ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 686 เทพพิทักษ์ดาวตก
เจตจำนงแห่งการอยากผูกมิตรที่เยว่เหยียนสี่แห่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ แสดงออกต่อเนี่ยเทียนทำให้ทุกคนในนครฮวางต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ
หลังจากเยว่เหยียนสี่พาเนี่ยเทียนโดยสารอาวุธวิเศษประเภทบิน ออกไปจากนครฮวาง พี่น้องตระกูลเหลยก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปยัง ภูเขาไฟลูกนั้นอย่างว่องไว
เพราะวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋เป็นฝุายแรกที่ยอมเข้าพึ่งพาพวกเขา ผู้ ฝึกลมปราณของสองฝุายนี้จึงถูกจัดตัวไปไว้บนภูเขาไฟลูกนั้น
ตำหนักเทพเพลิงมีเพียงเซี่ยอี้คนเดียวที่มาเยือน นอกจากเขาแล้วก็ไม่ มีแขกคนอื่นของตำหนักเทพเพลิงมาที่นครฮวางอีก
หลังจากที่พวกเซี่ยอี้สามคนถูกเยว่เหยียนสี่ปลิดชีพไปอย่างง่ายดาย ข่าวนี้จึงยังไม่ทันได้เล็ดรอดออกไป
ขณะที่พี่น้องตระกูลเหลยรีบร้อนบินไปยังภูเขาไฟลูกนั้น ทุกคนต่างก็ มองเห็นจิตสังหารอันเข้มข้นจากดวงตาพวกเขา
“เกรงว่าสามสำนักนั่นคงจบเห่เข้าแล้วจริงๆ”
“ใครจะไปคาดคิดว่าผู้อาวุโสใหญ่จากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะปฏิบัติ กับเนี่ยเทียนเช่นนี้?”
“ช่างน่าขันยิ่งนัก เซี่ยอี้ยังทำตัวอวดฉลาดคิดจะรีดไถเกราะมังกร เพลิงคืนมาจากเนี่ยเทียน ไฉนเลยที่เขาจะคิดได้ว่าคนที่ถูกพวกเขาสามคน ร่วมมือกันสังหารในปีนั้นจะเป็นนายน้อยแห่งสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์?”
“เนี่ยเทียนผู้นี้ช่างโชคดีค้ำฟูาจริงๆ!”
“……”
ผู้คนถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด บ้างก็ปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง บ้างก็ถอนหายใจเฮือกๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโศกสลด
เหลยเจิ้นอวี่และตี๋หรูอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนออกไปจากลานกว้าง อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่พักชั่วคราวของสำนักเทียนเหยียน
“พี่ตี๋ ไม่ใช่ว่าพี่น้องอย่างข้าไม่อยากช่วยเจ้า แต่นี่เป็นเพราะ…ข้าไร้ กำลังให้ช่วยจริงๆ” เหลยเจิ้นอวี่สีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวเสีย “ข้านึกไม่ถึงเลย ว่าผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะให้ความสำคัญกับเนี่ยเทียนขนาด นี้ แม้แต่ประมุขตระกูลเหลยข้าก็ยังไม่กล้าพูดแทรก แล้วข้าจะทำอะไร ได้?”
ตี๋หรูอวิ๋นสีหน้ามืดมน เขาก้มหน้าก้มตา “ช่างเภอะ พวกเรายอมรับ ชะตากรรมก็แล้วกัน”
อวี๋เวยและหลี่ชิงอวิ๋นไม่ใช่บุคคลสำคัญในสำนักเทียนเหยียน ผู้อาวุโส ของอวี๋เหวยก็เป็นเพียงแค่ผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักเทียนเหยียนเท่านั้น
อวี๋เวยและหลี่ชิงอวิ๋นตายไป เขาเองก็ไม่ได้ถึงกับว่ายอมรับไม่ได้ เพียงแต่กลัวแค่ว่าเนี่ยเทียนจะกัดสำนักเทียนเหยียนไม่ปล่อยก็เท่านั้น
“รอให้เนี่ยเทียนกลับมา ข้าจะไปขอโทษเขา หวังว่าเขาจะยอมปล่อย สำนักเทียนเหยียนไปสักครั้ง” ตี๋หรูอวิ๋นกล่าว
“นับจากวันนี้เป็นต้นไปเกรงว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ตระกูลเหลยของ พวกเราก็ต้องระมัดระวังตัวกันให้มาก” ใบหน้าของเหลยเจิ้นอวี่เต็มไป ด้วยความขมขื่น “เดิมทีเพื่อให้ไว้ชีวิตเขา หัวมู่ยังเอาปืนใหญ่ผลึกแหวก นภาและอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณสามชิ้นมาให้ข้า เฮ้อ หนึ่งในนั้นมี อาวุธธาตุสายฟูาอยู่ชิ้นหนึ่งที่ข้าชอบมาก ใครจะไปนึกว่าจะเกิดเรื่องแบบ นี้ขึ้น?”
“ตำหนักเทพเพลิง วังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ต่างก็หนีไม่พ้นเคราะห์ภัย อาณาจักรของพวกเขาใหญ่มากทีเดียวนะ” ดวงตาของตี๋หรูอวิ๋นฉาย ความปรารถนา
“เกรงว่าคงไม่มีทางหลุดมาถึงพวกเราหรอก” เหลยเจิ้นอวี่ส่ายหน้า
……
“เป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง? เป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง?” หลิงตงจากวิมาน สวรรค์ที่อยู่ในห้องลับทึ้งผมตัวเองประหนึ่งสัตว์ที่ถูกกักขังพลางร้อง คำรามอย่างต่อเนื่อง “เจ้าเด็กเนี่ยเทียนผู้นั้นอาศัยอะไรถึงได้ทำให้ผู้ อาวุโสใหญ่สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ระมัดระวังตัว กลัวว่าเขาจะไม่พอใจขนาด นี้?”
หลิงตงไม่พอใจเนี่ยเทียนมาโดยตลอด เขาคิดว่าเนี่ยเทียนแย่งชิงโชค ที่ควรเป็นของหนิงหยางไป ทำให้วิมานสวรรค์สูญเสียสิทธิ์ในการ ครอบครองตราประทับสะเก็ดดาว
อีกทั้งเนี่ยเทียนเองก็ไม่เคยเคารพนบนอบในตัวเขา นี่จึงทำให้เขาไม่ สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด
เขาอยากเห็นจริงๆ ว่าเนี่ยเทียนจะถูกสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์กรีดเอาตรา ประทับสะเก็ดดาวและตายไปอย่างอเนจอนาถ
น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เห็นผลลัพธ์อย่างที่อยากเห็น
“นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอเจ้าช่วยควบคุมตัวเอง เก็บความอคติที่มีต่อ เนี่ยเทียนไว้ซะ!” จ้าวลั่วเฟิงเอ่ยเสียงเย็น “การมาถึงของสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ได้ทำให้ดินแดนดาวตกเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟูาพลิกดิน ต่อ ให้ท่านผู้นั้นของสำนักเราเลื่อนสู่แดนว่างเปล่าได้สำเร็จก็ไม่สามารถแก้ไข อะไรได้”
“เนี่ยเทียนมีตำแหน่งสูงศักดิ์ในดินแดนดาวตก เมื่อผ่านเรื่องนี้ไป ใคร ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้! หากเจ้ายังมีใจคิดจะเล่นงานเนี่ยเทียนไม่เลิกรา ก็มี แต่จะนำหายนะมาสู่วิมานสวรรค์ของพวกเรา!”
“รอเนี่ยเทียนกลับมา ข้าจะไปพบเขาเพื่อแสดงเจตนาอันดีของวิมาน สวรรค์ให้เขารับรู้ด้วยตัวเอง!”
หลิงตงตะลึงพรึงเพริด “เจ้าวิมาน ท่าน ท่านคิดจะยอมอ่อนข้อให้เนี่ย เทียนหรือไร?”
“เจ้ายังมองไม่ออกอีกหรือ? เขาเนี่ยเทียนได้การสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ก็เท่ากับเป็นคนของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว! ขนาดสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ยังไม่กล้าลงมือกับเนี่ยเทียน แล้ว วิมานสวรรค์จะมีปัญญาที่ไหนมาเป็นศัตรูกับเนี่ยเทียน?” จ้าวลั่วเฟิง
กล่าวมาถึงตรงนี้กลับรู้สึกดีใจไม่น้อย “ยังดี ยังดีที่พวกเราไม่ได้ลงมือ สังหารเนี่ยเทียน หาไม่แล้ววิมานสวรรค์ของพวกเราคงถูกพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวฆ่าล้างสำนักเป็นแน่!”
พอเขาพูดจบ ตงหลิงเองก็เริ่มอกสั่นขวัญผวา ไม่กล้าพูดตอบโต้อีก แม้แต่คำเดียว
……
“ดูทางนั้น” หัวมู่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ มองไกลๆ ไปยังภูเขาไฟลูก นั้น “พี่น้องตระกูลเหลยลงมือสังหารโหดแล้ว”
พวกฉีป๋ายลู่ จงเจิง ลู่ย่วนซี ต่งหวังหลิงต่างก็ยืนตระหง่านอยู่กลาง อากาศสูง บ้างก็ใช้สายตาทอดมองไปไกล บ้างก็ใช้พลังจิตวิญญาณอัน แกร่งกล้ารับสัมผัส
พวกเขาต่างสังเกตเห็นว่าภูเขาไฟที่เดิมทีเป็นของสำนักอาวุธ มาบัดนี้ มีสายฟูาแลบแปลบปลาบ
สายฟูาหลายเส้นผ่าเปรี้ยงลงมาจากจุดลึกของชั้นเมฆ ก่อนจะกรอก เทเข้าหาลูกสายฟูาสีดำทั้งแปดลูก ทำให้ภูเขาไฟลูกนั้นเหมือนอาบไล้อยู่ กลางหุบเหวแห่งสายฟูา
“คนของวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋น่าจะกำลังถูกตระกูลเหลยจัดการ พวกเขาเองก็คงคิดไม่ถึงว่าคนที่พวกเขาฆ่าไปในปีนั้นกลับเป็นคนจาก สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เองก็ออกคำสั่งแล้ว แน่นอนว่าตระกูลเหลยย่อมไม่มีทางใจอ่อนออมมือ” จงเจิงถอนหายใจ
เบาๆ หนึ่งที “วังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋และตำหนักเทพเพลิงขโมยไก่ไม่สำเร็จ แถมยังเสียข้าวไปหนึ่งกำมือ พาตัวเองไปติดร่างแหแท้ๆ”
“พี่หัว ท่านว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะเยื้องกรายมาเยือนแล้วตั้งสาขาอยู่ ในอาณาจักรต้าฮวางจริงๆ หรือไม่?” ฉีป๋ายลู่กล่าวด้วยความเป็นกังวล
เดิมทีอาณาจักรต้าฮวางคือถิ่นของสำนักอาวุธ พวกเขาถูกตระกูล เหลยขับไล่ เดิมทีนี่ก็ทำให้ฉีป๋ายลู่รู้สึกหมดอาลัยตายอยากเวลา เผชิญหน้ากับตระกูลเหลยและสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ทั้งยังล้มเลิก ความคาดหวังว่าตัวเองจะได้กลับมาอยู่อาณาจักรต้าฮวางอีกครั้งด้วย
แต่พอสังเกตการณ์อย่างละเอียดและเห็นท่าทีที่เยว่เหยียนสี่มีต่อเนี่ย เทียน ไฟแห่งความหวังของเขาก็ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่” หัวมู่ยิ้ม “อย่าร้อนใจ พวกเรารอเนี่ยเทียน กลับมาก่อน เมื่อเขากลับมาแล้ว พวกเราถึงจะได้รู้ว่าสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์มี ท่าทีเช่นไรกันแน่ สำนักอาวุธจะได้กลับมาหรือไม่ เกรงว่ายังต้องดูที่เนี่ย เทียน พวกเราแค่จับตามองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดก็พอ”
“ตามความเห็นข้า เกรงว่าเนี่ยเทียนคงเป็นเทพผู้พิทักษ์ที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเลือกไว้ให้ดินแดนดาวตก” ต่งหวังหลิงหัวเราะร่าเสียง ดัง ความกลัดกลุ้มจางหายไปจากดวงตา พูดโหวกเหวกด้วยเสียงดัง กังวาน “เนี่ยเทียนคลี่คลายหายนะของดินแดนดาวตกครั้งแล้วครั้งเล่า การมาเยือนของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์คราวนี้ เดิมทีนึกว่าแต่ละสำนักคงหนี ภัยพิบัติไม่พ้น ไม่นึกว่าจะได้เนี่ยเทียนมาช่วยแก้ไขปัญหาให้อีกครั้ง”
“ขอแค่เนี่ยเทียนยังอยู่ในดินแดนดาวตก ข้าก็รู้สึกว่าไม่มีทางเกิดเรื่อง ใหญ่กับดินแดนดาวตกแน่นอน!”
ทุกคนต่างก็รู้ว่าต่งหวังหลิงมองเนี่ยเทียนเป็นลูกเขยตระกูลต่งนาน แล้ว เมื่อได้เห็นว่าเยว่เหยียนสี่มีท่าทีกระตือรือร้นต้อนรับเนี่ยเทียนเป็น อย่างดี เขาก็วางใจลงได้ จากนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ต่งหวังหลิงพูดอย่างนี้ย่อมแฝงไว้ด้วยความต้องการส่วนตัวบางอย่าง ทว่าเมื่อทุกคนคิดตามอย่างละเอียดก็รู้สึกว่าคำพูดของเขามีเหตุผลไม่ น้อย
เรื่องใหญ่ที่เกือบจะทำให้ดินแดนดาวตกเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟูา พลิกดินอย่างแท้จริงมีเพียงสามเรื่องเท่านั้น หนึ่งคือรอยแยกห้วงมิติที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวกำราบไว้ปริแตก ตามมาด้วยการรุกรานของ ชนต่างเผ่า และเรื่องที่สามก็คือการมาเยือนของตระกูลเหลย
สามเรื่องนี้คือหายนะที่แทบจะทำลายดินแดนดาวตก ทว่ามีครั้งไหน บ้างที่เนี่ยเทียนไม่ใช่คนออกแรงสำคัญ?
จะบอกว่าเนี่ยเทียนคือเทพผู้พิทักษ์ดินแดนดาวตกก็ดูเหมือนจะไม่ เกินจริงไปนัก
……
“อู้!”
ช่วงเที่ยงวัน อาวุธวิเศษประเภทบินทรงวิหคเพลิงที่จากไปก็กลับมา ปรากฎอยู่เหนือนครฮวางอีกครั้ง
เยว่เหยียนสี่และเนี่ยเทียนพูดคุยกันอย่างสบายใจ หลังจากที่อาวุธ วิเศษประเภทบินจอนิ่งแล้ว เนี่ยเทียนก็บินลงมาที่กลางลานกว้าง
พวกหัวมู่ที่ยืนอยู่ตรงลานต่างก็มองเขาพร้อมอมยิ้มน้อยๆ
เหลยเจิ้นอวี๋ ตี๋หรูอวิ๋น และยังมีตงหลิงกับจ้าวลั่วเฟิงที่พูดคุยกันอย่าง ลับๆ ต่างก็ทยอยกันเดินออกมา จุดสนใจล้วนอยู่ที่ตัวของเนี่ยเทียน
เยว่เหยียนสี่รอให้เนี่ยเทียนลงมาแล้วถึงได้ปรายตามองพวกผู้ แข็งแกร่งของดินแดนดาวตกปราดหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ที่ ศักดิ์สูงกว่า “ตระกูลเหลยจะอยู่ในดินแดนดาวตกเพื่อกวาดล้างตำหนัก เทพเพลิง วังวิญญาณและลัทธิอูตู๋ ตระกูลเหลยที่อยู่ในดินแดนดาวตกชั่ว ระยะเวลานี้จะรับฟังคำสั่งจากเนี่ยเทียน”
“ดินแดนดาวตกคือฟูาดินอันอยู่ในการครอบครองส่วนตัวของเนี่ย เทียน สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยื่นมือเข้ามาข้องเกี่ยว”
“หลังจากนี้สำนักของพวกเจ้าที่เป็นสำนักดั้งเดิมควรจะปฏิบัติตัวเช่น ไร ทางที่ดีควรจะพิจารณาให้แน่ชัดเสียก่อน ค่ายกลนำส่งระหว่างสำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์และดินแดนดาวตกจะยังถูกเก็บไว้ หากเรื่องที่พวกเจ้ากระทำ ลงไปทำให้เนี่ยเทียนไม่พอใจ สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ยินดีจะเดินทางมาช่วย เนี่ยเทียนคลี่คลายปัญหาด้วยตัวเอง”
กล่าวจบเยว่เหยียนสี่ก็หันมาส่งยิ้มให้เนี่ยเทียน ก่อนจะขับอาวุธวิเศษ ประเภทบินทะยานไปหาตระกูลเหลย
“เนี่ยเทียน!”
“เจ้าคุยอะไรกับเขา? เหตุใดเขาถึงปกปูองเจ้าขนาดนี้?”
“หลังจากนี้เจ้าก็คือผู้ตัดสินใจเรื่องราวทั้งหมดในดินแดนดาวตกหรือ? ขนาดตระกูลเหลยก็ยังต้องฟังคำสั่งจากเจ้า?”
“สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่มาแล้วรึ?”
พวกผู้คนที่เป็นมิตรกับเนี่ยเทียนต่างก็รีบล้อมวงเข้ามาสอบถาม หมายจะรู้เรื่องภายใน
“เนี่ยเทียน เจ้าช่วยบอกให้ตระกูลเหลยคืนภูเขาไฟของสำนักอาวุธที่ ยึดครองไว้ให้เจ้าของได้หรือไม่?” เจินฮุ่ยหลันเองก็รีบร้อนตรงเข้ามา พร้อมกับเผยฉีฉีและหลี่เหย่
“ตระกูลเหลยจะไปพักอาศัยอยู่กับภูเขาสายฟูาที่อาณาจักรคุนหลัว ชั่วคราว อาณาจักรต้าฮวางยังคงเป็นของสำนักอาวุธดังเดิม” เนี่ยเทียน รับปาก
พอได้ยินเนี่ยเทียนพูดเช่นนี้ ฉีป๋ายลู่ที่เตรียมจะตรงเข้ามาขอร้องเขาก็ พลันวางใจลงได้
——