ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 677 น้ำผึ้งหยดเดียว
“อู้!”
ระหว่างที่เนี่ยเทียนและหัวมู่พูดคุยกัน เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามา ด้วยสีหน้าไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด
“เหล่าลู่ เจ้าร้อนรนมาที่นี่ทำไม?” หัวมู่ตกตะลึง
ผู้ที่ถลาพรวดเข้ามาก็คือหนึ่งในผู้นำใหญ่ของพรรคคิชฌกูฏ ลู่ย่วนซี
เนี่ยเทียนเคยเจอกับลู่ย่วนซีอยู่หลายครั้ง และในความทรงจำของเขา ลู่ย่วนซีมักจะเป็นคนที่สุขุมใจเย็นอย่างมาก
ทว่าลู่ย่วนซีในเวลานี้กลับมีท่าทางตื่นตระหนกไม่เป็นสุขคล้ายมีเรื่อง ใหญ่เกิดขึ้น
“เมื่อครู่ข้าได้รับข่าวว่าเจ้าบ้าจ้าวซานหลิงผู้นั้นเริ่มเปิดฉากสังหาร โหดที่อาณาจักรต้าฮวางแล้ว!” ลู่ย่วนซีหอบหายใจหนักหน่วง “เจ้าคนบ้า นั่นเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้สำเร็จแล้ว!”
หัวมู่รู้จากปากเนี่ยเทียนว่าจ้าวซานหลิงช่วงชิงเจดีย์ซวีหลิงมาจาก พื้นที่ห้วงมิติปั่นป่วนได้ และอาศัย “ดินแดน” ของซวีหลิงจื่อดูดซับเอา พลังห้วงมิติมามากมาย ขณะที่เขาไปซ่อนตัวฝึกตนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง หัวมู่ก็เดาได้แล้วว่าจ้าวซานหลิงต้องเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้อย่าง แน่นอน
เพียงแต่หัวมู่เองก็ยังคาดไม่ถึงว่าการเลื่อนขั้นของจ้าวซานหลิงจะ รวดเร็วได้ถึงเพียงนี้
จ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียนเพิ่งจะกลับมาได้ไม่กี่เดือน ทว่าจ้าวซานห ลิงกลับเลื่อนขั้นสำเร็จ นี่หมายความว่าโบราณสถานของซวีหลิงจื่อที่เขา ได้มาช่วยเขาได้มาก
“เขาเปิดฉากสังหารที่อาณาจักรต้าฮวาง?” เนี่ยเทียนนิ่วหน้า ตระหนักได้ทันทีว่าเป้าหมายที่จ้าวซานหลิงเล่นงานต้องเป็นคนของ ตระกูลเหลยแน่นอน
คนจากตระกูลเหลยขับไล่สำนักอาวุธออกจากอาณาจักรต้าฮวาง ทั้ง ยังขนย้ายค่ายกลนำส่งที่เขาทิ้งไว้ในพื้นที่ลับออกไป ยิ่งไปกว่านั้นคือ ทำลายหลุมศพของซวี่อิงหลงอาจารย์ของเขา
ก่อนหน้าที่จ้าวซานหลิงจะไปอาณาจักรเลี่ยคงก็เคยบอกเนี่ยเทียน แล้วว่าหากเขาเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้สำเร็จเมื่อไหร่จะต้องคิด บัญชีกับตระกูลเหลยแน่นอน
เนี่ยเทียนเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าการแก้แค้นของจ้าวซานหลิงจะ มาถึงเร็วขนาดนี้
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” หัวมู่สีหน้าเคร่งเครียด
“จ้าวซานหลิงสังหารผู้ฝึกลมปราณของตระกูลเหลยและภูเขาสายฟ้า ไปไม่น้อย เขาคิดจะทำลายเขตอาคมที่ร่ายไว้บนภูเขาไฟอันเป็นที่ตั้งของ สำนักอาวุธให้ได้ด้วยมือของตัวเอง” ลู่ย่วนซีสูดลมหายใจเข้าลึก “ผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าช่วงต้นของตระกูลเหลยยังอยู่นอกอาณาจักรเพื่อ ไปสร้างค่ายกลนำส่งห้วงมิติซึ่งสามารถเดินทางไปยังดินแดนปราการ ดวงดาวได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา”
“เขตวิญญาณช่วงท้ายอีกคนของตระกูลเหลยร่วมมือกับเหลยเจิ้นอวี่ จากภูเขาสายฟ้าและจางจ้งฉือจากลัทธิอูตู๋ บวกกับหลิวหมินฮวางจากวัง วิญญาณ ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณสี่คนร่วมมือกันก็ได้แต่ตีให้จ้าวซานหลิง ถอยร่นไปเท่านั้น”
“เหลยเจิ้นอวี่ที่ตบะอ่อนสุดซึ่งมีเพียงเขตวิญญาณช่วงกลางบาดเจ็บ สาหัสอยู่ในสนามต่อสู้”
“ตัวจ้าวซานหลิงเองครอบครองเจดีย์วิเศษอยู่ในมือ ใช้กำลังของคน คนเดียวรับมือกับศัตรูสี่คน สังหารผู้ฝึกลมปราณของตระกูลเหลยและ ภูเขาสายฟ้าไปมากมาย ทำร้ายให้เหลยเจิ้นอวี่บาดเจ็บสาหัส ส่วนตัวเอง นั้นหนีไปพร้อมอาการบาดเจ็บ”
“ก่อนจะจากไป เจ้าคนบ้านั่นได้บอกไว้แล้วว่าหากตระกูลเหลยไม่ ตาย เขาก็จะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ”
ลู่ย่วนซีกล่าวจบ เนี่ยเทียนก็ตะลึงพรึงเพริดไปเช่นกัน
จ้าวซานหลิงที่เพิ่งเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้าย เมื่อเผชิญกับขอบเขต เดียวกันสามคน บวกกับเหลยเจิ้นอวี่อีกคนหนึ่งที่อยู่ช่วงกลาง เขาไม่ เพียงแต่จากไปได้อย่างสบายๆ ทั้งยังทำร้ายเหลยเจิ้นอวี่เจ้าสำนักภูเขา สายฟ้าให้บาดเจ็บสาหัส ประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายที่ไม่ทิ้งลาย นี่จึงทำให้เนี่ย เทียนตะลึงไม่น้อย
“นึกไม่ถึงว่าขณะที่ทุกสำนักต่างก็ข่มกลั้นความแค้น เตรียมจะเลือก ยอมแพ้ เจ้าคนบ้าผู้นี้กลับลงมือโจมตีก่อนใคร” หัวมู่ปลงอนิจจัง
“เขากล้าทำตัวกำเริบเสิบสานแบบนี้ก็เพราะเขาตัวคนเดียว ไม่มีใคร ให้ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง อีกทั้งยังฝึกเวทลับห้วงมิติ” ลู่ย่วนซีกล่าว
“ภูกต้อง” หัวมู่เองก็เห็นด้วย “ตลอดทั้งดินแดนดาวตกก็มีเพียงเขา คนเดียวที่ไม่มีลูกมีหลาน ทั้งยังภูกขับไล่ออกจากสำนัก มีอาวุล้ำค่าของ ห้วงมิติระดับเชื่อมโยงวิญญาณ เกรงว่าก่อนหน้าที่แดนว่างเปล่าช่วงต้นผู้ นั้นยังไม่กลับมา ก็คงไม่มีใครทำอะไรเขาได้ นอกจากเขาแล้วยังมีใครที่ กล้ามองเมินทุกผลลัพธ์แล้วลงมือกับตระกูลเหลยอีก?”
“นี่ไม่ใช่เรื่องดี” ลู่ย่วนซีปรายตามองเนี่ยเทียนแวบหนึ่ง
เนี่ยเทียนอึ้งงัน ก่อนจะยกนิ้วชี้ไปที่ตัวเอง “เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”
“จะไม่เกี่ยวกับเจ้าได้ยังไง?” ลู่ย่วนซีถอนหายใจ “เขาเปิดฉากสังหาร ที่อาณาจักรต้าฮวางก็หมายความว่าเขากลับมาแล้ว ปีนั้นเขาจากไปพร้อม กับเจ้า เขากลับมาแล้วก็หมายความว่าเจ้าต้องกลับมาดินแดนดาวตก ด้วย”
“เจ้าได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจึงได้รับความ สนใจจากตระกูลเหลยนานแล้ว หากเจ้าไปตายอยู่นอกอาณาจักร ตระกูล เหลยย่อมไม่คิดจะสนใจ”
“แต่หากพวกเขารู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่และอาจจะอยู่ในดินแดนดาวตก มีหรือที่ตระกูลเหลยจะยอมนิ่งดูดาย?”
“พวกเขาทำอะไรจ้าวซานหลิงไม่ได้ แต่กับเจ้า พวกเขากลับมีวิธีการ มากมายให้รับมือ”
หัวมู่เองก็พลันคืนสติ รีบพูด “เหล่าลู่ เจ้าจงส่งคนไปที่ป่าไผ่เขียว รีบ ไปรับตัวผู้เฒ่าเนี่ยและอาหญิงของเนี่ยเทียนมาที่นี่”
“ข้าสั่งความไปแล้ว หวังแค่ว่าข้าจะคิดมากเกินไป” ลู่ย่วนซีกล่าว เสียงหนัก
“ท่านลุงหัว ท่านหมายความว่า…ตระกูลเหลยจะลงมือกับท่านตาและ ท่านป้าของข้างั้นหรือ?” เนี่ยเทียนพลันหน้าเปลี่ยนสี
“ในเมื่อเจ้าไม่ปรากฏตัว คิดจะบีบให้เจ้าออกมาก็มีแต่ลงมือกับญาติ ของเจ้าเท่านั้น” หัวมู่มองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง
“ตระกูลเหลย!” เนี่ยเทียนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ข้ากลัวก็แต่จะไม่ทันกาล” ลู่ย่วนซียิ้มเจื่อน กล่าวอย่างจนใจ “หลังจากที่ตระกูลเหลยขับไล่สำนักอาวุธออกมา คนส่วนหนึ่งของ พรรคคิชฌกูฏเราก็ต้องถอนกำลังออกจากอาณาจักรต้าฮวางด้วย และก็ ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่ได้รู้ข่าวของทางฝ่ายอาณาจักรต้าฮวางทันที ตอน ที่ข่าวภูกส่งมา ศึกของทางฝั่งนั้นก็สิ้นสุดลงแล้ว”
“หากตระกูลเหลยคิดจะลงมือกับเจ้าจริงๆ เกรงว่าการจัดการของข้า อาจช้าไปแล้ว”
ระหว่างที่พูดลู่ย่วนซีก็หยิบเอาลูกกลมแวววาวลูกหนึ่งออกมา ในลูก กลมนั้นมีอักขระจำนวนมากที่เปล่งแสงวูบวาบอยู่เป็นระยะ
มือข้างหนึ่งของลู่ย่วนซีกดลงบนลูกกลม ทุกครั้งที่มีอักขระเปล่งแสง เขาก็จะได้ข้อมูลใหม่ๆ มาจากข้างในนั้น
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าเส้นสายตาของลู่ย่วนซีจับจ้องไปที่อักขระสี น้ำตาลตัวหนึ่งตลอดเวลา
หัวมู่เองก็มองไปที่อักขระนั้นคล้ายรู้ว่าข่าวที่ส่งมาจากอักขระตัวนั้น ได้มาจากสาขาของพรรคคิชฌกูฏที่อยู่ในอาณาจักรหลีเทียน
เนิ่นนานหลังจากนั้น อักขระสีน้ำตาลก็พลันเปล่งประกายแสง
ปลายนิ้วของลู่ย่วนซีแตะลงไปในจุดแสง รับเอาข่าวด่วนที่สุดจากใน อักขระสีน้ำตาลเข้ามาในมหาสมุทรจิตวิญญาณ
สีหน้าเขาเปลี่ยนมาเป็นไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด ก่อนจะถอนหายใจ หนึ่งที “สายไปจริงๆ ด้วย คนของตระกูลเหลยพาผู้แข็งแกร่งของลัทธิอูตู๋ สำนักเทียนเหยียน และวังวิญญาณไปเชิญตัวท่านตาและท่านป้าของเจ้า ไปที่อาณาจักรต้าฮวางแล้ว และเมื่อหลายวันก่อน อาจารย์ของเจ้าก็ คล้ายจะภูกตระกูลเหลยเชิญไปอาณาจักรต้าฮวางเพื่อเตรียมรอรับคน ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาถึงก่อนแล้ว”
“อาจารย์ของเจ้าไม่อยู่ที่สำนักหลิงอวิ๋น ใครก็ห้ามการบังคับเชิญตัว ของคนตระกูลเหลยไม่ได้ ท่านตาและท่านป้าของเจ้า น่าจะ…ภูกตระกูล เหลยจับตัวเอาไว้แล้ว”
ดวงตาของเนี่ยเทียนพลันมีเพลิงโทสะลุกโชน เขาตวาดกร้าว “ตระกูลเหลย!”
อักขระอีกตัวหนึ่งพลันเปล่งแสงแวววาว ก่อนที่ลู่ย่วนซีจะรับข้อความ มาจากข้างในนั้น
เขามองเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าเหยเกแล้วเอ่ยพลางยิ้มเจื่อน “มีข่าวไม่ดี อีกข่าวหนึ่งแล้ว”
“เชิญท่านพูด” เนี่ยเทียนข่มกลั้นความเดือดดาล เอ่ยเสียงทุ้มหนัก
“นังหนูที่ชื่อต่งลี่ของตระกูลต่งและคนบางส่วนของตระกูลต่งได้ เดินทางไปยังอาณาจักรต้าฮวางพร้อมต่งหวังหลิง เพื่อเตรียมไปพบคน จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ทว่าขณะที่ต่งลี่เดินอยู่ในนครฮวางกลับภูก คนของตระกูลเหลย ‘เชิญ’ ตัวไปที่ตระกูลเหลย”
“รอจนต่งหวังหลิงรู้เรื่อง ต่งลี่ก็ภูกพาตัวไปถึงภูเขาไฟลูกที่ตระกูล เหลยยึดครองแล้ว ทางฝั่งนั้นมีเขตวิญญาณช่วงท้ายคนหนึ่งของตระกูล เหลย บวกกับจางจ้งฉือและหลิวหมินฮวางเฝ้ารักษาการณ์ ต่งหวังหลิงไป เจรจาอยู่นานมากก็ยังไม่สามารถพาตัวต่งลี่ออกมาได้”
“ต่งหวังหลิงมีตบะแค่เขตวิญญาณช่วงกลาง เมื่อเผชิญหน้ากับเขต วิญญาณช่วงท้ายสามคนที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งยังมีแดนว่างเปล่าของตระกูล เหลยที่ยังไม่กลับมา เขาจะทำอะไรได้?”
“ตามความเห็นข้า ที่พวกเขา ‘เชิญ’ ต่งลี่ขึ้นภูเขาก็เพราะเล็ง เป้าหมายมาที่เจ้า” ลู่ย่วนซีก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจอย่างมากเหมือนกัน “หลายคนล้วนรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับนังหนูคนนั้นไม่ธรรมดา หากไม่เป็นเพราะเจ้า ตระกูลเหลยก็ไม่จำเป็นต้องคุมตัวต่งลี่”
พอฟังข่าวใหม่ล่าสุดที่ลู่ย่วนซีได้รับมา ดวงตาของเนี่ยเทียนก็แทบจะ พ่นไฟได้ เขาพูดเน้นย้ำทีละคำ “ท่านลุงหัว ข้าจะไปอาณาจักรต้าฮวาง”
“อย่าไปนะ!” หัวมู่เองก็เริ่มลนลานบ้างแล้วเหมือนกัน “เจ้าไม่ใช่คน บ้าอย่างจ้าวซานหลิง หากเจ้าไป เกรงว่าคงมีแต่จะภูกจับตัวทันที ที่ ตระกูลเหลยทำแบบนี้ก็เพื่อบีบให้เจ้าเผยกาย หมายจะควบคุมตัวเจ้า จนกว่าคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะมาถึง”
“สำหรับตระกูลเหลยแล้ว เจ้าที่ได้ครอบครองตราประทับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็คืออาวุธล้ำค่าชิ้นหนึ่ง”
“พวกเขาน่าจะต้องการเจ้ามาทำเป็นของขวัญชิ้นใหญ่เพื่อมอบให้กับ คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ คนจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ต้องกรีดเอาตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวงบนร่างเจ้ามาแน่นอน”
“ต่อให้ทำไม่สำเร็จ พวกเขาก็ต้องใช้เวทค้นวิญญาณ ขุดหาความทรง จำทั้งหมดของเจ้าที่มีต่อพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวออกมา”
“การขุดค้นความทรงจำ ต่อให้ไม่ตาย…จิตวิญญาณก็ต้องได้รับ บาดเจ็บสาหัส เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็จบเห่แน่แล้ว”
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เนี่ยเทียนเพิ่งจะเห็นจ้าวซานหลิงใช้เวทค้น วิญญาณกับคนผู้หนึ่งของภูเขาสายฟ้าไป
หลังจากที่คนผู้นั้นภูกค้นวิญญาณก็กลายมาเป็นเหมือนคนบื้อใบ้ ดวงตาไร้ประกายสดใส เห็นได้ชัดว่าจิตวิญญาณได้รับบาดเจ็บสาหัส
ลู่ย่วนซีเองก็รีบพูด “เนี่ยเทียน เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ รออีกหน่อย บางที พวกเขาก็อาจจะไม่รู้ว่าเจ้าได้กลับมาพร้อมกับจ้าวซานหลิงจริงๆ หรือไม่ บางทีที่ตระกูลเหลยทำอย่างนี้อาจจะแค่ต้องการหยั่งเชิงเจ้าเท่านั้น”
“หยั่งเชิง?” เนี่ยเทียนส่ายหัว “ข้าไม่ได้ไร้เดียงสาถึงเพียงนั้น”
——