ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 680 จ ำต้องมำ
เงาร่างมากมายพุ่งทะยานออกมาจากในหอเรือนหิน ก่อนจะพากันมา หยุดอยู่รอบค่ายกลนำส่ง
“เนี่ยเทียน!”
“ทำไมเจ้าต้องมาด้วย?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการมาที่อาณาจักรต้าฮวางมีความหมายถึงอะไร เหตุ ใดต้องมา?”
คนมากมายต่างมีสีหน้าเสียดาย พวกเขาส่ายหน้าเบาๆ กล่าวอย่าง ปลงอนิจจัง
เนี่ยเทียนที่เดินออกมาจากค่ายกลนำส่งกวาดตามองไปรอบด้านจึง เห็นว่าคนที่เขารู้จักแทบทั้งหมดในดินแดนดาวตกต่างก็มารวมกันอยู่ที่นี่
ต่งหวังหลิง หลี่มู่หยาง ฉินแยน ต่งปุายเจี๋ย เจินฮุ่ยหลัน เผยฉีฉี หลี เหย่…
สีหน้าที่ทุกคนมองมายังเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและสงสาร ทุกคน ล้วนเจ็บปวดแทนเขา
เนี่ยเทียนฝืนส่งยิ้มไปให้ทุกคน “ข้าจำต้องมา”
พอรู้ว่าท่านตา ท่านปูาและต่งลี่ถูกตระกูลเหลยจับตัวเอาไว้ แต่ละวัน ของเขาที่ผ่านไปก็ยาวนานราวกับเป็นปี ในใจทุกข์ทรมานอยู่ทุกเวลานาที
ก่อนหน้านี้ที่จ้าวซานหลิงใช้เวทลับคันฉ่องแห่งความว่างเปล่าเพื่อมา บอกกับเหลยเทียนหงว่าเขาถูกอีกฝุายฆ่าทิ้งไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ อาจทำให้ตระกูลเหลยเปลี่ยนใจได้
นาทีนั้นเนี่ยเทียนก็เข้าใจแล้วว่าเขาไม่เหลือความหวังใดๆ อีก
ต่อให้เขาฝุาทะลุสู่เขตสามัญในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วไปยังพื้นที่ต้องห้าม แห่งชีวิตในอาณาจักรเลี่ยคงเพื่อไขความลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวทิ้งไว้ให้ แล้วจะอย่างไร?
ท่านตาสามคนถูกตระกูลเหลยจับตัวไว้แล้ว ต่อให้เขารู้ความลับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ยังไม่มีพละกำลังที่มากพอจะให้แข็งข้อกับ ผู้แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าในระยะเวลาสั้นๆ นี้
โครงกระดูกปีศาจเลือดดูดซับเอาเลือดของศพชนต่างเผ่าระดับเจ็ดไป มากมาย แต่ก็ยังได้แค่มีพลังในการต่อสู้เท่าเขตวิญญาณช่วงท้าย ยังอยู่ ห่างไกลกับการเลื่อนสู่แดนว่างเปล่า
ตระกูลเหลยไม่เพียงแต่มีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณมากมาย ยังมีแดน ว่างเปล่าช่วงต้นอีกหนึ่งคน เบื้องหลังก็ยิ่งมีภูเขาลูกใหญ่อย่างสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ให้พึ่งพิง
เขาเค้นสมองคิดจนหัวแทบแตกก็ยังนึกหาวิธีการใดมาบีบให้ตระกูล เหลยยอมปล่อยคนแต่โดยดีไม่ได้
สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ก็คือทำตามความต้องการของตระกูลเหลย นั่นคือเดินทางมายังอาณาจักรต้าฮวางด้วยตัวเองเพื่อดูว่าตระกูลเหล ยต้องการทำอะไรกันแน่
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมา” อูจี้เดินออกมาจากในกลุ่มคน ใช้สายตาที่ ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดมองเขาอย่างลึกล้ำ ก่อนจะพูดว่า “เตรียมใจเอาไว้ หรือยัง?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “ท่านอาจารย์ ข้ารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอกับอะไร”
อูจี้ทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดชะงักไปก่อน เขามีคำพูดนับพันนับหมื่นที่ อยากจะเอ่ย ทว่าสุดท้ายคำพูดเหล่านั้นกลับกลายมาเป็นเพียงเสียงถอน หายใจยาวๆ
“หึ นึกว่าเจ้าจะรู้จักแต่หดหัวอยู่ในกระดองเสียอีก” หลี่ชิงอวิ๋นจาก สำนักเทียนเหยียนยืนอยู่ข้างกายเหลยเจ๋อ อวี๋เวย เขาเอ่ยเสียดสีอย่างไม่ ไว้หน้า “เจ้ากล้ามาก็ถือว่าพอมีความกล้าอยู่บ้าง น่าเสียดายที่อีกไม่นาน ช่วงเวลาที่เจ้าเนี่ยเทียนได้เบ่งบารมีอยู่ในดินแดนดาวตกก็จะสิ้นสุดลง แล้ว”
อวี๋เวยเองก็เอ่ยเสียงเย็น “สมน้ำหน้า!”
เหลยเจ๋อหลานชายของเหลยเจิ้นอวี่เชิดหน้าด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง ก่อน จะหันไปพูดกับอวี๋เวย “ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วว่าเขาอวดเบ่งได้ไม่นาน หรอก เขาก็แค่โชคดีได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เท่านั้น หากไม่ได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว กะอี แค่เด็กกระจอกจากตระกูลต่ำต้อยในอาณาจักรหลีเทียน จะอาศัยอะไร มากำเริบเสิบสานขนาดนั้นได้?”
“เสียดายนักที่ไอ้พวกเขตลี้ลับไร้ค่าพวกนั้นกลับฆ่าเจ้าตอนที่อยู่นอก เมืองโพ่เมี่ยไม่ได้” โหวชิ่งเซินแห่งลัทธิอูตู๋ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอึมครึม
“เจ้านี่ดวงแข็งนัก แต่ว่าเจ้ามันไม่คู่ควรกับตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสาม ดวง ของที่เป็นของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว มีหรือที่คนอย่างเจ้าจะ ครอบครองได้?”
เนี่ยเทียนหันไปปรายตามองเขาหนึ่งที “พูดอย่างนี้แสดงว่าเจ้า ยอมรับว่าพวกคนที่ล้อมสังหารข้านอกเมืองโพ่เมี่ยในปีนั้นได้รับคำสั่งมา จากพวกเจ้างั้นสิ?”
“ใช่แล้วจะทำไม?” โหวชิ่งเซินหัวเราะเสียงดัง “เนี่ยเทียนเอ๋ยเนี่ย เทียน ข้าบอกกับเจ้าตามตรงนะ ลัทธิของพวกเราไม่เพียงแต่สั่งให้คนไป ล้อมฆ่าเจ้าเท่านั้น แม้แต่รอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนที่ชนต่าง เผ่าบุกเข้าไปก็เป็นพวกข้าที่จงใจทิ้งไว้ให้กับชนต่างเผ่าด้วย”
หลี่ชิงโหวเองก็กล่าวเสียงเย็นอย่างไม่คิดปิดบัง “อาณาจักรหลีเทียน ควรโดนเขมือบกลืนตั้งนานแล้ว!”
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนพอได้ยินประโยคนี้ ต่างก็หันไปมองโหวชิ่งเซินและหลี่ชิงอวิ๋นด้วยความแค้นเคือง
ปีนั้นรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนที่เชื่อมโยงไปยัง เทือกเขาฮว้านคงถูกชนต่างเผ่าหาเจอก่อนที่ใด
จ้าวซานหลิงเองก็เคยบอกว่ารอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเหมือนถูกคงจง ใจแหวกออกให้ชนต่างเผ่าบุกเข้าไป
หากไม่เพราะชนต่างเผ่าดูถูกอาณาจักรหลีเทียนจึงไม่ได้ส่งผู้แข็งแกร่ง เข้าไปมากนัก บวกกับที่อูจี้ร่ายใช้เวทลับห้วงเวลา เกรงว่าอาณาจักรหลี เทียนคงถูกยึดครองเป็นที่แรก
ในใจเนี่ยเทียนเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณและสำนักเทียนเหยียนแน่นอน เพียงแต่ไม่มีหลักฐานก็เท่านั้น
ตอนนี้โหวชิ่งเซินและหลี่ชิงอวิ๋นสองคนกลับกลายเป็นฝุายที่ยอมรับ อย่างตรงไปตรงมาเสียเอง
ดวงตาเขาจึงพลันมีไอสังหารวาบผ่าน
เวลานี้เอง หัวมู่กลับยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆ ทั้งยังส่ายหัว ใช้สายตา บอกเป็นนัยกับเขาว่าอย่าได้กระทำบุ่มบ่าม
คนอย่างหลี่ชิงอวิ๋น โหวชิ่งเซินนี้ แค่เนี่ยเทียนเรียกใช้โครงกระดูก ปีศาจเลือดก็สามารถสังหารอีกฝุายได้อย่างง่ายดาย ทว่าพวกเนี่ยตงไห่ สามคนก็คงต้องตายตามไปด้วย
นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ เนี่ยเทียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างต่อเนื่อง บอกให้ ตัวเองสงบลง ก่อนจะตะโกนถาม “ใครจะพาข้าไปพบคนของตระกูล เหลย?”
ขาดคำของเขา เหล่าผู้แข็งแกร่งที่มารวมตัวกันอยู่ตรงจุดนี้ต่างก็เผยสี หน้าเวทนาออกมา
พวกเขาล้วนเข้าใจดีว่าสิ่งที่รอเนี่ยเทียนอยู่นั้นคือชะตาชีวิตที่น่าอาดูร เพียงไหน
“ไม่ต้องรีบร้อน ท่านประมุขตระกูลเหลยของข้าจะกลับมาพรุ่งนี้” เหลยเจิ้นอวี่ที่สีหน้าซีดขาวเผยกายอย่างเงียบเชียบตรงหน้าต่างบานหนึ่ง
ของหอเรือนหินที่สูงที่สุด เขาก้มหน้าลงมองเหล่าผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ มุมปากยกยิ้มพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาเพิ่งถูกจ้าวซานหลิงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ทว่าเวลานี้เขากลับอารมณ์ดีอย่างถึงที่สุด
รอบด้านของค่ายกลนำส่งมีพวกหัวมู่ จงเจิงจากหอหันปิง และยังมีต่ง หวังหลิง หลี่มู่หยาง คนเหล่านี้ก่อนหน้านั้นหากไม่ตำแหน่งเท่าเทียมกับ เขาก็ตัวตนสูงกว่าเขาระดับหนึ่ง
ทว่าตอนนี้ในสายตาของเขา คนพวกนี้ก็เป็นแค่กลุ่มคนที่ตระกูลเหลย จะจัดการเช่นไรก็ได้
สายตาของเหลยเจิ้นอวี่กวาดมองไปยังใบหน้าของผู้เฒ่าประหลาด เขตเดียวกันทีละคน คล้ายมองเห็นความหวาดกลัวไม่เป็นสุขในใจของ พวกเขา นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เหลยเจิ้นอวี่รื่นรมย์
“พี่เหลย เนี่ยเทียนก็มาแล้ว ความลับของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวก็เตรียมมาให้แล้ว หวังว่าตระกูลเหลยจะไม่ตัดหนทางกันเกินไปนัก” หัวมู่เงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขาเคร่งเครียด พูดเกลี้ยกล่อมตามหลักที่ ถูกต้องชอบธรรม “เจ้าเองก็รู้ว่าปีนั้นรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรหลี เทียน อาณาจักรเชียวแจว๋และอาณาจักรเสวียนเทียนปริแตกออก ชนต่าง เผ่าเตรียมรุกรานเข้ามา แต่ก็ได้เนี่ยเทียนที่ใช้ตราประทับของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวกำราบเอาไว้ให้”
“เมื่อสี่ปีก่อน ศึกในอาณาจักรเสวียนเทียนสงบลงได้ก็เพราะเนี่ยเทียน ใช้วิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ทำลายเรือรบทางช้างเผือก ของเผ่าอสูรกายจนย่อยยับ”
“หากไม่ได้เนี่ยเทียนลงมือทั้งสองครั้ง เกรงว่าดินแดนดาวตกคง กลายเป็นแดนสุขาวดีของชนต่างเผ่าไปนานแล้ว ภูเขาสายฟูาของพวกเจ้า เองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลประโยชน์ ขอช่วยเห็นแก่เนี่ยเทียนที่…”
“พอที ข้าไม่อยากฟังเจ้าพูดมาก!” ไม่รอให้หัวมู่พูดจบ เหลยเจิ้นอวี่ก็ พูดตัดบทอย่างหงุดหงิด “จะจัดการกับเนี่ยเทียนอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่ ตระกูลเหลยของพวกข้าจะตัดสินใจได้ เขาคือของขวัญชิ้นใหญ่ที่ตระกูล เหลยของข้าเตรียมมอบให้กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ เขาจะเป็นหรือตายต้อง อยู่ที่ว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มีท่าทีเช่นไร”
หัวมู่สีหน้าหม่นหมอง ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ขอพี่เหลยช่วยพูด กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ให้ด้วย”
“ขอโทษที ข้าไม่มีสิทธิ์จะไปพูดอะไรกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์” เหลย เจิ้นอวี่ปฏิเสธอย่างไม่อินังขังขอบ
“พี่เหลย!” และเวลานี้เอง เซี่ยอี้เทพเพลิงก็โผล่หน้าออกมาจากหอ เรือนหินที่อยู่ข้างๆ กัน เขาพูดด้วยเสียงดังฟังชัด “เจ้าเด็กเนี่ยเทียนจะ เป็นหรือตาย ข้าไม่สนใจแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าพี่เหลยจะช่วยพูดกับสำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า ดูสิว่าจะเอาเกราะมังกรเพลิงที่เขามาให้ข้าได้หรือไม่ ท่านเองก็รู้ดีว่าเดิมทีเกราะมังกรเพลิงก็เป็นของตำหนักเทพเพลิงข้าอยู่ แล้ว”
“ขอแค่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์รับปาก ข้าจะนำพาตำหนักเทพเพลิงเข้า ร่วมกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ และซื่อสัตย์ภักดีกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไปตลอด กาล!”
“ข้าจะไหว้วานคนตระกูลเหลยให้ช่วยพูดให้” เหลยเจิ้นอวี่แสดงท่าที
“ขอบคุณพี่เหลยมาก!” เซี่ยอี้ยกมือทั้งสองขึ้นกุมกัน “เมื่อจบเรื่องข้า จะต้องขอบคุณเจ้าอย่างงามแน่นอน!”
กล่าวจบเขาก็แสยะปากหันมาหัวเราะเสียงแปร่งใส่เนี่ยเทียน ราวกับ มองเห็นเกราะมังกรเพลิงในแหวนเก็บของของเนี่ยเทียนเป็นของเขาไป แล้ว
“พี่เหลย! ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับเจ้าเป็นการส่วนตัวสักหน่อย” หัวมู่ ตะโกนก้อง
เหลยเจิ้นอวี่ลังเลอยู่ครู่ก็พยักหน้ารับ “เจ้ามาเถิด”
หัวมู่ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศ พริบตาเดียวก็บินเข้าไปยังหอเรือนหิน ที่สูงที่สุดของเหลยเจิ้นอวี่ และหายเข้าไปในห้องพร้อมกับเขา
เหลยเจิ้นอวี่โบกมือหนึ่งครั้ง สายฟูาเล็กละเอียดก็ไต่ขึ้นมาเต็มห้อง หิน เป็นการกักเสียง
หัวมู่หยิบแหวนเก็บของวงหนึ่งออกมายื่นให้กับเหลยเจิ้นอวี่ เหลย เจิ้นอวี่รับมา ใช้พลังจิตกวาดผ่าน ก่อนที่เขาจะสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา และยังมีอาวุธเชื่อมโยงวิญญาณอีกสามชิ้น! ค้อนชิ้นนั้นคืออาวุธวิเศษเชื่อมโยงวิญญาณธาตุสายฟูา เหมาะกับพี่เหลย”
หัวมู่อธิบาย “ข้าใช้ปืนใหญ่ผลึกแหวกนภา บวกกับอาวุธเชื่อมโยง วิญญาณอีกสามชิ้นมาแลกกับชีวิตของเนี่ยเทียน ตราประทับสะเก็ดดาว ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เนี่ยเทียนจะยอมมอบให้กับสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์แต่โดยดี ข้าขอเพียงพวกท่านจะยอมไว้ชีวิตเขา”
เหลยเจิ้นอวี่หรี่ตา รับแหวนเก็บของมาแล้วพูดว่า “ข้าบอกได้แค่ว่า ข้าจะเรียกคนตระกูลเหลยมาถามให้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ ข้าไม่ รับประกัน”
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณมาก” หัวมู่พยักหน้า แล้วก็ไม่พูดอะไรมากอีก เพียงหมุนตัวแล้วเดินจากไป
รอจนเขาหายไปแล้ว เหลยเจิ้นอวี่ถึงเอาแหวนเก็บของวงนั้นออกมาดู ด้วยดวงตาเป็นประกาย
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหยียดหยาม “เขาจะไม่ตาย ได้อย่างไร? เขาไม่ตายก็เท่ากับมีความทรงจำของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว ความทรงจำเหล่านั้นมีเวทลับของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวที่เขาทำความเข้าใจมานานหลายปี อาศัยสิ่งเหล่านั้น ไม่ช้าก็เร็วเขา ต้องฝึกตนไปจนถึงขอบเขตสูงสุดได้แน่นอน ในเมื่อตระกูลเหลยของพวก เราลงมือกับพวกท่านตาเขาแล้ว มีหรือจะปล่อยภัยร้ายอย่างเขาทิ้งไว้?”
เหลยเจิ้นอวี่เก็บรักษาแหวนเก็บของที่หัวมู่มอบให้อย่างสบายใจ ไม่มี ความคิดจะหาคนตระกูลเหลยมาช่วยพูดเกลี้ยกล่อมสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ เลยแม้แต่น้อย
——