ไม่เพียงเท่านั้น หมัด้หนึ่งที่กระตุ้นด้้วยพลังทั้งหมด้ทำาให้ พลังจิตของเขาถูกเผาผลาญไปไม่น้อย บัด้นี้สภาพทางจิตใจของเขา กมย่ำาแย่อย่างถึงขีด้สุด้ไม่ต่างกัน
เขาลองขยับแขนน้อยๆ กมพบทันทีว่าแขนข้างนั้นหนักอึ้ง อย่างถึงที่สุด้ หมัด้เมื่อครู่นี้คล้ายเผาผลาญพละกำาลังกล้ามเนื้อของ เขาไปเสียหมด้
คราวนี้สภาวะหลังการร่ายหมัด้พิโรธของเขาแตกต่างไป จากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง!
คราวก่อน หลังจากที่เขาโจมตีไปหนึ่งครั้ง แค่เผาผลาญ พลังวิญญาณไปสิ้นเท่านั้น จึงรู้สึกไม่สบายกายเลมกน้อย ทว่าพลังจิต ยังคงเตมเปี่ยม
แต่คราวนี้ หลังจากที่เขาเหวี่ยงหมัด้เมื่อครู่ออกไป พละ กำาลังตลอด้ร่างกมเหมือนจะไหลออกไปเกลี้ยง
ตอนนี้แม้แต่การเด้ินที่เป็นการกระทำาธรรมด้ามากที่สุด้กมยัง ทำาให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเกินจะเปรียบ
เขารู้แก่ใจด้ีว่า เขาที่อยู่ในสภาพเช่นนี้แทบจะไม่เหลือ เรี่ยวแรงให้ต่อสู้ได้้อีกแล้ว ต่อให้เป็นคนธรรมด้าที่ไม่ได้้บำาเพมญตบะกม อาจจะทำาร้ายเขาได้้
ตอนนี้สิ่งที่เขาควรจะทำามากที่สุด้แท้จริงแล้วคือรีบนั่งลง หยิบเอาหินวิเศษในถุงผ้าออกมาฟื้นฟูพละกำาลังโด้ยเรมวที่สุด้
ทว่าเขาไม่ได้้ทำาเช่นนี้
เพราะว่า อวี๋ถงที่ถูกเขาโจมตีอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้้านหน้าเขา นี่เอง
เขารู้ว่าอวี๋ถงเองกมต้องบาด้เจมบเหมือนกัน แต่เขาไม่รู้สภาพ ที่แท้จริงของร่างกายอวี๋ถงแน่ชัด้นัก หากเขาเผยความย่ำาแย่ออกไป ขอแค่อวี๋ถงยังเหลือกำาลังอยู่ ถ้าเช่นนั้นนางย่อมไม่พลาด้โอกาสที่จะ สังหารเขาอย่างแน่นอน
เขาไม่มีทางทำาให้อวี๋ถงค้นพบว่าเขาในยามนี้ อ่อนแอถึง ขีด้สุด้!
“นางคนชั่ว! รสชาติเป็นอย่างไรบ้างเล่า?”
เขาหัวเราะเสียงด้ังอย่างบ้าคลั่ง ลากเอาเรือนกายที่เหนื่อย ล้าโรยแรงเตมทีเด้ินเข้าไปหาอวี๋ถงทีละก้าว
เขารู้ด้ีว่ายิ่งเขาแสด้งออกถึงความแขมงแกร่ง อวี๋ถงกมยิ่งไม่ กล้ากระทำาการบุ่มบ่ามมากเท่านั้น!
ระยะสั้นๆ เพียงแค่สิบเมตร ทำาให้เขารู้สึกว่ามันช่างยาว ไกลไร้ที่สิ้นสุด้ เมื่อเขามาหยุด้อยู่ข้างกายอวี๋ถง เขากมคิด้แต่อยากจะ นั่งแปะลงไป แล้วไม่ต้องขยับกายอีกแล้ว
ทว่าเขากลับไม่ได้้ทำาอย่างที่ใจคิด้ แต่ข่มกลั้นความรู้สึก อ่อนล้าของร่างกาย หลุบตามองเหยียด้อวี๋ถงที่นอนหงายอยู่บนพื้น
ในด้วงตาของเขาเตมไปด้้วยความเยมนยะเยียบ
อวี๋ถงที่นอนหมด้สภาพอยู่บนทราย สีเลือด้ในด้วงตาสลาย ไปจนหมด้ ใบหน้าซีด้ขาวน้อยๆ มุมปากแด้งสด้ของนางมีคราบ เลือด้ติด้อยู่หลายหยด้
หยด้เลือด้ขนาด้เท่าเมลมด้ข้าวสารดุ้จด้ั่งด้อกไม้สด้งาม สะพรั่งมากมายหลายด้อกที่ผลิบานอยู่บนริมฝีปากและลำาคอที่ขาว สะอาด้ของนาง ทำาให้มองดู้แล้วนางามเยือกเยมนและเปราะบาง
ปากของอวี๋ถงปิด้สนิท มองประสานสายตากับเนี่ยเทียน ด้้วยความนิ่งสงบ ไม่กล่าวอะไรสักคำา
แสงสีเลือด้อ่อนจางถูกปลด้ปล่อยออกมาจากร่างที่นอนอยู่ ของนาง แสงสว่างเหล่านั้นคล้ายกำาลังปกปองนาง ไม่ให้นางได้้รับ บาด้เจมบ
แท้จริงแล้วสภาพของนางไม่ได้้ด้ีไปกว่าเนี่ยเทียนสักเท่า ไหร่นัก
ตอนที่เนี่ยเทียนพุ่งเข้าโจมตี นางตกใจไปกับเงายักษ์กลาง อากาศที่ปรากฏขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด้จนสั่นสะท้านไปทั้งใจ
โล่โลหิตที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างฉุกละหุกของนางจึงไม่สามารถ ปองกันการโจมตีจากเนี่ยเทียนได้้เตมกำาลัง หลังจากหมัด้ของเนี่ย
เทียนต่อยทะลุโล่โลหิตเข้ามา จึงตกกระทบลงบนหน้าอกของนาง อย่างดุ้ด้ัน
อานุภาพของการโจมตีนั้นทำาให้นางบาด้เจมบสาหัสทันที กระแสจิตของนางที่รับสัมผัสกับเงายักษ์ในความว่างเปล่านั้นกมถูก กระแทกจนแตกสลายไปด้้วย
การก่อตัวของโล่โลหิตได้้รวบรวมเอาพลังวิญญาณและ เลือด้ลมของนางไว้ด้้วยกัน เมื่อโล่โลหิตระเบิด้ออกเป็นเสี่ยงๆ จึง ทำาให้นางถูกพลังโจมตีกลับ ภายใต้การถูกบีบคั้นอย่างจนใจ นางจึง จำาต้องร่ายเวทลับอย่างหนึ่งของสำานักโลหิต—เวทรังไหมโลหิต
เวทรังไหมโลหิตสามารถทำาให้เลือด้ลมในร่างของนางที่ ยุ่งเหยิงมั่นคงขึ้นได้้ สามารถทำาให้นางค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ และกม สามารถปกปองนางได้้ในระด้ับหนึ่ง
ทว่าตอนที่ใช้เวทรังไหมโลหิตมาฟื้นตัว นางกลับไม่ สามารถเคลื่อนกายได้้ และกมไม่สามารถพูด้ได้้ด้้วย
สิ่งเด้ียวที่นางทำาได้้ภายใต้การรักษาจากเวทรังไหมโลหิตนี้ กมคือประสานสายตากับเนี่ยเทียน
นางพยายามทำาให้ตัวเองแสด้งออกถึงความนิ่งสงบ ไม่เปิด้ เผยความหวาด้กลัวใด้ๆ ออกมา ไม่ให้เนี่ยเทียนมองเหมนความ ร้อนรนและกังวลในใจของนาง
“ทำาไมไม่พูด้ล่ะ?”
เนี่ยเทียนที่สายตาเยมนชามองเหยียด้ลงมาที่นาง กล่าว พร้อมเสียงหัวเราะหึหึ: “ข้าได้้ยินมาว่า เจ้าคิด้จะหลอมเลือด้สด้จาก ร่างข้า? ตอนนี้ข้ามาแล้ว เจ้าจะลองดู้กมได้้นะ”
นัยน์ตาของอวี๋ถงเผยความดุ้ร้ายออกมาทันที แต่กลับไม่ พูด้อะไรเช่นเคย
เนี่ยเทียนขมวด้คิ้วน้อยๆ แอบประเมินอวี๋ถง สายตาค่อยๆ ไล่จากใบหน้าลงมาตามเรือนร่างของนาง
แสงสีเลือด้ขมุกขมัวที่ปกคลุมทั่วร่างของอวี๋ถงนั้นคล้าย เมฆโลหิตบางๆ ชั้นหนึ่งที่ห่อหุ้มเรือนกายอ้อนแอ้นของนางเอาไว้ คล้ายกำาลังปกปองไม่ให้นางถูกรุกรานทำาร้าย
ทว่าด้้วยสภาพของเนี่ยเทียนในตอนนี้ ต่อให้ไม่มีแสงโลหิต ชั้นนั้น เขากมยากที่จะสังหารอวี๋ถงได้้
การด้ำารงอยู่ของแสงโลหิตชั้นนั้นทำาให้เขาเข้าใจทันทีว่า ต่อให้เขาฟื้นคืนพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นมาอีกนิด้ เกรงว่ากมคงยากที่จะ ฝ่าการปองกันจากแสงโลหิตนั้นแล้วทำาให้อวี๋ถงตายอยู่ในโลกมายา มรกตได้้
“เจ้าไม่อยากพูด้ หรือว่าพูด้ไม่ได้้ล่ะ?” เนี่ยเทียน มองเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เขาลูบคลำาคางของตัวเอง เอ่ยราวกับกำาลัง
ครุ่นคิด้อะไรบางอย่าง: “แม้แต่นิ้วมือเจ้ากมยังไม่ยอมขยับ แบบนี้กม แปลว่า…เจ้าบาด้เจมบจนขยับแม้แต่นิด้กมยังทำาไม่ได้้หรือเปล่านะ? หึ เมื่อเป็นเช่นนี้กมไม่เท่ากับว่าข้าจะทำาตามอำาเภอใจอย่างไรกมได้้หรอก หรือ?”
เมื่อพูด้เช่นนี้เขาจึงมองเหมนว่าในที่สุด้ด้วงตาของอวี๋ถงกม เผยความหวาด้กลัวออกมา
“ฮ่าๆ!” เขาแสยะปากหัวเราะ จิตใจสงบมั่นคงอย่างมาก ค่อยๆ นั่งลงข้างกายอวี๋ถงช้าๆ
ยื่นมือออกไป เขามองด้วงตาของอวี๋ถงพลางใช้นิ้วชี้ของ มือข้างขวาแตะลงไปบนปลายคางงด้งามของอวี๋ถง
เขามองออกถึงความลนลานและความอด้สูของนาง
นิ้วมือของเขาแตะลงไปบนคางของอวี๋ถงอย่างระมัด้ระวัง แต่ที่สัมผัสโด้นก่อนกลับเป็นแสงโลหิตบางๆ ชั้นนั้น
แสงโลหิตบางๆ นั้น ในความรู้สึกของเขาคล้ายสัมผัสโด้น ผิวหนังที่อ่อนนุ่มชั้นหนึ่ง
เขาที่แอบระวังตัวพบว่าแสงโลหิตชั้นนั้นไม่ได้้เกิด้การ เปลี่ยนแปลงกะทันหันใด้ๆ ไม่ได้้ร้อนลวกท้องนิ้วของเขา
เขาไม่รู้ว่าแสงโลหิตที่เกิด้จากเวทรังไหมโลหิต ต้องสัมผัส ได้้ถึงคลื่นพลังวิญญาณเท่านั้นถึงจะออกแรงโจมตีกลับไปอย่างหนัก หน่วง
และเขาในเวลานี้พลังวิญญาณถูกใช้ไปจนหมด้แล้ว ปลาย นิ้วของเขาที่แตะลงบนคางของอวี๋ถง ไม่เหลือพลังวิญญาณใด้ๆ จึง ไม่สามารถก่อให้เกิด้การเปลี่ยนแปลงจากเวทรังไหมโลหิตได้้ “เอาะ น่าสนใจมากเลย”
เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ ท้องนิ้วออกแรงกด้ลงไป พบว่า แสงโลหิตบางๆ ชั้นนั้นเมื่อถูกเขากด้กมจมลงแนบติด้กับผิวของคางอ วี๋ถง
หากไม่มีแสงโลหิตบางๆ ชั้นหนึ่งขวางกัน แท้จริงแล้วนิ้ว ของเขากมจะได้้แตะลงบนคางใสสะอาด้ของอวี๋ถง
เมื่อเขาพบว่าแสงโลหิตที่ปกคลุมรอบกายอวี๋ถงคล้ายจะ ไม่มีอันตรายใด้ๆ เขาจึงวางทั้งฝ่ามือลงไปบนหน้าของอวี๋ถง
เขาที่นั่งยองๆ มองอวี๋ถงด้้วยรอยยิ้มล้อเลียนเสียด้สีเตม ใบหน้า ไม่ได้้พูด้อะไรมากเช่นกัน เพียงแต่ใช้ฝ่าลูบไล้ลงไปบนซีก แก้มของอวี๋ถงเบาๆ
นัยน์ตาของอวี๋ถงเผยความเกลียด้ชังเข้ากระดู้กด้ำา โกรธ จนแทบคลั่ง หากนางไม่ได้้อยู่ในสภาวะพิเศษของเวทรังไหม นางจะ ต้องฉีกเนี่ยเทียนให้เป็นชิ้นๆ โด้ยไม่สนใจสิ่งใด้ทั้งสิ้น
“โอาะ โกรธซะแล้ว?” เนี่ยเทียนเกมบรอยยิ้มกลับคืน ใบหน้า ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเยมนชา “ข้าได้้ยินหยวนเฟิงบอกว่า ผู้ประลอง ของหอหลิงเป่าและสำานักหลิงอวิ๋นหลายคนตายด้้วยน้ำามือเจ้า ใน บรรด้าคนเหล่านั้นที่เจ้าสังหารไป มีเพื่อนของข้า และอาจจะมี…พี่ ใหญ่ในตระกูลเนี่ยของข้า”
“เจ้าสังหารเพื่อนของข้า ข้ากมแค่ลูบคลำาใบหน้าเจ้าเท่านั้น เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาโกรธข้า?”
ระหว่างที่พูด้ มือข้างนั้นของเขาที่อยู่บนซีกแก้มของอวี๋ถง พลันเลื่อนมาอยู่บนลำาคอระหงของนาง แล้วไถลพรวด้ลงมาด้้านล่าง กะทันหัน
ด้วงตาที่เบิกกว้างของอวี๋ถงพลันเผยความหวาด้กลัวออก มา เรือนกายที่นอนอยู่บนพื้นทรายของนางคล้ายจะสั่นน้อยๆ ตาม ความหวาด้หวั่นที่เกิด้ขึ้นในหัวใจ
เนี่ยเทียนยังคงจ้องมองนางด้้วยสายตาเยมนชา ทว่ามือข้าง นั้นกลับค่อยๆ เคลื่อนไปยังหน้าอกที่ผลิชูชัน แล้วบีบเคล้นลงไป อย่างแรงหลายที
อวี๋ถงที่เบิกตากว้างอยู่ตลอด้เวลาคล้ายจะทนรับความ อัปยศไม่ไหวจึงหลับตาลงทันควัน
เลือด้แด้งฝาด้ที่งามประหลาด้อย่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น มาบนผิวขาวราวหิมะของนาง
เนี่ยเทียนที่อยู่แนบชิด้กับนางพลันรู้สึกใจไม่เป็นสุข คล้ายรู้ ว่าบนร่างของอวี๋ถงมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เขามิอาจเข้าใจได้้
มือข้างนั้นที่วางอยู่บนหน้าอกของอวี๋ถงพลันเคลื่อนลงมา ด้้านล่าง กระชากเอาถุงหนังใบหนึ่งตรงเอวของอวี๋ถงออกมา
พอเปิด้ถุงหนังออก เขามองเหมนเนื้อแห้งหลายจินที่บรรจุ อยู่เตม พร้อมน้ำาสะอาด้อีกหนึ่งถุง
“ขอบใจ”
เขาโบกมือให้กับอวี๋ถง หยิบเอาเนื้อแห้งเหล่านั้นออกมา เคี้ยวกร้วมๆ คำาใหญ่ พลางด้ื่มน้ำาอักๆ ไปด้้วย
เนื่องจากการด้ำารงอยู่ของแสงโลหิตหนึ่งชั้น เขาที่ไม่สามา รถสังหารอวี๋ถงได้้ พอสร้างความอัปยศให้กับอวี๋ถงได้้จึงถอนตัวออก มาอย่างไม่ลังเล
หลังจากที่เขาออกมาจากที่แห่งนั้นได้้สองชั่วยาม ม่านแสง โลหิตที่ปกคลุมทั่วร่างอวี๋ถงพลันแตกกระจาย
“เนี่ยเทียน!”
ท่ามกลางทะเลทรายร้างโล่งแจ้ง มีเสียงกรีด้ร้องรวด้ร้าว ของอวี๋ถงด้ังลอยมา เสียงนั้นเตมไปด้้วยความเกลียด้แค้นที่โหมซัด้ สาด้