ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 679 บีบให้เผยกาย
สุดท้ายต่งหวังหลิงก็ถูกพาตัวกลับไปยังนครฮวาง
ตอนนี้นครฮวางรวบรวมผู้แข็งแกร่งของแต่ละสำนักในดินแดนดาวตก เอาไว้ นอกจากคนของสำนักเทียนเหยียน ลัทธิอูตู๋ และวังวิญญาณที่เลือก จะยอมอ่อนข้อต่อสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้ถูกตระกูลเหลยรับตัวเข้าไปใน ภูเขาไฟลูกนั้นแล้ว คนอื่นๆ ที่ตามมาต่างก็พักอยู่ในนครฮวางชั่วคราว
ก่อนหน้านี้อาณาจักรต้าฮวางยังมีค่ายกลนำส่งลับที่พรรคคิชฌกูฏทิ้ง ไว้ และก็มีค่ายกลนำส่งที่จ้าวซานหลิงแอบสร้างขึ้นอย่างลับๆ
แต่หลังจากที่ตระกูลเหลยมาถึง ค่ายกลนำส่งหลังนั้นของจ้าวซานห ลิงก็ถูกตระกูลเหลยขนย้ายไป พรรคคิชฌกูฏเองก็รู้ความจึงแอบถอนค่าย กลนำส่งของพวกเขาไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าผู้แข็งแกร่งของสำนักใดที่เข้าออกอาณาจักรต้าฮ วาง ตอนนี้ก็ได้แต่อาศัยค่ายกลนำส่งของนครฮวางเท่านั้น
ในหอเรือนหินที่สูงตระหง่านหลังหนึ่ง ต่งหวังหลิงสบถด่าเสียงดัง ประณามความเผด็จการของตระกูลเหลย ด่าว่าพวกเขาไร้เหตุผล
หลี่มู่หยาง สิ่งหวนเยว่ และยังมีพวกเฉียนปูหุ่ย กู่หยวน เฉาโหมวกลับ ได้แต่ขมวดคิ้วนิ่งเงียบโดยที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย
นอกจากผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณเหล่านี้แล้ว อูจี้ก็อยู่ในกลุ่มคนด้วย
อูจี้นั่งเงียบอยู่ฝั่งหนึ่ง เขาเองก็ขมวดคิ้วเป็นปมลึกเพราะหาวิธีช่วย เนี่ยต่งไห่ เนี่ยเฉี่ยนไม่เจอเช่นกัน
เขาได้รับคำเชิญจากตระกูลเหลย และเพิ่งมาถึงนครฮวางได้ไม่นานก็ เห็นว่าจ้าวซานหลิงบุกมา ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับ ตระกูลเหลย
ตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ใครก็คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่การต่อสู้ระหว่างตระกูลเหลยและจ้าว ซานหลิงสิ้นสุดลง ตระกูลเหลยจะส่งคนให้เดินทางผ่านค่ายกลนำส่งของ สำนักอาวุธที่ตั้งไว้บนภูเขาไฟไปยังอาณาจักรหลีเทียน แล้วไป “เชิญ” ตัวเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยนมาจากปุาไผ่เขียว
รอจนเขาเดาออกถึงจุดประสงค์ของตระกูลเหลย ทุกอย่างก็สายเกิน แก้ไปแล้ว เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนได้ถูกอีกฝุายคุมตัวเอาไว้นานแล้ว
มีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณช่วงท้ายสามคำนั่งบัญชาการณ์ บวกกับ เหลยเจิ้นอวี่อีกคนหนึ่ง อูจี้เองก็ไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
“พี่ใหญ่ต่ง ท่านบอกข้ามาตามตรง ตอนนี้เจ้าเด็กเนี่ยเทียนนั่นอยู่ใน ดินแดนดาวตกหรือไม่?” เฉาโหมวกล่าว
อูจี้ที่เงียบงันมาโดยตลอดในที่สุดก็ย้ายสายตามามอง เขาเองก็ไม่ แน่ใจเหมือนกันว่าเนี่ยเทียนได้กลับมาหรือไม่
ต่งหวังหลิงที่เดือดเป็นฟืนเป็นไฟสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที ควบคุม อารมณ์ของตัวเองเอาไว้ชั่วขณะแล้วพูดขึ้นว่า “เนี่ยเทียนอยู่ที่พรรคคิชฌ กูฏ”
เฉาโหมวตะลึงงัน “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าที่จ้าวซานหลิงปรากฏตัวผ่าน คันฉ่องแห่งความว่างเปล่าแล้วพูดประโยคพวกนั้นออกมาก็เพราะ ต้องการช่วยเนี่ยเทียน เขาเองก็ไม่น่าจะต้องการให้เนี่ยเทียนปรากฏตัว หวังว่าตระกูลเหลยจะเชื่อที่เขาพูดแล้วช่วยให้ตระกูลเหลยปล่อยคนทั้ง สาม”
หลี่มู่หยางแห่งสำนักหยางกล่าวเสียงหนัก “น่าเสียดายที่ตระกูลเหลย ไม่สนใจคำพูดของเขา”
กู่หยวนถอนหายใจหนึ่งที “ตระกูลเหลยมีอำนาจมาก อีกไม่นาน สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็จะเยื้องกรายมาถึง เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้แต่ละฝุาย ของดินแดนดาวตกที่ไม่ยอมอ่อนข้อร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา หากฝืนปะทะกับตระกูลเหลยก็มีแต่จะทำให้ตระกูลเหลยและสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ใช้ความรุนแรงเข้ากำราบ บางทีการที่ตระกูลเหลยคุมตัวสามคน นั้นไว้ก็เพื่อบีบให้พวกเราลงมือ หวังกำราบดินแดนดาวตกให้อยู่ในกำมือ ชั่วพริบตา”
พอเขาพูดอย่างนี้ทุกคนก็ยิ่งอารมณ์หนักอึ้ง คิดไปคิดมากลับยังหา วิธีการใดๆ ไม่เจอ
“ต่อให้จะเป็นเพียงโอกาสและความหวังน้อยนิด พวกเราก็ต้องยอม เดิมพันดูสักตั้ง เพราะอย่างไรซะเนี่ยเทียนก็เคยช่วยพวกเราไว้มากมาย” เฉียนปูหุ่ยจากหอโอสถถอนหายใจหนึ่งที “แต่ไม่ว่าพวกเราจะทำอย่างไร ก็ยากที่จะเขย่าคลอนภูเขาใหญ่สองลูกอย่างตระกูลเหลยและสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ได้ และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จแม้แต่นิดเดียว”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เฉียนปูหุ่ยก็พูดขออภัยต่อต่งหวังหลิงและอูจี้ “พวก เราเองก็จนปัญญาจริงๆ”
“ข้าเข้าใจ” อูจี้พยักหน้ารับ
ต่งหวังหลิงทอดถอนใจ รู้ว่าหาใช่พวกเฉียนปูหุ่ยไม่อยากช่วย แต่เป็น เพราะอับจนปัญญาอย่างแท้จริง
“สิบวัน ตระกูลเหลยให้เวลาสิบวัน เนี่ยเทียน…จะมาหรือไม่?” สิ่ง หยวนเยว่เอ่ยขึ้นเบาๆ
“เขาต้องมาแน่นอน!” หลี่มู่หยางเอ่ยเสียงหนัก
“ข้าหวังว่าเขาจะมา แต่ก็ไม่อยากให้เขามาด้วย” ต่งหวังหลิงใบหน้า ขมขื่น “หากเขามา บางทีทั้งสองท่านจากตระกูลเนี่ยและนังหนูตระกูลข้า ก็อาจจะปลอดภัย เพราะอย่างไรซะตระกูลเหลยก็ไม่มีเหตุผลที่ต้อง สังหารพวกเขาทั้งสามคน แต่หากเขามา เกรงว่าตราประทับสะเก็ดดาวที่ อยู่บนร่างของเขาคงเก็บไว้ไม่อยู่อีกแล้ว”
“ตัวเขาเองจะมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ ก็ยังต้องดูที่วิธีการและอารมณ์ของ ตระกูลเหลยด้วย”
คนอื่นๆ ต่างก็มองสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แล้วก็เข้าใจดีว่า ขอแค่เนี่ยเทียนกล้ามาปรากฏตัวอยู่ในอาณาจักรต้าฮวาง เขาจะต้อง เผชิญหน้ากับผลลัพธ์เช่นไร
“ยังมีเวลาอีกสิบวัน หวังว่าโอกาสที่สถานการณ์จะพลิกฟื้นจะ เกิดขึ้น” อูจี้ก้มหน้าพูด
“โอกาสพลิกฟื้น? เกรงว่าคงจะยากสักหน่อย สำหรับดินแดนดาวตก แล้ว ตระกูลเหลยและสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งเกินไป” กู่หยวน ถอนหายใจเบาๆ
เวลาแต่ละวันล่วงเลยไป
เรื่องที่ตระกูลเหลยจับตัวเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยน ต่งลี่สามคนเพื่อบีบให้ เนี่ยเทียนปรากฏตัวได้ครึกโครมไปทั่วดินแดนดาวตก
นอกจากผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณของแต่ละสำนักแล้ว เขตลี้ลับ เขตสามัญ หรือแม้แต่เด็กรุ่นเล็กๆ อย่างเขตต้นสวรรค์ต่างก็พากัน เดินทางมาที่นครฮวางด้วยความคิดที่แตกต่างกันออกไป
คนของตระกูลเหลยไม่ห้ามปรามการมาเยือนของผู้ฝึกลมปราณคนใด พวกเขาปล่อยปละละเลยไม่สนใจ
บางทีตระกูลเหลยเองก็อยากอาศัยเรื่องนี้สยบขวัญทุกสำนัก เพื่อ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเผด็จการของตระกูลเหลย บอก กับทุกสำนักว่าตอนนี้ตระกูลเหลยต่างหากถึงจะเป็นผู้ออกคำสั่งของ ดินแดนดาวตก
ใจกลางนครฮวาง มีเงาร่างมากมายเดินสวนกันเข้าออกหอเรือนหินสูง หลายหลังที่อยู่รอบค่ายกลนำส่งหลังนั้น
รอบๆ ค่ายกลนำส่งมีคนของตระกูลเหลยและภูเขาสายฟูากระจายตัว กันอยู่ทุกมุมเพื่อรักษาความมีระเบียบเอาไว้
“สรุปว่าเนี่ยเทียนอยู่ในดินแดนดาวตกหรือไม่?” บนดาดฟูาหอเรือน หินหลังหนึ่ง ฉินแยนที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวเหม่อมองไปที่ค่ายกลนำส่ง พร้อมถอนหายใจเบาๆ
ข้างกายของนางยังมีเฉาชิวสุ่ย เฉียนซิน ต่งปุายเจี๋ย และกู่ฮ่าวเฟิง จากตระกูลกู่
“หากเขายังอยู่ในดินแดนดาวตก เขาต้องมาที่นี่แน่นอน” ต่งปุายเจี๋ย หรี่ตา พูดด้วยความปลงอนิจจัง “หากตระกูลเหลยไม่มาเยือน ด้วย ความสามารถของเนี่ยเทียน สักวันหนึ่งเขาต้องสามารถปล่อยประกาย แสงเจิดจรัสอยู่ในดินแดนดาวตกได้แน่นอน เฮ้อ แต่ตอนนี้หากเขาปรากฏ ตัวในนครฮวาง เขาก็ต้องรักษาตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงไว้ไม่ได้ แน่”
“แม้แต่ชีวิตของเขาเอง จะรักษาไว้ได้หรือไม่ก็ยังต้องดูที่อารมณ์และ ท่าทีของตระกูลเหลย”
เฉียนซินเองก็พูดว่า “ใครจะคาดเดาได้ว่าชนต่างเผ่าเพิ่งจากไปได้ไม่ นาน จะมีสำนักใหญ่จากดินแดนปราการดวงดาวเยื้องกรายมาเยือนติดๆ กัน? หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้น ข้าเชื่อว่าเนี่ยเทียนต้องกลายมาเป็น บุคคลอันดับหนึ่งของดินแดนดาวตก ตอนนี้มาพูดเรื่องพวกนี้ เกรงว่าคง เปล่าประโยชน์เสียแล้ว”
“หวังว่าเนี่ยเทียนจะยังมีชีวิตอยู่ต่อ” กู่ฮ่าวเฟิงพูดออกมาจากใจจริง
ก่อนหน้านี้เขาเกลียดขี้หน้าเนี่ยเทียนจึงคิดหาทุกวิถีทางเพื่อมองเนี่ย เทียนเป็นศัตรู ทว่าตอนที่อยู่แผ่นดินเบื้องล่างในพื้นที่ลับแห่งนั้น พอได้
ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเนี่ยเทียน เขาเองก็รู้สึกว่าเนี่ยเทียนเหมาะสม กับต่งลี่ยิ่งกว่าเขา
ยามนี้เมื่อเนี่ยเทียนถูกตระกูลเหลยบีบบังคับ เขาเองก็หวังจริงๆ ว่า เนี่ยเทียนจะปลอดภัย
ตรงหอเรือนที่ค่อนข้างเล็กเตี้ยอีกหลังหนึ่งได้รวบรวมผู้มาเยือนจาก ฝุายต่างๆ ของอาณาจักรหลีเทียน เจียงจือซู หลีจิ้ง ฉางเซินจากวัง ยมบาล และกุ่ยถงจากสำนักภูตผี พวกเขาต่างก็จับจ้องไปยังค่ายกลนำส่ง หลังนั้นที่ห่างไปไกล
“ขอแค่เนี่ยเทียนยอมมอบตราประทับสะเก็ดดาวให้ เขาก็น่าจะยัง รอดชีวิตได้” หลีจิ้งแอบภาวนาให้กับเนี่ยเทียน “เขาคือความภาคภูมิใจ ของอาณาจักรหลีเทียนเรา หลายครั้งหลายคราที่เขาช่วยคลี่คลายวิกฤต ให้กับอาณาจักรหลีเทียน ด้วยพรสวรรค์และนิสัยของเขา ต่อให้ไม่มีตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวง อนาคตก็สามารถยิ่งใหญ่ได้”
เจียงจือซูเองก็กล่าวว่า “ข้าเองก็หวังว่าตระกูลเหลยจะไม่เด็ดขาดกับ เรื่องนี้เกินไปนัก หวังว่าพวกเขาจะไว้ชีวิตเนี่ยเทียน อีกร้อยอีกพันปีให้ หลัง บางทีเขาอาจจะผงาดขึ้นมาอีกครั้งแล้วกลับไปแก้แค้นตระกูลเหลย”
“กลัวก็แต่ตระกูลเหลยจะไม่ให้โอกาสนี้กับเขาน่ะสิ” ฝางฮุยจากหอห ลิงเปุาพูดพลางถอนหายใจ
อีกฝั่งหนึ่ง
เจินฮุ่ยหลันที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณก็เหม่อมองไปยังค่ายกลนำส่งหลัง นั้นเช่นกัน ข้างกายนางมีเผยฉีฉี หลีเหย่และหลี่หลางเฟิง
“นายน้อยเนี่ยไม่ใช่จ้าวซานหลิง เขาต้องมาแน่นอน” หลี่หลางเฟิง พึมพำเบาๆ
เขาติดตามเนี่ยเทียนมาช่วงเวลาหนึ่งจึงรู้นานแล้วว่าเนี่ยเทียนเป็นคน มีคุณธรรมมีน้ำใจ ไม่เหมือนกับคนมากมายที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้
ด้วยความเข้าใจที่เขามีต่อเนี่ยเทียน ขอแค่เนี่ยเทียนอยู่ในดินแดนดาว ตก เขามั่นใจเต็มร้อยว่าอีกฝุายต้องมา
“ข้ารู้ว่าเขาต้องมาแน่นอน แต่ส่วนลึกในใจก็ไม่หวังให้เขามา” เจิน ฮุ่ยหลันถอนหายใจยาวๆ “หากเขามาก็ย่อมต้องใช้ชีวิตของตัวเอง ใช้ทุก อย่างของตัวเองมาแลกด้วยชีวิตของคนทั้งสองจากตระกูลเนี่ย รวมไป ถึงนังหนูตระกูลต่งผู้นั้น ในเวลาอย่างนี้ จู่ๆ ข้าก็หวังให้เขาเป็นคนไร้น้ำใจ ไร้เมตตาดั่งคนบ้าจ้าวซานหลิง หวังให้เขาไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น”
มือที่จับราวระเบียงของเผยฉีฉีเกร็งแน่น ดวงตาที่ใสกระจ่างราวอัญ มณีของนางจ้องนิ่งไปที่ค่ายกลนำส่งนั้นเช่นกัน
“คนโง่อย่างเจ้าต้องมาแน่นอน หวังเพียงว่าเจ้าจะปลอดภัย ผ่านพ้น เคราะห์ครั้งนี้ไปได้” นางพึมพำอยู่กับตัวเองในใจ
ทุกคนที่เป็นห่วงเนี่ยเทียนและรู้จักเนี่ยเทียนเป็นอย่างดีต่างก็จับตา มองค่ายกลนำส่งอย่างไม่ให้คลาดสายตา
และก็เพราะพวกเขารู้ดีถึงนิสัยของเนี่ยเทียนจึงมั่นใจว่าภายในสิบ วันเนี่ยเทียนต้องมาที่นครฮวางแน่นอน ดังนั้นพวกเขาทุกคนถึงมารออยู่ ที่นี่
พวกเขาเองก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถช่วยอะไรเนี่ยเทียนได้ เพียงหวัง ว่าการปรากฏตัวของพวกเขาจะมอบความอุ่นใจและการปลอบโยน ให้กับเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนเข้าใจว่าพวกเขาต่างก็เป็นห่วงเป็นใยเขา
วันที่เก้า เมฆทะมึนมารวมตัวกันหนาแน่น ท้องฟูาเป็นสีดำอึมครึม คล้ายพายุฝนกำลังตั้งเค้า บรรยากาศอุดอู้กดทับให้ทุกคนรู้สึกไม่ดี
เคียงข้างหัวมู่ที่มาเป็นเพื่อน เนี่ยเทียนพลันเดินออกมาจากในค่ายกล นำส่งแห่งหนึ่ง แล้วก็พลันดึงดูดสายตาของคนนับไม่ถ้วนได้ทันที
“เจ้ามาจริงๆ ด้วย”
หลายคนที่พอเห็นเขาปรากฏตัว ไม่เพียงแต่ไม่ยินดี กลับยิ่งถอน หายใจอยู่ในใจ รู้สึกหมดอาลัยแทนเขา
——