ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 684 คิดบัญชีแค้น
“สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่เพียงแต่ไม่ต้องการตราประทับสะเก็ดดาวสาม ดวง แถมยังขอโทษเนี่ยเทียนด้วย?” ต่งหวังหลิงพึมพำเบาๆ ดวงตาที่เป็น สีเทาเริ่มมีประกายสดใส
ดวงตาของอูจี้ก็พลันเป็นประกายเช่นกัน
“ไม่จริงมั้ง?” หลิงตงแห่งวิมานสวรรค์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนหันไป พูดกับจ้าวลั่วเฟิง “สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ทำบ้าอะไรอยู่? ตราประทับสะเก็ด ดาวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้ประทับความลับที่ลึกล้ำที่สุดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอาไว้ แต่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ดันไม่ต้องการ?”
จ้าวลั่วเฟิงจับตามองการกระทำของเยว่เหยียนสี่อย่างละเอียด แล้วก็ สังเกตเห็นท่าทางหวาดผวาตลอดเวลาของพี่น้องตระกูลเหลย
เขาเริ่มจัดระเบียบความคิดอย่างช้าๆ ก่อนจะกล่าวว่า “กลัวก็แต่ กลัวก็แต่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะหวั่นเกรงในชื่อเสียงของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว พอรู้ว่าเนี่ยเทียนได้ตราประทับมาจากพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว และผสานรวมตราประทับทั้งสามเรียบร้อยแล้ว บางทีภายใต้ สถานการณ์ที่เนี่ยเทียนเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด เขาน่าจะมีตำแหน่งและฐานะ บางอย่างในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว”
“ต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่นอน คนจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ที่มาเยือน ที่นี่ถึงได้ไม่กล้าลงมือกับเนี่ยเทียน”
“ว่ากันว่าในจุดลึกของทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวต่างหากถึงจะเป็นสำนักผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่ แข็งแกร่งและเก่าแก่ที่สุด เมื่อเอาสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มาเทียบกับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เกรงว่าคงต่ำต้อยจนไม่มีค่าพอให้พูดถึง”
“พวกเขาไม่กล้าล่วงเกินพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เพราะกลัวว่า จะสร้างความเดือดดาลให้กับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ดังนั้นถึงได้ ปฏิบัติต่อเนี่ยเทียนอย่างระมัดระวัง”
หลิงตงหน้าเปลี่ยนสี เอ่ยแทรกว่า “หรือว่ากลุ่มอิทธิพลอย่างพวก สำนักในดินแดนปราการดวงดาวมีความสัมพันธ์กับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว?”
“มีความเป็นไปได้สูงมาก” จ้าวลั่วเฟิงกล่าว
คนอื่นๆ ต่างก็เริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์เพราะคำพูดของเยว่เหยียนสี่
ทุกคนพูดคุยกันไม่หยุดเพราะความแปลกประหลาดของสถานการณ์ ที่เปลี่ยนไป ทำให้ลานกว้างของนครฮวางมีแต่เสียงดังเซ็งแซ่ และไม่มี ท่าทีว่าจะเงียบเสียงลง
เรื่องราวดำเนินมาถึงขนาดนี้ ทุกคนเองก็เริ่มมองออกแล้วว่าเมื่อเยว่ เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เผชิญหน้ากับเนี่ยเทียน เขาไม่เพียงแต่ไม่มี ท่าทีดุดัน กลับยังเกรงอกเกรงใจมากเป็นพิเศษด้วย
ลำพังเพียงแค่จุดนี้ เนี่ยเทียนก็น่าจะปลอดภัยแล้วและไม่จำเป็นต้อง เผชิญหน้ากับความตายอย่างที่พวกเขาคิดไว้อีก
“พวกท่านตาของข้า…” เนี่ยเทียนลังเลอยู่ชั่วครู่ก็มองไปยังเนี่ยตงไห่ ด้วยความเป็นกังวล
“ข้าพาพวกเขามาด้วยตัวเอง ย่อมไม่มีทางเกิดเรื่องกับพวกเขาอยู่ แล้ว” เยว่เหยียนสี่หัวเราะเฮอๆ แล้วหมุนตัวกลับไปพูดกับสามคน ด้านหลัง “ทั้งสามท่าน ข้าได้ขอโทษพวกเจ้าไปแล้ว หวังว่าพวกเจ้าจะ อภัยให้ข้า”
เนี่ยตงไห่รีบพูด “เกรงใจกันเกินไปแล้ว พวกเราทุกคนไม่เป็นอะไร”
เนี่ยเฉี่ยนเองก็รีบแสดงท่าที พูดว่าได้ให้อภัยสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์แล้ว ทุกคนต่างก็ปลอดภัยดี
มีเพียงต่งลี่ที่สังเกตท่าทีของเยว่เหยียนสี่ก็พอจะมองออกว่า สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง นางจึงพูดพร้อมยิ้มตาหยี “ข้าถูกหลี่ชิ งอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนนำพาคนของวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋มาจับ ตัว ก่อนหน้าที่ข้าจะถูกพาตัวขึ้นไปบนภูเขา หลี่ชิงอวิ๋นตบหน้าข้าทีหนึ่ง”
“หลี่ชิงอวิ๋น!” ต่งหวังหลิงตวาดเสียงเย็น
ในกลุ่มคน หลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนยืนอยู่ข้างเหลยเจ๋อ อวี๋ เวย
พอได้ยินคำประณามจากต่งลี่ เขาก็รีบหันไปมองเหลยเจิ้นอวี่ หวังว่า เหลยเจิ้นอวี่จะช่วยพูดให้เขา
ตี๋หรูอวิ๋นเจ้าสำนักเทียนเหยียนก็รีบหันไปมองเหลยเจิ้นอวี๋ด้วยดวงตา ที่ฉายแววขอร้อง
ขณะที่เหลยเจิ้นอวี่กำลังจะเอ่ยตอบรับ เหลยเทียนฉี่ประมุขตระกูลเห ลยกลับถลึงตาเย็นชาใส่เขา
เหลยเจิ้นอวี่จึงรีบหุบปากฉับ
“ฟิ้ว!”
งูสายฟูาสีเขียวตัวหนึ่งพลันบินออกมาจากปลายแขนเสื้อของเหลย เทียนฉี่ ก่อนจะตรงเข้าฉกกินหลี่เทียนอวิ๋น
หลี่เทียนอวิ๋นที่เห็นงูสายฟูาสีเขียวตัวนั้นบินออกมาจากชายแขนเสื้อ ของเหลยเทียนฉี่ก็พลันหน้าเปลี่ยนสี กำลังจะเอ่ยอธิบายก็รู้สึกเพียงว่าใน สมองมีเสียงสายฟูาระเบิดดังครืนครั่น
บัดนี้มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา ความทรงจำทั้งหมดของเขาล้วน แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
งูสายฟูาสีเขียวลอดรูจมูกของเขาเจาะเข้าไปในเรือนกาย ร่างกายของ เขาจึงพลันเต็มไปด้วยแสงสายฟูา ทั้งยังมีเสียงฟูาร้องครืนๆ ดังลอยมา
หลี่ชิงอวิ๋นล้มลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา
“อวี๋เวยผู้นั้นก็มาจากสำนักเทียนเหยียนเหมือนกัน นางเคยด่าข้า แถมยังด่าท่านปูาของเนี่ยเทียนว่าเป็นนังแพศยา” ต่งลี่ยื่นนิ้วออกไปชี้
เนี่ยเทียนมองอวี๋เวยด้วยสายตาเย็นชา ดวงตามีไอสังหารวาบผ่าน อย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าสำนัก! เจ้าสำนักโปรดไว้ชีวิต!” อวี๋เวยกรีดร้องเสียงแหลม ตกใจ จนขวัญหนีดีฝุอ
ตี๋หรูอวิ๋นเจ้าสำนักเทียนเหยียนก้มหน้าลง แม้แต่หลี่ชิงอวิ๋นถูกสังหาร เขาก็ยังไม่เอ่ยคำใด
ตี๋หรูอวิ๋นแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงร้องวิงวอนของอวี๋เวยราวกับคนหู หนวก อีกทั้งยังไม่ขอให้เหลยเจิ้นอวี่ช่วยพูดกับประมุขตระกูลเหลยด้วย ซ้ำ
เขาเข้าใจดีว่า เรื่องมาถึงตอนนี้ จะอย่างไรก็ต้องมีคนกลายเป็นแพะ รับปาก
“ตาย!” เหลยเทียนฉี่พ่นคำหนึ่งออกมาเบาๆ
เมื่อคำว่า “ตาย” นั้นหลุดออกมาจากปากของเขา สายฟูาที่อยู่กลาง อากาศก็รวมตัวกัน นาบประทับพลังสายฟูาดับทำลายจิตวิญญาณแล้ว ฟาดผ่าลงมากลางหว่างคิ้วของอวี๋เวย
อวี๋เวยที่เคยด่าหมิ่นเกียรติเนี่ยเฉี่ยนและต่งลี่ได้ทำตัวกำเริบเสิบสาน อยู่พักหนึ่ง มาบัดนี้ดวงตาของนางเต็มไปด้วยสายฟูา ครั้นจึงขาดใจตาย คาที่
เยว่เหยียนสี่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ได้เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน นานแล้ว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยเมย
“คือว่า…” ต่งลี่ทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดชะงักไปก่อน
หลี่ชิงอวิ๋นและอวี๋เวยที่ถูกเหลยเทียนฉี่สังหารสร้างความเจ็บแค้น ให้กับนางอย่างลึกล้ำ นางถึงได้เรียกตัวสองคนนั้นออกมา
นางเป็นคนที่ฉลาดมาก นางเข้าใจดีว่าหลี่ชิงอวิ๋นและอวี๋เวยที่มาจาก สำนักเทียนเหยียนไม่ใช่คนของตระกูลเหลย พี่น้องตระกูลเหลยจึงลงมือ ได้อย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความลังเลใด
ทว่าพวกคนของภูเขาสายฟูาต่างก็เป็นคนรุ่นหลังของตระกูลเหลย ทั้ง สองฝุายมีสายเลือดเดียวกัน หากนางชี้ตัวมั่วซั่วก็ไม่รู้ว่าทางฝุายของ ตระกูลเหลยจะมีท่าทีเช่นไร
ดวงตาของนางที่เปล่งประกายมองไปยังเหลยเทียนหง ยังคงลังเล ตัดสินใจไม่ได้
หลี่ชิงอวิ๋น อวี๋เวยเป็นเพียงแค่บุคคลตัวเล็กๆ หลี่ชิงอวิ๋นคือคนลงมือ ทว่าคนที่ออกคำสั่งอย่างแท้จริงก็คือเหลยเทียนหง
หลังจากที่เหลยเทียนฉี่จากไป เหลียนเทียนหงก็เฝูาพิทักษ์อาณาจักร ต้าฮวาง พอเขารู้ว่าจ้าวซานหลิงเผยกายก็ลงมืออย่างรวดเร็วโดยการไป จับตัวเนี่ยตงไห่ เนี่ยเฉี่ยนและนางมาเพื่อบีบให้เนี่ยเทียนปรากฏตัว
ตรวนสายฟูาที่อยู่บนลำคอของพวกเขาทั้งสามคน เหลยเทียนฉี่ก็เป็น คนร่ายเองกับมือเพื่อทรมานของพวกเขาในช่วงเวลาหนึ่ง
ทว่าเหลยเทียนหงคือคนของตระกูลเหลย อีกทั้งตระกูลเหลยยังรับใช้ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มานานหลายปี ทุกอย่างที่ทำลงไปก็เพราะเข้าใจเจตนา ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ผิด แม้ว่าวิธีการจะไม่เหมาะสม แต่กลับทำไปเพื่อ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
ต่งลี่เดาความคิดของเยว่เหยียนสี่ไม่ออก ไม่แน่ใจว่าเยว่เหยียนสี่จะ ยอมทำเพื่อเนี่ยเทียนถึงระดับไหน ดังนั้นถึงได้ลังเล
“อู้!”
และเวลานี้เอง เหลยเทียนหงก็พลันเดินออกมายืนอยู่ต่อหน้าเนี่ยตง ไห่สามคนแล้วเอ่ยขออภัยอย่างเคารพนอบน้อม
หลังจากนั้นเขาก็หันไปขอยอมรับผิดกับเยว่เหยียนสี่ด้วยสีหน้าที่เต็ม ไปด้วยรอยยิ้มจืดเจื่อน “ตอนที่พี่ชายของข้าออกไปนอกอาณาจักรเพื่อ สร้างค่ายกลนำส่งแห่งที่เจ็ด คนผู้หนึ่งนามว่าจ้าวซานหลิงได้ปรากฏตัว กะทันกัน จากนั้นข้าจึงบีบให้เนี่ยเทียนเผยตัวโดยพลการ เรื่องนี้ข้ายินดี รับผิดขอบ ด้วยเหตุนี้ตระกูลเหลยของข้าจะชดเชยค่าเสียหายให้ ทั้งหมด!”
เหลยเทียนฉี่เองก็เดินขึ้นหน้ามาแล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ ตระกูล เหลยกระทำการไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายที่ใหญ่หลวง ให้กับเนี่ยเทียน ญาติของเขาก็ปลอดภัยดี เพียงแค่เจ็บตัวนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ตระกูลเหลยยินดีจะชดใช้ให้จนกว่าเนี่ยเทียนจะพอใจ ท่านคิดว่า เป็นอย่างไร?”
เยว่เหยียนสี่หรี่ตาเอ่ยถามเนี่ยเทียนด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เนี่ยเทียนกำลังจะอ้าปากตอบ หัวมู่พลันหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะ ยื่นมือออกไปหาเหลยเจิ้นอวี่ “สิ่งของพวกนั้นที่แลกชีวิตเนี่ยเทียน เจ้า ควรคืนให้ข้าได้แล้วกระมัง?”
พี่น้องเหลยเทียนฉี่และเหลยเทียนหงหันไปมองยังเหลยเจิ้นอวี่พร้อม กัน ก่อนที่เหลยเทียนหงจะเอ่ยถาม “เจ้าเอาของอะไรของเขาไป?”
เหลยเจิ้นอวี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะรีบนำแหวนเก็บของที่บรรจุปืน ใหญ่ผลึกแหวกนภาและอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณอีกสามชิ้นซึ่งหัวมู่ มอบให้เขาออกมาคืนให้อีกฝุายแต่โดยดีอย่างไม่มีลังเล
หัวมู่รับเอามา กวาดตามองปราดหนึ่งก็พยักหน้ารับ “ดีมาก ไม่ขาด ไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
“เนี่ยเทียน เซี่ยอี้ จางจ้งฉือ หลิวหมินฮวางก็ตายไปแล้ว ตำหนักเทพ เพลิง วังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ก็ไม่มีอยู่แล้ว” เหลยเทียนฉี่ลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ กล่าวว่า “หลังจากที่สูญเสียสามสำนักนี้ไป อาณาจักรอั้นหมิงและ อาณาจักรเฮยเจ๋อก็อยู่ในสภาวะที่ว่างเปล่า สมบัติของสามสำนักและ อาณาจักรของพวกเขา พวกเราสามารถปรึกษากันได้”
คำพูดนี้ดังจบ ผู้แข็งแกร่งหลายสำนักต่างก็พลันคืนสติ
เนี่ยเทียนเองก็ค่อนข้างสนใจอย่างมาก
ตำหนักเทพเพลิง วังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ตั้งตระหง่านอยู่ในดินแดน ดาวตกมานานหลายปี สมบัติก็มากมหาศาล สองอาณาจักรใหญ่นั้นก็มี ความมหัศจรรย์มากมาย
สองอาณาจักรใหญ่ รวมถึงสมบัติของสามสำนักย่อมต้องถูกจัด รายการออกมาแล้วถูกตระกูลเหลยยึดครองไว้เป็นของตนทันที
ความหมายของเหลยเทียนฉี่ก็คือยินดีจะใช้สมบัติของสามสำนักและ อาณาจักรทั้งสองมาเป็นสิ่งของชดเชยให้กับเนี่ยเทียน
“พี่เทียนฉี่ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เยว่เหยียนสี่จากสำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์ยิ้มเฝื่อน ก่อนพูดว่า “ในเมื่อเนี่ยเทียนได้รับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทั้งยังมาจากดินแดนดาวตก ถ้าเช่นนั้น ตลอดทั้งดินแดนดาวตกแห่งนี้ก็เป็นดินแดนของเนี่ยเทียนแล้ว เรื่องบาง เรื่องเจ้าไม่รู้แน่ชัด แต่ข้ากลับรู้ดีอยู่แก่ใจ”
เหลยเทียนฉี่ตะลึงพรึงเพริด “ความหมายของท่านผู้อาวุโสใหญ่ก็ คือ?”
“ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งประตูสวรรค์แห่งการสืบทอด เอาไว้ในดินแดนดาวตก หมายความว่าดินแดนดาวตกก็คือดินแดนที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจทิ้งไว้ให้กับผู้สืบทอด” เยว่เหยียนสี่ ถอนหายใจหนึ่งที “นับตั้งแต่วินาทีที่ข้ารู้ว่าเนี่ยเทียนคือผู้สืบทอด สำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่คิดจะแตะต้องดินแดนดาวตกอีก”
“สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางละเมิดกฎเก่าแก่ที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวกำหนดไว้แน่นอน”
จ้าวลั่วเฟิงเจ้าวิมานสวรรค์สีหน้าตะลึงพรึงเพริด อดไม่ได้จนต้องร้อง ตะโกนเสียงดัง “ว่าไงนะ? ตลอดทั้งดินแดนดาวตกล้วนเป็นดินแดนที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งใจทิ้งไว้ให้กับผู้สืบทอด? นั่นไม่เท่ากับว่า หลังจากนี้พวกเราต้องยืมจมูกเนี่ยเทียนหายใจหรอกหรือ?”
“เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร?” หลิงตงราวกับคนที่วิญญาณหลุดออก จากร่าง
เหลยเทียนฉี่อึ้งค้างไปพักใหญ่ ก่อนจะฟื้นคืนสติ “ผู้อาวุโสใหญ่ ข้า เข้าใจแล้ว ตระกูลเหลยจะชดเชยด้วยวิธีการอย่างอื่น”
เยว่เหยียนสี่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “จงกวาดล้างตำหนักเทพเพลิง วัง วิญญาณและลัทธิอูตู๋ให้สิ้นซาก ข้าต้องการคุยกับเนี่ยเทียนเป็นการ ส่วนตัว”
“ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เหลยเทียนฉี่ตอบรับ
——