ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 678 บีบบังคับ
อาณาจักรต้าฮวาง ภูเขาไฟลูกที่เดิมทีควรเป็นของสำนักอาวุธ ตอนนี้ ได้ถูกตระกูลเหลยยึดครองไปแล้ว
กลางอากาศสูงเหนือภูเขาไฟมีลูกสายฟูาสีดำแปดลูกลอยอยู่
สายฟูาขนาดใหญ่เท่าแขนคนไหลเทลงมาจากลูกสายฟูาสีดำทั้งแปด ประหนึ่งม่านไข่มุกที่คุ้มกันภูเขาไฟลูกนี้เอาไว้
ลูกสายฟูาสีดำแปดลูกนั้นก็คือสิ่งของที่ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของ ตระกูลเหลยทิ้งเอาไว้ให้ เดิมทีมันไม่ได้ถูกเอามาใช้ แต่เนื่องจากการ ปรากฏตัวกะทันหันของจ้าวซานหลิง เมื่ออีกฝุายเปิดฉากสังหารโหดอยู่ใต้ ตีนเขา เขตวิญญาณช่วงท้ายของตระกูลเหลยถึงได้เอามันออกมาคุ้มกัน ภูเขาไฟ
จ้าวซานหลิงที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นก็ยังได้แต่หยุดอยู่ที่ตีนเขา ไม่ สามารถบุกเข้าไปสังหารคนของตระกูลเหลยและภูเขาสายฟูาที่อยู่ใน ภูเขาไฟซึ่งถูกลูกสายฟูาสีดำแปดลูกปกปูองได้
จุดที่ลูกสายฟูาสีดำปกปูองเอาไว้ก็คือจุดที่จ้าวซานหลิงยังไม่ทันบุก เข้ามาโจมตี
เนื่องด้วยขณะที่เขาคิดจะลงมือ เขตวิญญาณช่วงท้ายผู้นั้นของตระกูล เหลยก็ร่วมมือกับเหลยเจิ้นอวี่ หลิวหมินฮวาง และจางจ้งฉือสามคนล้อม โจมตีจ้าวซานหลิงเสียก่อน
รอบภูเขาไฟลูกนั้นมีหลุมบ่อเป็นเว้าเป็นแหว่งซึ่งไม่ได้เกิดโดย ธรรมชาติอยู่มากมาย พื้นดินสีแดงฉานประหนึ่งถูกมีดแหลมคมกรีดผ่าน ทำให้เกิดเป็นร่องลึกตัดสลับกันนับไม่ถ้วน
สิ่งเหล่านี้ก็คือร่องรอยที่จ้าวซานหลิงและเขตวิญญาณสี่คนทิ้งเอาไว้ หลังการต่อสู้
ตรงจุดกลางภูเขาไฟมีปากถ้ำแห่งหนึ่งที่เปิดอ้าเอาไว้ และตรงนั้นก็มี คนตระกูลเหลยผู้หนึ่งนั่งอยู่
คนตระกูลเหลยคนนั้นเพียงแค่เฝูาอยู่ตรงหน้าปากถ้ำ หลับตานิ่งเงียบ
ตรงจุดลึกของปากถ้ำคือห้องหินที่ก่อนหน้านี้สำนักอาวุธเคยใช้หลอม อาวุธ ในห้องหินจัดวางหินวิเศษและวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการหลอม อาวุธเอาไว้มากมาย และยังมีกระถางทองแดงสามขาใบหนึ่งซึ่งในกระถาง เดือดปุดๆ ไปด้วยลาวา
เนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยนและต่งลี่สามคนยืนอยู่ข้างกระถางทองแดงสามขา ถูกอุณหภูมิร้อนสูงในห้องหินอบจนเหงื่อโซมไปทั้งร่าง
ตรงลำคอของคนทั้งสามมีตรวนสายฟูาสีเงินราวงูตัวเล็กๆ รัดพันอยู่
ตรวนสายฟูาเหล่านั้นคือเวทคาถาที่เขตวิญญาณช่วงท้ายของตระกูล เหลยร่ายไว้ด้วยตัวเอง ไม่เพียงแต่ปิดผนึกตบะของเนี่ยตงไห่สามคน ยัง แทรกซึมเข้าไปยังมหาสมุทรจิตวิญญาณของพวกเขาด้วย ขอแค่พวกเขา เกิดความคิดจะปลิดชีพตัวเอง ตรวนสายฟูาก็จะส่งกระแสไฟฟูาไปช็อ ตร่างกายของพวกเขาให้ชาดิก
“แปล๊บ!”
สายฟูากลุ่มหนึ่งพลันวาบขึ้นตรงลำคอของเนี่ยเฉี่ยน เนี่ยเฉี่ยนร้องอู้อี้ อยู่ในลำคอ ก่อนจะตัวอ่อนกองพังพาบอยู่บนพื้น
“ท่านปูา!” ต่งลี่รีบตรงเข้าประคองเนี่ยเฉี่ยนด้วยความสงสาร “ท่าน ไม่ต้องทดลองแล้ว ไม่มีประโยชน์ หากท่านคิดจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย พอ ความคิดบังเกิดขึ้น ตรวนสายฟูาพวกนั้นก็จะโจมตีท่าน มีเพียงจะเพิ่ม ความเจ็บปวดให้ท่านก็เท่านั้น”
เนี่ยตงไห่สีหน้าโรยรา ตรงลำคอก็มีร่องรอยของการถูกสายฟูาโจมตี เช่นกัน เขาถอนหายใจหนึ่งทีแล้วพูดว่า “อย่าทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์อยู่ เลย”
ตอนที่เขาถูกร่ายตรวนสายฟูาก็ได้รู้วัตถุประสงค์ของตระกูลเหลยจาก ปากของคนตระกูลเหลยผู้หนึ่ง และเขาเองก็เคยทดลองจบชีวิตตัวเอง เหมือนกัน
น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่เขาเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายและเตรียมจะ ลงมือก็จะต้องถูกตรวนสายฟูาโจมตีให้เจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรง
เนี่ยเฉี่ยนน้ำตาหยดเป็นสาย พูดสะอึกสะอื้น “เพราะพวกเราไร้ ประโยชน์ เป็นตัวถ่วงให้กับเสี่ยวเทียน ข้าไม่อยากให้เสี่ยวเทียนต้องมา ตายเพราะพวกเรา”
ต่งลี่พูดเกลี้ยกล่อม “ท่านปูา ท่านอย่าเป็นกังวลเกินไปนัก แล้วก็ไม่ ต้องทดลองฆ่าตัวตายอีกแล้ว บางทีเนี่ยเทียนอาจไม่อยู่ดินแดนดาวตกก็
เป็นได้ แม้ว่าเจ้าบ้าจ้าวซานหลิงจะกลับมาแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเนี่ยเทียนจะ ตามเขากลับมาด้วย”
“เสี่ยวลี่ ตระกูลเนี่ยของพวกเราทำผิดต่อเจ้า ทำให้เจ้าต้องมาลำบาก ด้วย” เนี่ยเฉี่ยนประคองใบหน้าของต่งลี่ อดไม่ได้ที่จะพูดขออภัยเสียงเบา “เดิมทีเจ้าคือสตรีผู้ทรงเกียรติแห่งอาณาจักรปุายจั้น แล้วก็เพราะเสี่ยว เทียน ทำร้ายให้เจ้าต้องมาลำบากกับพวกเราไปด้วย”
“ไม่เป็นไร พวกเราไม่น่าจะเป็นอะไร พวกเขาต้องคิดหาวิธีได้ แน่นอน” ต่งลี่เอ่ยปลอบโยนเนี่ยเฉี่ยน
ปากนางเอ่ยปลอบใจไม่หยุด ทว่าในใจ…กลับกระวนกระวายไม่เป็น สุขอย่างยิ่ง
แต่ไรไหนมานางก็เป็นคนที่เฉลียวฉลาดเกินใครอยู่แล้ว แต่ต่อให้เป็น นางก็ยังคิดไม่ออกว่าตระกูลต่งจะมีวิธีใดที่ขัดขวางการข่มขู่ของตระกูล เหลยได้
ตระกูลเหลยมีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ เบื้องหลังยังมีต้นไม้ใหญ่อย่าง สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ให้พึ่งพิง อีกทั้งสำนักอย่างสำนักเทียนเหยียน ลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณก็ยังพากันยอมอ่อนข้อให้แล้ว ขนาดตำหนักเทพเพลิงก็ยังมี ข้อตกลงอย่างลับๆ ร่วมกับตระกูลเหลย แม้ดินแดนดาวตกจะกว้างใหญ่ แต่จะมีใครทำให้ตระกูลเหลยยอมเชื่อฟัง ปล่อยตัวพวกนางแต่โดยดี?
ขนาดจ้าวซานหลิงที่โอหังไม่กลัวใครซึ่งสำแดงพลังในการต่อสู้ที่เลิศ ล้ำบุกเข้ามายังที่แห่งนี้ ทว่าขนาดผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าคนนั้นยังไม่
กลับมา เขาก็ยังต้องจากไปพร้อมอาการบาดเจ็บ แล้วยังจะมีใครแข็งข้อ กับตระกูลเหลยได้อีก?
รอจนผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าของตระกูลเหลยคนนั้นกลับมา ไม่นาน หลังจากนั้น สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเยื้องกรายมาถึง แล้วดินแดนดาวตก จะยังมีใครกล้าต่อต้านพวกเขาอีก?
ต่งลี่ครุ่นคิดอย่างหนักแต่ก็ยังหาความเป็นไปได้ที่ตระกูลเหลยจะ ปล่อยตัวพวกนางไม่เจอ อันที่จริงนางก็เริ่มจะสิ้นหวังแล้ว หวังเพียงว่า หากเนี่ยเทียนยังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่ได้กลับมาดินแดนดาวตกแห่งนี้
“อู้!”
คนของตระกูลเหลยที่เฝูาอยู่หน้าปากถ้ำเลิกคิ้วขึ้นแล้วพลันหันไปมอง ข้างนอก
นอกภูเขาไฟ ห้วงมิติบิดเบือนอย่างรุนแรง ก่อตัวอยู่กลางอากาศ
คนของตระกูลเหลย ภูเขาสายฟูาและคนส่วนหนึ่งของสำนักเทียนเห ยียน วังวิญญาณต่างก็พากันยื่นหน้าออกมามองผ่านสายฟูาที่ฟาดลงมา จากลูกสายฟูาสีดำ
ความว่างเปล่าเริ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงมากขึ้น ไม่นานนักร่างหนึ่งก็ เปลี่ยนจากพร่ามัวมาเป็นชัดเจน
“จ้าวซานหลิง! คันฉ่องแห่งความว่างเปล่า!”
บนยอดภูเขาไฟ เหลียนเทียนหงเขตวิญญาณช่วงท้ายแค่นเสียงเย็น หนึ่งครั้งแล้วก้าวออกมา
เขาเดินผ่านสายฟูาที่แลบแปลบปลาบ ก่อนจะคำรามด้วยเสียงดัง สนั่นสะเทือนท้องฟูา “จ้าวซานหลิง เลิกเล่นผีหลอกเจ้าได้แล้ว! แน่จริง เจ้าก็จงเผยตัวจริง ดูสิว่าพวกเราจะสังหารเจ้าได้หรือไม่!”
เหลียนเทียนหงมองปราดเดียวก็รู้ว่าจ้าวซานหลิงที่ปรากฏตัวอยู่ใน คลื่นความว่างเปล่านั้นเป็นเพียงแค่การฉายภาพมายาเท่านั้น
การฉายแสงนั้นไม่ใช่ร่างจริง ตอนนี้จ้าวซานหลิงอาจอยู่ที่ใดที่หนึ่งใน อาณาจักรต้าฮวาง หรืออาจไม่อยู่ในอาณาจักรต้าฮวางเลยก็ได้
“ต่อให้ข้าปรากฏตัวจริงๆ พวกเจ้าก็ขัดขวางข้าไม่ได้” เงามายาของ จ้าวซานหลิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความกริ่งเกรงใดๆ “ตระกูลเหล ยของพวกเจ้าก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ตอนที่ข้า อยู่ในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน ขนาดจิ้วจิ่วโยวและหันชื่อกุ่ยจากสำนักสาม กระบี่และเขาสุขาวดียังกล้าสังหาร แล้วมีหรือที่ข้าจะกลัวพวกเจ้า?”
ขณะที่จ้าวซานหลิงพูด แสงสีรุ้งหลายเส้นก็บินจากนครฮวางมาถึงที่นี่
เมื่อแสงรุ้งหยุดนิ่งก็กลายมาเป็นร่างของต่งหวังหลิง หลี่มู่หยาง เฉียนปูหุ่ย
พวกเขาเดินทางมาถึงนครฮวางแล้ว เดิมทีกำลังรอให้คนของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์มาเยือน และก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะ มีการเปลี่ยนแปลงพลิกฟูาพลิกดินแบบนี้เกิดขึ้น
“จ้าวซานหลิง อย่านึกว่ามีเจดีย์ซวีหลิงในครอบครอง เชี่ยวชาญเวท ลับห้วงมิติแล้วจะวางตัวกำเริบเสิบสานเช่นไรก็ได้” เหลยเทียนหงสีหน้า เย็นเยียบ เอ่ยเสียงเย็น “สิบวันหลังจากนี้ พี่ชายของข้าก็จะกลับมาแล้ว
อีกครึ่งเดือนให้หลัง คนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็จะเดินทางมาถึง เมื่อถึง เวลานั้น ต่อให้เจ้ามีเจดีย์ซวีหลิงอยู่ในมือ ขอแค่เจ้ากล้าเผยกาย ก็ใช่ว่า เจ้าจะหนีไปได้!”
“เหลยเทียนฉี่พี่ชายของเจ้าก็เป็นแค่แดนว่างเปล่าช่วงต้นเท่านั้น” ใบหน้าของจ้าวซานหลิงเต็มไปด้วยความเยาะหยัน “รอให้ข้าเลื่อนสู่แดน ว่างเปล่าเมื่อไหร่ แม้แต่พี่ชายเจ้าข้าก็สังหารได้ เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะทำ ให้ตระกูลเหลยและภูเขาสายฟูาของพวกเจ้าหลั่งเลือดเป็นแม่น้ำ! ไม่เพียง เท่านี้ ข้าจะยังไปที่ดินแดนปราการดวงดาวแล้วลากเอาคนตระกูลเหล ยของพวกเจ้าทุกคนออกมาสังหารให้สิ้น!”
“ฝีมืออย่างเจ้าน่ะรึ?” เหลยเทียนหงหัวเราะร่าเสียงดัง “ต่อให้เจ้า เลื่อนสู่แดนว่างเปล่าแล้วอย่างไร? ขอแค่เจ้ากล้าไปที่ที่ดินแดนปราการ ดวงดาว หากพวกเราปล่อยข่าวออกไป ไม่ต้องให้สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ลงมือ เอง ลำพังเพียงแค่คนของสำนักสามกระบี่และเขาสุขาวดีก็คงไล่ตาม สังหารเจ้ากันให้ควั่ก โบราณสถานของซวีหลิงจื่อ มีหรือที่คนอย่างเจ้าจะ บังอาจแย่งชิงไปได้?”
“คำไร้สาระพูดให้น้อย ที่ข้าปรากฏตัวครั้งนี้ก็เพียงแค่จะบอกตระกูล เหลยของพวกเจ้าว่าอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย ตอนที่เดินทางกลับมา เจ้า เด็กเนี่ยเทียนนั่นถูกข้าจัดการไปแล้ว” จ้าวซานหลิงสีหน้าเหยียดหยาม “มีหรือที่ข้าจะปล่อยให้ตราประทับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ดี คนอื่น? หากอยากได้ตราประทับสะเก็ดดาวก็จงมาหาข้า!”
กล่าวจบภาพสะท้อนมายาที่จ้าวซานหลิงสร้างขึ้นก็หายวับไปทันที
“ว่าไงนะ? เนี่ยเทียนถูกเขาฆ่าไปแล้ว?” เฉียนปูหุ่ยร้องอุทานด้วย ความตกใจ
กู่หยวนขมวดคิ้ว ถอนหายใจ “ความเป็นไปได้นี้มีอยู่จริง คนบ้าอย่าง จ้าวซานหลิงผู้นี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำได้ หากตอนที่กลับมาเขาคิดจะสังหาร เนี่ยเทียนก็ถือว่าสอดคล้องกับนิสัยของเขา”
ต่งหวังหลิงร่างสั่นสะท้าน ดวงตาฉายแววเลื่อนลอย แต่พริบตาเดียวก็ คืนสติ
เรื่องที่เนี่ยเทียนกลับมา พรรคคิชฌกูฏบอกให้เขารับรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งยังบอกให้เขาไปร่วมศึกษาความลี้ลับของปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา
แต่เนื่องจากการมาเยือนของตระกูลเหลย เขาก็ยุ่งจนหัวปั่น อีกทั้งยัง ต้องรอพบคนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงยังไม่ได้ไปหาพวกเขา
ประโยคเหล่านั้นที่จ้าวซานหลิงพูดก็เพื่อช่วยเหลือเนี่ยเทียน ข้อนี้เขา รู้ดีอยู่แก่ใจ
ต่งหวังหลิงนิ่งคิดไปชั่วครู่
เมื่อในใจมีแผนการ เขาก็พลันขยับร่างมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเหลย เทียนหง “ในเมื่อเนี่ยเทียนตายไปแล้ว กักตัวนังหนูของตระกูลข้าและ สองท่านนั้นของตระกูลเนี่ยเอาไว้ก็คงไม่มีความหมายอะไรอีก ควรปล่อย พวกเขาได้แล้วกระมัง?”
พวกเฉียนปูหุ่ย กู่หยวนก็พากันพูดโน้มน้าว
เหลยเทียนหงสีหน้าเฉยชา รอจนพวกเขาพูดเกลี้ยกล่อมจบถึงได้เอ่ย ขึ้นอย่างไม่อนาทรร้อนใจ “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจ้าวซานหลิงพูดจริงหรือ โกหก?”
ไม่รอให้ทุกคนพูดต่อ เขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง “ต่อให้ เนี่ยเทียนผู้นั้นตายไปแล้วจริงๆ ก็เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของข้าไม่ได้ สิบวัน ภายในสิบวันนี้หากเนี่ยเทียนไม่ปรากฏตัวในอาณาจักรต้าฮวางแต่ โดยดี พวกเจ้าก็รอเก็บศพของสามคนนั้นเถอะ”
ต่งหวังหลิงเดือดดาล “ตระกูลเหลยของพวกเจ้าเผด็จการเกินไป หน่อยไหม?”
“ตระกูลเหลยจะทำอย่างนี้ ใครจะทำไม?” เหลยเทียนหงไม่เห็นแก่ หน้าใครแม้แต่น้อย เขาพูดอย่างวางอำนาจ “หากตระกูลต่งของพวกเจ้า ไม่สละนังหนูนั่นทิ้งก็จงตายไปพร้อมกับนางซะเถอะ! พวกเจ้าเลือกเอา เอง!”
แค่นเสียงในลำคอหนึ่งครั้งเขาก็สะบัดปลายแขนเสื้อบินกลับเข้าไปบน ยอดเขาแล้วก็ไม่สนใจต่งหวังหลิงที่เดือดเป็นฟืนเป็นไฟอีก
“พี่ต่ง อย่าเพิ่งวู่วาม เราต้องคิดถึงอนาคตให้มาก!” เฉียนปูหุ่ยและกู่ หยวนสองคนกระชากรั้งต่งหวังหลิงเอาไว้ ก่อนจะลากตัวเขากลับไปยัง นครฮวาง เพราะกลัวว่าเขาจะลงมือแตกหักกับตระกูลเหลยโดยไม่สนใจ สิ่งใด แล้วจะนำภัยดับตระกูลมาสู่ตระกูลต่ง
——